เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ร่วมทาง

    เซี่ยอวี่ซีพยักหน้าให้กับกลุ่มคนของราชวงศ์หลง จากนั้นเริ่มลงมือกับมังกรนภาอย่างเหี้ยมหาญ ฝ่ามืออันเรียวงามผสานกันเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ เถาวัลย์ปราณนับร้อยพันพุ่งทะลวงร่างขนาดยักษ์โดยไร้ซึ่งความปรานีประดุจไม่มีชั้นเกล็ดขวางกั้น

     

    "คมหนามหมื่นพืชพรรณ"

     

    นี่คือทักษะระดับเซียนที่เย่หยุนซีมอบให้นางเป็นของขวัญ เมื่อยามก้าวเข้าสู่ระดับมหาจักรพรรดิใหม่ๆ

     

    "โฮกกๆๆ!!"

     

    มังกรนภาคำรามกู่ร้องด้วยความเจ็บปวดสุดแสนสาหัสในวาระสุดท้าย พลังชีวิตของมันมลายหายไป ก่อนจะสิ้นใจทั้งๆที่กำลังถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเถาวัลย์

     

    "งะ ง่ายดายเช่นนี้เชียวหรือ!!" องค์หญิงหลงเซียนจีและเหล่าองครักษ์อุทานเสียงสั่น

     

    ทางฝั่งเซี่ยอวี่ซีสะบัดมือ 1 ครั้ง ร่างกายขนาดยักษ์ของมังกรนภาถูกเก็บเข้าแหวนมิติท่ามกลางสายตาตะลึงงันนับสิบคู่ เนื่องจากนางรู้ว่านายน้อยหยุนจำเป็นต้องใช้โลหิตมังกรจำนวนมากในการบ่มเพาะกายามังกรเทวะขั้นที่ 4 กายมังกรสวรรค์

     

    ถ้าหากถามว่านางรู้ได้อย่างไรนั้น แน่นอน! ย่อมเป็นเพราะนางคือหนึ่งในคนที่คอยหาโลหิตมังกรให้กับเขาในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

     

    "ข้าน้อย ขอขอบคุณท่านหญิงที่ให้การช่วยเหลือเจ้าค่ะ" หลงเซียนจีผสานมือคาราวะอย่างนอบน้อมอีกครา เมื่อเห็นว่าสถารการณ์เลวร้ายได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้น

     

    เซี่ยอวี่เมื่อได้ยินก็รีบชักนำเรือใบไม้ให้ลอยลงไปพร้อมกับนาง จากนั้นใช้พลังพยุงร่างองค์หญิงคนงามให้อยู่ในท่วงท่าธรรมดาราวกับกำลังจะบอกว่า 'ไม่จำเป็นต้องมากพิธี'

     

    "พวกเจ้า ไฉนถึงถูกมังกรนภาไล่ล่าเช่นนี้?" เซี่ยอวี่ซีเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ไพเราะเกินบรรยาย

     

    "เรียน ท่านหญิง พวกเรากำลังจะเดินทางไปยังแดนพฤกษชาติซึ่งอยู่ทางทิศใต้ แต่ในระหว่างทางดันโชคร้ายพบเจอมังกรนภาตนเมื่อครู่ ทำให้พวกเราต้องหนีกันอย่างหัวซุกหัวซุนอย่างที่ท่านเห็น" หลงเซียนจีเอ่ยปากตอบกลับอย่างสุภาพและตรงประเด็น

     

    เด็กน้อย 'หยุน' เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของผู้ติดตามสาวอย่างไร้เดียงสา "ที่แท้ก็พวกท่านก็จะไปแดนพฤกษชาติเช่นเดียวกับพวกข้า.............นี่ๆพี่สาว พวกเขาน่าสงสารมาก เราน่าจะพาพวกเขาไปด้วยนะขอรับ ไหนๆก็มีจุดหมายเดียวกัน"

     

    เซี่ยอวี่ซีป้องปากหัวเราะขบขัน "หากเป็นความปรารถนาของนายน้อย แน่นอน! ข้าย่อมไม่มีทางขัด เพียงแต่ต้องถามพวกเขาเสียก่อนว่า ปรารถนาจะร่วมเดินทางไปกับพวกเราหรือเปล่า?"

     

    พูดมาถึงตรงนี้ ดวงเนตรคู่งามของหญิงสาวก็เหลือบไปมองคนของราชวงศ์หลงซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า

     

    "พวกเราน้อบรับความเมตตาเจ้าค่ะ" องค์หญิงหลงเซียนจีเมื่อได้สดับวาจาก็ตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น นี่คือก้าวแรกที่จะนำพาราชวงศ์หลงให้กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง ดังนั้น! นางจะไม่มีทางแบกความอัปยศกลับเมืองมังกรบรรพกาลในตอนนี้โดยเด็ดขาด

     

    "อืมๆ นับเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก" เซี่ยอวี่ซีเอ่ยปากชมเชย ก่อนจะเริ่มสร้างเรือใบไม้ขนาด 12 ที่นั่งขึ้นอีก 1 ลำ

     

    ซึ่งในระหว่างนั้น คุณชายฟางหานผู้แสนรูปงามก็พลันปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายตาของคนราชวงศ์หลงนับ 10 คู่ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร

     

    "ท่านหญิง ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่?" ฟางหานจับจ้องไปยังเซี่ยอวี่ซีด้วยแววตาหลงไหลแล้วเอ่ยถาม

     

    เซี่ยอวี่ซีมองต่ำ "หึ! เสียใจด้วย บนเรือของข้าไม่มีที่ว่างสำหรับคนขี้ขลาดตาขาว"

     

    พูดจบ! โฉมสะคราญสะบัดมือเบาๆ เรือใบไม้สองลำพุ่งทะยานราวกับดาวตกหายวับไปลับตา ส่งผลให้ใบหน้าของฟางหานบิดเบี้ยวจนหน้าเกลียดเพราะความอับอาย

     

    "หื้ย!........คอยดูเถอะ หากบิดาข้าข้าวเข้าสู่ระดับเซียนเบิกฟ้าเมื่อไหร่ ข้าจะทำให้พวกเจ้าศิโรราบแทบเท้าข้า!!" สิ้นสุดวาจา มันก็ต้องกล่ำกลืนความอัปยศแล้วหันหลังเดินทางกลับเมืองมังกรบรรพกาลไปแต่โดยดี

    .

    .

     

    ตัดภาพกลับมาทางเรือใบไม้ของเซี่ยอวี่ซี หลังจากที่เดินทางกันมาได้สักพัก พวกเขาก็เริ่มสนทนากันทุกเรื่องทุกข้อสงสัย

     

    เมื่อเวลา 3 ชั่วยามผ่านไป เย่หยุนซีในคราบเด็กน้อยหยุนก็เข้าใจทุกๆอย่าง

     

    หากจะให้สรุปความสั้นๆ ก็คือ องค์หญิงหลงเซียนจีเป็นองค์หญิงที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของราชวงศ์หลงในตอนนี้ ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะออกมาแสวงหาโชคลาภเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของตน

     

    "พี่สาว ท่านช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก" เขาเอ่ยปากชมเชยจากใจ ในขณะที่กำลังนั่งอยู่บนตักขององค์หญิงคนงาม

     

    "คิกคิก ขอบใจจ๊ะ หนุ่มน้อย เจ้าเองก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน" หลงเซียนจีโอบกอดหยุนจากทางด้านหลัง พร้อมทั้งยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดูอย่างสุดซึ้ง โดยหารู้ไม่ว่านี่คือ ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น

     

    'คิกคิก ที่แท้ร่างเด็กก็มีไว้ใช้การแบบนี้เองสินะเจ้าคะ ท่านจอมมาร' เซี่ยอวี่ซีที่สังเกตุเห็นทุกอย่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขบขันในใจ

     

    ตัวนางไม่เคยเคยคิดเลยว่าผู้เป็นนายของนางจะมีด้านกะล่อนๆเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน นี่ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์หลังจากที่อยู่กับความจริงจังของเขามาเกือบ 6 ปี

     

    ถ้าหากตงฟางเซียนเอ่อร์และซีซวนได้มาเห็นภาพนี้ก็คงมีอาการไม่ต่างจากนางเท่าไรนัก ดี! ไม่ดี! ฮูหยินทั้ง 5 ก็อาจจะยังไม่เคยเห็นด้านนี้ของเขาเหมือนกัน

     

    "คิกคิก ช่างเป็นนายท่านที่รับมือยากเสียจริงๆ"

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน