“ท่านผู้เฒ่าต้องการเตาหลอมจักรวาล?”มันคาดเดาได้ไม่ยาก
“ใช่”ผู้เฒ่าเวนก้าแสดงท่าทางเขินอาย ทั้งที่รับปากว่าจะทำแต่กลับทำไม่ได้
“ถึงจะมีสูตรยาแต่ข้าไม่มีเตาหลอมที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะปรุงมัน และคิดว่าโลกนี้ก็ไม่มีอีกแล้วเช่นกัน”วาสถอนหายใจ ทุกอย่างไม่ได้เป็นตามที่หวังเสมอไป
“แล้วมีเบาะแสของเตาหลอมจักรวาลบ้างไหมครับ?”ผู้เฒ่าเวนก้าทำหน้ายุ่งยากจากนั้นจึงพูดว่า
“ข้าคิดว่ามันยังอยู่ที่อาณาจักรเดิมของพวกข้า”ตอนที่อพยพหลบหนี ชาววีดไม่มีเวลากระทั่งนำมรดกของพวกเขามาด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาครับ ไว้ผมจะหาเวลาไปเอามันกลับมาให้”ผู้เฒ่าเวนก้าขอบคุณยกใหญ่ ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรออก
“แต่ถึงอย่างไร ข้าก็สามารถทำบางอย่างได้...”ผู้เฒ่าเวนก้าทำท่าทีลึกลับ ก่อจะบอกบางอย่างกับวาส
หัวใจของวาสพองโต แล้วกล่าวอย่างเร่งรีบว่า
“ทำตามนั้นได้เลยครับท่านผู้เฒ่า!”
ผู้เฒ่าเวนก้าเพียงยิ้ม เขาดีใจที่ช่วยวาสได้ชดเชยความผิด
“เอาละ ต่อไปเราก็มาพูดถึงเรื่องการกลายพันธุ์ของท่านกันเถอะ”วาสข่มความยินดี จากนั้นทั้งคู่ก็พูดกันถึงรายละเอียดเรื่องการกลายพันธุ์ของวาส
ทั้งคู่สนทนากันเป็นเวลานานที่ริมทะเลสาบ ส่วนใหญ่วาสเป็นคนพูด และผู้เฒ่าเวนก้าแทรกถามขึ้นมาเป็นบางครั้ง
วาสบอกถึงสกิลที่ได้มา รวมถึงปัญหาเรื่องที่วาสควบคุมจิตสังหารไม่ได้ทำให้สกิลไม่ทำงาน
“ดูเหมือนว่าท่านไคเซอร์จะอธิบายเรื่องการกลายพันธุ์ให้ท่านฟังไม่หมด และพลาดรายละเอียดสำคัญไปเรื่องหนึ่ง”ผู้เฒ่าเวนก้ายกแก้วน้ำที่ทำขึ้นจากเปลือกไม้ขึ้นดื่ม
“สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้สามารถมีการวิวัฒนาการได้ 5 ขั้นตอน ทุกครั้งที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงเปรียบเสมือนการวิวัฒนาการไปอีกขั้นหนึ่ง 2 อาชีพ 2 การกลายพันธุ์และ...”ผู้เฒ่าเวนก้าเงียบไป
“ระดับสุดท้ายคือะไร?”
“ไม่มีใครรู้ เพราะ....ไม่เคยมีใครไปถึงระดับสุดท้ายนั่นได้ แต่บรรพบุรุษของข้าบอกว่าถ้าใครไปถึงระดับสุดท้ายจะได้รับพลังที่จะสยบโลกนี้ได้”สรรพสิ่งเงียบเสียงแม้แต่วาสก็ไม่ได้เอ่ยเสียง
พลังที่สยบโลกนี้ได้!
วาสกำหมัดแน่น ถ้าเขาไปถึงระดับสุดท้าย โลกใบนี้จะอยู่ในกำมือของเขา และเขาจะสามารถขยี้ศัตรูล้างแค้นให้ไป๋ฟางได้!
“ช้าก่อน! อย่าเพิ่งฝันหวานไปถึงขั้นนั้น”วาสหลุดออกมาจากภวังค์ จริงอย่างที่ผู้เฒ่าเวนก้าพูด เขาฝันหวานเกินไป
เห็นได้จากการที่ไม่มีใครไปได้ถึงระดับนั้น แสดงว่ามันต้องยากพอๆกับการฆ่านักรบกลายพันธุ์ทั้งที่เลเวล 1
“กลับมาเรื่องเดิมก่อน จากนี้ข้าจะอธิบายถึงรายละเอียดเรื่องหนึ่งของการกลายพันธุ์ให้ท่านรู้”
“ในตอนที่ได้รับอาชีพจะได้รับสกิลเพียงแค่3สกิลไม่มากไม่น้อยกว่านั้น แต่การกลายพันธุ์เหนือกว่านั้น สิ่งมีชีวิตที่ผ่านการกลายพันธุ์จะสามารถปลดล็อคสกิลเฉพาะของรูปแบบการกลายพันธุ์ได้ รูปแบบการกลายพันธุ์ใดที่มีสกิลมาก ก็จะสามารถปลดล็อคสกิลได้มากตามไปด้วย”วาสรับฟังอย่างตั้งใจ การปลดล็อคสกิลเป็นอะไรที่เย้ายวนใจของเขาเป็นอย่างมาก
“โชคดีของท่านที่ข้าบังเอิญได้รู้จักกับอสูรสงครามคนหนึ่ง และเขาเป็นคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์อสูรสงคราม”
“เขาคือใคร?”
“เผ่าพันธุ์อสูรสงครามไม่นิยมบอกชื่อที่แท้จริงของตนเอง แต่อสูรสงครามคนสุดท้ายถูกเรียกขานในนามราชันทหารรับจ้าง”
ทหารรับจ้าง?
โลกนี้มีทหารรับจ้างด้วยหรือ?
แต่นี่ยังไม่ใช่เรื่องที่วาสจะมาสนใจตอนนี้
“แต่ถึงข้าจะรู้จักอสูรสงครามคนสุดท้าย แต่ข้าก็รู้เงื่อนไขการปลดล็อคสกิลของรูปแบบอสูรสงครามแค่สกิลเดียวเท่านั้น แต่มันน่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาของท่านได้”
“เงื่อนไขนั้นคือ..?”วาสเฝ้ารอด้วยใจลุ้นระทึก แต่สิ่งที่ผู้เฒ่าเวนก้าทำคือยื่นมอนเตอร์หนูตัวเล็กๆตัวหนึ่งมาให้วาส
“จงฆ่ามันด้วยเพียงการจ้องมอง นั้นคือเงื่อนไขของการปลดล็อคสกิลหนึ่ง”วาสเอื้อมมือไปรับมอนเตอร์ตัวน้อยนั้นมา มอนเตอร์หนูพยายามกัดและข่วนเล็บดิ้นรนในอุ้มมือของวาส แต่การกระทำของมันไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วน
มอนเตอร์กระจอกๆแบบนี้ วาสใช้แค่2นิ้วก็ฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย
แต่ฆ่ามันด้วยการจ้องมอง?
แค่มองมันสามารถฆ่าใครได้ด้วยหรือ?
แต่วาสไม่คิดสงสัยคำพูดของผู้เฒ่าเวนก้า แต่เขาเพียงกล่าวคำขอบคุณแล้วจากไป
สายลมกรรโชกพัดโบกอย่างรุนแรง ร่างกายสูงใหญ่แกร่งกล้ายืนต้านลมแรงอย่างเดียวดาย สองแขนกอดอก หน้านิ่วคิ้วขมวดถลึงตามองบางสิ่งอย่างดุดัน
ที่ส่วนศีรษะของซากทัพนกยักษ์มีกรงเล็กๆกรงหนึ่งถูกล่ามโซ่ไว้กับตัวซากทัพ
ด้านในกรงมีมอนเตอร์หนูตัวเล็กๆกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ตัวมันไม่ได้หวาดกลัววาส มันแค่กลัวความสูง!
ซากทัพนกยักษ์กำลังกระพือปีกอย่างต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป้าหมายของมันก็คืออดีตเมืองพันธมิตรของเผ่าพันธุ์วีด
วาสจ้องเขม็งไปที่หนูในกรงอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่ละสายตาไปจากมันไปแม้แต่วินาทีเดียว
10นาที 20นาที 30นาที 1ชั่วโมง 2ชั่วโมงผ่านไป...
วาสจ้องหนูตัวนั้นเป็นเวลานาน จนตอนนี้มันได้เลิกกลัวความสูงแล้วและเปลี่ยนมาสบสายตากับวาสแทน
วาสจ้องมองกลับไปอย่างดุเดือด สายลมพัดเข้าตาเขาจนแห้งไปหมดแล้วแต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้า
3ชั่วโมง 4ชั่วโมง 5ชั่วโมงผ่านไป...
ในที่สุดหนูตัวนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง!
มันหลับ!
หลับต่อหน้าต่อตาวาสไม่แยแสเขาสักนิด!
วาสอยากจะฉีกหนูตัวนี้เป็นชิ้นๆด้วยสองมือแต่ต้องห้ามใจไว้เอาไว้ก่อน
วาสไม่ยอมกินไม่ยอมนอนเขาทำเพียงจ้องอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายวัน จนในที่สุดหนูตัวนี้ก็ตาย!
แต่มันตายเพราะอดอาหารไม่ได้ตายจากการจ้องมองของวาส!
สิ่งเดียวที่วาสทำได้ก็คือเปลี่ยนเหยื่อตัวใหม่
วาสมองเหยื่อตัวใหม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง หนูตัวใหม่มีอาการเหมือนเดิมคือหวาดกลัวความสูง
‘หรือว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ในคำพูดของท่านผู้เฒ่า?’จิตใจของวาสฟุ้งซ่าน ความคิดของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
วาสทำเหมือนเดิมทุกอย่างเป็นเวลาหลายวันและมันก็จบลงที่หนูอดอาหารตายเช่นเดิม
วาสตัดสินใจหยุดพัก!
แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น!
เขาต้องการสงบใจที่ฟุ้งซ่านให้กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม ใช้เวลาไปกับการมองดูดวงดาวบนฟากฟ้าและปล่อยอารมณ์ไปกับทะเลเมฆรอบตัว
ระหว่างนั้นวาสหยิบเมล็ดสกิลอสูรที่ได้รับจากอาเธอร์ออกมาและโยนมันเข้าปาก
ห้วงความคิดของวาสจมหายไปในจินตนาการ สิ่งที่เขาเห็นก็คือชนเผ่าเล็กๆชนเผ่าหนึ่ง พวกเขามีเอกลักษณ์เด่นก็คือผิวกายสีเทาเข้ม ผิวกายนั้นมีประโยชน์อย่างหนึ่งก็คือเป็นเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติของพวกเขา
-ท่านได้รับสกิลหนังเกราะ-
สกิลหนังเกราะ[Lv.1]=>สกิลติดตัว ที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้กับผิวหนัง
วาสพ่นลมหายใจออกมา ไม่ค่อยรู้สึกยินดียินร้ายกับสกิลใหม่นี้เท่าไหร่ และโชคดีที่ผิวหนังของเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มเหมือนที่เห็นในจินตนาการ
ผ่านไป 3 วัน วาสก็นำหนูตัวใหม่ออกมา!
วาสนั่งขาไขว้กันรวบรวมสมาธิจ้องมองไปที่หนูในกรงอย่างแน่วแน่ ลมหายใจนิ่งสงบดวงตาจ้องประสานกันทำเหมือนว่าโลกทั้งใบมีแค่วาสกับหนูตัวนี้เท่านั้น
ดวงตาทั้งคู่จมจ่อมอยู่กับหนูตัวนี้ เวลาผ่านไปดวงตะวันลับฟ้าแทนที่ด้วยดวงจันทรา ลมหนาวพัดสะบัดทำให้หนูตัวน้อยขดอยู่ที่มุมหนึ่งของกรง แต่วาสก็ยังไม่ละสายตาไปจากมัน
มีหลายครั้งที่เขาถูกมอนเตอร์บินได้โจมตีแต่วาสก็ทำเพียงปล่อยซากทัพจำนวนมากออกมารับมือกับพวกมัน
จิตวิญญาณของวาสจมดิ่งอยู่ในความเงียบ ทำให้เกิดสภาวะแปลกประหลาดขึ้นรอบตัวเขา ลืมเลือนทุกสิ่งรวมถึงเวลาที่เคลื่อนผ่านไป
ฆ่ามันด้วยการจ้องมอง…
คำพูดของผู้เฒ่าเวนก้าลอยเข้ามาในหัว
ฆ่า?
ฆ่าคืออะไร?
ฆ่าคือการทำให้อีกฝ่ายหมดลมหายใจ
ฉากฆ่าสังหารทุกฉากที่วาสเคยเห็นมากับตาคู่นี้แล่นผ่านห้วงความคิดเหมือนดูวีดีโอเร่งความเร็วสูงสุด
หยดเลือด เสียงกรีดร้อง เสียงอาวุธกระทบกัน เสียงปืนที่ดังสนั่น ซากศพที่ไร้การเคลื่อนไหว
วาสเหมือนเข้าใจและไม่เข้าใจ เหมือนสัมผัสได้ถึงบางอย่างแต่มองไม่เห็น
ฆ่า!
ฆ่าหนูตัวนี้!
การฆ่าคือการทำให้มันหมดลมหายใจ
แล้วทำอย่างไรถึงจะทำให้มันหมดลมหายใจ?
จินตนาการของวาสพุ่งทะลัก เขากำลังจินตนาการถึงวิธีการฆ่าหนูตัวนี้หลายร้อยพันรูปแบบ
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะฆ่าแกไม่ได้!”
บูมมมม!
ดวงตาของวาสแดงฉานเหมือนตอนที่คืนสภาพรูปแบบอสูรสงครามทั้งที่ยังไม่ได้ใช้สกิล จิตสังหารอันเข้มข้นทะลักออกมาจากร่างกายวาส ปกติจิตสังหารเป็นเพียงสภาวะหนึ่งเท่านั้น มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้
แต่จิตสังหารของวาสกลับทำให้เกิดเงาเลือนรางบางอย่างที่ลอยละล่องอยู่รอบตัวของเขา
หนูในกรงตัวสั่นไม่หยุด จิตสังหารของวาสได้เข้าครอบงำมันอย่างสมบูรณ์
เคยมีนักรบผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า
ถ้าคุณเกิดตื่นกลัว ก็เท่ากับคุณตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ในวินาทีนั้นเองหนูตัวนี้ได้เปิดประตูเข้าสู่โลกใหม่ มันเห็นภาพลวงตามากมายที่เกิดขึ้น ฉากสังหารโหดที่มีมันเป็นเหยื่อแล่นผ่านด้วยความเร็วสูง
ต่อให้เป็นมนุษย์ เมื่อตกอยู่ในภาพลวงตาที่ตนกลายเป็นเหยื่อถูกทรมานถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คงไม่มีใครทนได้
นับประสาอะไรกับหนูตัวหนึ่ง!
ร่างกายของมันเกร็งเขม็ง หายใจไม่ออก หัวใจหยุดเต้นจากอาการช็อก ดวงตาเหลือกเบิกกว้าง หมดลมหายใจไปทั้งอย่างนั้น
-ท่านปลดล็อคสกิลของการกลายพันธุ์รูปแบบอสูรสงคราม-
-ท่านได้รับสกิลจิตสังหารบริสุทธิ์-