ตามแผนเดิม
ไม่แปลกที่ซางคุนจะรู้สึกหวาดกลัว ต้องรู้ก่อนนะว่าตัวเขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง
ด้วยการที่เขาไม่สามารถต่อต้านขัดขืนได้เช่นนี้ เป็นที่แน่นอนและชัดเจนแล้วว่า คนตรงหน้าของเขาแข็งแกร่งกว่าเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเป็นแบบนี้ จะไม่ให้เขารู้สึกหวาดกลัวได้ยังไง?
หมับ!
มือของหลินเฉินคว้าจับเข้าที่คอของซางคุน
“ปะ...ปล่อยข้า!” ซางคุนแผดร้องออกมา “ถ้าเจ้าไม่ปล่อยข้า นิกายวายุโลหิตไม่เอาเจ้าไว้แน่!”
อาจจะเป็นเพราะความหวาดกลัวที่มี และกลัวว่าหลินเฉินจะฆ่าเขาในทันที เขาจึงรีบยกอ้างเอาชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของนิกายวายุโลหิตออกมาขู่
หลงถูสิงมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง จากนั้นเขาก็หมุนตัว พุ่งทะยานร่างหนีด้วยความเร็วทั้งหมดในทันที
ตัวเขาไม่ใช่คนโง่ จากคำพูดของหลินเฉิน เขาพอจะรู้แล้วว่าหลินเฉินเป็นใคร ต้องเป็นคนที่ฆ่าหลานชายคนเล็กของเขาหลงเทาอู๋ พร้อมทั้งมอบคำเตือนให้ไม่ผิดแน่
และคาดว่าหลงเจิ้นหลง เซิ้งฝาและเกิ้งเฉียงคงจะถูกฆ่าตายไปแล้ว ไม่แปลกเลยที่จะติดต่อไม่ได้
เมื่อรวมกับภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้ เขาจะอยู่ให้โง่ทำไม ทางเลือกของเขาจึงเป็นการหนีอย่างรวดเร็วอย่างที่เห็นอยู่นี้
ภายในใจของหลงถูสิงพลันเกิดความเสียใจขึ้นมาอย่างลึกล้ำ หากเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาจะไม่มีทางตกลงช่วยนิกายวายุโลหิตตามหามู่อิงเสวี่ยแน่ เพราะทั้งหมดนำพามาซึ่งหายนะ!
“คิดหนี?” หลินเฉินไม่สนใจคำขู่ของซางคุน เขาโบกสะบัดมือไปที่หลงถูสิงที่หนีไปได้ไกลมากแล้ว
“มะ...ไม่!” หลงถูสิงเหมือนจะรู้สึกว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง เขารีบแผดร้องออกมาเสียงสั่น
แต่มันหาได้ช่วยอะไรไม่ ร่างกายของเขาพลันแตกระเบิดออกเป็นหมอกเลือด ตายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ!
หลังจากฆ่าหลงถูสิง หลินเฉินก็มองหน้าซางคุนที่ซีดขาวจนไร้สีเลือดไปแล้ว
“นิกายวายุโลหิต? ข้าไม่เคยกลัว!”
เมื่อพูดจบ เสียง ‘แกร่ก’ ก็ดังขึ้น ดวงตาของซางคุนเบิกกว้าง เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะกล้าฆ่าเขา
ประกายแสงภายในแววตาของเขาหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคอที่พับลงและลมหายใจที่หมดลงไป!
หลินเฉินดูความทรงจำของซางคุน ก่อนที่จะใช้เปลวเพลิงแผดเผาร่างกายของซางคุน จนมันกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
“มีข้อมูลเยอะทีเดียว สมกับเป็นผู้อาวุโสเจ็ดของนิกายวายุโลหิต” หลินเฉินพึมพำ
จากการดูความทรงจำของซางคุน ทำให้เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับนิกายวายุโลหิตมาในเชิงลึก
นิกายวายุโลหิตแข็งแกร่งมากถึงกับมีผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเทวะขั้นปลายเป็นประมุข แต่แน่นอน เขาไม่ได้คิดที่จะทำลายนิกายวายุโลหิต
แต่เป็นเพียงในกรณีที่นิกายวายุโลหิต ไม่มายุ่งกับเขาอีกเท่านั้น หากว่านิกายวายุโลหิตไม่ยอมเลิกรายังคงส่งคนมาเรื่อยๆ อย่างนั้น เขาคงได้ทำลายนิกายวายุโลหิตเป็นแน่!
หลินเฉินส่ายหน้าไปมา เพื่อเลิกคิดเรื่องเหล่านี้ จากนั้นเขาก็ทะยานร่างตรงกลับบ้าน
...................................................
คฤหาสน์ตระกูลโจว หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ภายในห้องรับแขก มีคนนั่งอยู่ด้วยกันหลายคน
ถ้าให้นับอย่างเฉพาะเจาะจง มีคนนั่งอยู่ด้วยกันสี่คน ทั้งสี่คนล้วนอยู่ในช่วงวัยกลางคน นอกจากนี้ พวกเขายังไม่ใช่คนธรรมดา
คนหนึ่งคือผู้นำตระกูลโจวคนปัจจุบันโจวพ่าน อีกคนคือผู้นำตระกูลหยางคนปัจจุบันหยางเกิ้นฉี
ส่วนอีกสองคนที่เหลือเป็นหัวหน้าใหญ่และรองหัวหน้ากรมความมั่นคงแผ่นดินสาขาเซี่ยงไฮ้ โจวพู่กงกับสวินป้า
“พวกตระกูลฉู่มันบัดซบ มันกล้าลงมือกับพั่นเอ๋อร์!” โจวพ่านพูดอย่างเย็นชา
ลูกชายของเขาหายตัวไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ไม่สามารถติดต่อได้ เรื่องนี้มันทำให้เขาคิดไปเองว่าเป็นฝีมือของตระกูลฉู่ เพราะตอนนี้ เขากำลังเป็นศัตรูกับตระกูลฉู่อยู่
“ใช่ มันกล้าลงมือกับเก้อเอ๋อร์ของฉันด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดียังไง!” หยางเกิ้นฉีพูดอย่างเย็นชาเช่นเดียวกัน
ลูกชายของเขาเองก็หายตัวไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ไม่สามารถติดต่อได้ และเขาก็มีความคิดแบบเดียวกันกับโจวพ่าน ว่านี้ต้องเป็นฝีมือของตระกูลฉู่
จากจุดนี้ชัดเจนว่าลูกชายของพวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากโจวพั่นกับหยางเก้อที่ถูกเฟิ่งซูหานฆ่าไปเมื่อวานนี้
“พวกตระกูลฉู่มันเลวจริงๆ ดูท่าพวกเราต้องเร่งมือจัดการพวกมันแล้ว!” โจวพู่กงพูดบ้าง เขาเป็นน้องชายของโจวพ่าน โจวพั่นก็เป็นหลานรักของเขา เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกโกรธ
“หัวหน้าใหญ่พูดถูก พวกเราควรลงมือต่อตระกูลฉู่อย่างจริงๆ จังๆ ได้แล้ว!” สวินป้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เรื่องนี้ เขาได้ผลประโยชน์หนักจากทั้งตระกูลโจวและตระกูลหยาง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่อยากรีบลงมือจัดการกับตระกูลฉู่ เพื่อดึงให้ลงมาจากการเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้
“แล้วพวกเราจะเอายังไง เปลี่ยนแผนหรือว่าเอาตามแผนเดิม?” โจวพ่านพลันถามเสียงเข้ม
โจวพู่กง สวินป้ากับหยางเกิ้นฉีมองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็พยักหน้าให้กัน
“เอาตามแผนเดิม เพียงแต่พวกเราต้องเร่งลงมือ ในเมื่อพวกตระกูลฉู่มันลงมือแล้ว พวกเราก็ไม่อาจชักช้าได้!’ หยางเกิ้นฉีพูด น้ำเสียงเย็นชาอย่างมาก
“ตามแผนเดิมของพวกเราคือเล่นงานคนใกล้ตัวของตระกูลฉู่ เพื่อเป็นการเร่งแผนการ พวกเราต้องฆ่าพวกมันให้หมด!”
ดวงตาของโจวพู่กงสาดประกายแสงเย็นเยียบ ความต้องการฆ่าเหมือนจะไหลออกมาจากร่างกายของเขา
“ผมเห็นด้วยกับหัวหน้าใหญ่ คนที่สนิทกับตระกูลฉู่มากที่สุดคือคนที่ชื่อหลินเฉินกับครอบครัวของมัน!” สวินป้าพูดบ้าง
“อย่างนั้นก็เริ่มจากไอ้หลินเฉินคนนี้และครอบครัวมันก่อน เมื่อจัดการเรื่องนี้ได้ พวกเราค่อยลงมือต่อตระกูลฉู่!” โจวพ่านพยักหน้า พลางพูดเสียงเย็น
“ตกลงเอาตามนี้ ว่าแต่ใครจะเป็นคนไปจัดการ?” หยางเกิ้นฉีถามขึ้นมา
“ให้ฉันกับสวินป้าจัดการเอง การฆ่าคนธรรมดาครอบครัวหนึ่ง มันจะไปยากอะไร ไม่ต่างจากการปอกกล้วยเข้าปากเลยสักนิด!” โจวพู่กงพูดอย่างหยิ่งผยอง เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองมาก
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นปลาย รวมไปถึงเป็นหัวหน้าใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดินเซี่ยงไฮ้ จะไม่ให้เขามีความมั่นใจได้ยังไง?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฆ่าครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งเลย ต่อให้ฆ่าครอบครัวผู้ฝึกตน เขาก็สามารถทำได้และมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่มันก็ในกรณีที่ครอบครัวของผู้ฝึกตนนี้อ่อนแอกว่าเขาเท่านั้น หากว่าแข็งแกร่งกว่าเขา ต่อให้มีร้อยชีวิต โจวพู่กงก็ไม่กล้า
ถ้าจะถามว่าทำไม เขาถึงไม่กล้านั้น คำตอบมีเพียงคำตอบเดียวอยู่แล้ว นั่นก็คือเขากลัวตาย
จากจุดนี้ ไม่ยากเย็นเลยที่จะระบุนิสัยของโจวพู่กงว่าเขาเป็นคนรังแกคนอ่อนแอ หวาดกลัวต่อคนแข็งแกร่ง
จบบทที่ 135