แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงของหอการค้าตระกูลมู่ กระทบลงบนเตียงนอนหรูหราที่ปูด้วยผ้าไหมสวรรค์เนื้อนุ่มดุจปุยเมฆ กลิ่นหอมกำจายของไม้หอมระเหยและสมุนไพรล้ำค่าอบอวลไปทั่วทั้งห้องนอนที่กว้างขวางราวกับตำหนักย่อมๆ
หลีเฮงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างที่หาคำบรรยายไม่ได้ ร่างกายที่เคยปวดเมื่อยจากการใช้พลังงานบัดนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ผลจากการบำเพ็ญคู่ผสานพลังหยินหยางเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพพลังของมู่ชิงหลานให้แกร่งกล้าขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยทะลวงจุดชีพจรของเขาให้เปิดกว้างรับพลังฟ้าดินได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ติ๊ง!
[ระบบเทพแมงดาขออรุณสวัสดิ์โฮสต์ผู้หน้าหนาที่สุดในสามโลก!]
[รายรับประจำวันจากหุ่นเทพจำแลงที่วังเหมันต์: บวก 3,000 แต้ม]
[ข้อความเสริม: หุ่นโคลนของท่านกำลังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งในการนวดบำบัดให้กู่ชิงชิง ขณะที่ตัวจริงกำลังนอนตีพุงเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองของสตรี ช่างเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล(ตัวเอง)ที่น่าหมั่นไส้เสียจริง!]
หลีเฮงยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระต่อคำประชดประชันของระบบ เขาพลิกตัวบนฟูกนอนหนานุ่ม สองแขนกางออกอย่างเกียจคร้าน
"อา... ชีวิตที่รายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของความร่ำรวยนี่มันดีจริงๆ ข้าไม่ต้องดิ้นรนออกไปตากแดดตากลมให้เหนื่อยเปล่า แค่นอนเฉยๆ ก็มีแต้มเข้ากระเป๋า นี่แหละคือวิถีแห่งราชาแมงดาที่แท้จริง!" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างพึงพอใจ
เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล สาวใช้หน้าตาสะสวยในชุดผ้าไหมสีสันสดใสสี่นางเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างนอบน้อม พวกนางถืออ่างทองคำใส่น้ำล้างหน้า ผ้าเช็ดตัวเนื้อนุ่ม และถาดอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยของบำรุงล้ำค่า
"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะคุณชายหลี คุณหนูใหญ่สั่งให้พวกบ่าวมาปรนนิบัติคุณชายเจ้าค่ะ" สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ใบหน้าของพวกนางแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นอกกว้างที่โผล่พ้นสาบเสื้อของหลีเฮง
"โอ้... ชิงหลานช่างรู้ใจข้าเสียจริง" หลีเฮงยิ้มกริ่ม ยืดแขนยืดขาให้สาวใช้เข้ามาปรนนิบัติเช็ดหน้าเช็ดตา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อย่างประณีต
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น หลีเฮงก็เดินอาดๆ ไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้กึ่งนอนบุกำมะหยี่สีแดงสดที่ตั้งอยู่ริมระเบียง สาวใช้สองนางรีบเข้ามาคอยพัดวีให้ความเย็นสบาย ในขณะที่อีกสองนางคอยป้อนอาหารเช้าถึงปาก
"คุณชาย ลองชิมโสมวิเศษหมื่นปีตุ๋นรังนกเกล็ดหิมะนี่ดูสิเจ้าคะ คุณหนูใหญ่สั่งให้เคี่ยวข้ามคืนเพื่อบำรุงร่างกายให้คุณชายโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ" สาวใช้ใช้ช้อนทองคำตักน้ำซุปโสมสีทองอร่ามเป่าให้คลายร้อนก่อนจะป้อนเข้าปากหลีเฮง
"อื้มมม... รสชาติกลมกล่อม หวานชุ่มคอ พลังปราณอุ่นซ่านไปทั่วร่างเลยทีเดียว" หลีเฮงเคี้ยวผลลูกเกดหยกม่วงที่สาวใช้อีกคนป้อนตามเข้าไปอย่างอารมณ์ดี "พวกเจ้านี่ช่างบริการดีเลิศสมกับเป็นคนของหอการค้าตระกูลมู่จริงๆ ไม่เสียแรงที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือคุณหนูของพวกเจ้า"
ระหว่างที่กำลังนอนแผ่หราแทะโสมและจิบชาทิพย์อย่างสบายอารมณ์ หลีเฮงก็เปิดหน้าต่างระบบร้านค้าขึ้นมาดูด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องวางแผนระยะยาวเพื่อเพิ่มพูนผลกำไรจากการลงทุนของเขา
"ระบบ เปิดหมวดหมู่อุปกรณ์เสริมมิติ"
หลีเฮงกวาดสายตามองรายการสิ่งของมากมาย ก่อนจะไปสะดุดตากับไอเทมชิ้นหนึ่งที่มีแสงสีทองเรืองรอง
[กระเป๋ามิติประสานสิทธิ์]
[ราคา: 8,000 แต้ม]
[คุณสมบัติ: ไอเทมมิติระดับสูงที่สามารถเชื่อมต่อช่องเก็บของระหว่างร่างต้นและหุ่นจำลองได้แบบทันทีทันใด ไม่ว่าหุ่นจำลองจะอยู่ห่างไกลออกไปสุดหล้าฟ้าเขียว หรืออยู่ข้ามทวีปข้ามมิติ เพียงแค่หย่อนของลงในกระเป๋าใบนี้ อีกฝั่งก็สามารถหยิบออกมาใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับโฮสต์ที่ต้องการส่งสบู่ ยานวด หรือของวิเศษไปให้หุ่นโคลนใช้ปรนเปรอสาวๆ ทางไกลโดยไม่ต้องเสียค่าขนส่ง!]
"ฮ่า! นี่แหละของดี! แบบนี้ข้าก็สามารถส่งยาบำรุงหรือวัตถุดิบระดับสูงจากหอการค้าตระกูลมู่ไปให้หุ่นจำลองที่วังเหมันต์ใช้ปรุงยาให้กู่ชิงชิงได้สบายๆ แถมยังให้หุ่นโคลนขโมย... เอ้ย! ยืมสมบัติจากวังเหมันต์ส่งกลับมาให้ข้าใช้ได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! ถึงจะแพงไปหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าการลงทุน!"
หลีเฮงไม่ลังเลที่จะกดซื้อทันที
ติ๊ง!
[หักแต้มสะสม: -8,000 แต้ม]
[ท่านได้รับ: กระเป๋ามิติประสานสิทธิ์ 1 ชิ้น (ผูกมัดวิญญาณอัตโนมัติ)]
[ระบบขอชื่นชมในวิสัยทัศน์การทำธุรกิจแบบแมงดาข้ามแดนของท่าน การกระจายความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าคือหัวใจสำคัญของการสูบเลือดสูบเนื้อ... เอ้ย! การบำเพ็ญเพียร!]
ถุงผ้าแพรสีเงินใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้นในมือของหลีเฮง เขาลองหยิบผลลูกเกดหยกม่วงใส่ลงไป แล้วสั่งให้หุ่นจำลองที่วังเหมันต์ลองหยิบออกมาดู ปรากฏว่าลูกเกดผลนั้นไปโผล่ในมือของหุ่นโคลนจริงๆ ทำให้หลีเฮงหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ
ทว่า ความสงบสุขยามเช้าของราชาแมงดาก็อยู่ได้ไม่นาน...
บรึ้มมมม!!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้องมาจากทางหน้าประตูใหญ่ของหอการค้าตระกูลมู่ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายและเสียงการปะทะกันของอาวุธที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ
"เกิดอะไรขึ้น?!" หลีเฮงขมวดคิ้ว แต่ยังคงนอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ไม่คิดจะลุกขึ้นไปดูให้เมื่อยตุ้ม
สาวใช้ทั้งสี่หน้าซีดเผือด รีบวิ่งไปดูที่ระเบียงก่อนจะละล่ำละลักรายงาน "คะ... คุณชายหลี! มีคนบุกเข้ามาเจ้าค่ะ! เป็นยอดฝีมือชุดดำสามคน พวกเขากำลังฝ่าด่านองครักษ์เข้ามาทางตำหนักนี้เจ้าค่ะ!"
"หืม? ยอดฝีมือชุดดำ? สงสัยตระกูลฉู่จะส่งหมาลอบกัดมาทวงแค้นเสียแล้วสิ" หลีเฮงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แต่ท่าทีของเขากลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขากลับหันไปอ้าปากรับผลไม้จากมือสาวใช้ที่กำลังมือสั่นด้วยความกลัว "ไม่ต้องกลัวไปหรอกเด็กๆ ส่งองุ่นมาให้ข้าอีกผลสิ อ้าาา~"
ที่ลานกว้างหน้าตำหนักที่พักของหลีเฮง ยอดฝีมือระดับปราณนักสู้ขั้นสูงสามคนในชุดดำปกปิดใบหน้ากำลังวาดลวดลายเพลงดาบอันเหี้ยมโหด ทะลวงผ่านวงล้อมขององครักษ์หอการค้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปราณดาบอันดุดันฟาดฟันจนรูปปั้นหินและกระถางต้นไม้แตกกระจายเกลื่อนกลาด
"ส่งตัวไอ้สวะหลีเฮงมาเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้นพวกข้าจะถล่มหอการค้านี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!" หนึ่งในมือสังหารตะโกนกร้าว พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาบ่งบอกถึงระดับพลังที่เหนือกว่าองครักษ์ทั่วไปมาก
แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ก้าวเข้ามาใกล้ตำหนักมากกว่านี้...
"บังอาจนัก! กล้ามาก่อความวุ่นวายในเขตหอการค้าตระกูลมู่ของข้า คิดว่าพวกเจ้าเป็นใครกัน!!"
น้ำเสียงทรงอำนาจและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งดังกังวานขึ้น ร่างระหงของมู่ชิงหลานในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวออกมาจากโถงใหญ่ ใบหน้างดงามของนางประดับไปด้วยความเย็นชาและโทสะที่พุ่งทะยาน
บึ้ม!!
คลื่นพลังปราณธาตุทองคำอันมหาศาลระเบิดออกจากร่างของมู่ชิงหลาน ออร่าสีทองสว่างไสวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนบรรยากาศรอบด้านให้กลายเป็นความกดดันที่แหลมคมดุจดาบหมื่นเล่มที่จ่ออยู่ที่คอหอย พลังธาตุทองของนางเต็มไปด้วยความคมกริบและดุดัน เป็นพลังที่ได้รับการชำระล้างและฟื้นฟูจนถึงขีดสุดจากการบำเพ็ญคู่กับหลีเฮงเมื่อคืน
"คุณหนูมู่! พวกเราตระกูลฉู่ไม่มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับหอการค้าตระกูลมู่ พวกเราแค่ต้องการตัวหลีเฮง หากท่านส่งตัวมันมา พวกเราจะถอยไปทันที!" มือสังหารคนเดิมพยายามเจรจา แม้จะแอบหวั่นเกรงในพลังที่ปะทุออกมาของนางก็ตาม
"สวะที่ลอบกัดในที่มืดเช่นพวกเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาสั่งข้า!" มู่ชิงหลานตวาดลั่น ดวงตาหงส์เบิกกว้าง "หลีเฮงคือแขกผู้มีเกียรติสูงสุดของข้า! ใครกล้าแตะต้องเขาสักปลายเส้นผม มันผู้นั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน!"
คำประกาศกร้าวของมู่ชิงหลานดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ทำให้หลีเฮงที่นอนฟังอยู่บนระเบียงถึงกับยิ้มกริ่มจนแก้มปริ
"ว้าววว~ ภรรยาสายเปย์ของข้าช่างเท่บาดใจจริงๆ ดูรัศมีความรวยและความแข็งแกร่งนั่นสิ! ออร่าสีทองกระแทกตาจนตาข้าแทบพร่ามัวแล้ว!" หลีเฮงหัวเราะชอบใจ พลางเอนหลังพิงเบาะนุ่ม "สาวๆ นวดไหล่ให้ข้าหน่อยสิ ดูงิ้วฉากนี้มันต้องมีคนนวดให้ถึงจะเพลิดเพลิน!"
ด้านล่าง มู่ชิงหลานสะบัดมือขวา ปรากฏกระบี่ทองคำยาวเล่มงามที่เปล่งประกายเจิดจ้า "องครักษ์เกราะทองคำ! จัดการพวกมันอย่าให้เหลือซาก!"
"รับบัญชา!!"
องครักษ์เกราะทองคำนับสิบคนที่ซุ่มซ่อนอยู่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ พุ่งทะยานเข้าปะทะกับยอดฝีมือตระกูลฉู่ทั้งสามทันที เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง ประกายไฟแลบแปลบปลาบไปทั่วลานกว้าง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ยอดฝีมือตระกูลฉู่แม้จะมีพลังสูงส่ง แต่เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นพลังธาตุทองคำที่คอยกดดันจากมู่ชิงหลาน และการรุมล้อมขององครักษ์เกราะทองคำที่ประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม พวกมันก็เริ่มเสียเปรียบและมีบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ปราณธาตุทองของมู่ชิงหลานนั้นร้ายกาจนัก เพียงแค่นางตวัดกระบี่เบาๆ คลื่นพลังคมกริบก็พุ่งแหวกอากาศ ตัดเฉือนชุดดำและผิวหนังของศัตรูจนเลือดสาดกระเซ็น ความคมกระบี่ของนางไม่เพียงแต่บาดลึกถึงกระดูก แต่ยังแฝงไอพลังที่ทำลายเส้นชีพจรของเป้าหมายอีกด้วย
ในขณะที่การต่อสู้เบื้องล่างกำลังตึงเครียดและอาบชโลมไปด้วยเลือด...
"เฮ้!! ไอ้พวกหมาลอบกัดตระกูลฉู่!! เป็นไงล่ะ! เจอพลังออร่าเมีย... เอ้ย! ออร่าคุณหนูมู่เข้าไปถึงกับร้องเอ๋งเลยล่ะสิ!"
เสียงตะโกนยียวนกวนประสาทดังลงมาจากระเบียงชั้นสอง ยอดฝีมือชุดดำทั้งสามเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความเคียดแค้น ก็พบกับภาพที่ทำให้พวกมันแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความแค้นใจ
ภาพของชายหนุ่มเป้าหมายสังหารของพวกมัน กำลังนอนเอนกายอย่างสบายใจเฉิบอยู่บนเก้าอี้บุกำมะหยี่ มือข้างหนึ่งจับจอกชาหยกที่มีสาวใช้คอยประคองให้ดื่ม มืออีกข้างชี้หน้าด่าพวกมันอย่างเมามันส์ แถมยังมีสาวใช้หน้าตาสะสวยคอยพัดวีและบีบนวดให้อย่างเอาอกเอาใจ
"ไอ้สวะหลีเฮง! แน่จริงก็ลงมาสู้กันสิวะ! หลบอยู่หลังอิสตรีไม่อายบ้างหรือไง!" มือสังหารคนหนึ่งตะโกนด่าด้วยความเดือดดาลจนแทบเสียสมาธิรับดาบขององครักษ์
"ฮ่าๆๆๆๆ!" หลีเฮงหัวเราะลั่นอย่างไม่อายฟ้าดิน "อายทำไมวะ! การเกาะผู้หญิงกินมันคือศิลปะขั้นสูงโว้ย! พวกแกมันพวกไม่มีปัญญาหาภรรยาสวย รวย เก่ง แถมยังปกป้องสามี... แค่กๆ ปกป้องแขกคนสำคัญได้แบบข้าล่ะสิ ถึงได้อิจฉาตาร้อนกันขนาดนี้! เข้ามาสิ! เข้ามาเลย! ถ้าพวกแกผ่านองครักษ์ทองคำกับคมกระบี่ของคุณหนูมู่มาได้ ข้าจะยอมให้พวกแกด่าฟรีๆ เลยประโยคหนึ่ง!"
ความหน้าด้านระดับกำแพงเมืองที่หลีเฮงแสดงออกมา ทำเอายอดฝีมือตระกูลฉู่ถึงกับเลือดลมตีกลับ การเคลื่อนไหวของพวกมันสะดุดไปชั่วจังหวะ
"หึ! มัวแต่มองไปที่ใดกัน!"
ชิ้งงง!!
มู่ชิงหลานฉวยโอกาสที่ศัตรูเสียสมาธิ ทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ กระบี่ในมือตวัดวาดเป็นรูปครึ่งวงกลม ปลดปล่อยคลื่นปราณกระบี่ธาตุทองคำขนาดยักษ์ที่คมกริบดุจสายฟ้าฟาด พุ่งเข้าใส่ยอดฝีมือชุดดำทั้งสามอย่างจัง
"อ๊ากกกก!!"
ร่างของมือสังหารทั้งสามถูกกระแทกจนลอยกระเด็นไปกระแทกกำแพงหินจนแตกละเอียด กระอักเลือดคำโตออกมา บาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกระดูกปรากฏขึ้นกลางหน้าอก พวกมันรู้ตัวแล้วว่าหากขืนอยู่ต่อต้องตายสถานเดียวแน่ จึงรีบฝืนสังขารปาระเบิดควันอำพรางตัวและพากันหลบหนีไปอย่างทุลักทุเล
เมื่อศัตรูหนีไปหมดแล้ว ลานกว้างก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มู่ชิงหลานค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก ไอพลังสีทองรอบกายค่อยๆ จางหายไป นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงชั้นสองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
หลีเฮงยังคงนั่งยิ้มแฉ่ง โบกไม้โบกมือให้นางอย่างร่าเริง "สุดยอดไปเลยชิงหลาน! เพลงกระบี่เมื่อกี้ของเจ้างดงามและทรงพลังมาก! ข้านี่นั่งเชียร์จนเจ็บคอไปหมดแล้ว สาวใช้ขอน้ำผึ้งมะนาวแก้วสิ!"
เหล่าองครักษ์และบ่าวไพร่ในหอการค้าต่างพากันมองหลีเฮงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอึ้ง ทึ่ง และเวทนา... พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นบุรุษใดที่หน้าหนา ไร้ยางอาย และภาคภูมิใจในการเป็นภาระของสตรีได้ถึงเพียงนี้มาก่อน
แต่มู่ชิงหลานกลับไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือโกรธเคือง ริมฝีปากบางของนางกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง แววตาที่เคยมองเขาด้วยความสงสัยบัดนี้กลับแฝงไปด้วยความขบขันและประทับใจในความหน้าด้านหน้าทนที่ไม่มีใครเทียบได้
"เจ้านี่มัน... หาตัวจับยากจริงๆ หลีเฮง" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาแต่ก็แฝงไปด้วยความเอ็นดู
ติ๊ง!
ติ๊ง!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวๆ ขึ้นในหัวของหลีเฮง
[สรุปการประเมินสถานการณ์จากระบบเทพแมงดา:]
[หักแต้มสะสมซื้อ 'กระเป๋ามิติประสานสิทธิ์': -8,000 แต้ม]
[ความคืบหน้าความสัมพันธ์: ค่าความเสน่หาของมู่ชิงหลาน +10 แต้ม (เหตุผล: ประทับใจในความหน้าด้านกวนประสาทที่ทะลุขีดจำกัดมนุษย์มนา นางรู้สึกว่าการมีท่านอยู่ด้วยทำให้ชีวิตที่เคร่งเครียดของนางมีสีสันบันเทิงใจอย่างประหลาด)]
[รางวัลพิเศษ: ได้รับแต้มแมงดาจากการนั่งกินผลไม้ให้สตรีระดับสูงออกโรงต่อสู้แทน +2,000 แต้ม]
[สถานะตัวตน: ค่าศักดิ์ศรีลดลง -40 แต้ม (ระดับศักดิ์ศรีของท่านติดลบสะสมจนสะท้านประวัติศาสตร์ระบบ เนื่องจากท่านแสดงพฤติกรรมทำตัวเป็นภาระได้อย่างน่าภาคภูมิใจสูงสุดอย่างไร้ยางอาย)]
[คำเตือนความเสี่ยง: แต้มวิบัติสะสม +1 แต้ม (สะสมรวม 10 แต้ม - โปรดระวัง! การกวนประสาทศัตรูจากที่สูงอาจทำให้ท่านถูกสอยร่วงได้ในอนาคต)]
[แต้มสะสมแมงดาคงเหลือหลังจบบท: 37,030 แต้ม]
[คำประเมินระบบปิดท้าย: ระบบขอคารวะในความหนาของผิวหน้าโฮสต์ จากการคำนวณโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ผิวหน้าของท่านในขณะนี้มีความหนาและทนทานกว่ากำแพงเมืองหลวงหลงเหมินถึงสามเท่า! ต่อให้เอารถม้ามาวิ่งชน หน้าท่านก็คงไม่สะเทือนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! ขอให้รักษามาตรฐานความหน้าด้านนี้ไว้เพื่อความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพแมงดาต่อไป!]
หลีเฮงหัวเราะร่าในใจอย่างภาคภูมิใจ เขายกจอกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะทอดสายตามองทิวทัศน์ยามเช้าของเมืองหลวงหลงเหมินที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
"ชีวิตที่มีตั๋วอาหารฟรีตลอดชีพใบใหญ่แถมยังสวยดุแบบนี้... มันช่างหอมหวานเสียจริงๆ ฮ่าๆๆๆ!"