เรื่องเล่าการแสวงหาแห่งพายุเพลิง บทที่ 1 : รากเหง้าแห่งแดนตะ

    ตอนที่ 4 : เจ้าชายนักผจญภัยและการปรากฎตัวของผู้พิทักษ์ป่า


    error loadedเดมัส วิลเดอร์เมียร์ เมื่อครั้นยังเยาว์
    ณ อีกฝากฝั่งของดินแดนแมร์โรเอ็นตะวันตก สู่เขตป่าเกรย์น๊อต ใกล้พรมแดนลิเดียและป่าโอลไทม์
    “กรุบ...กรับ...กรุบ...กรับ….ฟืดฟาด กรุบ...กรับ...กรุบ...กรับ….ฟืดฟาด”เสียงฝีเท้าสลับกับเสียงหายใจที่โกรธเกรี้ยว ที่พยายามจะหนีสุดชีวิต ที่จะออกจากบ่าวพันธนาการที่มัดอยากแน่นหน้าที่ขาข้างหนึ่งไว้“จับมันให้ได้...เจ้าไปดักทางนั้น อย่าให้มันหนีออกไปได้”เสียงชายหนุ่มตะโกนสั่งทหารให้ไปดักทางหนี“หุๆๆ..รับทราบขอรับ...เจ้าชาย”ทหารคนนั้นปฏิบัติตามคำสั่ง ในขณะที่วิ่งไล่อย่างเหน็ดเหนื่อย“ แรงมันเยอะจริงๆ...เจ้านี้ ต้อนมันให้เข้ามาที่กับดัก”“เร็วเข้า...ทหาร”เสียงสั่งของชายผู้รูปร่างใหญ่และกำยำ ตะโกนออกไปสั่งทหาร
    ในที่สุดเจ้าสัตว์ตัวนั้นก็ติดกับ บ่าวรัดพันแน่นที่ข้าทั้งสี่ข้าง หลังจากที่พยายามหนีจากพวกมนุษย์ที่ตามล่าสุดท้ายก็เริ่มสงบลง เพราะอาการที่เหนื่อยล้าคิวเทอร์ สัตว์มีเขาที่สวยงาม รูปร่างใหญ่โต ตามอารยธรรมโบราณของชาวเออร์ใช้เจ้าสัตว์ตัวนี้เป็นพาหนะในสงคราม แต่ทว่าในปัจจุบันนั้นเหล่าคิวเทอร์นั้น ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที จากการล่าและการกีฬา
    “นี่แหละทุกท่าน...ขอกำนัลแก่งานพิธีเฉลิมฉลองของพี่ข้า”เจ้าชายพูดขึ้นมา ขณะที่เหน็ดเหนื่อยจากการไล่ล่าคิวเทอร์“เอาไงต่อ...เจ้าชายเดมัส”ชายรูปร่างกำยำนั้นถาม
    เขาคือ โบร์ม ชายร่างใหญ่เป็นทหารรับจ้างและเป็นคนสนิทของเจ้าชายเดมัส ที่ได้ร่วมเดินทางมาพร้อมกับกองกำลังนักล่าแห่งวาลเลออน ที่มีชื่อว่า “เควสเทียร์” ซึ่งขึ้นตรงต่อราชวงค์เป็นหลัก มีหน้าที่แสวงหา และแจ้งข่าวสารเพื่อรายงานแก่องค์กษัตริย์ ที่ปัจจุบันเจ้าชายเดมัส รับหน้าที่เป็นหัวหน้ากองนี้
    “เราจะพักกันที่นี้ก่อน 1 วัน…แล้วพรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับไปที่วาลเลออนกัน”เจ้าชายพูดขึ้นเพื่อสั่งกองทหารให้หยุดพัก หลังจากไล่ตามสัตว์อหังการตัวนี้มาหลายวันติดกัน จนเหล่าทหารต่างเหน็ดเหนื่อย“เพื่อเลออน...” เดมัสร้องปลุกใจเหล่าทหาร“ฮู้.... ฮู้....” กองทหารเควสเทียร์ ตอบรับ
    ป่าเกรย์น๊อต ป่าที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและเสียงของเหล่าสรรพสัตว์ แสงแดดที่ส่องผ่านยามเวลาสายๆ รู้สึกอบอุ่นใจ สอดประสานกันเหมือนกับเสียงขับกล่อมจากเบื่องบน ทำให้เหล่าทหารและเจ้าชายเผลอเคลิ้มหลับไปแต่ทว่าไปนานนักหลังจากนั้น เสียงที่อบอุ่นที่ทำให้ผลอยหลับกลับเปลี่ยนเป็นเสียงแตกตื่น เสียงพุ่มไม้แตกหักจากที่ไกลๆคล้ายจะมีสิ่งๆหนึ่งแหวกพงไพรออกมาด้วยความรวดเร็ว พุ่งเข้ามาที่กองทหารนั้นทันใดนั้นปรากฎเป็นสัตว์ขนาดใหญ่โตตามตัวเต็มไปด้วยขนห่อหุ้มฟูสีเทาเงิน ดวงตาเบิกโพร่งสีเหลืองใหญ่ กระโจนเข้ามาทำร้ายเหล่าทหารที่กำลังเคลิบเคลิ้ม จนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ
    “นั้น….หมาป่าฮาติ”เสียงทหารคนหนึ่งตะโกนดังออกมา ก่อนจะโดนกระโจนใส่“ทุกคนลุก...เตรียมตั้งแนว”เดมัสตะโกนสั่งทหารทั้งหมด ให้ตั้งแนวรบ
    หมาป่ายักษ์ยังไม่หยุดทำร้ายใส่เหล่าทหารมนุษย์ แต่ยิ่งกลับดุร้ายขึ้นกว่าเดิม และสถานการณ์ยิ่งวุ่นวายขึ้นกว่าเดิมทันใดนั้นด้านหลังของเหล่าทหารมนุษย์ที่ตั้งแนวอยู่นั้นเอง มีเสียงตะโกนดังออกมาว่า
    “อริซา...มาซเอ”เสียงๆหนึ่งสั่งมา เป็นภาษาเออร์แดร์ แปลว่า เข้าตี...บุกได้
    จากกองกำลังหนึ่งปรากฎตัวขึ้นทางด้านหลัง สวมชุดคลุมยาวเต็มตัว บางคนในมือถือธนู และบางคนในมือถือหอก รวมทั้งมีฝูงสัตว์ที่สวมอุปกรณ์แปลกๆ เข้ามาล้อมกองทหารของเจ้าชายเดมัส ทำให้เจ้าชายเดมัสเข้าใจได้ว่า โดนเบนความสนใจจากกองกำลังลึกลับนี้แต่ด้วยความหยิ่งทะนง เจ้าชายหาได้กลัวไม่ หยิบหอกซัดขึ้นมา แล้วเข้าจู่โจมใส่ผู้ที่ออกคำสั่งนั้น ที่กำลังถือหน้าไม้เล็งไปที่เดมัส ทั้งสองต่อสู้กันท่ามกลางสายตาของเหล่ากองทหารทั้งมนุษย์และเออร์แดร์ ที่เอาแต่หันไปดูการต่อสู้ของทั้งสองดุเดือดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยพละกำลังที่เหน็ดเหนื่อยของเดมัสทำให้ไม่สามารถสู้ต่อไหว จนสุดท้ายถูกเอาหน้าไม้จี้ที่คอขอเดมัสซ้ำอีกครั้ง ก่อนพูดว่า
    “ฮาติ…ยาดู” เธอคนนั้นสั่งเจ้าหมาป่ายักษ์หยุดโจมตี“คิวเทอร์...ลาพาน” หลังจากนั้น เธอคนนั้นสั่งให้ทหารปล่อยคิวเทอร์ที่ถูกมัดขาและคลุมตาข่ายไว้ ก่อนที่คิวเทอร์ได้วิ่งหนีหายเข้าป่าไป
    หลังจากนั้นเหล่าทหารมนุษย์ถูกคุมตัวจับมัดไว้ด้วยเถาวัลย์ที่เหนียวและยากที่จะปลดได้ง่ายๆ และถูกกดตัวลงให้คุกเข่า ทำให้เดมัสรู้สึกโกรธอย่างมาก ที่ถูกลูบคมและปลดปล่อยสัตว์อหังกาตัวนั้นไป ก่อนจะพูดว่า
    “เจ้าทำอะไร...เป็นใครกัน”“อ๊าก..” เดมัสร้องขึ้นเพราะความเจ็บจากการถูกมัด พร้อมถามกลับ“มนุษย์เผ่าพันธุ์ที่ช่างโง่เขลา...สิ่งมีชีวิตที่ชอบกดขี่สิ่งมีชีวิตอื่นที่ต่อยต่ำกว่า”“ความหยิ่งยโส...ของเจ้าทำให้ผืนป่าพิโรธ...ทำลายกฎของผืนป่าแห่งนี้”“ทำร้ายสิ่งชีวิตที่ไม่มีทางสู้เพื่อความสนุกของตนเอง...แล้วยังมีหน้ามาต่อว่าคนอื่นอีก” เธอคนนั้นพูดต่อว่าเดมัส“เจ้าคือใคร”เดมัสตะโกนถาม“ข้าคือ ฟอฟาน่า...หัวหน้ากองพิวเวเนียแห่งป่าลิเดีย”“พวกเราติดตามพวกเจ้ามา 5 วันแล้ว” ฟอฟาน่าพูดขึ้นแนะนำตัว“พวกลาดตระเวน...” เดมัสพูดประชด
    กองกำลังของชาวเออร์ ที่มีนามว่า พิวเวเนียร์เป็นกองกำลังลาดตระเวน และตรวจตราในป่าลึกแห่งอาณาจักรลิเดีย ที่แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวสูง มีอาวุธหลักคือธนูและหลาว เป็นต้นอีกทั้งยังมี ฟิวเรียส เหล่าสัตว์อหังกาและโกรธเกรี้ยวจากในป่าทั่วอาณาจักร ที่ถูกฝึกให้ต่อสู้และใช้งานด้วยกลยุทธประเภทต่างๆ ตามความสามารถและสัญชาตญาณของสัตว์ตนนั้น ซึ่งในการฝึกแต่ละครั้งนั้นจะทำร่วมกับผู้ฝึก เพื่อให้สามารถประสานการต่อสู้ร่วมกันได้ผ่านจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นทักษะตั้งแต่กำเนิดเฉพาะเผ่าพันธุ์เออร์แดร์เท่านั้น
    “พวกเจ้าเป็นใคร...ทำไมถึงเข้ามาในป่าแห่งนี้...แล้วจะมาจับคิวเทอร์ไปทำไม”ฟอฟาน่าถาม“เราคือกองทหารแห่งอาณาจักรคาลิมอร์ นามว่า เควสเทียร์”ทหารนายหนึ่งพูดขึ้น“แสดงว่านี่คงเป็น...เดมัส เจ้าชายแห่งวาลเลออน...หัวหน้ากองแห่งเควสเทียร์ซิน่ะ”“สายเลือดวิล’เดอเมียร์...ชิ”“พ่อของเจ้าพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องบุกรุกเข้าดินแดนป่าของเรามานาน”“แต่ลูกชายของเขาดัน...ไม่เชื่อฟังซะได้...น่าละอาย”ฟอฟาน่าเยาะเย้ยเดมัส“อ๊าก..” เดมัสพยายามสบัดให้หลุดจากเงื่อนที่มัดข้อมือไว้เพื่อที่จะเข้าไปเอาเรื่อง“ข้าแค่มานำคิวเทอร์ไป...ไปเป็นของกำนัลให้พี่ชายข้าที่เข้ารับตำแหน่งรัชทายาท”เดมัสตอบด้วยความหงุดหงิด“สิ่งมีชีวิตในป่าแห่งนี้...ไม่ได้เป็นของผู้ใดคนใดคนหนึ่ง...สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีโอกาสจะใช้ชีวิตอยู่ตามวิถีแห่งป่า”“ไม่มีใครมีสิทธิ์ในชีวิตตนอื่น”ฟอฟาน่าพูดต่อว่าเดมัสอีกครั้ง“งั้น...การที่พวกเจ้าเอาสัตว์พวกนี้มาเลี้ยง...แล้วฝึกให้สู้และทำร้ายผู้อื่น...มันก็ไม่ต่างกันหรอก”เดมัสพูดยั่วยุ“ไม่ๆ...เราเชื่อมถึงกัน...”“เราพูดคุยกันในจิตวิญญาณ...เราเชื่อมต่อด้วยความผูกพันทางจิต...พวกโง่เง่าเช่นเจ้าจะไปรู้ได้ยังไง”ฟอฟาน่าพูดขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ และถูกเถียง“พอกันที...เมอา โกออ ลิเดีย”ฟอฟาน่าสั่งให้กองกำลังพิวเวเนียร์จับกุมตัวกองทหารมนุษย์ กลับไปที่ลิเดีย เพื่อรับโทษทัณฑ์
    ชาวเออร์มีความสามารถพิเศษทางด้านพลังจิต จิตที่สามารถเชื่อมต่อกับสรรพชีวิตได้ สรรพชีวิตเหล่านั้นชาวเออร์ เรียกว่า คลีเจอร์ สิ่งมีชีวิตที่บางตนดูช่างงดงามแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่เย้ายวนใจ และบางตนสุดอหังกาโกรธเกรี้ยวและใหญ่โต ที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งอูเทอร์ร่าทั้งหมด รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอย่างมนุษย์และเออร์แดร์ด้วย เป็นต้น แต่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิส่วนใหญ่ จะเรียกตนเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่ตนเองกำเนิดขึ้นเป็นอีกทั้งเหล่าชาวเออร์เชื่อว่าตนเองได้รับพรจากเบื้องบนและมีหน้าที่ในการปกปักษ์รักษาป่าและเหล่าคลีเจอร์ มีปัญญาขั้นสูง จึงทำให้พวกเออร์แดร์มีความสามารถรอบด้าน และยังอายุยืนอีกด้วยณ กลางป่าเกรย์น๊อตระหว่างทางกลับไปตัดสินโทษที่ลิเดีย หลังจากที่เดินทางมาไกล โดยที่ไม่มีท่าทีจะพูดคุยของทั้งสองฝ่าย หรือแม้แต่ฝ่ายเดียวกัน ขณะที่เดมัสและกองทหาร ถูกจับกุมตัวไว้บนหลังม้าที่ถูกเชือกเถาวัลย์มัดจูงต่อกันเป็นแถวยาวเดมัสที่ช่างสงสัยในตัวหัวหน้ากองชาวเออร์ หลังจากไคร่ควรญคำถามก่อนจะพูดขึ้นว่า
    “เจ้าหน่ะ...ชื่ออะไรน่ะ”เดมัสถามหัวหน้ากองชาวเออร์ที่นำขบวนอยู่ข้างหน้า“ฟอฟาน่า...” ฟอฟาน่าตอบแบบส่งๆ“ผิวพรรณเจ้าก็ดีนะ...ทำไมถึงมาอยู่ในป่าดง มาจับอาวุธ...จนมือด้านหมด”เดมัสพูดขึ้น กึ่งถามกึ่งกวน“มันเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ….ที่ได้รับมอบหมาย”“ข้าภูมิใจและตั้งใจ...นี้คือวิถีของเรา”ฟอฟาน่าตอบ“อ้อ!!!...” เดมัสพูดขึ้นมา“ชาวเออร์อย่างพวกเจ้า...เลยหวงแหนป่ามากเลยซิ”เดมัสถาม“ใช่...เหล่าผู้ทรงภูมิอาวุโสของเรา..เชื่อมาช้านาน ป่าคือชีวิตของเรา...ถ้าขาดป่าเราจะอยู่ไม่ได้ ในป่ามีสรรพสิ่งทรงพลังต่างๆ คอยปกป้อง และเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน เราเรียกมันว่า สมดุล”“พลังงานหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้นจากในป่า…เช่น…พลังงานของน้ำ พลังงานของหินผา และอีกมากมาย”“อยู่ที่นี้...เมื่อบางสิ่งมีมากเกินไป จะมีบางสิ่งถูกสร้างมา...ทำให้มันลดน้อยลง เพื่อรักษาสมดุล” ฟอฟาน่าอธิบาย
    เสียงซุบซิบมาจากทางขบวนอยู่ทางด้านหลังของทั้งสอง
    “ท่านดูซิ...เจ้าชาย…กำลังทำอะไร”ทหารมนุษย์คนนึงหันถามโบร์ม“ก็กำลัง...เกลี้ยวสาวเออร์อยู่ซิ” โบร์มตอบกลับ“เจ้าชายนี้...ไม่ธรรมดา...คุคิ...คุคิ”ทหารตอบและขำเบาๆ“พวกเจ้านินทา...อะไรกัน”กองทหารชาวเออร์คนนั้นดุขึ้น
    หลังจากเดินทางมาไกลมากและเวลากำลังใกล้จะค่ำ แสงที่สาดสอดและอบอุ่นมาในป่าก็เริ่มจางหาย เปลี่ยนเป็นอาการที่มืดครึ้มและเย็นลง ทำให้จำเป็นต้องหยุดพักตั้งแคมป์ก่อนจะเดินทางต่อในวันพรุ่ง
    “เราจะพักกันที่นี้ก่อน...เตรียมก่อไฟ”“คุมตัวนักโทษ…และตั้งเวรยามไว้”ฟอฟาน่าสั่งกองทหาร
    หลังจากสั่งกองทหาร พวกกองทหารชาวเออร์ ก็ได้เวลาเรียกพวกสัตว์เลี้ยงของตนมากินอาหารเพื่อเติมพลัง ส่วนฟอฟาน่าก็เช่นกัน นางเรียกเจ้าหมาป่ายักษ์มากินเนื้อที่ได้เก็บเอาไว้ในกระเป๋าหลังจากนั้นไม่นานกองทหารมนุษย์ตกใจโดยพร้อมเพียงกัน เมื่อมีหมูป่าฮอกการ์ดออกมาอีกตัวเดินตัวนึง วิ่งตัดหน้ากองทหารของเดมัสที่ถูกมนัดไว้นั่งรวมกันใกล้กองไฟที่ถูกจุด เจ้าหมูป่าวิ่งควบไปหาฟอฟาน่าที่กำลังจัดเตรียมอาหารให้ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าหมูป่าตัวนี้ ฟอฟาน่าให้ไปเฝ้าเดินขนาบข้างขบวนอยู่ไกลๆ ในกรณีที่หากว่ามีผู้หลุดการจับกุมไปได้
    “นี้แหละ...ที่ข้าไม่มีท่าทีจะสั่งให้พวกเจ้าหนีกัน”“ข้าเห็นเจ้านี้เดินตามกองเราอยู่ไกลๆ...” เดมัสพูดกับโบล์ม“หมูป่าฮอกการ์ด...พวกนี้มันอึด มันจะซัดพวกเจ้าจนล้ม...และจะไล่เอาเขี้ยวแทงเจ้าจนกว่าจะสิ้นลม”นายทหารมนุษย์พูดขึ้น“ถูกแล้วล่ะเจ้ามนุษย์...จริงๆข้าอยากเห็นอย่างนั้นซะจริง หิหิหิ”ทหารคุมชาวเออร์พูดขึ้น“นางบ้า...อำมหิต”นายทหารมนุษย์คนนั้นพูดต่อว่ากลับ
    เดมัสนั่งมองฟอฟาน่ากำลังให้อาหารพวกสัตว์เลี้ยง แล้วยิ้มอ่อน เพราะเริ่มจะเชื่อคำขอฟอฟาน่าที่ได้พูดคุยกันระหว่าง แล้วคิดในใจต่ออีกว่า
    “คนพวกนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำ อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อสิ่งมีชีวิตอื่นอีกด้วย ต่างจากมนุษย์ที่อ้างว่าเลี้ยงและดูแลสัตว์ แต่กลับใช้งานและทำร้ายอย่างทารุณ” เดมัสคิด“ท่านๆ...ดูเจ้าชายซิ”ทหารนายนึง สะกิตโบล์มให้ดูเจ้าชาย“สงสัยจะตกหลุมเสน่ห์..นางเออร์ซะแล้ว...ฮาๆๆ” โบล์มพูดเสียงดังให้เจ้าชายได้ยินทำให้ฟอฟาน่าหันมาตามเสียงของโบร์ม แล้วทำหน้าไม่พอใจ ก่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปที่พูดคุยกับกองทหารของตน“พวกเจ้า...หยุดพูดเสียงดัง” เดมัสสั่งให้หยุดแซว“อันแน่...เจ้าชายท่านมีรสนิยมที่แปลกน่ะ ฮาๆๆ” โบร์มพูดและหัวเราะพร้อมทหารที่เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น“เอาน่ะๆๆ….ข้าเป็นกำลังใจให้ท่านนะ...ถึงจะแปลก แต่ข้าก็รับได้ๆ”โบร์มแซวอีกครั้ง“พวกเจ้านี่มัน….” เดมัสทำสีหน้าไม่พอใจต่อโบล์มและกองหทารมนุษย์
    ทันใดนั้น มีเสียงบางอย่างแหวกอากาศมีปักที่ทหารผู้คุมพิวเวเนียร์ที่กำลังเฝ้า กองทหารมนุษย์นั้น ร่างล้มลง
    “ฟิ้ววว….” เสียงบางสิ่ง ทะลุแหวกอากาศมา
    โบร์มที่ถูกมัดอยู่ เพ่งสายตามองดูไปที่ฉมวกอันนั้น ก่อนตะโกนดังขึ้นว่า
    “มันคือฉมวกของพวกโกลิธ...” โบล์มพูดตะโกนเสียงดัง
    พวกฝูงโกลิธบุกเข้ามาตอนกลางคืน ประมาณ 20-30 ตัว เข้าล้อมกองทหารทั้งสองไว้ ด้วยความหิวกระหาย
    “อะไรอีกเนี่ย...ท่านแม่ท่านพ่อ...ถ้าข้าออกจากป่านี้ไปได้ข้าจะไม่เข้าป่ามาอีกแล้ว...ข้าสัญญา” ทหารหนุ่มนายหนึ่งพูดขึ้นและเสียขวัญ
    “พาธี...มาซเอ”ฟอฟาน่าสั่งกองทหารพิวเวเนียร์ตั้งแนวรับการโจมตี“พวกโกลิธ...มาไกลถึงนี้เลยหรอเนี่ย...เป็นไปได้ไง” เดมัสคิดในใจ
    ก่อนที่พวกฝูงโกลิธจะเข้าโจมตี กองกำลังของฟอฟาน่าที่ตัวแนวรับการโจมตีอยู่ และกองกำลังของมนุษย์ที่ถูกมัดและตื่นตกใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ รวมทั้งเดมัสที่กำลังสงสัยถึงการโจมตีในครั้งนี้


    ………….ตอนต่อไป...การร่วมมือกันของสองอริ………….