“ ชวีหมิง ชนะ มือวางอันดับ 1 ถังซิ่ว ได้ป้ายผ่านเข้าไปในป่าวายุอัสนี”
นักพรตหลู่ ประกาศชัยชนะออกมา ราเชนนำผ้ามาคลุมให้กับ ชวีหมิงเพื่อไม่ให้อุดจาดตาไปมากกว่านี้
“ ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ข้าเอาชนะถังซิ่วได้”
ราเชนดีดหูใส่ชวีหมิง หนึ่งที ทำเอาชวีหมิงสะดุ้งโหยง
“ เจ้าร้องเจ็บ แสดงว่าไม่ได้ฝันไป” ราเชนเอ่ยออกไปพร้อมกับมองหน้า ชวีเหมากับพวกที่ตอนนี้ทำหน้าสลด ทำถ้าจะเดินหนีแต่ช้าไปแล้ว ราเชนมายืนขวางหน้าเอาไว้ พร้อมกับหนังสือสัญญาเดิมพัน
“ สัญญาเขียนชัดว่า เจ้าต้องนำทองคำ 40 ล้านเหรียญทองมาให้ข้าภายในสามวัน
อย่าให้ข้าต้องไปทวงถามเจ้าถึงบ้านนะ”
“ ข้ารู้ คนอย่างข้าไม่คิดเบี้ยวใครอยู่แล้ว”
“ ก็ดี”
ราเชนเอ่ยจบ ก็พาชวีหมิงเดินออกมา
“ บัดซบเอ้ย เงินตั้ง 40 ล้านเหรียญข้าจะไปเอาที่ไหนมาให้มัน หากท่านพ่อรู้เอาข้าตายแน่ๆ” ชวีเหมาเอ่ยเสียงเครียด
“ คุณชาย ทำไมไม่ให้พ่อบ้านฉุน ช่วยเล่า” ญาติผู้น้องคนหนึ่งเอ่ยแนะนำ
“ จริงซิ ทำไมข้าถึงได้ลืมพ่อบ้านฉุนเสียสนิท ดีพวกเราไปหาเขากันตอนนี้ จำเอาไว้พวกเจ้าห้ามบอกกับ ท่านพ่อของข้าเป็นอันขาด”
ชวีเหมาเดินออกไปพร้อมกับความมั่นใจอย่างยิ่งที่ พ่อบ้านฉุนคนเก่าแก่ของตระกูลชวี จะต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
ชวีหมิงตอนนี้ แม้ร่างกายภายนอกจะไม่เป็นอะไร แต่ว่า ภายในนั้นบอบช้ำไม่น้อย
แต่ราเชนก็นำยารักษาภายในของเขาให้กิน ไม่นานอาการก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ
“ ในป่าวายุอัสนี มีอันตรายรอบๆ ด้าน ข้าเองไม่อาจคุ้มครองเจ้าได้โดยตลอด ดังนั้น ยันต์พวกนี้ จะช่วยให้เจ้าเอาตัวรอดได้ หากเจอ ดอกบัวสุริยันแล้ว ก็ควรจะรีบออกไปในทันที”
“ ศิษย์พี่ ทำไมท่านช่างดีต่อข้าเหลือเกิน” ชวีหมิงมองหน้าราเชนด้วยความซึ้งใจที่ราเชนได้ช่วยเขาขนาดนี้
“ เจ้ากับข้า ก็ไม่ได้แตกต่างกันนักหรอก"
ราเชนเอ่ยออกไปตามความรู้สึกที่แท้จริงของเขา ไม่คิดว่า ชีวิตของชวีหมิงทำให้เขาคิดถึงอดีตที่ผ่านมา
“ แล้วศิษย์พี่จะเข้าไปที่ป่าวายุอัสนี เพื่อค้นหาอะไร ข้าจะช่วยศิษย์พี่ตามหามันเอง”
“ ไม่ต้อง ข้ามีผู้ช่วยอยู่แล้ว สิ่งที่ข้าตามหานั้นมันอันตราย เจ้าจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“ แต่ว่า ข้ามียันต์ของศิษย์พี่คุ้มครอง ข้าช่วยท่านได้”
“ ยันต์ของข้าพอจะคุ้มครองเจ้าได้จากยอดยุทธ์ปราณราชันขั้นกลางลงมาเท่านั้น หากว่าเจอยอดยุทธ์ที่มีพลังสูงกว่านี้ ยันต์ของข้าไม่อาจช่วยเหลือได้ พรุ่งนี้ป่าวายุอัสนีจะเปิดแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าก็จะพักเช่นเดียวกัน”
ชวีหมิงนั้นพยักหน้ารับคำ แล้วรีบกลับไปเตรียมตัว เพื่อที่จะเข้าป่าวายุอัสนีด้วยเช่นกัน พอชวีหมิงจากไป สามเจ้าหอสำนักอสูรเทวะ ก็ปรากฏตัวคุกเข่าต่อหน้าเขา
นำโดย เล่าขุย หลางตงและ กู่เยี่ยน
“ ข้ามีข่าวสำคัญจะมารายงานนายท่าน” กู่เยี่ยน เจ้าหออินทรีบูรพาเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม
“ ว่ามา”
“ ตอนนี้ เทพบุตรเฉียนฟง แห่งสำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ เข้ามาในเมืองหลวงแล้ว พวกมันมีเป้าหมายเพื่อที่จะเข้าไปในป่าวายุอัสนีด้วยเช่นกัน”
“ ชื่อเฉียนฟงเหรอ อืม หรือว่า มันจะไปหา ขุมทรัพย์สำนักมารทศเย็นด้วยตัวเอง”
“ ถูกต้อง ขุมกำลังของมัน มีทูตสุริยัน ขุนพลวิญญาณสี่ตน นักพรตเซี่ยซือเต้า อาจารย์ของนักพรตเซี่ยเหมิน นักฆ่าอันดับห้าสำนักฟ้าดิน จินโฮ่ว ชายลึกลับ และมีเจ้าสำนักดัชนีกวนจง เป็นผู้ช่วยของมัน ข้าเองก็ต้องติดตามไปด้วย”
“ มันไม่สงสัยการตายของ ทูตจันทราอย่างนั้นรึ?”
“ ข้าบอกพวกมันว่า ข้าแกล้งยอมสวามิภักดิ์ให้กับนายท่าน เลยรอดมาได้”
“ พวกมันเชื่อ?”
“ ข้าไม่ทราบ แต่ว่า เทพบุตรเฉียนฟง สั่งให้นักพรตเซี่ยซือเต้า ฝังตราประทับทาสให้กับข้า วันใดที่ข้าหักหลังมัน พวกมันจะใช้ตราประทับทาสทำลายหัวใจของข้า”
กู่เยี่ยน เปิดหน้าอกออก เผยให้เห็น รอยกลมๆ คล้ายกับถูกเหล็กเผาไฟ นาบเอาไว้ มีอักษรอักขระยันต์คำว่าทาสอยู่ตรงกลาง ราเชนมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่า นี่มันเป็นตราประทับทาส ของสำนักมารทศเย็น ที่หายสาบสูญไปแล้ว นึกไม่ถึง นักพรตเซี่ยซือเต้า จะรู้วิชาตราประทับทาสนี้
ราเชนเคยอ่านคัมภีร์ปีศาจ รู้เรื่องตราประทับทาสนี้เป็นอย่างดี แม้นว่าในคัมภีร์จะไม่บอกถึงวิธีแก้ไข แต่ในตำราจิตเทพจักรวาลของเขานั้น กลับเขียนระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และคนที่สามารถถอนตราประทับได้นั้น ต้องเป็นคนที่มีพลังมารทศเย็นเท่านั้น ซึ่งในตัวของเขานั้นมีพลังมารทศเย็นของ ราชินีหลี่ชิงสุ่ยอยู่แล้ว
“ ข้าจะถอนตราประทับทาสนี้ให้กับท่านเอง”
“ เดี๋ยวก่อนนายท่าน ผู้ที่ถอนตราประทับของข้าได้ มีแต่นักพรตเซี่ยซือเต้าเพียงคนเดียว เท่านั้น มิเช่นนั้น หัวใจของกู่เยี่ยนจะระเบิดทันที มันไม่เหมือนกับตราประทับอสูร ที่นายท่านสามารถถอนได้ทันที”
เล่าขุยรีบเอ่ยเตือน กู่เยี่ยนก็พยักหน้ายอมรับชะตากรรม
“ พวกท่านอย่าได้เป็นกังวล ข้ามั่นใจจะถอนตราประทับทาสนี้ได้ โดยที่นักพรตเซี่ยซือเต้า ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้”
แม้ทุกคนจะไม่วางใจ แต่กู่เยี่ยนกลับไว้ใจ คุกเข่าต่อหน้าราเชน ยินดีทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง
ราเชนดึงพลังมารทศเย็นในห้วงจิตของเขามาไว้ที่ฝ่ามือ แล้ววางลงที่สัญลักษณ์ตราประทับทาส ไอสีดำพวยพุ่งออกจากร่างของกู่เยี่ยน จนราเชนยกมือออก
รอยแผลเป็นที่เกิดจากรอยตราประทับทาสก็ค่อยๆ จางหายไปในทันที
“ เรียบร้อย”
“ หายไปแล้ว” ทุกๆ คนเอ่ยอย่างแปลกใจ
“ หากมันหายไปแล้ว แสดงว่าเจ้าก็ไม่ถูกพวกมันควบคุมแล้วน่ะซิ” เล่าขุยเอ่ยอย่างดีใจ กู่เยี่ยนรีบคุกเข่าขอบคุณราเชนทันที
“ ตอนนี้ท่านกลับไปอยู่กับพวกมันได้แล้ว ไม่ต้องกลัวตราประทับทาสของมันอีก ว่าแต่ว่า พวกมันไม่คิดสังหารข้าแก้แค้นให้กับ ทูตจันทรารึ?”
“ เทพบุตรเฉียนฟง ได้สั่งว่า ต้องนำสมบัติของ สำนักมารทศเย็นออกไปให้ได้เป็นอันดับแรก จากนั้นก็จับเป็นหยางเฟยหลง เป็นอันดับสอง ส่วนนายท่าน พวกมันให้ความสำคัญเป็นอันดับที่สาม”
“ สังหารหยางเฟยหลง? ทำไมมันเกี่ยวอะไรด้วย”
“ ข้าไม่ทราบ เทพบุตรเฉียนฟงไม่ได้บอกรายละเอียด” กู่เยี่ยนเอ่ยตามจริง
“ ตอนนี้ทางห้าอาณาจักร ได้ประกาศตั้งค่าหัวของ หยางเฟยหลง ถึง 1 พันล้านเหรียญทอง ข่าวนี้เป็นความจริง พวกเราไปสืบมาแล้ว ไม่ทราบว่า นายท่านคิดจะลงมือกับหยางเฟยหลงด้วยหรือไม่”
หลางตงเอ่ย ทั้งสามคนมองหน้าราเชนเพื่อรอคำตอบ
“ ข้าคือหยางเฟยหลง พวกท่านคิดว่า ข้าจะลงมือกับตัวเองหรือไง”
ราเชนเอ่ยออกมาเหมือนไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอะไร แต่ทั้งสาม ถึงขั้นตื่นตะลึง อ้าปากค้าง
“ นายท่าน นายท่านคือหยางเฟยหลง ที่ทั้งห้าอาณาจักรตามหา?”
หยางตงนำรูปภาพของหยางเฟยหลงตอนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ออกมาดู พร้อมกับมองหน้าราเชน อย่างไม่แน่ใจ
“ ข้าเอง พวกท่านไม่ต้องแตกตื่นตกใจ นี่คือสาเหตุที่ข้า ต้องการเข้าไปหาขุมทรัพย์สำนักมารทศเย็นเช่นกัน ข้าก็อยากรู้ ว่าขุมทรัพย์ที่ว่านั้น คืออะไรกันแน่”
“ โอ้ ถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ แผนที่พวกเราวางเอาไว้ คงต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่หมด ข้าว่าพวกเราไม่เข้าไป รอให้พวกมันได้มาแล้ว ค่อยหาทางแย่งชิงจะดีไหม”
เล่าขุยเสนอแนะ
“ แต่ว่า ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของนายท่าน ไม่จำเป็นต้องกลัวพวกมันขนาดนั้น”
หลางตงเอ่ย
“ ใช่ แต่หากว่า นายท่านถูกบีบคั้นจากเทพบุตรเฉียนฟง จนต้องกลายเป็นมารโลหิตแล้วละก็ จะทำยังไงกันดี” กู่เยี่ยนเอ่ยเสียงเครียดเช่นกัน
“ พวกท่านทั้งสามไม่ต้องห่วงกังวลไป ไม่มีทางที่ข้าจะถูกพวกมันจับได้ ข้าจะใช้ตัวตนของถูเฟยนี่แหละ จัดการกับพวกมันทีละคนเอง ตอนนี้บอกข้ามาก่อน ว่านอกจากคนของสำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีใครอีกที่น่ากลัว”
“ เกาจิ้งอันมันได้รับสิทธิ์ให้เข้าไป ว่ากันว่า มันเอาสัตว์อสูรไฟ ของนายท่านมาด้วย เพื่อล่อให้นายท่านปรากฏตัว”
กู่เยี่ยนเอ่ยรายงาน
“ นอกจากนี้ มันยังนำ หลวงจีนจากวัดธรรมกาย ติดตามมาด้วย ว่ากันว่า เป็นหลวงจีนที่บรรลุถึงพลังราชันขั้นสูงสุดแล้วทุกคน”
“ พวกมันมาถึงเมืองหลวงกันแล้วหรือยัง” ราเชนคิดจะบุกเข้าไปชิงตัวเจ้าโมโม่ในคืนนี้เลย
“ พวกมันมาถึงแล้วแต่พักอยู่ในตำหนักรับรองของ ราชสำนัก หากนายท่านคิดบุกเข้าไปเกรงว่า จะเป็นกับดัก รอเวลาเข้าไปในป่าวายุอัสนีดีกว่า ค่อยลงมือ”
เล่าขุยเข้าใจความคิดของราเชน ทำให้เขาใจได้แต่พยักหน้า ได้แต่รอโอกาสที่เหมาะสมต่อไป
“ ยังมีคนของสำนักหลงเหมิน ร่วมภารกิจจัดการกับนายท่านด้วย” กูเยี่ยนรายงานต่อ
“ เทพธิดาไช่อี?”
“ ใช่ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือ มีผู้อาวุโสมังกรทั้งสี่ ก็เดินทางมาด้วย ข้าได้ยินว่า พวกเขาได้บรรลุถึงพลังเซียนกันแล้วด้วย”
“ พลังเซียนเลยรึ?” ราเชนถึงกับตื่นตะลึง หากว่าต้องเผชิญหน้ากันจริง แค่คนเดียวยังไม่รู้ว่าจะเอาชนะได้หรือเปล่า แต่นี่มาถึงสี่คน
“ ยังมีสำนักทะเลใต้ อาณาจักรทักษิน ที่ส่งนักพรตชิงเต่า พร้อมกับศิษย์ มาด้วยอีกสามคน มีนักพรตชิงซาน ชิงเอ้อหลิง และ คนสุดท้ายชิงอ้ายเทียน ว่ากันว่าชิงอ้ายเทียนเป็นอัจฉริยะบุรุษ ฝึกฝนตนจนบรรลุพลังขั้นราชันระดับสูงตั้งแต่เยาว์วัยมันยังเป็นลูกชายของแม่ทัพชิงเหยียน ผู้คุมกำลังนับล้านแห่งแดนใต้ พวกเขาถูกส่งมาเพื่อเพียงต้องการแก้แค้น หยางเฟยหลงโดยเฉพาะ”
“ ข้ารึ?” ราเชนรู้สึกคุ้น ๆ กับ นักพรตชิงเต่า
“ หลายปีก่อน นักพรตชิงอี้เหวิน ถูก หมัดเจ็ดสังหารของนายท่านสังหารจน ตายในการประลองยุทธ์ที่ตระกูลเมิ่ง ชิงอ้ายเทียน เป็นน้องชายของนักพรตชิงอี้เหวิน”
“ โอ้ ข้าเกือบลืมไปแล้ว ช่างเถอะ ในเมื่อต่างก็มีเป้าหมาย ข้าก็จะตอบสนองพวกมันเอง”
“ ที่น่ากลัวอีกกลุ่มหนึ่ง คือ สำนักเก้าดาบบูรพา พวกมันมีเพลงดาบที่ร้ายกาจยิ่ง เคย จนถูกขนานนามว่า จอมดาบอันดับ 1 แห่งอาณาจักรตะวันออก”
“ ขนาดนั้นเลย? อย่าบอกนะว่า ข้าไปมีความแค้นกับพวกมันด้วย”
“ เรื่องนี้เป็นเรื่องของตระกูลหยางโดยตรง ว่ากันว่า ตระกูลหยางมีสองสาย หนึ่งคือสายของหยางฝั่งอาณาจักรอุดร อีกสายหนึ่งคือฝั่งอาณาจักรบูรพาตระกูลหยางตะวันออกเป็นเจ้าของสำนักเก้าดาบบูรพา พวกมันบอกว่า นายท่านทำให้ชื่อเสียงตระกูลหยางเสื่อมเสีย ต้องถูกลงโทษ”
“ บ้ากันไปใหญ่แล้ว ตระกูลเดียวกันแท้ๆ” ราเชนได้แต่ส่ายหัว แต่ในใจคิดว่า บางทีพวกมันอาจล่วงรู้ความลับของบรรพบุรุษตระกูลหยาง จึงคิดจะจับตัวเขาไปเช่นกัน
“ นอกจากนี้อาณาจักรมัจฉิมายังส่งองค์หญิงหลี่ลิ่วหลาง อดีตคู่หมั้นของนายท่านมาอภิเษกกับ รัชทายาทจางอี้ โดยมีองค์ชายหลี่หมิง กับ จ้าวเหล่ยเทียน หมัดกระเรียนฟ้า ได้ข่าวว่า จ้าวเหล่ยเทียนค้นพบซากกระดูกกระเรียนพันปี ทำให้พลังปราณยุทธ์ของมันรุดหน้าขึ้น บรรลุขั้นเซียนแล้วด้วย นอกจากนี้ ยังมีแม่นางเชียนเชียนอดีตคู่หมั้นของนายท่าน ได้เดินทางมาด้วย”
ราเชนพยักหน้ารับ เพราะเขาได้ข่าวเรื่องนี้มาแล้ว
“ยังมีสำนักปรายฟ้า สำนักกระบี่บิน สำนักเมฆาขาว แห่งอาณาจักรมัจฉิมาก็เข้าร่วมพวกเขาล้วนแต่ส่งผู้อาวุโสของสำนัก มาเพื่อเตรียมตัวจัดการกับนายท่านโดยเฉพาะ แม้นว่าพวกเขาร่วมมือกันเพื่อกำจัดนายท่าน แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พวกเขาต่างหวาดระแวงกัน นั่นคือ กระบี่เก้ามังกร ว่ากันว่า หากผู้ใดได้ครอบครองกระบี่เล่มนี้ จะมีพลังเหนือกว่าทุกอาณาจักร ซึ่งในอดีต ปฐมจักรพรรดิจางอู่จี้ ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินได้ ก็เพราะพลังอานุภาพของกระบี่เก้ามังกรเล่มนี้ ดังนั้นอาณาจักรที่เหลือ คงไม่ยอมให้กระบี่เก้ามังกรเล่มนี้ กลับสู่ราชวงศ์จางอย่างแน่นอน”
“ นั่นเป็นเรื่องของพวกเขา ข้าไม่เกี่ยว แต่หากใครคิดจะสังหารข้าแล้วละก็ มันผู้นั้นต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม แล้วพรุ่งนี้เล่าขุยกับหลางตง จะเข้าไปยังไง”
“ พวกเรามีป้ายผ่านของสำนักปรายฟ้า ท่านองครักษ์หญิงอู่เสียนำมามอบให้กับพวกเรา เพื่อจะได้ร่วมขบวนไปกับ องค์ชายสิบสี่”
“ก็ดี ว่าแต่ ของที่ข้าสั่งให้ไปหา ได้มาหรือไม่”
กู่เยี่ยน นำแหวนมิติออกมา มอบให้กับราเชน ซึ่งพอมองผ่านเข้าไปด้านใน ก็พบว่าวัสดุที่จะสามารถประกอบทำระเบิดมหาประลัยได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีเตาหลอมโลหะ และ แม่พิมพ์โลหะที่เขาสั่งเอาไว้ อย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่วัสดุในการเขียนมหายันต์นั้น หาได้มีไม่ มีเพียงเขียนยันต์ทั่วไปเท่านั้น แต่ได้เท่านี้เขาก็พึงพอใจแล้ว
“ คราวนี้ ต่อให้พวกเจ้ามีพลังขั้นเซียน หรือ ยกขโยงกันมาทั้งกองทัพ ข้าก็ไม่กลัว ข้าจะให้พวกเจ้าเห็นว่า นรกบนดินนั้นเป็นเช่นไร ฮ่า ฮ่า ฮ่า”...