ในความสับสนวุ่นวายนั้น คนร้ายยังเคลื่อนตัวเข้าหา เ้าสัวหลี่ แล้วกระหน่ำยิงไม่ยั้ง บอดี้การ์ด แปดคนพยายามชักปืนยิ่งต้าน แต่ว่ากลับช้ากว่าคนร้าย ที่ยิงใส่มาอย่างต่อเนื่อง จนบอดีการ์ดที่เหลือตายหมดสิ้น สุดท้ายเหลือเ้าสัวหลี่ คนเดียวที่ล้มไปกับพื้น คนร้ายกำลังเหนี่ยวไกเจาะกะโหลกเ้าสัวหลี่
แต่ทันใดนั้นเอง ขจรก็คว้า เหล็กกั้นสีเงิน แล้วฟาดใส่แขนของนักฆ่า จนทำให้ แขนขวานักฆ่าถึงกับหัก มันรีบใช้มือซ้ายชักปืนอีกกระบอกออกมา จะยิงใส่เ้าสัว แต่ขจรกลับหมุนตัวฟาดเข้าที่ใบหน้าของมันเข้าเต็มเปา หน้าของมันยุบหักลงไป หงายหลังลงไปนอนกับพื้น ปืนสั้นกระเด็นหายไป มันมองหน้าขจรด้วยความโกรธแค้น แล้วถอดเสื้อนอกออก พบเห็นมันใส่เสื้อกั๊กสีดำ ที่บรรจุะเิมือหลายสิบลูกเอาไว้ ไม่รู้ว่ามีอานุภาพขนาดไหนมัน แล้วถอดสลักะเิออกแล้ววิ่งใส่เ้าสัวหลี่ แต่ทว่า ถูกขจรจับแขนของมันเอาไว้ แล้วเหวี่ยงร่างของมันจนลอยลิ่วไปกระแทกกระจกหน้าห้าง ร่างของมันร่วงไปที่ สระน้ำพุหน้าห้าง แล้วก็เกิดะเิเสียงดังลั่น
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
สระน้ำพุหน้าห้าง ะเิกระจายออกมาพร้อมกับเืเนื้อ แตกกระจายเต็มไปหมด
ลูกหลานรีบเข้ามาประคองร่างของเ้าสัวหลี่เหวิน แล้วรีบพาไปหลบที่ด้านใน
ขจรปัดเนื้อปัดตัวเอาเศษกระจกที่กระเด็นใส่เขา ออกไป เพื่อนๆ รีบเข้ามาดูอาการของขจรด้วยความเป็ห่วง
“ เป็ไรไหม?”
“ ไม่เป็ไร น่าเสียดาย วันนี้คงไม่ได้ใช้กิ๊ฟวอยเชอร์แล้ว”
ขจรเอ่ยแบบนี้เพื่อนๆ ถึงกับยิ้มออกมา
“ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก คนร้ายมีปืนอานุภาพร้ายแรงขนาดนี้ หากถูกยิงแล้วจะให้เราอยู่ได้ยังไง” กิ๊ฟ เอ่ยด้วยความเป็ห่วง แล้วทันใดนั้นเอง พ่อกับแม่ของกิ๊ฟ ก็เดินเข้ามา พอเห็นว่ากิ๊ฟไม่เป็อะไร ก็ทำสีหน้าโล่งอก
“ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว พ่อกับแม่ห่วงลูกมาก ไม่นึกว่า คนร้ายเพียงคนเดียว จะกล้าทำถึงขนาดนี้ เ้าสัวหลี่เป็อะไรหรือเปล่า”
“ ไม่เป็ไรแล้วค่ะ เห็นมีคนของเ้าสัว พาเข้าไปด้านในแล้ว”
“ แล้วคุณชายจางเฉินไปไหนแล้ว”
“ ผมอยู่นี่ครับ” คุณชายจางเฉิน เดินเข้ามาด้วยร่างกายที่เปียกปอน มีเืของคนร้ายเปรอะเปื้อนมาด้วย
“ คุณชายเป็อะไรหรือเปล่าเนี่ย”
“ ไม่ครับ แต่พอดีโดนน้ำกระเด็นใส่เข้ามา”
“ ไปล้างเนื้อตัวเสียก่อน แล้วรีบกลับบ้านไป กิ๊ฟ กลับไปบ้านกับแม่ก่อน”
“ ไปเถอะ เรากลับเองได้”
กิ๊ฟกับซี ถูกพาขึ้นรถตำรวจออกจากที่เกิดเหตุในทันที
ขจร กับ หัวหน้าเอก ก็กำลังจะเดินออกไปจาก ความชุลมุนของห้างแห่งนี้ แต่แล้วกรกันต์ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“ จร อย่าเพิ่งไป”
“ มีอะไร?”
“ ท่านปู่อยากพบนาย”
“ อยากพบฉัน?”
“ ใช่ รีบไปเถอะ”
ขจรพาพี่เอก เข้าไปด้วย พบว่า ด้านในที่พวกเขามาหลบภัย เป็ห้องประชุมขนาดใหญ่ มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน รวมทั้ง รัฐมนตรี และ คนสำคัญในตระกูลต่างๆ มารวมตัวกันแน่นไปหมด แต่ด้านในยังมีห้องกระจก ที่มีเ้าสัวหลี่เหวิน นั่งอยู่กับ ผู้กำกับพ่อของกิ๊ฟ และ ลูกชายคนโตพ่อของกรกันต์ อยู่เพียงสามคน
“ มาแล้วครับ” กรกันต์ได้เข้ามาพร้อมกับขจร ส่วนพี่เอกยืนรอด้านนอก
“ ขอบใจเธอมากนะ ที่ช่วยชีวิตฉัน ไม่คิดเลยว่ากรกันต์จะมีเพื่อนที่กล้าหาญเช่นนี้”
ขจรได้แต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร
“ เขาเป็นักมวย เื่ชกต่อยแบบนี้เป็เื่ธรรมดาสำหรับเขาอยู่แล้ว”
ผู้กำกับทรงยศเอ่ยเหมือนเป็เื่ปกติ
“ ผู้กำกับ รู้จักพ่อหนุ่มคนนี้ด้วยรึ?”
“ รู้ครับ เขาเป็เด็กกำพร้า หลวงพ่อแจ่มรับมาเลี้ยง ตอนนี้เขาเป็นักศึกษาแพทย์ห้องเดียวกับ กิ๊ฟ และกรกันต์ มีเวลาว่าง ก็ไปชกมวยเป็รายได้เสริมครับ”
ผู้กำกับ เอ่ยประวัติขจร ให้เ้าสัวฟังอย่างคร่าว จนขจรเองยังต้องอึ้ง ไม่คิดว่าพ่อของกิ๊ฟ จะสนใจเื่ของเขาด้วย
“ เอาละ ทำดีก็ต้องตอบแทน ฉันจะให้ทุนการศึกษาให้เธอเรียนจบ ตามที่เธอ้า เื่ค่าใช้จ่ายประจำวัน ก็ไม่ต้องเป็ห่วงอีกต่อไป ฉันจะให้เลขา ตั้งเงินเดือนให้เธอ”
“ ขอบคุณท่านมาก แต่ว่าอย่าเลยครับ ผมหาเงินด้วยตัวเองจะมีความภาคภูมิใจมากกว่า เื่ที่เกิดขึ้น หากใครอยู่ใกล้ ก็คงต้องทำเหมือนผมเช่นกัน”
“ ขจร เ้าสัวหลี่มีเมตตาเช่นนี้ เธอไม่ควรปฏิเสธนะ คิดจะชกมวยจนเรียนจบเลยหรือไง” พ่อกิ๊ฟเตือนขจรด้วยความหวังดี
“ ใช่ ท่านปู่ไม่เคยมอบอะไรให้ใครง่ายๆ นะ รีบรับคำท่านเถอะ”
ขจรยังคงส่ายหัว ไม่ยอมรับการช่วยเหลือใดๆ จนเ้าสัวหลี่ต้องถอนหายใจออกมา
“ ไม่เป็ไร ฉันไม่อยากบังคับใคร เอาไว้หากเธอ้าอะไรให้ฉันช่วยเหลือก็บอกมาเลย”
“ ถ้าเช่นนั้น ผมขอใช้กิ๊ฟวอยเชอร์นี้ ซื้อของกลับบ้านได้ไหมครับ”
ทุกคนต่างมองหน้าขจรเหมือนเห็นคนโง่ แต่เ้าสัวหลี่กลับหัวเราะออกมา แล้วให้กรกันต์พาขจรไปหาเลขาของเขา แล้วให้ขจรเลือกสินค้ากลับบ้านตามใจชอบเลย
“ เอ่อ ผมขอให้เพื่อนไปซื้อของกับผมได้ไหมครับ”
" ได้เลย”
กรกันต์ต้องรีบพาขจรกับ หัวหน้าเอกออกไป แล้วให้เลขาพาทั้งสองไปซื้อของมูลค่า ห้าพัน ตามกิ๊ฟวอยเชอร์นั้น
“ ไม่เลวเด็กคนนี้ ฉันมีหลานสาวอยู่คนหนึ่ง ที่ยังไม่แต่งงาน ฉันคิดว่าจะยกให้เขา ผู้กำกับว่า ดีไหม”
“ เด็กคนนี้เป็แค่เด็กวัด อนาคตต้องเป็หมออย่างแน่นอน นับว่าเป็เด็กมีอนาคตครับ”
“ ไม่ใช่เื่อนาคตของเขา แต่เป็อนาคตของตระกูลหลี่ ฉันกำลังจะบอกว่า เขาเป็คนซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่เงิน ฉันไม่เคยดูคนผิด โหงวเฮ้งของเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ หากได้เขาแต่งเข้าตระกูลหลี่ ฉันก็จะได้จากไปอย่างสบายใจ”
“ เ้าสัวหลี่” ผู้กำกับใที่ได้ยินแบบนี้ หมายความว่าเขาคิดจะยกตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ให้กับขจรทั้งๆ ที่เพิ่งเห็นหน้าแค่ครั้งเดียว !!
ขจรกับ หัวหน้าเอกต่างดีใจยิ่ง เพราะสินค้าทุกชิ้น เลขาสาวได้บอกว่า มีส่วนลดให้อีก90% แล้วยังซื้อ 1 แถม 1 ให้อีก หัวหน้าเอกต้องเอารถเข็นมาใส่ของถึงสองคัน แถมยังมีรถไปส่งถึงบ้านอีก เพลินกันไปล่ะคราวนี้
ณ ฮ่องกง
“ อะไรนะ ล้มเหลว? เรือนัซ่อนไม่เคยพลาด มาเป็ร้อยปี แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น”
“ เื่ราวไม่แน่ชัด แต่ที่ทราบเ้าสัวหลี่เหวินนั้นรอดไปได้ นักฆ่าจากเรือนัซ่อน ะเิร่างแหลกเหลวตายไป ก่อนตายมันฆ่าบอดี้การ์ดทั้งหมดตายไปเกือบยี่สิบคน ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายไปอีก สิบคนครับ”
“ ฉันไม่สนว่า ใครจะตาย ฉันสนแค่หลี่เหวินคนเดียวเท่านั้น ทางเรือนัซ่อนว่ายังไงบ้าง”
“ พวกเขาบอกว่า งานจบแล้ว เขาไม่ส่งคนไปอีก ยกเว้นหัวหน้าจะจ้างพวกเขาใหม่อีกครั้ง”
“นี่งานไม่สำเร็จ ฉันต้องจ่ายไปแล้ว 10 ล้านเหรียญยูเอส นี่พวกมันคิดจะปล้นกันหรือไง”
“ พวกเขาบอกว่า นี่คือกฏของพวกเขา”
“ ฉันนำเงินของแก๊งออกมาอีก 10 ล้านเหรียญไม่ได้อีกแล้ว ผู้าุโต้องไม่ยอมแน่ๆ เื่นี้พักเอาไว้ก่อน อีกสิบวัน ฉันต้องไปพบกับ นายพลจางเฟยที่เกาะกง หากตกลงยาไอซ์ล็อตใหม่ได้ เื่เงินแค่นี้ ก็ไม่มีปัญหา ตอนนี้ไปเตรียมการเดินทางไปเกาะกงก่อน”
ลูกน้องคนสนิทรับคำสั่ง แล้วเดินออกไป
“ หลี่เหวิน ปล่อยให้แกมีชีวิตรอดไปอีกระยะหนึ่ง คราวหน้าแกไม่รอดแน่”
ณ กรุงเทพมหานคร ริมถนนลาดพร้าว เวลา 2 ทุ่ม
แอล ม่อน และ ชายร่างอ้วนกำลังยืนรออยู่หน้าโรงเรียนร้างแห่งหนึ่ง
“ ไหนแกบอกว่า ได้ว่าจ้าง บอดี้การ์ดมาแล้วไง ฉันไม่เห็นใครสักคน โรงเรียนร้างแบบนี้ แกแน่ใจนะว่าคอนเทนต์นี้มันจะเวิร์ค?” แอลเอ่ยออกมาอย่างกังวลใจ
“ เวิร์คแน่นอน คนทั่วไปเขาชอบดูอะไรที่มันน่ากลัวๆ ยิ่งมีสตอรี่เื่เล่าขานมาแต่เก่าก่อน แฟนๆ ที่หายไปของแก ต้องกลับเข้ามาชมช่องของแกเหมือนเดิม แถมอาจมากกว่าเดิมดวยซ้ำ ส่วนบอดี้การ์ดรอหน่อยอีกไม่นานเขาต้องมาแน่”
พอม่อนเอ่ยจบ รถเมล์ก็จอดลงตรงหน้าโรงเรียนพอดี
ขจรเดินดุ่มๆ เข้ามาหาทั้งสองสาว แล้วเอ่ยทักทาย
“ สวัสดีครับ”
“ นี่นายมาได้ยังไงเนี่ย” แอลเอ่ยอย่างใ
“ ก็นี่ไง บอดี้การ์ดของเรา”
“ ครับคืนเดียว 5 พันบาท รวมค่าเดินทางเรียบร้อย” ขจรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ แกมาคุยกับฉันก่อน” แอลดึงม่อนมาคุยโดยไม่ให้ขจรได้ยิน
“ นี่แกนึกยังไง จ้างเขามาเป็บอดี้การ์ดคืนนี้”
“ เอ้า ฉันอยากช่วยเขามีงานทำ และก็เห็นแกเหงาๆ เศร้า ๆ ฉันก็คิดว่า แกต้องคิดถึงเขาแน่ เลยจ้างเขามา เป็ไง ชอบละซิ”
“ ยัยบ้า อย่ามาพูดเล่นกับฉันอย่างนี้นะ ไล่เขากลับไป ฉันไม่ทำแล้วคอนเทนต์นี้”
“ ได้ไง เงินก็จ่ายไปแล้ว พี่อ้วนตากล้อง ก็จ้างมาแล้ว แล้วฉันก็ลงประกาศผ่านช่องแกไปแล้ว ว่าจะไลฟ์สดให้พวกเขาดูกัน สามทุ่มนี้ ก็จะเริ่มออนแอร์แล้ว เสียหมากันทั้งช่องเลยนะเว้ย”
“ แกนะแก ทีหลังทำอะไรแบบนี้ ต้องบอกฉันก่อนนะ”
“ ได้เ้าค่ะ”
แอลเดินหน้ามุ่ย แล้วเข้ามาหาขจร กับพี่อ้วนตากล้อง แล้วบอกว่า
“ รีบเข้าไปกันเถอะ”
ทั้งหมดเปิดประตูโรงเรียน ที่ไม่ได้ล็อคแล้วเข้าไปทันที
“ ที่นี่ คือโรงเรียน เ้าพระยาวิเศษภักดีวิทยาคม สร้างมาสองร้อยปีแล้ว แต่เมื่อก่อนนั้น เป็บ้านของ ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดีท่านได้จ้าง พวกฝรั่งมิชชั่นนารี มาสอน บุตรหลาน ของท่านเท่านั้น แต่พอเพื่อนๆ รู้ข่าว ก็ให้ลูกหลานมาขอศึกษาด้วย ทำให้ท่านขยาย สถานที่สอนให้กว้างขึ้น จนมาสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เริ่มมีการสร้างโรงเรียนขึ้นมากมาย ทายาทรุ่นหลังของท่านเลยจดทะเบียนเป็สถานศึกษา โดยใช้ชื่อของ ท่านมาจนถึงทุกวันนี้ น่าเสียดาย อีกไม่กี่วันต้องถูกทุบทิ้ง เพื่อสร้างศูนย์การค้าแทน” แอลพูดตามข้อความม่อนที่เตรียมเอาไว้ แล้วก็ไลฟ์สดไปด้วย
ขจรมองตึกโบราณเหล่านี้ ก็รู้สึกทึ่ง ในงานก่อสร้างเหล่านี้ แต่มารู้ว่า อีกไม่กี่วันจะถูกทุบทิ้ง เพื่อทำห้างสรรพสินค้า ก็อดเสียดายไม่ได้
“ โรงเรียนเ้าพระยาวิเศษภักดี แห่งนี้ มีเื่เล่ามาหลายเื่ แต่ที่น่าหลอนที่สุด คือ มีคนเคยเห็น ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี ผู้ก่อตั้ง เดินไปมา ท่านยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ิญญาของท่านยังวนเวียน อยู่รอบๆ โรงเรียนแห่งนี้
ในยามที่ค่ำคื่นที่มืดมิด เคยมีคนเห็นชายแต่งชุด ขุนนางโบราณ ถือ ไม้ตะพด เดินไปมา รอบๆ โรงเรียน ไม่ทราบว่าตอนนี้ เพื่อนๆ เห็นกันบ้างหรือไม่” แอลหันไปมองรอบๆ แล้วลูบแขนตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ กล้องแพนไปรอบๆเห็นแต่ความมืดมิด ยิ่งมองไป ยิ่งรู้สึกกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว
“ พวกคุณเข้ามาในนี้ ได้ขออนุญาตเ้าของที่เขาหรือเปล่า” ขจรรู้สึกแปลกๆ เลยถามม่อนเบาๆ
“ เปล่า อีกเจ็ดวันที่นี่จะถูกทุบแล้ว พวกเขาไม่อยากเสียค่ายามเฝ้า”
“ ผมไม่ได้หมายถึงเ้าของคนปัจจุบัน แต่ผมหมายถึง เ้าของที่ดินที่แท้จริง”
“ เ้าที่ เ้าทางนะรึ?”
“ ไม่ใช่ เ้าพระยาวิเศษภักดี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ต่างหาก”
ขจรที่เอ่ยออกมาเช่นนั้น เพราะเขามองไปบนที่หน้าต่างของตึกโรงเรียน เห็นชายชราแต่งชุดราชปะแตนสีขาว มีเครื่องราชประดับ ตามตัวเต็มไปหมด กำลังยืนมองมาที่ทั้งสี่คน ด้วยสายตาที่นิ่งเฉย แต่ดูน่ากลัวมาก
ม่อนมองไปตามทีขจร จ้องไป แต่กลับไม่เห็นอะไร
“ ไม่ต้องมั๊ง หากท่านยังอยู่จริง ป่านนี้คงมาปรากฏตัวให้เห็นกันแล้ว พวกเราไม่ใช่ทีมแรกที่เดินเข้ามาสักหน่อย มีพวกยูทูปเบอร์เข้าไปก่อนหน้าเรา สามชุดแล้ว”
“ หวังว่า พวกเขาคงไม่ทำการลบหลู่ ทำให้ท่านไม่พอใจนะ” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ
แล้วมองกลับไปที่หน้าต่างห้องชั้นสามของตึก กลับไม่พบกับ ชายชราผู้นั้นแล้ว
“ นี่คือ รูปปั้นของท่าน พระยาวิเศษภักดี ว่ากันว่า ท่านเป็ถึง โอรสลับของเ้าอนุวงศ์ เ้าเมืองลาว ตอนที่เ้าอนุวงศ์ถูกจับมาลงโทษโดยการจับขังคุก ประจาน เหล่าลูกหลาน รวมทั้งท่านได้ ถูกจับไปด้วย แต่สุดท้าย เ้าอนุวงศ์ถูกลงโทษ เพียงองค์เดียว สุดท้ายถูกตัดหัวไปประจาน ท่านพระยาวิเศษภักดี ถูกให้ออกจากราชการ เลยไม่ได้ไปไหน จึงได้แต่อยู่ใน โรงเรียนแห่งนี้จนวาระสุดท้ายของชีวิต
แล้วท่านสั่งลูกหลานของท่านว่า ให้นำเถ้ากระดูกของท่านโปรยอยู่รอบๆ โรงเรียนแห่งนี้ เพื่อที่ท่านจะได้อยู่ที่นี่ ตราบชั่วฟ้าดินสลาย ดังนั้น ดินทุกเม็ด อิฐทุกก้อน ที่โรงเรียนแห่งนี้ เปรียบเหมือน ชีวิตและร่างกายของท่าน ดังนั้นวันนี้ เราจะมาจุดธูปอัญเชิญท่านมา เพื่อสอบถามถึง ความรู้สึกของท่าน เฮ้ย !!”
แอลอ่านไปแล้วต้องหยุดพูด ยกมือให้ตากล้องหยุดการถ่าย แล้วหันมามองหน้าม่อน
“ เฮ้ย นี่แกจะให้ฉันอัญเชิญิญญา ท่านออกมาถามความรู้สึก แกบ้าหรือเปล่าวะ”
“ ไม่บ้าหรอก นี่ไงไม่เหมือนใครเห็นไหม คนอื่นก็แค่มาถ่ายทำ แล้วทำท่าว่าเห็นผี
แต่เราอัญเชิญท่านออกมาเลย เป็ไง ไอเดียของฉัน”
“ ไม่เอา หากท่านมาจริงๆ ฉันถูกท่านหักคอแน่ๆ”
“ ใจเย็นๆ ตอนนี้ยอดติดตามแกน้อยลงไปทุกทีแล้วนะ ขืนไม่กระตุ้นทำวิธีนี้ ไม่มีทางไหนที่จะเรียกคนกลับมาแล้วนะ แล้วอีกอย่างโลกนี้มีผีที่ไหนเล่า”
“ ไม่เอา แค่มาแบบนี้ฉันก็รู้สึกว่า ลบหลู่ท่านมากไปแล้ว” แอลเข้าไปจุดธูป 1 ดอก แล้วกล่าวขอขมาที่มารบกวนท่านในคืนนี้ โดยที่ม่อนให้ตากล้องถ่ายเอาไว้ตลอด
ทันใดนั้นเอง ก็มียูทูปเบอร์ 1 ทีมวิ่งกันหน้าตั้ง ผ่านหน้าทั้งสี่ไป โดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ม่อนะโถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาไม่ยอมเสียเวลาตอบ วิ่งออกนอกโรงเรียนไปในทันที
“ เอาแล้ว ฉันว่า พวกเขาคงโดนดีเข้าให้แล้ว” แอลเข้ามายืนข้างๆ ขจร แล้วเอ่ยออกไปเบาๆ แล้วก็มีทีมยูทูปเบอร์อีก หนึ่งทีม วิ่งหนีกันออกมาอีกทีม เป็แบบเดียวกันเลย
“ ฉันว่า พวกเรากลับกันก่อนเถอะ” แอลเริ่มกลัวแล้ว
“ ไม่ได้ พวกเรายังต้องเข้าไป จุดที่เป็ แลนด์มาร์คของที่นี่ เพื่อทดสอบความเฮี้ยน จะกลับไปตอนนี้ก็เสียเที่ยวน่ะซิ?”
“ ไม่เอาแล้ว เห็นไหม นี่มัน 2 ทีมแล้วนะเว้ย”
“ น่าจะยังเหลืออีกทีม แสดงว่า พวกเขาได้พบกับของดีเข้าให้แล้ว พวกเรารีบเข้าไปเถอะ เผื่อได้ภาพดีๆ แบบเขาบ้าง” ม่อนเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย
“ บ้าไปแล้ว ฉันไม่เอาด้วย ฉันจะกลับ ยกเลิก ๆ”
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบๆ โรงเรียนก็มีหมอกสีขาว กระจายตัวไปรอบๆ โรงเรียน อุณหภูมิก็เริ่มลดต่ำลงกระทันหัน จนทุกคนรู้สึกหนาวเย็น แล้วกลุ่มหมอกสีขาวก็หายไป เผยให้เห็น บรรยากาศรอบๆ ที่ตึกของโรงเรียนยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ทว่า มันดูใหม่มาก มีผู้คนเดินเข้าออกตึกเรียน หลายคนแต่ละคนแต่งกายคล้ายกับ คนโบราณ ทั้งสี่คนหันมามองตัวเอง ซี่งบัดนี้ได้แต่งกายเหมือนกับ คนโบราณ นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อผ้ายุครัตนโกสินทร์ตอนต้น
“ เฮ้ย นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรเนี่ย ฉันกลายเป็คนโบราณไปแล้วหรือ?”
ม่อนจับเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่ พร้อมในมือ ถือพัดอยู่เล่มหนึ่ง
ขจรก็แต่งชุดลายไทย พร้อมกันนุ่งโจงกระเบน ทำผมเหมือนคนโบราณ
ส่วนแอลสวมผ้าสไบเฉียงสีทอง มีเครื่องประดับติดตามคอ เต็มไปหมด มองแล้วสวยงามสง่ายิ่งนัก
“ นี่แกทำไมมีเครื่องประดับมากมาย ชุดก็สวยกว่าของฉันอีก” ม่อนมองแอลด้วยความอิจฉา ส่วนพี่อ้วนนั้นกล้องหายไป แต่งกายชุดธรรมดาเหมือนคนรับใช้ ถือร่มในมือ ทั้งสี่เดินเข้าไปสำรวจใน อาคารที่ภายในยังคงตบแต่งสวยงามเหมือนว่า เพื่อก่อสร้างใหม่ๆ ด้านในมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าเหมือนคนในรูปปั้นไม่มีผิดเพี้ยน แต่ดูอ่อนวัยกว่ารูปปั้นมาก ส่วนขจรก็จำได้ดี เพราะเขาคือชายคนที่ยืนใกล้หน้าต่างชั้นสามของอาคาร
“ ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี?”......