ตอนที่ 179
ซินจื่อเทียนจ้องมองชิงเทียนอย่างพิจารณา ราวกับต้องการอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์ตัวเอง สร้างรูปแบบป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลข้าออกมา หากเจ้าทำลายมันได้ ข้าจะยอมรับคำขอของเจ้า แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้ เจ้าจะต้องสร้างทวนระดับเซียนขั้นสูงให้ข้าโดยไม่คิดค่าแรง ตกลงหรือไม่?”
ชิงเทียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
“ตกลงตามนั้น” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ไม่มีร่องรอยของความลังเล
ซินจื่อเทียนลุกขึ้นยืน แววตาของเขาฉายความคาดหวัง
“ตามข้ามา”
เขานำชิงเทียนและซินเมิ่งหยูที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เดินออกจากเรือนรับรองไปยังลานฝึกด้านหลัง ที่มีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับประลองพลัง
เมื่อทั้งสามมาถึงลานฝึก ซินจื่อเทียนก็หยุดยืนกลางลาน ก่อนจะเริ่มร่ายมืออย่างสง่างาม ท่วงท่าของเขาพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ พลังปราณสีเขียวมรกตค่อยๆ ไหลเวียนออกมาจากร่างของเขา ราวกับมีชีวิต มันก่อตัวเป็นลวดลายที่ซับซ้อนและสวยงามในอากาศ หมุนวนและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระเบียบ รูปแบบป้องกันที่แข็งแกร่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น ราวกับเป็นเกราะที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงพลังที่น่าเกรงขามที่แผ่ออกมา
ชิงเทียนยืนนิ่งอยู่ห่างออกไป มองดูรูปแบบนั้นด้วยดวงตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยว เขามิได้แสดงความตื่นตระหนกหรือประหลาดใจ แต่กลับพิจารณาโครงสร้างและจุดเชื่อมต่อของรูปแบบอย่างละเอียด ราวกับกำลังถอดรหัสภาษาโบราณที่สลักเสลาอยู่บนผืนอากาศ
ซินจื่อเทียนลดมือลง พลังปราณสีเขียวมรกตยังคงลอยวนอยู่เบื้องหน้าเป็นรูปทรงคล้ายโดมขนาดใหญ่ เขามองมาที่ชิงเทียนด้วยแววตาที่ท้าทาย
“เจ้าหนุ่ม นี่คือ ‘เกราะวารีพันชั้น’ รูปแบบป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลข้า พลังของมันสามารถลดทอนการโจมตี ของผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเซียนขั้นสูงได้ถึงเก้าส่วน หากเจ้าใช้รูปแบบทำลายมันได้ ข้าจะยอมรับว่าทักษะของเจ้านั้นเหนือกว่าข้า”
ชิงเทียนยืนอยู่เบื้องหน้าเกราะวารีพันชั้น พลังปราณสีเขียวมรกตยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีกระแสน้ำนับพันสายไหลรวมกัน ก่อเกิดเป็นความกดดันที่สัมผัสได้ถึงแม้จะยังไม่ได้ลงมือใดๆ สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับลวดลายที่สลับซับซ้อน ราวกับกำลังมองหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งนั้น เขาไม่ได้เร่งรีบ แต่ใช้เวลาในการสังเกตอย่างใจเย็น
ซินจื่อเทียนยืนมองด้วยสีหน้ามั่นใจ เกราะวารีพันชั้นเป็นรูปแบบที่ได้รับการขัดเกลามาหลายชั่วอายุคนของตระกูลซิน ทุกจุดเชื่อมต่อ ทุกการไหลเวียนของพลังปราณล้วนถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาเชื่อมั่นว่าผู้เยาว์อย่างชิงเทียนไม่มีทางที่จะทำลายมันลงได้ง่ายๆ
ซินเมิ่งหยูยืนอยู่ข้างบิดา มองชิงเทียนด้วยความกังวล นางรู้ดีว่าบิดาของนางภูมิใจในรูปแบบนี้มากเพียงใด มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของตระกูล แต่ในขณะเดียวกัน นางก็เคยเห็นความสามารถที่เหนือความคาดหมายของชิงเทียนมาแล้วในระหว่างการเดินทาง ซึ่งทักษะและความเข้าใจด้านรูปแบบของเขานั้น อาจสูงกว่าบิดาของนางเสียด้วยซ้ำ
ชิงเทียนหลับตาลงชั่วครู่ ปล่อยให้สัมผัสไหลผ่านความรู้สึก เขาไม่ได้พยายามที่จะใช้กำลังเข้าปะทะโดยตรง แต่กำลังวิเคราะห์โครงสร้างของรูปแบบ ราวกับกำลังแกะรอยเส้นไหมที่พันกันยุ่งเหยิง
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของชิงเทียนก็เปล่งประกายคมกริบ ราวกับค้นพบกุญแจสำคัญ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า มือขวายกขึ้นอย่างนุ่มนวล ปรากฏกลุ่มพลังปราณรวมตัวกันที่ปลายนิ้วของเขา
แทนที่จะพุ่งเข้าโจมตีอย่างรุนแรง ชิงเทียนกลับใช้นิ้วแตะลงบนจุดหนึ่งของเกราะวารีพันชั้นอย่างเบามือ ราวกับสัมผัสผิวน้ำที่กำลังสั่นไหว ทันใดนั้นเอง พลังปราณก็แทรกซึมเข้าไปในรูปแบบอย่างเงียบเชียบ ราวกับสายน้ำที่ไหลซึมลงดิน
ซินจื่อเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าชิงเทียนกำลังทำอะไร สัมผัสที่แผ่วเบาเช่นนั้นไม่มีทางที่จะทำลายเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งนี้ได้ แต่แล้ว สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น จุดที่ชิงเทียนสัมผัส เริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ แผ่ขยายออกไปราวกับใยแมงมุมที่กำลังถักทอ
เสียงแตกเปรี๊ยะๆ ดังขึ้นราวกับน้ำแข็งที่กำลังละลายจากภายใน ก่อนที่รูปแบบวารีพันชั้นทั้งผืนจะสั่นคลอนอย่างรุนแรง พลังปราณสีเขียวมรกตที่เคยไหลเวียนอย่างต่อเนื่องเริ่มปั่นป่วน ลวดลายที่สลับซับซ้อนเริ่มบิดเบี้ยวและแตกหัก ราวกับกระจกที่ถูกทุบ ก่อนที่ทุกสิ่งจะสลายกลายเป็นละอองพลังปราณที่จางหายไปในอากาศ
ซินจื่อเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาแข็งค้างราวกับถูกสาป เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เกราะวารีพันชั้น รูปแบบป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเขา ถูกทำลายลงด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว
“อะไรกัน!”
ซินเมิ่งหยูก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ มือเรียวยกขึ้นปิดปากโดยไม่รู้ตัว เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าชิงเทียนจะสามารถทำลายรูปแบบที่ดูเหมือนไร้ช่องโหว่นั้นได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
หลังจากที่รูปแบบป้องกันอันแข็งแกร่งของซินจื่อเทียนถูกทำลายลงด้วยการแทรกซึมพลังปราณที่แยบยลของชิงเทียน บรรยากาศในลานฝึกก็กลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง ซินจื่อเทียนยังคงจ้องมองไปยังร่องรอยพลังปราณสีเขียวมรกตที่สลายไปในอากาศด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับเขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
“ท่านผู้อาวุโสซิน” ชิงเทียนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ
“ฝีมือด้านรูปแบบของท่านลึกล้ำเกินกว่าที่ข้าคาดคิด การได้ประลองกับท่านในวันนี้เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง”
ซินจื่อเทียนถอนหายใจยาว เหยียดรอยยิ้มออกมาอย่างยอมจำนน ร่องรอยความตกตะลึงยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา
“เจ้าหนุ่ม…ฝีมือของเจ้าช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้เยาว์ที่เข้าใจในศาสตร์แห่งรูปแบบได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ข้ายอมรับในความสามารถของเจ้า” เขาพยักหน้าอย่างชื่นชม
“ในเมื่อข้าให้คำมั่นสัญญาไว้แล้ว ข้าย่อมต้องรักษาคำพูด”
“ท่านผู้อาวุโส เพื่อแสดงความเคารพต่อท่านในฐานะบิดาของซินเมิ่งหยู ผู้มีน้ำใจช่วยเหลือข้ามาโดยตลอด ข้าจะสร้างทวนระดับเซียนขั้นสูงให้ท่าน โดยจะคิดเพียงค่าวัตถุดิบเท่านั้น ส่วนเรื่องคำขอ…เมื่อถึงเวลาที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ข้าจะแจ้งให้ท่านทราบในภายหลัง” ชิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ
คำพูดของชิงเทียนสร้างความประหลาดใจให้กับสองพ่อลูก ซินจื่อเทียนมองชิงเทียนอย่างพิจารณา ราวกับต้องการมองทะลุเข้าไปในความคิดของชายหนุ่ม ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ เจ้าเป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจเกินคาดจริงๆ น้ำใจของเจ้าทำให้ข้ารู้สึกชื่นชมยิ่งนัก ตกลงตามนั้น เจ้าต้องการวัตถุดิบอะไรก็บอกกล่าวมาได้เลย”
ซินเมิ่งหยูมองชิงเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ “ขอบคุณเจ้ามากนะ”
ชิงเทียนยิ้มตอบอย่างจริงใจ “ไม่เป็นไร เจ้าเคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือข้าในยามยากลำบาก นี่เป็นเพียงสิ่งที่ข้าสามารถตอบแทนได้เล็กน้อยเท่านั้น”
หลังจากที่ชิงเทียนจดรายละเอียดวัตถุดิบที่ต้องการให้ซินจื่อเทียน เขาก็รีบกลับมายังที่พัก ก่อนจะพบกับจ้าวเฟิงที่ยืนรออยู่กหน้าประตู
“เจ้าไปไหนมารึ”
“ไปเดินเล่นมานิดหน่อย ผู้อาวุโสมีธุระอะไรหรือขอรับ” ชิงเทียนไม่ต้องการที่จะเปิดเผยเรื่องที่พึ่งไปพบกับซินจื่อเทียนมา จึงได้แต่พยายามเปลี่ยนประเด็น
จ้าวเฟิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ซักไซร้ต่อ
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ข้าก็มีข่าวดีจะบอก ตอนนี้สระแก่นปราณพร้อมใช้งานแล้ว”
ความยินดีท่วมท้นในใจของชิงเทียน ในที่สุดโอกาสที่เขาเฝ้ารอก็มาถึง
จ้าวเฟิงนำทางชิงเทียนลึกเข้าไปในส่วนในสุดของสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเดินผ่านอาคารขนาดใหญ่ สวนหย่อมที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยพรรณไม้นานาชนิดและสระน้ำเล็กๆ ที่มีปลาหลากสีแหวกว่าย จนกระทั่งมาถึงเขตที่มีการป้องกันแน่นหนา
บริเวณนั้นเงียบสงัดผิดปกติ ด้านหน้าปรากฏม่านพลังสีฟ้าที่แผ่ไอพลังงานเข้มข้นออกมาอย่างชัดเจน แม้แต่ชิงเทียนในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้
เบื้องหน้าม่านพลัง มีร่างของชายชราสามคนนั่งอยู่บนโขดหินด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ ชายชราที่นั่งอยู่ตรงกลางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“เจ้ามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น ในการใช้สระแก่นปราณ จงใช้มันให้คุ้มค่า” เสียงของชายชราแหบแห้ง แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจอันเอ่อล้นที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเคารพโดยไม่รู้ตัว
เพียงชายชราวาดมือเบาๆ ม่านพลังสีฟ้าที่เคยขวางกั้นอยู่ก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่นำไปสู่ด้านใน ชิงเทียนก้าวเข้าไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อร่างของเขาผ่านเข้าไป ม่านพลังก็ปิดตัวลง ชิงเทียนพบกับสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสิบจั้ง น้ำในสระใสมีสีเขียวใส พลังปราณที่แผ่ออกมา บริสุทธิ์กว่าแก่นปราณอัสนีที่เขาเคยดูซับหลายเท่า
เมื่อเท้าของชิงเทียนสัมผัสกับน้ำในสระ พลังปราณมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขาราวกับแม่น้ำที่ไหลทะลัก ความรู้สึกสดชื่นและพลังที่เพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารีบนั่งลงขัดสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลังในทันที
กระแสพลังปราณบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วร่าง หล่อเลี้ยง กระดูก และเส้นลมปราณ หลังจากเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป พลังปราณภายในร่างของชิงเทียนก็ทะลวงผ่านคอขวดที่เคยขวางกั้น ตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับหนึ่งแล้ว รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครบหนึ่งชั่วยาม ชิงเทียนลืมตาขึ้นด้วยความเสียดาย เนื่องจากพลังปราณในสระลดไปแค่สองส่วนเท่านั้น
“หากข้ามีเวลาบ่มเพาะนานกว่านี้ คงจะสามารถเลื่อนเป็นเซียนขั้นกลางระดับสองได้ไม่ยาก” เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าในขณะนั้นเอง รอยประทับบนแผ่นหลังก็ราวกับมีปฏิกิริยาบางอย่าง
“ความรู้สึกนี้คืออะไรกัน?” ชิงเทียนรู้สึกถึงพลังงานแปลกประหลาดที่ดึงดูดเขาไปยังทิศทางหนึ่ง
ชิงเทียนลุกขึ้นยืน ตามสัมผัสลึกลับนั้นไปจนถึงมุมหนึ่งของขอบสระ ที่มีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เขาเดินเข้าไปใกล้และลองออกแรงผลักดู หินก้อนนั้นขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นทางที่ที่ทอดยาวสู่เบื้องล่าง
“ในสระแก่นปราณแห่งนี้มีเส้นมางลับด้วยรึ”
ชิงเทียนตัดสินใจดำลงไปในความมืดมิดใต้น้ำ คลำทางไปตามทางใต้น้ำที่คดเคี้ยว จนกระทั่งในที่สุดก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาในโพรงแห่งหนึ่ง อากาศภายในโพรงนั้นอบอวลไปด้วยพลังปราณที่เข้มข้นกว่าด้านนอกหลายสิบเท่า เขาจุดไฟขึ้นมาบนฝ่ามือ เผยให้เห็นรูปร่างของโพรงที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ชิงเทียนคาดเดาว่าที่นี่อาจจะเป็นสถานที่กักเก็บแกนพลังงานของสระแก่นปราณก็เป็นได้
“เจ้าเป็นใคร?”
ในขณะที่ชิงเทียนกำลังสำรวจโพรงลึกลับนั้นเอง เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย เบื้องหน้าเขาปรากฏร่างวิญญาณของมังกรตัวหนึ่ง ร่างกายของมันโปร่งแสง แต่ยังคงสง่างามและน่าเกรงขาม แม้ว่าจะมีโซ่สีดำสนิทหลายเส้นพันธนาการ