บทที่ 70 ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์ชั้นสูง
“เสี่ยวเอ๋อถอยไปพ่อจะต้องยอมรับโทษทัณฑ์ให้สมกับความผิดที่พ่อเป็นคนก่อขึ้นมาเอง...พ่อผิดเองที่ลืมคำสั่งสอนของคนผู้หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว...พ่อจะต้องขอโทษเจ้าด้วยจริงๆ...”
ท่านพ่อของเสี่ยวเหอ นึกย้อนกลับไปเมื่อ หนึ่งแสนปีก่อน เป็นตอนที่อาจารย์ของเขาเดินเข้ามาคุยด้วยครั้งแรก
‘เจ้าเป็นเด็กจากที่ไหนหนุ่มน้อย ส่วนข้ามีฉายาว่าจักรพรรดิมหาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์อมตะ’
‘...ร...หรือว่าท่านก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทั่วทั้งจักรวาลอย่างนั้นหรือขอรับ เป็นเกียรติของข้าน้อยอย่างมากที่ได้เห็นท่านตัวเป็นๆ ส่วนข้าน้อยไม่มีชื่อเรียกหรอกขอรับท่านได้โปรดตั้งชื่อให้ข้าน้อยได้หรือไม่...’
‘โอ้ว...ถ้าอย่างนั้นชื่อของเจ้าเอาเป็น เสี่ยวหนิง ดีหรือไม่ เจ้าว่าเป็นอย่างไร’
‘ขอรับข้าน้อยชอบชื่อนี้อย่างแน่นอน เพราะยังไงก็เป็นท่านที่ประทานชื่อนี้มาให้แก่ข้าน้อย’
‘ดีดี ดีมาก...ถ้าอย่างงั้น ข้าจะขอเรียกเจ้าว่า เสี่ยงหนิงเอ๋อ ก็แล้วกันเพื่อที่จะได้ดูสนิทสนมกันดีหรือไม่’
‘อ...เอ่อแล้วข้าน้อยควรจะเรียกท่านว่าอะไรดีหรือขอรับ ท่านผู้สูงส่ง? ท่านผู้มีพระคุณ? ท่านอาจารย์?...’
‘แฮะๆ...แต่ละชื่อของเจ้ามันฟังดูแหม่งๆแฮะ ถ้าอย่างนั้น เรียกข้าว่าอาจารย์ ก็พอแล้วไม่ต้องมีท่านหรอก...และเจ้าก็จะต้องมารับการฝึกฝนจากข้าด้วยเนื่องจากเจ้าได้เป็นลูกศิษย์ของข้าแล้ว เข้าใจไหม’
‘ขอรับข้าจะมาที่นี่ทุกวันเลย เพื่อที่จะมารับการสั่งสอนจากท่านอาจารย์ขอรับ’
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เผ่าพันธุ์แวมไพร์ที่เคยเป็นตระกูลชนชั้นต่ำที่สุดในจักรวาล ก็ได้ไต่อันดับจนขึ้นมาเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอย่างในปัจจุบันได้ และเผ่าพันธุ์แวมไพร์ก็ได้ขยายอาณาเขตของตนเองเรื่อยมา จนกระทั่ง ได้มีข่าวประกาศออกมาจากจักรวาล หนิงหลี่เฟิงโจวชิงเหอ ว่า จักรพรรดิมหาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์อมตะ ได้เปลี่ยนผู้ครอบครองบัลลังก์องค์ใหม่แล้ว
ในตอนนั้นเองที่ เสี่ยวหนิง ไปเยือนจักรวาลหนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ เป็นครั้งสุดท้าย
‘ข้าขอพบกับท่านอาจารย์หน่อย’
‘อ...เอ่อ...คือว่าข้าไม่ได้อยากจะโกหกท่าน เสี่ยวหนิง หรอกนะขอรับ ต...แต่ว่า...ท...ท่านจักรพรรดิมหาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์อมตะเขา...ได้เสียชีวิตลงแล้วขอรับ...’
‘ม...ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมเรื่องเช่นนี้...ท่านอาจารย์ของข้าแข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน ก็ไม่มีความสามารถที่จะมาขึ้นแทนที่ของเขาได้...แล้วอีกอย่างพวกเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าท่านอาจารย์ของข้าจะตายไปแล้ว เขาจะต้องเป็นอมตะสิ๊ถึงจะถูก พวกเจ้ามันจอมหลอกลวงไสหัวไปให้พ้นหน้าของข้าให้พ้น~~~~!!!!’
กลับมาสู่เวลาปัจจุบัน
เสี่ยวหนิง ได้คิดในใจของเขาว่า ‘นั่นก็คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะที่ข้าได้ไปเยี่ยมเยียนจักรวาลที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด เฮ้อ~…’เขาได้แต่คิดถึงเรื่องราวเก่าๆต่างๆนาๆ
ในตอนนี้ เสียงร้องโหยหวนยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลามาหนึ่งวันเต็มๆแล้วแต่ที่ เสี่ยวหนิง ยอมโดนลงโทษนั่นก็เป็นเพราะว่า เขาสำนึกผิดขึ้นมาจริงๆ แถมยังยอมโดนไฟธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เผ่าแวมไพร์หวาดกลัวมากที่สุดเผาไหม้อีกด้วย แต่ถึงจะอย่างนั้น พลังเพียงแค่นี้มันเล็กน้อยมากเขาสามารถลบล้างได้สบายๆ แต่เขาก็ไม่ยอมทำ
มีหรือที่ ชิว เหวินเจี้ยน จะไม่รู้ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อ มีพลังที่มากกว่าตนเองในตอนนี้ไปไกลโข แต่เขาก็ยังคอยดูต่อไปว่าลูกศิษย์ของเขาจะสำนึกผิดจริงๆหรือไม่ แต่แค่นี้ เขาก็พอจะรู้ผลลัพธ์แล้ว
ฟู่วววววว~~~~~
ไฟศักดิ์สิทธิ์ได้มอดดับลงไปทั้งหมด เนื่องจากชิว เหวินเจี้ยน ได้ลงโทษอย่างสาสมแล้ว “เฮ้อ~ ยังดีที่เจ้าไม่ขัดขืน เพราะถึงยังไงเจ้าก็ผิดอยู่ดีต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน สักวันก็จะต้องมีคนที่ทำให้เจ้ายอมก้มหัว ทั้งๆที่ตัวของเจ้าแข็งแกร่งกว่าอยู่ดี...และวันนั้นมันก็มาถึงแล้ว...ฮึ ฮึ ฮึ”
“โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว...ท่านอาจารย์อาจจะพูดผิดไปอยู่เรื่องนึงเพราะว่าท่านแข็งแกร่งกว่าข้าเสมอมาต่างหาก ในสายตาของข้า ไม่ว่าท่านจะมีพลังมากน้อยแค่ไหนท่านก็ยังแข็งแกร่งกว่าข้า และท่านยังสามารถสอนสั่งข้าได้เช่นเดิม เหมือนอย่างครั้งในอดีตกาล...” เสี่ยวหนิง กล่าวออกมาทั้งน้ำตา เนื่องจากเขาไม่ได้พบกับท่านอาจารย์มานับแสนปีแต่ในวันนี้เขากลับได้พบกับคนที่เขาชื่นชมมากที่สุดในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
ชิว เหวินเจี้ยน ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงดังลั่น “ถ้าเจ้าคิดอย่างนั้นได้ก็ดีถ้าอย่างนั้นเตรียมรับคำสั่งจากข้าซะ ...อย่างแรกเลย เจ้าจงยกเลิกกฎแห่งการบูชายัญซะแล้วอย่างที่2...3...50..51...” ชิว เหวินเจี้ยน ได้กล่าวต่อไปอีกยาว
“อ...เอ่อ...ท่านอาจารย์ข้ามีงานยุ่งเข้ามานิดหน่อย เดี๋ยวข้าขอกลับก่อนนะ...” เสี่ยวหนิง หายวับไปอย่างรวดเร็ว และแรงกดดันทั้งหมดได้ถูกลบหายไปราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน
‘เฮ้อ...เมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว ข้าจะต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ปล่อยข่าวปลอมออกไปจริงๆแล้วข้าอยากจะใช้ชีวิตอย่างเช่นคนธรรมดา... แต่ใครจะไปรู้หละว่ากว่าข้าจะค้นพบวิธีนี้ ก็ผ่านมาแล้วตั้งแสนกว่าปี...’ ชิว เหวินเจี้ยน ก็นึกย้อนกลับไปเช่นกันแต่จริงๆแล้วในเวลาหนึ่งแสนปีที่ผ่านมา เขากลับไปเก็บตัวหาวิธีสร้างร่างใหม่ขึ้นมาแต่ผลสุดท้าย เขาก็ได้ร่างกายนี้มาครอบครอง