บทที่ 66 สิ้นแสงจันทรา!
“ตามที่เจ้ากล่าว” เห็นท่าทางเทพวายุชายชรากลับมาจับดาบศักดิ์สิทธิ์แน่นอีกครั้ง ท่าทางกลายเป็นจริงจังสุดขีด เมื่อชายแก่พุ่งเข้าหาเทพวายุ ดาบเรืองแสงทั้งสิบหกเล่มด้านหลังชายชราพลันเคลื่อนไหว มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วโจมตีเทพวายุ ความเร็วของมันเร็วกว่าความเร็วการเคลื่อนที่ของชายแก่ซะอีก
‘ดูเหมือนข้าก็ต้องเอาจริงซักหน่อย’ เทพวายุคิด สายฝนซึ่งอยู่ในร่างเทพวายุได้ยินความคิดของอีกฝ่ายในเวลานั้นทั้งหมด อีกทั้งเขายังรู้อีกว่าเทพวายุกำลังทำอะไร สายฝนตกตะลึงหลังรู้สิ่งที่เทพวายุกำลังทำ เป็นเวลานั้นที่ดาบเรืองแสงทั้งสิบหกเล่มได้เข้ามาใกล้ตัวเทพวายุแล้ว ห่างอีกไม่มากนัก เทพวายุยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้ดาบเรืองแสงโจมตีตนเองเหมือนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทว่าครั้งนี้มีบางสิ่งบางอย่างแตกต่างไปจากครั้งนั้น
เมื่อดาบเรืองแสงถึงตัวเทพวายุ พวกมันก็โจมตีเทพวายุทันทีโดยไม่มีความลังเลใดๆ ดาบเรืองแสงเล่มหนึ่งต้องการแทงทะลุหัวใจเทพวายุ มันพุ่งด้วยความเร็วสูงโจมตีไปยังตำแหน่งหัวใจ เสียงดัง ฉึก! เทพวายุไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ มีเพียงแค่เสื้อผ้าของเขาเท่านั้นที่ฉีกขาด ด้วยความรุนแรงพลังของดาบเรืองแสงเสื้อผ้าเทพวายุมิอาจทนไหว เวลานี้เสื้อผ้าของเทพวายุแทบไม่สามารถเรียกว่าเสื้อผ้าได้ ขนาดเรียกว่าผ้ายังเรียกยากเลย
ดาบเรืองแสงเล่มที่แทงเทพวายุค่อยๆหายไป ยังไม่ทันให้เทพวายุพักหายใจแม้แต่หนึ่งนาทีดาบเรืองแสงอีกเล่มพลันโจมตีใส่เทพวายุ ตูม! ยามดาบเรืองแสงโจมตีโดนร่างกายเทพวายุพลันเกิดเสียงดังลั่น เสื้อผ้าซึ่งฉีกขาดจนไม่เหลือชิ้นดีสลายหายไปเผยให้เห็นรอยสักที่แผ่นหลังเทพวายุ รอยสักเป็นรูปอักขระอักษรแปลกๆทั้งหมดสามสิบสองตัว
“แม้แต่ทักษะการลงทัณฑ์แห่งเทพแสงยังไม่สามารถทำร้ายร่างกายเจ้าได้ มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!” ชายชราตกตะลึงอ้าปากตาค้าง มันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ทักษะการลงทัณฑ์แห่งเทพแสงนั้นไม่ใช่ทักษะระดับตํ่า กลับกันเลยทักษะนี้เป็นทักษะระดับสุดยอดในหมู่ทักษะเทพเจ้า หากใช้ดีๆเพียงแค่ดาบเรืองแสงสิบเล่มก็สามารถทำลายล้างดาวเคราะห์หนึ่งดวงได้อย่างไม่ยากเย็น ทว่าทักษะระดับนั้นกลับไม่อาจทำร้ายร่างกายเทพวายุได้ ร่างกายต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันถึงสามารถป้องกันดาบเรืองแสงได้?
“ให้ข้าคาดเดาเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะแข็งแกร่งมากขนานนี้สินะ?” เทพวายุกล่าวพลางส่งสายตาเยาะเย้ยไปทางชายชรา ในเมื่ออีกฝ่ายได้เป็นศัตรูของเขาไปแล้วเขายังต้องเคารพฝ่ายตรงข้ามอีกหรือ? เทพวายุใช้จังหวะที่ชายแก่อาปากตาค้างโจมตีอีกฝ่าย เมื่อเทพวายุปล่อยหมัดมาทางตนชายชราพลันได้สติ มันรีบหลบหมัดของเทพวายุแต่ไม่นานมันก็พบว่าหมัดนั้นเป็นแค่ตัวหลอกล่อเท่านั้น ฉับพลันชายแก่เตรียมรอรับความเจ็บปวด
ปึง! หมัดจริงชกเข้าที่หน้าชายชราเต็มๆ แรงที่เกิดจากหมัดทำให้ชายแก่ลอยออกไปไกล ผลจากแรงของหมัดเทพวายุยังไม่หมด ห้องใต้ดินซึ่งสามารถทนพลังของทักษะการลงทัณฑ์แห่งเทพแสงได้อย่างง่ายๆกลับพังทลายเพราะแรงจากหมัดเทพวายุ นี่แสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นของพลัง!
“เคลื่อนที่ฉับพลัน” เทพวายุพึมพำเบาๆกับตนเอง วินาทีถัดมาเขาก็ได้ไปปรากฏบนท้องฟ้าสีคราม เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่ดาวเคราะห์โอเชี่ยนเซียจึงไม่มีนํ้าอยู่บนท้องฟ้า สายลมแรงพัดผ่านร่างเทพวายุ เสื้อผ้าใหม่สร้างขึ้นปกปิดร่างกายของเขา เทพวายุมองไปยังทิศทางหนึ่ง เป็นเวลาเดียวกับที่เทพวายุจ้องมอง ชายชราพลันปรากฏขึ้น ชายแก่มองเทพวายุด้วยสายตาหวาดกลัว เวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเทพวายุกันแน่? ทำไมอีกฝ่ายถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ในเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น? มีคำถามมากมายนับร้อยปรากฏขึ้นในหัวชายชรา
“มาต่อกันเลย” แม้เทพวายุจะกล่าวเสียงเบาทว่าชายแก่ก็ได้ยิน วินาทีเดียวกันกับที่เริ่มพูด เทพวายุก็ได้พุ่งเข้าจู่โจมชายแก่
ปึง! ปั้ง! ตูมมม!
เทพวายุปล่อยหมัดโจมตีชายชราอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ชายชราคิดว่าตนเองหลบพ้นแล้วตัวมันกลับพบว่าตนเองหลบไม่พ้น หลังจากโดนเทพวายุต่อยไปหลายนาทีชายแก่จึงรู้ว่าทำไมตนมันถึงหลบหมัดอีกฝ่ายไม่พ้น ไม่ใช่เพราะมันไม่เร็วพอ
แท้จริงแล้วสาเหตุที่มันหลบไม่พ้นเป็นเพราะเทพวายุไม่ได้ต่อสู้โดยใช้กำลังอย่างเดียว แม้เทพวายุจะมีพละกำลังอันแข็งแกร่งและความรวดเร็วดั่งสายลมทว่ามันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะโจมตีชายชราโดนทุกครั้งที่ต่อย ตอนต่อยเทพวายุแม้จะดูเหมือนแค่โจมตีธรรมดาแต่ที่จริงแล้วไม่เลย เขากำลังใช้ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอยู่
“สิ้นแสงจันทรา” ชายชราซึ่งเพิ่งกระเด็นไปไกลเพราะแรงหมัดเทพวายุกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าขาวซีดไร้สีสัน มันรู้จักศิลปะการต่อสู้นี้ ย้อนกลับไปหลายล้านปีก่อน ในตอนนั้นเป็นยุคบรรพกาล สิ่งมีชีวิตลึกลับตนหนึ่งได้คิดค้นศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอย่างหนึ่งขึ้นมา ศิลปะการต่อสู้นี้มีนามว่าสิ้นแสงจันทรา ตำนานได้กล่าวใว้ว่าความสามารถที่แท้จริงของศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรานั้นสามารถทำให้ดวงจันทร์ไร้แสงได้ แสงของดวงจันทร์เกิดจากอะไร? แน่นอนว่าต้องเกิดจากดวงอาทิตย์ การทำให้จันทราไร้แสงก็ไม่ต่างไปจากทำให้ตะวันไร้แสงหรือทำลายดวงอาทิตย์
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ตัวแล้วสินะ” เทพวายุยิ้มเล็กน้อย หลายปีที่ผ่านมามันตามหาความแข็งแกร่งทุกวินาที วันหนึ่งมันได้พบกับศิลปะการต่อสู้มือเปล่าสิ้นแสงจันทราและได้ศึกษามันจนเข้าใจในระดับหนึ่ง นับจากวันนั้นมาเทพวายุก็ได้ศึกษาศิลปะการต่อสู้แขนงนี้โดยตลอด แต่ผลลัพธ์คือเขาสามารถเข้าใจได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรานั้นน่ากลัวและทรงพลังเกินไป! กระทั่งเขาซึ่งศึกษามาหลายร้อยปียังเข้าใจได้เพียงนิดเดียว
‘สุดยอด!’ สายฝนที่อยู่ในร่างเทพวายุอดร้องตะโกนในใจไม่ได้เมื่อความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราไหลเข้าหัวเขาดั่งสายนํ้า ‘เฮ้ออ~ กระทั่งเทพวายุยังเข้าใจมันได้แค่นิดเดียวหลังฝึกฝนและศึกษามาหลายร้อยปี แล้วฉันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่กัน? พันปีหรือหมื่นปี?’ นี่คือสิ่งที่สายฝนคิดต่อจากนั้น แม้เขาจะได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสิ้นแสงจันทรามาจากเทพวายุทว่าเขาไม่ได้รับความเข้าใจมาด้วย กล่าวง่ายๆก็คือถ้าเขาอยากใช้สิ้นแสงจันทราเก่งเท่าเทพวายุหรือแกร่งกว่าเขาจำเป็นต้องฝึกฝนศึกษา และทำความเข้าใจสิ้นแสงจันทราด้วยตนเอง ไม่มีทางลัดในการทำความเข้าใจสิ้นแสงจันทราเช่นเดียวกับไม่มีทางลัดในการเป็นผู้แข็งแกร่ง!
‘อย่างน้อยฉันก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรามา ตราบใดที่ฉันพยายามทำความเข้าใจมันฉันก็จะใช้งานมันได้ และถ้าฉันใช้งานมันได้ฉันก็จะแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า อีกทั้งยังมีหลักประกันชีวิตติดตัวเพิ่มมาหนึ่งอย่าง’ ยิ่งคิดสายฝนก็ยิ่งตื่นเต้น เขาวางแผนใว้ว่าต่อจากนี้ไปตัวเขาจะเริ่มทำความเข้าใจสิ้นแสงจันทราอย่างจริงจัง
///
วินาทีที่สายฝนคิดอย่างงั้นเขาไม่รู้เลยว่าการที่ตนเองได้รับศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรามานั้นมันจะทำให้เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในดาวเคราะห์โอเชี่ยนเซียอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาร้อยปีสิ่งมีชีวิตทุกตนบนดาวโอเชี่ยนเซียจะต้องคุกเข่าทำความเคารพเขา
---
จบบทที่ 66 สิ้นแสงจันทรา!