“อะ... แค่ก แค่ก แค่ก…!”
หานซั่วพ่นน้ำที่ล้นออกมาเต็มปาก ใบหน้าแดงก่ำขณะแกะมือที่บีบแน่นของแฟนนี่ออกจากคอ ยังคงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขารีบพูดด้วยสีหน้าขมขื่น
“อาจารย์แฟนนี่ ทำอะไรน่ะครับ? ข้าอาการหนักขนาดนี้แล้ว อ่อนโยนหน่อยไม่ได้หรือ?”
เมื่อพูดจบ ตาของหานซั่วเบิกโพลงขึ้นทันใดขณะจับจ้องไปยังแฟนนี่และลิซ่า ร่างกายท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่าอย่างสิ้นเชิง สิ่งชวนฝันที่ขาวบริสุทธิ์ราวหิมะสำหรับชายหนุ่มทั้งมวลเผยให้เห็นในทุกอณู ทั้งหน้าอกกลมกลึงสวยงามของแฟนนี่ และหน้าอกสาวแรกแย้มเล็ก ๆ น่ารักของลิซ่าปรากฏเต็มสองตาของหานซั่วในระยะห่างเพียงเอื้อมมือ...
กางเกงในที่บางราวปีกแมลงปอปิดบังตำแหน่งเร้นลับและน่าถวิลหาของทั้งคู่เปียกจนน้ำไหลหยดมาตามขา แม้จะไม่สามารถมองทะลุจนเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเนื้อผ้าบางเบานั้นได้ชัดเจน แต่แค่เพียงความโปร่งแสงที่เห็นก็ทำให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงจนหัวใจแทบหยุดเต้น น้องชายของหานซั่วซึ่งอ่อนตัวลงไปเพราะความตกใจในทีแรก กลับลุกผงาดขึ้นมาอีกครั้ง
“ไบรอัน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว! เอ๊ะ? อาจารย์แฟนนี่ ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้นกับเขาล่ะคะ?”
ลิซ่ามีสีหน้าสับสน
“ก็ดูตรงนั้นของเขาสิ ถ้าเขาหมดสติอยู่จริง ๆ ทำไมมันถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้นได้?”
แฟนนี่เดือดดาลและพูดกับลิซ่าด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่มือก็หยิกเนื้อหานซั่วไปทั่วตัวเพื่อเอาคืน
หานซั่วงุนงงกับคำพูดของแฟนนี่ ในขณะที่ตายังคงกลอกไปมาจับจ้องไปทั่วเรือนร่างของทั้งคู่ ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายและโต้เถียงออกไป โดยไม่สนว่าตรรกะที่ใช้จะถูกหรือผิด
“ข้าโดนพิษของเจ้าอสรพิษนั่น ตัวของข้าก็เลยแข็งทื่อไปหมด ร่างกายท่อนล่างของข้าก็เลยแข็งไปด้วย มันจะเป็นความผิดของข้าได้อย่างไรกัน?”
เมื่อเขาพูดจบ แฟนนี่และลิซ่ามองหน้ากัน แล้วจู่ ๆ ก็เพิ่งตระหนักได้ว่าพวกเธอกำลังโป๊อยู่ จึงอุทานออกมาด้วยความตกใจและกรีดร้องพร้อมกันดังลั่น
“หุบปากนะ! เลิกแก้ตัวเสียที ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่โดนไอพิษของมันแล้วช่วงล่างต้องแข็งแบบเจ้ามาก่อน อ๊ะ! หลับตาเดี๋ยวนี้เลย ห้ามแอบมองเชียวนะ! ลิซ่า รีบใส่เสื้อผ้าให้เสร็จแล้วค่อยจัดการกับเขากันเถอะ!”
แฟนนี่โวยวายอย่างโกรธเคือง รีบหลบไปด้วยความรวดเร็ว ส่งเสียงกรีดร้องกับลิซ่าไปตลอดทาง
หานซั่วปิดปากแน่น แต่ตาทั้งคู่กลับเบิกกว้างทันทีที่ทั้งคู่หันหลังวิ่งออกไป จ้องเขม็งไปที่ก้นงามงอนของแฟนนี่ด้วยสายตาหื่นกระหาย
ผ่านไปไม่นาน ทั้งแฟนนี่และลิซ่าที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวแต่ไกล แก้มของทั้งคู่แดงระเรื่อ แฟนนี่มองหานซั่วด้วยสีหน้าน่ากลัวและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ทำไมอยู่ดี ๆ เจ้าถึงโผล่มาที่นี่ได้อย่างบังเอิญเสียเหลือเกิน สารภาพมานะ”
“เอ่อ...ข้ามาเก็บฟืนแถวนี้ แล้วก็ได้ยินเสียงร้องของพวกท่านพอดี ก็เลยรีบวิ่งมาช่วยพวกท่านโดยไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นเลยจริง ๆ อาจารย์แฟนนี่ ข้าบาดเจ็บนะครับ ข้าไม่ได้ตั้งใจมองพวกท่านเลย ข้าตัวแข็งไปหมด แล้วก็โดนหางของอสรพิษตวัดเข้าตั้งแต่อกขึ้นมาถึงแก้ม แค่นี้ก็เจ็บจะแย่แล้ว ทั้งหมดนี่ ข้าทำเพื่อช่วยพวกท่านนะครับ...”
หานซั่วพูดด้วยสีหน้าขมขื่นขณะนอนราบอยู่บนพื้น ร่างกายทั้งตัวของเขาแข็งทื่อไปจริง ๆ ราวกับตุ๊กตาไม้ มีเพียงปากและดวงตาเท่านั้นที่ยังขยับได้
“อาจารย์แฟนนี่ ถึงไบรอันจะดูน่าสงสัยก็จริง แต่เขาก็ช่วยชีวิตพวกเราไว้จนตัวเองต้องกลายเป็นแบบนี้ ท่านอย่าถือสาเขาได้ไหมคะ?” ลิซ่ามองหานซั่วอยู่ห่าง ๆ จ้องมองเขาด้วยสีหน้าดุร้ายเมื่อเห็นว่าท่อนล่างของเขายังคงแข็งไม่เลิก เธอแค่นเสียงเบา ๆ แต่ก็หันไปขอร้องแฟนนี่แทนเขา
“ลิซ่า... ข้า... ข้าถูกเขากระทำชำเรานะ!” แฟนนี่จ้องหานซั่ว รีบโต้แย้งเมื่อได้ยินลิซ่าขอความเมตตาให้เขา
“มีแค่พวกเราที่รู้เรื่องนี้ ข้าไม่บอกใครอยู่แล้ว ไบรอันเองก็ไม่ปากสว่างแน่นอน ส่วนท่านก็แค่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วอีกอย่าง เขาก็เห็นร่างของข้าเหมือนกัน ต่อให้เกลียดเขาอย่างไร เราก็ฆ่าเขาไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อเขาเองก็เกือบต้องมาตายเพราะเราด้วยเหมือนกัน”
ลิซ่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ตอบแฟนนี่ด้วยสีหน้าขมขื่น
“ข้าไม่เห็นอะไรจริง ๆ ครับ แม้แต่เมื่อกี้ก็ไม่เห็นอะไรเลยด้วย ข้าสัญญา อาจารย์แฟนนี่ อย่าฆ่าข้าเลยนะครับ...”
สีหน้าของหานซั่วเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจในขณะที่ลูกตากลอกไปมาอย่างรวดเร็ว เขาพูดรัวเร็วด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวสุดขีด
“เงียบนะ!”
แฟนนี่ตะคอกใส่เขาด้วยความโกรธ แต่ท่าทีนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยการยอมจำนน หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เธอกระทืบเท้าอย่างแรง พร้อมกับกัดฟันพูด
“เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ หรอกนะ ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน แต่ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะกลับมาจัดการกับเจ้าแน่ ๆ คดีคราวที่แล้วพวกเรายัง... เอ่อ ช่างมันเถอะ”
แฟนนี่เพิ่งรู้สึกตัวว่าเกือบหลุดปากพูดอะไรออกไป เมื่อเห็นว่าลิซ่าจ้องมองเธอด้วยความสงสัย เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อน
“อาจารย์แฟนนี่ ท่านหมายถึง...” ลิซ่ามองแฟนนี่ด้วยสายตาแปลกๆ
“ไม่มีอะไร!” แฟนนี่รีบโพล่งออกมาขัดจังหวะลิซ่าที่ยังพูดไม่จบประโยค หัวเราะอย่างมีเสน่ห์ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไบรอันน่ะ ชอบทำเสียเรื่องตอนทดลองเวทมนตร์อยู่เรื่อยเลย ที่พูดว่าข้าค่อยจัดการคดีคราวที่แล้วก็หมายถึงเรื่องนั้นแหละจ้า อย่าเข้าใจผิดสิ จริงไหม ไบรอัน?”
หานซั่วกลอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว และรีบตอบเธอทันที “ใช่ ใช่ ถูกต้องแล้วครับ”
“เอาละ ลิซ่า เจ้าดูแลไบรอันไปก่อน อสรพิษน้ำลึกตายสนิทแล้ว ข้าจะไปเก็บผลึกมนตราของมันมา ฮิฮิ แล้วมันก็เป็นผลึกมนตราระดับสามซะด้วย แค่นี้เราก็กลับไปอวดที่วิทยาลัยอย่างภาคภูมิใจได้แล้วล่ะ”
แฟนนี่กลัวว่าหากยังอยู่ที่เดิมต่อไปเธอจะเผลอพูดอะไรออกไปอีก จึงรีบเดินออกไปราวกับกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง เธอลงไปว่ายน้ำในสระอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ใส่เสื้อผ้าครบ
หลังจากที่แฟนนี่ออกไป ลิซ่าขยับเข้ามาใกล้หานซั่วพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ
“ไบรอัน ทำไมเจ้าถึงบ้าบิ่นขนาดนี้ ที่เจ้าต้องเสี่ยงตายต่อสู้กับอสรพิษครั้งนี้เป็นเพราะข้าคนเดียวแท้ ๆ ทีแรก ข้าเชื่อคำพูดที่เจ้าบอกกับข้าในหลุมกับดักนั่นแค่ครึ่งเดียว แต่หลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว ข้าเชื่อหมดใจแล้วล่ะ ไบรอัน ข้ามันนิสัยไม่ดี ไม่คู่ควรกับความพยายามของเจ้าเลย”
“……….”
หานซั่วนิ่งเงียบ
ลิซ่าเห็นหานซั่วตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก จึงนึกไปว่าคาดเดาความคิดในใจของเขาได้ถูกต้อง เธอส่ายศีรษะพร้อมกับกัดฟันพูด
“ไบรอัน ล้มเลิกความตั้งใจเกี่ยวกับข้าตอนนี้ก็ยังไม่สายไปนะ พวกเราไม่เหมาะสมกันจริง ๆ สถานะของพวกเราแตกต่างกันเกินไป ครอบครัวข้าไม่มีวันยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเราแน่ ๆ ข้าเสียใจจริง ๆ ไบรอัน”
“……….”
หานซั่วยังคงไม่ตอบอะไร
“ไบรอัน เป็นอะไรไป ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลยล่ะ เจ้าเสียใจหรือ?” ลิซ่ามองเขาด้วยสีหน้าเห็นใจ ในใจก็คิดว่าตัวเธอเองช่างเป็นผู้หญิงที่ใจร้ายเหลือเกิน
หานซั่วสับสนไปหมด ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ เขามองลิซ่าซึ่งกำลังไม่สนใจอะไรอื่นนอกจากความคิดเข้าข้างตัวเองและพรั่งพรูคำพูดเหล่านั้นออกมา เขาเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะตอบกลับไปว่าอะไร หลังจากที่จ้องมองเธอครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ!” สิ้นเสียงตะโกน หานซั่วก็มองหน้าลิซ่าที่กำลังตกใจกลัว เขาถอนหายใจและพูดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ข้าเข้าใจดี ข้าขอแค่ได้มองเจ้าอยู่ห่าง ๆ ก็พอแล้ว ข้าไม่สร้างปัญหาให้เจ้าหรอก การชอบใครสักคนน่ะ มันแปลว่าเราต้องไม่ทำให้คนคนนั้นหนักใจ และควรทำทุกอย่างเพื่อเขาอย่างบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ต่างหาก...ลิซ่า เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก จริง ๆ นะ ข้าดูแลตัวเองได้ เพื่อเจ้าแล้ว ข้าก็อยากให้เจ้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเหมือนกัน”
หานซั่วเคยได้ยินประโยคนี้จากละครน้ำเน่ามาก่อน แม้หลังจากพูดเสร็จจะทำให้ตัวเองรู้สึกขนลุกก็ตาม และคิดว่าตัวเองเริ่มจะชั่วร้ายไร้ยางอายเกินไปหน่อยแล้ว
“ไม่เคยมีใครพูดกับข้าแบบนี้มาก่อนเลย ฮือ... ไบรอัน ข้าขอโทษ!”
ตรงข้ามกับความคาดหวังของหานซั่วโดยสิ้นเชิง ลิซ่าปล่อยโฮออกมาเบา ๆ ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด น้ำตาไหลไม่หยุด ราวกับว่าคำพูดของเขาช่างกินใจเธอเหลือเกิน
แฟนนี่กลับขึ้นมาจากสระพร้อมเนื้อตัวเปียกปอน เมื่อได้ยินเสียงลิซ่าร้องไห้ สีหน้าของแฟนนี่ก็เปลี่ยนไปทันที หันไปจ้องหานซั่วตาเขม็ง
“ไบรอัน แค่นี้ยังแกล้งพวกเราไม่พออีกหรือไง?”
“หวา... อาจารย์แฟนนี่ ไม่เกี่ยวกับไบรอันค่ะ ข้าแค่รู้สึกกลัวตอนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ไม่เกี่ยวกับเขาจริง ๆ ค่ะ!”
ลิซ่ารีบปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว เธอพยายามฝืนยิ้มพลางรีบอธิบายเมื่อได้ยินแฟนนี่ตำหนิหานซั่ว
แฟนนี่มองลิซ่าด้วยความสับสน ก่อนจะหันมามองหานซั่วที่ยังขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว นอนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม จึงพ่นลมเชิงดูถูกเบา ๆ
“สภาพอย่างนี้คงไม่กล้าแกล้งอะไรเจ้าแล้วล่ะ”
เสื้อผ้าบางเบาของแฟนนี่แนบสนิทกับเรือนร่างอันสวยงามของเธอหลังขึ้นมาจากน้ำ แม้จะมองไม่เห็นอะไร แต่สัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบของเธอก็ยังเป็นอาหารตาอันโอชะสำหรับหานซั่วอยู่ดี เขาจึงแอบชื่นชมอยู่เงียบ ๆ ในใจ แฟนนี่ไม่เพียงแต่เป็นเจ้าของเรือนร่างงดงามและโดดเด่นสะดุดตา แต่ยังเป็นอาชญากรตัวฉกาจข้อหาล่อลวงและยั่วยวนใจชายอย่างที่สุดก็ว่าได้
“แปลก...อสรพิษน้ำลึกมีแผลไหม้เหวอะตั้งแต่คอทะลุไปยันหัวเลย สงสัยจริงว่าเกิดอะไรขึ้น? เพราะจะว่าไปแล้ว อสรพิษตัวนี้ก็ตายเร็วเกินไป ไม่ใช่ด้วยเวทมนตร์ของข้า แต่เป็นเพราะรอยแผลไหม้ในหัวของมันนี่ละ และที่แปลกก็เพราะเวทคมหอกกระดูกของช้าไม่ได้มีผลทำให้เป้าหมายเกิดการเผาไหม้จากภายในแบบนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ ไบรอัน?”
แฟนนี่หันขวับมาทางหานซั่วและถามด้วยความแปลกใจ
หานซั่วหัวเราะแห้ง ๆ และรีบตอบกลับไป “ใครจะรู้ล่ะครับ? ข้าแค่แทงมันไปไม่กี่ที แถมยังไม่มีเวทมนตร์หรือออร่าต่อสู้ที่ทำให้มันเผาไหม้ได้เลยสักนิด มองข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ”
“จริงหรือ? แล้วทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าน่าสงสัยนักล่ะ?” แฟนนี่ขมวดคิ้ว ดวงตาคู่งามจับจ้องหานซั่วอย่างพินิจพิจารณา เธอพูดด้วยความสงสัย
“เฮ่อ แล้วแต่ท่านจะคิดแล้วกันครับ ข้าเองก็อยากมีเวทมนตร์หรือออร่าต่อสู้กับเขาบ้างเหมือนกัน แต่โชคร้าย ข้าไม่มีทั้งสองอย่างเลย” หานซั่วหัวเราะและพูดด้วยน้ำเสียงประชดชีวิต
เพราะเวทมนตร์ที่หานซั่วกำลังฝึกฝนอยู่ไม่มีตัวตนบนโลกนี้ และเป็นความลับที่เขาจะไม่มีวันบอกใคร ต่อให้ถูกทรมานจนตายก็ตาม
“อาจารย์แฟนนี่ ท่านคิดมากเกินไปหรือไม่ก็ตาฝาดไปเองมากกว่าค่ะ สายตาของท่านไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วย ไบรอันเพิ่งช่วยชีวิตพวกเราไว้ ทำไมเขาต้องโกหกพวกเราด้วยล่ะ? อีกอย่าง ถ้าเขาแข็งแกร่งขนาดนั้นจริง เขาคงเลิกเป็นทาสรับใช้ไปนานแล้ว”
“ก็อาจเป็นไปได้นะ”
แฟนนี่ยิ้มเล็กน้อย พยักหน้ารับและพูดอย่างร่าเริง
“ข้าได้ผลึกมนตรามาแล้ว มาเถอะ กลับไปที่เต็นท์กันได้แล้วล่ะจ้ะ รอบนี้เป็นการว่ายน้ำที่สยองขวัญน่าดู แต่สุดท้ายก็ได้ผลึกมนตราระดับสามมาอยู่ในมือ!”
“ไบรอัน เจ้าขยับตัวได้หรือยัง? ให้ข้าไปตามพวกนักเรียนชายมาช่วยแบกเจ้ากลับไปไหม?” ลิซ่ามองหานซั่วและถามด้วยความเป็นห่วง
“เท่าที่ข้ารู้ ไอพิษของอสรพิษน้ำลึกแค่ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวเพื่อจะได้กินเหยื่อง่าย ๆ เท่านั้นเอง นี่ก็นานแล้วนะ ไบรอัน เจ้าน่าจะดีขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ?” แฟนนี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา มองหานซั่วอย่างโกรธเคือง
หานซั่วอุทานด้วยความแปลกใจทันทีที่ได้ยิน “อ้าว จริงด้วย! ข้าขยับตัวได้ปกติแล้วนี่ พวกเรารีบกลับกันเลยดีไหมครับ?”
ลิซ่าสะดุ้งโหยง เธอมองหานซั่วและพูดด้วยความโกรธ
“ไบรอัน นี่เจ้าขยับตัวได้ตั้งนานแล้วใช่ไหม?”
หานซั่วพูดด้วยสีหน้าจริงจังโดยไม่มีท่าทีกระอักกระอ่วนเลยแม้แต่น้อย
“เปล่านะ ข้าเพิ่งรู้ว่าขยับตัวได้หลังจากได้ยินอาจารย์แฟนนี่พูดนี่แหละ ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ ขืนช้ากว่านี้ คนอื่น ๆ คงเป็นห่วงแย่เลย”
เขากระโดดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่รีรอคำตอบของแฟนนี่และลิซ่า และรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังพื้นที่กางเต็นท์ที่พวกนักเรียนคนอื่น ๆ อยู่ทันที
“บ้าจริง เขาต้องแกล้งทำเป็นขยับไม่ได้มาตลอดแน่เลย ข้ารู้เพราะเมื่อกี้ข้าแค่ลองถามเพื่อทดสอบเขาดูเฉย ๆ ไบรอัน หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้ายังพูดไม่จบ!”
แฟนนี่โกรธเกรี้ยว ก่อนจะลากลิซ่าวิ่งไล่หานซั่วตามไปติด ๆ
***********************************