ภายในร้านขายสมุนไพร ชายชราตอนนี้กำลังสั่งสอนหลินตงอยู่ยกใหญ่ ถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะได้รับมรดกจากชุดคลุมวิญญาณมังกรเก้าสวรรค์นั่นแล้วแต่ทว่าการที่เขาสั่งสอนด้วยตนเองแบบนี้มันก็จะเป็นการดีซะมากกว่า
ส่วนหลินตงก็ไม่ได้ว่าอะไร ยิ่งมีผู้เชื่อมต่อระดับสูงมาแนะนำเช่นนี้ด้วยแล้วการพัฒนาของเขาก็เริ่มที่จะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังวิญญาณในการโจมตีและป้องกันเขาก็สามารถทำมันได้ง่ายๆ บอกได้เลยว่าขั้นรวมเป็นหนึ่งไม่สามารถต่อกรกับเขาได้อย่างแน่นอน ส่วนขั้นปฐพีถ้าเขาใช้พลังทั้งหมดทางฝั่งตรงข้ามก็ต้องตึงมือเลยเชียวละ ถ้าเปิดช่องโหว่มาเพียงนิดเดียวเขาก็สามารถสังหารทิ้งได้ง่ายๆ
ต้องบอกก่อนว่าความคิดของชายหนุ่มนี้เขาไม่ได้คิดขึ้นมาเล่นๆ โดยปกติแล้วการต่อสู้ข้ามขั้นพลังในโลกการฝึกฝนพลังยุทธนี้ก็ยากเย็นเป็นอย่างมาก จากที่มีเรื่องเล่าขานกันมาต่อให้บุคคลผู้นั่นจะมีจิตวิญญาณยุทธระดับเทพเจ้าแต่พวกเขาก็ทำได้เพียงต่อกรกับระดับที่สูงกว่าได้เพียงหนึ่งถึงสองขั้นเท่านั้นแต่ทว่ากับหลินตงนั้นไม่ใช่ ด้วยการที่เขามีศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพ ทักษะวิชาระดับเทพผู้สร้างที่ทรงพลังกว่าทุกสิ่งกับอีกหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือสายเลือดมังกรอมตะ จึงทำให้เขาไม่เหมือนกับคนทุกคนที่เจอพบเจอมา เรียกได้ว่าหลินตงคือบุคคลที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาตร์อย่างแน่นอน
"ท่านปู่หวัง วันนี้พอแค่นี้ก่อน ข้าคิดว่าข้าจะต้องปรับสภาพร่างกายให้พร้อมในการทะลวงระดับ..!!"
หลินตงพูดขึ้นพร้อมกับยกมือเบรกขึ้นมาก่อน การร่ำเรียนจากผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณมันก็ดีนั่นละแต่ในอีกความหมายนึงของเขาก็มันก็ไม่ต้องก็ได้แล้วที่เขาทำเช่นนี้อยู่ก็เพียงแค่จะตามใจชายชราคนนี้บ้าง เขาเหมือนว่าจะกะตือรือร้นในการสอนเขาอยู่ยกใหญ่ ถ้าชายหนุ่มไม่ตอบรับอะไรเลยมันก็จะไม่เป็นการดี
ชายชราเมื่อเห็นว่าเขาเตรียมจะทะลวงแล้วก็ถึงกับประหลาดใจ
"เจ้าจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งแล้วหรอ? เร็วมาก!! เจ้าเพิ่งอายุเท่าไหร่เองน่ะ สิบหกปีใช่ไหม ฮ่าฮ่า"
หวังจื่อจินครุ่นคิดไปมาก็หัวเราะร่าออกมาอย่างยินดี หลานชายของเขาเพิ่งจะอายุเพียงแค่นี้ก็จะทะลวงขึ้นสู่รวมเป็นหนึ่งแล้ว บอกได้เลยว่าความเร็วในการทะลวงของหลานชายตนนั้นไม่แพ้พวกผู้มีพลังจิตยุทธของเทพเจ้าเลย ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามันรวดเร็วยิ่งกว่ามาก เจ้าพวกนั้นถึงจะมีจิตวิญญาณยุทธระดับเทพเจ้าแต่ทว่าการที่พวกมันจะทะลวงขึ้นสู่ระดับรวมเป็นหนึ่งได้ก็ปาเข้าไปเกือบอายุยี่สิบปีกันแล้วแถมรากฐานหลานชายคนนี้ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าคนอื่นๆไปไกลโขอีกจึงทำให้เขาทะลวงพลังได้เร็วยิ่งกว่าใครๆ
เขารีบเอาสมุนไพรระดับสามระดับสี่ออกมามากมายจนทำให้หลินตงต้องตะลึงอยู่บ้าง สมุนไพรที่ใช้ในการทะลวงระดับขึ้นสู่รวมเป็นหนึ่งในตอนนี้ที่เบื้องหน้าเขามีถึงหลายสิบต้น ปกติแล้วการที่มีเพียงจิตยุทธวิญญาณมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของล้ำค่ามากมายแบบนี้ก็ได้แต่ทว่ามันไม่ใช่กับเขานี่สิ เพราะถึงยังไงตัวของเขามันก็แปลกประหลาดกว่าใครเพื่อ
ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะพูดขึ้น
"ขอบคุณท่านปู่ ท่านพอจะรู้อยู่บ้างว่าในตอนที่ข้าทะลวงพลังมันจะต้องใช้คลื่นพลังยุทธที่มากมายยิ่งกว่าใครๆ"
ชายชราเมื่อได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างยิ้มแย้มและมองไปยังหลานชายของตนด้วยดวงตาที่ลุกวาว
ยิ่งมีพรสวรรค์เช่นนี้สิดี สำหรับชายชราแล้วของล้ำค่าแค่นี้จะหาเมื่อไหร่ก็ได้แถมเขาที่มีพลังถึงเทพวิญญาณยุทธกับอีเรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ เขาบอกได้เพียงว่ายิ่งรากฐานของหลานชายตนแข็งแกร่งเช่นนี้มันจะต้องเกี่ยวกับวิชาฝึกฝนพลังยุทธของท่านอาจารย์มันอย่างแน่นอน เขาก็ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใดแต่เขาบอกได้เพียงแค่อย่างเดียวว่ามันคือทักษะวิชาที่ไร้เทียมทานซะจนไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้ ยิ่งชายชราคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งมังกร ไม่ธรรมดาจริงๆ
ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าตอนทะลวงระดับในคราก่อนที่ตำหนักเจ้าเมืองมันก็เกิดเรื่องนี้และเมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงได้ขอร้องชายชราออกมา
"ท่านปู่หวัง ช่วยสร้างห้วงมิติเอกเทศให้กับการทะลวงของข้าหน่อยได้ไหม..!!"
หวังจื่อถึงกับประหลาดใจพลางจ้องมองไปยังหลานชายของตน เขาไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย
"ทำไมละ? โดยปกติแล้วการทะลวงขั้นมันก็ไม่มีอะไรไม่ใช่หรอ..?"
หลินตงส่ายหัวออกมาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
"การทะลวงขั้นของข้าไม่ธรรมดา ท่านปู่หวัง ท่านบอกว่าข้าคือบุตรแห่งมังกรใช่ไหม ข้าจะบอกให้ก็ได้ว่าตัวตนของข้าในตอนนี้มันมีสายเลือดอะไร มันถูกเรียกว่าสายเลือดเทพมังกรอมตะแห่งความว่างเปล่า สายพันธุ์มังกรเพลิงโบราณที่ทรงพลังมากพอที่จะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง"
"ข้าได้รับสายเลือดนี้มาจากท่านอาจารย์และถูกเขาผนึกเอาไว้ถึงสิบขั้น ที่ท่านเห็นพลังของมันตอนนี้ก็เพียงแค่ขั้นเท่านั้น แล้วหลังจากนี้เมื่อข้าทะลวงขึ้นสู่จิตยุทธรวมเป็นหนึ่ง ตราผนึกมังกรอมตะขั้นที่สองจะต้องแตกออกมาอย่างแน่นอนและมันจะเผาผลาญทุกสิ่งรอบๆให้มอดไหม้"
ชายชราถึงกับตกตะลึงเมื่อยินได้ยินที่เขาพูดขึ้น ขณะนั้นเขาก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่าชื่อเทพมังกรอมตะนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน แล้วพอเขาเริ่มคิดไปเรื่อยๆก็เริ่มดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับจ้องมองมายังชายหนุ่มอย่างตื่นตระหนัก
"ใช่ เทพมังกรอมตะชิงหลงเซียน อย่าบอกนะว่าอาจารย์ของเจ้าคือตัวตนระดับนั่น..!!"
หลินตงถึงกับประหลาดใจที่ชื่อเสียงของท่านอาจารย์จะปรากฏขึ้นบนปากของคนอื่น
"แล้วท่านปู่รู้จักท่านอาจารย์ของข้าด้วยหรอ? ก่อนหน้านี้ที่ท่านพูดมันก็ไม่ผิดหรอก อาจารย์ของข้ามีนามว่าชิงหลงเซียนจริงๆ เขาเรียกตนเองว่าเป็นเทพมังกรอมตะแห่งความว่างเปล่าแต่ทว่าขั้นพลังของเขานั้นข้าไม่มีทางรับรู้ได้เลย จะมีก็เพียงแค่รับรู้ได้ว่าในตอนที่ข้าตายลงเขาเป็นคนดึงชีวิตข้ากลับคืนมาแล้วทำให้ข้ามีวันนี้..!!"
หวังจื่อจินสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างหวั่นเกรง ไม่ผิดอย่างแน่นอน นี่คือนามของผู้ทรงพลังมากที่สุดในมหาจักรวาลพันภพ ทำไมเขาจะไม่รู้จักละ แล้วยิ่งหลานชายของตนบอกว่าเขามีพลังในการฟื้นคืนชีวิตของคนที่ตายได้มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาคือตัวจริง จากที่ดูแล้วเขาไม่เหมือนจะโกหกตนเลยแม้แต่นิด หลานชายของเขาได้ถูกรับเลือกโดยองค์เทพผู้สร้างคนนึงให้สืบทอดพลังของตน
พระเจ้าช่วยแม้แต่เขาก็ยังไม่เคยนึกถึงเรื่องราวระดับนี้มาก่อน นี้คือเรื่องใหญ่ระดับโคตรจักรวาลที่ทุกคนต้องหวาดสะพรึงกลัว
ขณะนั่นชายชราก็พลันได้สติเมื่อถูกถามออกมา เขาพยักหน้ารับอย่างและพูดขึ้นอย่างเร่งรีบ
"ใช่ รู้จักดีเลยละ ข้าเคยไปยังมหาจักรวาลพันภพมาก่อนหน้านี้แล้วและข้าก็ได้ข้อมูลมาเพียบเลยละ ต้องบอกก่อนว่าท่านอาจารย์ของเจ้านั่นคือหนึ่งในการดำรงอยู่ที่สูงล้ำมากที่สุดของห้วงจักรวาลทั้งมวล เขาคือหนึ่งในเจ็ดองค์เทพผู้สร้างของมหาจักรวาลพันภพที่ทรงพลังมากที่สุด อาจารย์ของเจ้าถูกย่องว่าเป็นเทพผู้สร้างแห่งความว่างเปล่าและมีพลังที่ยืนอยู่เหนือผู้คนทั้งสรรพสิ่ง"
หลินตงเมื่อได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้าง ก็รู้อยู่หรอกว่าท่านอาจารย์ของเขานั่นแข็งแกร่งแต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะมากมายขนาดนี้ จากที่เขารู้มาขั้นพลังระดับเทพผู้สร้างนั่นมีเพียงแค่ไม่ถึงสิบคนที่ไปถึงจากชีวิตนับไม่ถ้วนและท่านอาจารย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่น่าเชื่อ มิน่าละทำไมเขาถึงฟื้นคืนชีพคนตายและฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ของทั้งมวลได้