ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 124 วิวัฒน์กลไก

    ทุกคนในห้องถึงกับตกอยู่ในภวังค์กับคำพูดประโยคสุดท้ายของคากิซึ่งคนระดับนี้คงไม่พูดจาไปเรื่อยโดยไม่มีมูลความจริงหรอก

    คนที่ตกใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกลุ่มคนจากแผนกการสรรค์สร้างหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นหรือคำพูดจากปากคากิเมื่อสักครู่นี้  ล้วนแล้วแต่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่พวกเขาร่ำเรียนอยู่ด้วยกันทุกวัน ดูแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครจะเป็นชายที่เก่งกาจขนาดนี้

     

    ลูกน้องในกลุ่มเริ่มกล้าๆ กลัวๆแต่ก็ขยับเข้ามา ช่วยกันประคองแขนของเก็กโคไว้  

    “รุ่นพี่ เราถอยก่อนดีกว่าครับ”

    เก็กโคเริ่มสงบสติลง นึกถึงแววตาที่จ้องมองเข้ามาทะลุทะลวงมาถึงจิตภายในและรัศมีพลังงานลึกลับที่ปล่อยออกมาตึงร่างเขาไว้ 

    สุดท้ายได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้หันหลังแล้วเดินจากไป

    เมื่อเสียงฝีเท้าของกลุ่มนั้นหายไป ความเงียบที่อึดอัดก็เกิดขึ้นในโต๊ะอาหารเพื่อนในแผนกของนาฟมองมาด้วยความกังวล  นาฟเองก็เข้าใจความรู้สึกของคนเหล่านี้หันไปกล่าว

    “ข้าขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”

    อยู่ๆยี่หวาก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นมาก่อนใคร 

    “ปะ เปล่าเลยนาฟ! พวกเราก็แค่พึ่งเคยเห็นอีกมุมนึงของนายที่พวกเราเงียบไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย

    ชาง นิค และวีต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ยี่หวาเอ่ยออกมา

    จู่ๆคากิก็แทรกตัวเข้ามาร่วมวงด้วย  “หลีกๆเจ้าอ้วน ให้ข้าได้นั่งด้วย

    “เจ้าว่าใครอ้วน! แล้วเจ้าไม่ดูตัวเองรึไงรุ่นพี่!

    เอน่าเดินไปจับมือพี่สาวของตนแล้วกล่าว  “เชิญท่านพี่ร่วมรับประทานอาหารกับพวกเราค่ะ

    เอโรซ่า ที่มองไปรอบๆก็พยักหน้านั่งลง

    การสนทนาและเสียงหัวเราะกลับมาอีกครั้ง สร้างบรรยากาศครึกครื้น  อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายถูกสั่งเข้ามาเพิ่มทุกคนกลับมาดื่มกินกันอย่างมีความสุข

    เอโรซ่าถือโอกาสถามนาฟ 

    “เจ้าเป็นยังไงบ้าง?

    นาฟมองประธานสาวแสนสวยผมทองที่ถึงจะดูเข้มงวดแต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจ

    “ก็เกือบจะเอาตัวไม่รอดโชคดีไปเจอสถานที่หลบภัยเลยรอดตายอย่างหวุดหวิด”

    เอโรซ่านึกถึงตอนที่นาฟพยายามเอาตัวเข้าแลกต่อสู้กับเจ้าสัตว์ร้ายอย่างไม่คิดชีวิตต้องใช้ความกล้าหาญระดับไหนกันนะ ถึงได้กล้าเสี่ยงตายได้ขนาดนี้

    “ยังไงก็ขอขอบคุณเจ้าอีกครั้งที่เป็นส่วนหนึ่งให้พวกเราหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย”

    นาฟยิ้มแล้วพยักหน้า  แต่ก็คงเป็นคำถามที่คาใจใครหลายคนว่า

    ชายหนุ่มคนนี้ เข้าไปทำอะไรในมิติรกร้างนั่นกัน

     เอน่าเอ่ยขึ้น “พี่สาวค่ะ เจ้าอีกานั่นมันคงน่ากลัวมากใช่มั๊ยค่ะ”

    “ใช่! ไม่มีใครคาดเดาพลังที่แท้จริงของมันออกแต่ตอนนี้อาณานิคมส่งผู้ใช้พลังระดับปราชญ์ออกไล่ล่ามันอยู่ เห็นว่าตอนนี้ไล่ต้อนมันไปถึงเขตเหนือแล้ว

    เจ้าอ้วนคิมรีบเอ่ย “ขอให้มันโดนจัดการโดยเร็วเถอะผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว

    ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าอ้วนคิมกล่าว

     

    แสงสีในยามค่ำคืนของสโมสรนักศึกษา ใกล้ดับลงทุกคนต่างแยกย้ายเพื่อทำหน้าที่ของตนเองบทสนทนาที่มีชีวิตชีวาเติมเต็มบรรยากาศอันอบอุ่นของค่ำคืนที่ผ่านมาจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้

     

    ในช่วงเวลาต่อมาทุกคนก็เริ่มใช้ชีวิตนักศึกษาไปอย่างปกติทุกคนศึกษาหาความรู้ในแผนกของตน

    วันหนึ่ง ณ ช่วงเวลาใกล้เย็นมากแล้วนาฟเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าแผนกวิวัฒน์กลไก มองเห็นแผนกเบื้องหน้าที่ใหญ่โตกว้างขวางมาก

    มีอาคารเรียนมากกว่า 5 อาคารใหญ่น้อยตามแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน มีนักศึกษาเข้าออกมากกว่า ร้อยคนซึ่งถ้าเทียบกับแผนกของตนแล้วนับว่าต่างกันอย่างลิบลับ

    นาฟเคยรับรู้ว่านักศึกษาในแผนกนี้ต่างให้ความเคารพเทิดทูน ชายที่ชื่อคากิ เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาเวสเทริน์ เป็นอย่างมาก

    อยู่ๆ มีนักศึกษาชายสวมชุดฟอร์มสีฟ้าเดินตรงเข้ามา

    “รุ่นพี่ เชิญให้นายไปที่อาคาร 5  เดี๋ยวนายตามฉันมา รุ่นพี่รออยู่”

    นาฟตามชายคนนั้นไปถึงอาคารสุดท้ายซึ่งเป็นอาคารคล้ายโรงงานขนาดใหญ่

     

    เมื่อประตูเปิดเข้ามา พบกับห้องโถงใหญ่ที่กว้างขวางแสงไฟสีขาวสว่างจ้าส่องลงมาจากเพดานสูงทำให้ทุกสิ่งในห้องดูชัดเจน

    ห้องโถงนี้เป็นศูนย์วิจัยและเก็บอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ทันสมัยมากยิ่งกว่าที่นาฟเคยเห็นในองค์กรเสียอีกมองเห็นแผงควบคุมตู้กลไกที่ทันสมัยเรียงรายอยู่ตามผนังอุปกรณ์ทดลองหลายชนิดวางเรียงรายบนโต๊ะวิจัยที่อยู่ตรงกลางห้อง

    ผนังห้องหนึ่งถูกปกคลุมด้วยจอภาพขนาดใหญ่ที่แสดงผลการทดลองและข้อมูลต่างๆที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงหึ่งๆของเครื่องจักรและเสียงบี๊บเบาๆ ของกล่องกลไก

    ที่มุมห้อง นาฟเห็นชั้นวางอาวุธที่หลากหลายทั้งปืนพลังงานสูง ระเบิดมือ และอาวุธที่ดูจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมาก

    แสงสะท้อนจากโลหะของอาวุธเหล่านั้นทำให้ดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาราวกับว่าพวกมันกำลังรอคอยการถูกใช้งาน

    นาฟเดินไปที่โต๊ะวิจัย สายตาของเขาจับจ้องไปที่แผ่นกระดาษและหน้าจอกลไกที่แสดงผลการทดลองเขาเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

    เห็นแค่นี้ก็พอจะนึกกภาพออกว่าทำไมอาณานิคมถึงให้ความสำคัญกับ หน่วยวิวัฒน์กลไกเป็นอย่างมาก

    เพราะจริงๆแล้วความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องหรือทำลายล้างโลก

     

    เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง คากิเดินเข้ามายืนอยู่ข้างนาฟ  “อาคารนี้ ข้าได้สิทธิ์ใช้แต่เพียงผู้เดียวนายเห็นว่าของทั้งหมดนี้เป็นยังไงบ้าง!

    นาฟที่มองสาดส่องไปรอบๆ แล้วพยักหน้า “เข้าเรื่องเลยดีกว่านายนัดฉันมาทำไม?