The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 135 นาทีวัดใจ


    เครดิตภาพจาก  https://www.wallpaperflare.com

           ระหว่างที่มาวินคิดไม่ออกว่าจะสู้ต่อยังไง ออร่าสีม่วงก็แผ่ซ่านออกมาร่างสูงโปร่งของโอคุยาสุจางๆ สิ่งนั้นทำให้อากิเนะตกตะลึง


    “ ท่านปู่! พี่โอคุยาสุถึงกับใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เลยเหรอ ” 


    “ อืม……โอคุยาสุคงเริ่มเอาจริงแล้ว  ” เทพศาสตราตอบกลับ สีหน้ายังดูปกติ 


    “ งั้นแบบนี้ก็แย่น่ะสิ เจ้าลิงหัวเขียว เอ๊ะ มาวินน่าจะต้านทานไม่ไหว ” อากิเนะตอบเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร่ำไห้ 


    “ ใช่แล้ว เจ้าหนูนั่นต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพราะทุกปัจจัยบ่งชี้ไปทางนั้น ” เทพศาสตรากล่าวยืนยัน

               


            อากิเนะเหม่อมองไปยังมาวินซึ่งกำลังตั้งท่าต่อสู้สีหน้าของเด็กหนุ่มดูจริงจังแบบคนที่ไม่คิดจะยอมแพ้ เธอจึงนึกภาวนาอยู่ในใจ


    “ เธออย่าเป็นอะไรนะ เจ้าหน้าลิง ” 

                


            โอคุยาสุสงบนิ่งอยู่กับที่ แม้ว่าบนใบหน้าหล่อเหลาจะปรากฏรอยฟกช้ำแต่โดยรวมยังดูปกติดี ออร่าที่แผ่ออกมาเริ่มเข้มขึ้นจนเพียงพอให้เห็นด้วยตาเปล่า 

             


           ส่วนทางด้านมาวินกลับดูตึงเครียด
     เนื่องจากรู้ดีว่า……ในยามที่นักสู้เปล่งออร่าออกมา ย่อมเป็นเวลาที่เริ่มเอาจริง เพราะเจ้าสิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้มีพลังและความเร็วมากขึ้นเป็นเท่าทวี


    “ ธรรมดาหมอนี่ก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เวลานี้กลับมีออร่าประหลาดเพิ่มมาอีก แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับมัน ” เด็กหนุ่มขบคิดในใจ ดวงตาเรียวยาวจับจ้องคู่ต่อสู้เบื้องหน้า 

                


           โอคุยาสุจัดเป็นยอดฝีมือคนนึง เลยทำให้รู้ว่า……สิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้คือจิตใจ เพราะยามใดที่ประจัญบานด้วยแรงโทสะ ย่อมหมายถึงความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน หนุ่มหน้าขาวจึงสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อระบายความโกรธที่ยังระอุอยู่เล็กน้อย ไม่นาน เขาก็สงบลงจนสามารถกล่าวกับมาวินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดุจไร้อารมณ์ 


    “ เจ้าหนู นายเก่งมากที่เล่นงานชั้นได้ แต่คราวนี้นายต้องแพ้อย่างแน่นอน ยอมรับ แล้วไปทำไร่ไถนาในดินแดนแห่งนี้เถอะ ” 

                


           ทันทีที่มาวินได้ยิน ความรู้สึกท้อแท้และเหนื่อยหน่ายก็ปรากฏขึ้นมาในจิตใจ


    “ อืม…..หรือจะจริงอย่างที่หมอนี่พูด สู้ยังไงก็แพ้อยู่ดี ตัดใจแล้วใช้ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ มันก็คงดีไม่ใช่น้อย จะว่าไป เราก็ไม่ได้รังเกียจความสงบสุขนี่นา ตรงกันข้าม กลับชอบซะอีก ” 

                


           เมื่อคิดได้ดังนั้น มาวินก็เตรียมยอมแพ้ แต่ก่อนจะเอ่ยปาก หูก็แว่วเสียงของเด็กสาวนางหนึ่ง


    “ ซักวัน…..เราจะกลับมาเจอกัน สัญญานะ….นายวิน ” 

               


           ใบหน้าที่ดูอ่อนล้ากลับกลายเป็นจริงจังอย่างฉับพลัน  มาวินรู้ทันทีว่ายังมีอีกหลายคนรอเขาอยู่ ที่สำคัญเด็กหนุ่มยังจำสัญญาที่ให้ไว้กับจันในโลกแห่งความฝันได้ จึงเปลี่ยนไปตั้งท่าต่อสู้ พร้อมประกาศเสียงกร้าว


    “ ไม่ยอมแพ้ ถึงรู้ว่าสู้นายไม่ได้ ก็จะขอสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อทุกคนที่กำลังรอชั้นอยู่ ” 

                


            เทพศาสตรายิ้มน้อยๆอีกครั้ง สีหน้าและแววตาส่อเค้าแห่งความชื่นชมส่วนอากิเนะถึงกับออกอาการเหวอกับลุคที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเด็กหนุ่มเบื้องหน้า

                


            โอคุยาสุเองก็ดูตกใจเช่นกัน ครู่หนึ่ง หนุ่มหน้าขาวก็ยิ้มมุมปากพร้อมกล่าวกับมาวิน 


    “ เอาล่ะ เจ้าหนู ถึงตอนนี้ชั้นยอมรับจิตใจของนายแล้ว ไม่ว่าจะดูทุเรศยังไง แต่เนื้อแท้ นายก็คือ….นักสู้ผู้กล้าคนหนึ่ง ชั้นจึงขอเตือนด้วยความหวังดี จงถอนตัวจากการประลองครั้งนี้เพราะการโจมตีครั้งต่อไป อาจทำให้ถึงตาย ” 

                


           น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของโอคุยาสุดูนิ่มนวลลง ถ้ามองให้ลึกก็แฝงความนับถืออยู่ไม่น้อย คล้ายกับว่านักดาบหน้าขาวผู้นี้เริ่มยอมรับในตัวมาวินบ้างแล้ว กระนั้น เจ้าลิงหัวเขียวก็ไม่วายโต้ตอบอย่างดุเดือด 


    “ เออ…จริงอยู่ที่นายเก่งกว่าและการโจมตีครั้งต่อไปอาจรุนแรงถึงตาย แต่มั่นใจได้ยังไงว่ามันจะล้มชั้นได้ บางทีนายอาจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ซะเอง ” 


    “ หึ หึ หึ เจ้าหมอนี่ ” โอคุยาสุหัวเราะนิดๆ พร้อมย่อตัวลงเล็กน้อย ไหล่ขวายื่นล้ำไปข้างหน้า ส่วนดาบไม้ในมือถูกเสียบเข้าไปที่ซอกเอวซ้าย ท่วงท่าคล้ายกับการสอดดาบเข้าฝัก 


    “ เอ๊ะ! นี่มัน…..เพลงดาบผ่าหินผา ท่าไม้ตายสูงสุดของเจ้าพี่ชายผมทองนี่หว่า ” มาวินจดจำท่านี้ได้ เพราะเคยเห็นโจจี้ใช้มันมาก่อนทำให้มั่นใจว่า…….พี่ชายผมทองต้องได้รับการสอนสั่งจากสำนักนี้อย่างแน่นอน และสิ่งที่ขบคิดในเวลาต่อมาก็คือ……จะแก้ท่าไม้ตายที่ร้ายกาจนี้ยังไง 


    “ อืม…… ท่านี้มีพลังทำลายรุนแรง ความเร็วในการเข้าปะทะก็สูง พอใช้ควบคู่กับออร่าประหลาดยิ่งทำให้ความเร็วและพลังทำลายมากขึ้นเป็นเท่าทวี โดนเข้าไปเพียงทีเดียวอาจถึงตาย แต่ถ้าหลบล่ะ…..” 

                  


            ถึงตรงนี้ มาวินก็หวนนึกถึงความเร็วในการพุ่งปะทะของกระบวนท่านี้  มันว่องไวชนิดที่คนธรรมดามองตามไม่ทัน ดังนั้นเรื่องหลบหลีกคงเป็นไปไม่ได้ เขาจึงคิดต่อไปถึงการป้องกัน 


    “ ถ้าป้องกัน ก็ไม่น่าจะได้ เพราะความรุนแรงของท่านี้มีมากถึงขั้นเกือบโค่นสัตว์ร่างยักษ์ที่หนักกว่า 300 กิโลกรัมอย่างคองโกล่าได้ แล้วกับคนร่างเล็กบางอย่างเราจะต้านทานได้ยังไง วิธีนี้ไม่เวิร์ค ” มาวินส่ายหัวไปมา ขณะที่เขาจนแต้ม ก็นึกวิธีใหม่ขึ้นมาได้ 


    “ เอ๊ะ…ยังมีอีกวิธีนึงนี่นา เอาแบบนี้แหละ ถ้าเป็นไปตามที่คาด อาจชนะได้ ถึงเสี่ยงมากแต่ก็ต้องยอมแล้ว ” มาวินเลิกคิ้วสูงพร้อมตัดสินใจเด็ดขาด เขาเริ่มย่อตัวลงต่ำและง้างหมัดซ้ายไปข้างหลัง 

                


           โอคุยาสุเหลือบไปเห็นอากัปกิริยาของมาวิน เขารู้ทันทีว่าเด็กหนุ่มน่าจะโต้ตอบด้วยการสวนกลับ หนุ่มหน้าขาวจึงร้องเตือน


    “ เฮ้ ถ้านายคิดจะสวนกลับ มีหวังไปปรโลกแน่ ท่านี้มันแรงมากนะ ยอมแพ้ดีกว่าน่า ไอ้หนู ” 

                


           มาวินได้ยินคำเตือนนั้นอย่างชัดเจน แต่ในนาทีนี้ทุกอย่างมันเดือดระอุจนเกินกว่าจะถอนตัว นั่นจึงทำให้เด็กหนุ่มปฏิเสธ


    “ ไม่ถอย เข้ามาเลย ชั้นจะน็อคนายให้ดู ” 

                  


            คิ้วเรียวของโอคุยาสุเลิกสูง หนุ่มหล่อหน้ามนไม่หลงเหลือความรังเกียจเดียดฉันท์อยู่ในจิตใจอีกต่อไปเพราะสิ่งที่มาวินแสดงออกมา มันบ่งบอกถึงจิตใจนักสู้ที่เหี้ยมหาญอันหาได้ยากยิ่ง สิ่งนี้ทำให้เขาตกลงใจกับตัวเอง 


    “ ก็ได้ เพื่อเห็นแก่ความเป็นนักสู้ของนาย ชั้นจะปิดฉากให้สมศักดิ์ศรี ” 

                


             ก่อนการโจมตีครั้งสุดท้าย หนุ่มหน้ามนย่อตัวต่ำลงไปอีก พริบตาต่อมา ออร่าสีม่วงก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงจนดูคล้ายเปลวเพลิง จากนั้นโอคุยาสุก็เริ่มลงมือ


    “ เพลงดาบผ่าหินผา ” 

                


            สิ้นเสียงร้อง ร่างสูงโปร่งของหนุ่มหล่อก็พุ่งปราดเข้าใส่มาวินที่ยืนปักหลักมันรวดเร็วราวกับกระสุนปืนใหญ่ พอปะทะเป้าหมาย ก็เกิดประกายแสงเจิดจ้าแผ่ออกมา ทำให้ทุกคนในโรงฝึกรู้สึกแสบตาพร้อมเสียงระเบิดที่ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ 


    “ เปรี้ยง....... ” 

                


             ร่างเพรียวของมาวินลอยอยู่บนอากาศ ก่อนพุ่งไปกระแทกกำแพง จากนั้นก็ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้น


    “ ว้าย! เจ้าหน้าลิง เธออย่าเป็นอะไรนะ ” หลานสาวคนสวยของเทพศาสตราลุกขึ้นยืน เธอรีบรุดเข้าไปดูอาการของมาวินยังผลให้เกือบทุกหนุ่มในโรงฝึกอิจฉาตาร้อนไปตามๆกัน แต่เชื่อเถอะถึงทุกคนอยากเป็นผู้โชคดี แต่ไม่มีใครยอมโดนกระบวนท่าพิฆาตของโอคุยาสุอย่างแน่นอน

                


            ในยามปกติ หนุ่มหล่อหน้าขาวน่าจะเกิดอาการหึงหวงทว่าโอคุยาสุกลับได้แต่ยืนนิ่ง สีหน้าดูซีดเผือด สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะสำเหนียกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อครู่ เขาเกือบเป็นฝ่าย………..พ่ายแพ้ 


    “ เฮ..... อาจารย์โอคุยาสุเก่งมาก ขอบคุณครับที่แก้แค้นให้พวกเรา เฮ.... ” เหล่าลูกศิษย์หนุ่มพากันโห่ร้องยินดีโดยไม่สนซักนิดว่า…..โอคุยาสุจะดีใจด้วยหรือไม่ เพราะใบหน้าของหนุ่มหน้าขาวไม่ปรากฏรอยยิ้มเลย หัวสมองก็พลันขบคิดอยู่คนเดียว


    “ ในช่วงที่เข้าถึงตัว เจ้าเด็กคนนั้นสวนด้วยหมัดลุ่นๆซึ่งโดนใบหน้าของเราก่อน แต่โชคดีที่แค่ถากแก้ม ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆคนที่ล้มลงต้องเป็นเราอย่างแน่นอน "

               


             โอคุยาสุหันไปมองมาวินที่นอนสิ้นสติอยู่บนพื้น พลางกลืนน้ำลายลงคอหลายเฮือกใหญ่


    “ แม้เจอกระบวนท่าที่มีความเร็วสูงขนาดนั้น แต่ก็ยังจับจังหวะ ชิงโจมตีได้ก่อน เป็นไปได้ยังไง ไม่น่าจะมีใครทำได้ หมอนี่เป็นใครกันแน่ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter