บทที่ 16 อิงอิงไม่ใช่ถังข้าวน้อย อิงอิงคือถังข้าวใหญ่!
ซ่งซือหลินปิดหน้าอย่างทนมองไม่ไหว เพราะท่าทางของเ้าตัวน้อยที่น่ารักเกินไปจนทำให้คนใจละลาย
หน้าตาที่ทั้งน่ารักและน่าสงสารนั่น เขาได้เห็นอิงอิงน้อยใกล้ ๆ ครั้งแรกยังทนไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเยี่ยนลี่เฉิงที่อยู่ด้วยกับเธอมาแล้วสองวัน
เยี่ยนลี่เฉิงพยายามที่จะรักษาท่าทีจริงจังไว้ แต่เมื่อััได้ถึงความน่าสงสารของอิงอิงน้อย เขาก็ต้องยอมจำนนทันที
เขาอุ้มอิงอิงน้อยไว้กลัวว่าตนจะทำให้เธอใ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนกว่าปกติ
“อิงอิงน้อย เธอเล่นน้ำได้แต่หลังจากนี้จะต้องเล่นกับพี่ชายลี่เฉิงหรืออาฉินเท่านั้น เข้าใจไหม?”
ฉินอิงอิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“งือ!”
ตกลง!
ตอนที่เธอเป็วาฬอ้วนก็เล่นน้ำด้วยกันกับคุณยาย คุณแม่ พี่ชายและคุณลุงเสมอ
ฝูงของพวกเธอมีวาฬอ้วนอยู่สิบห้าตัว ทุกตัวรักกัน เมื่อมีความสุขก็จะเข้ามาถู ๆ เธอ และเมื่อไม่มีความสุขหรือมีปัญหาก็จะใช้ร่างกายใหญ่ ๆ พุ่งใส่เธอ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเราสนุกกันแค่ไหน
บางครั้งเวลามนุษย์เห็นคลื่นทะเลซัด พวกเขาจะคิดว่าคลื่นั์กำลังมา
หารู้ไม่ว่ามันเป็ฝีมือของวาฬอ้วนสิบกว่าตัวที่ก่อความวุ่นวาย หากเล่นกันแรง ๆ เราสามารถพลิกมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมดได้จริง ๆ นะ!
เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่าอิงอิงน้อยอาจไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างไรเ้าตัวน้อยก็ยังเด็กจะดื้อรั้นบ้างก็ไม่ใช่เื่แปลก
ไม่คิดเลยว่าเธอจะเห็นด้วยง่าย ๆ
เยี่ยนลี่เฉิงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ดูเหมือนว่าจะมีแสงดาวระยิบระยับในดวงตาของเขา
“ตกลง หลังจากนี้พี่ชายลี่เฉิงและคุณอาฉินจะเล่นน้ำด้วยกันกับอิงอิงน้อย!”
ฉินอี้หานรีบพุ่งเข้ามาจากด้านนอก ซ่งซือหลินใ เขาคิดว่ามีอันธพาลจากที่ไหนสักแห่งบุกเข้ามาเสียอีก
“นี่คุณ… โธ่ ประธานฉินมาแล้วเหรอ”
ซ่งซือหลินกำลังจะอธิบายอาการของอิงอิงน้อย แต่ฉินอี้หานกลับทำหน้าเหมือนเห็นูเาไท่ซานถล่มลงมา หลังจากนั้นก็พุ่งไปตรงหน้าเยี่ยนลี่เฉิง ใบหน้าคมซีดเซียว ตัวแข็งทื่อไปหมด
เขาคิดว่าอิงอิงน้อยน่าจะไม่เป็อะไรมาก ตอนนี้ปลอดภัยแล้วและอยู่ในอ้อมแขนของลี่เฉิง แต่ชายหนุ่มก็ยังคงใ จากนั้นจึงอุ้มอิงอิงน้อยมาไว้ในอ้อมแขน
“อิงอิงน้อย!”
ฉินอิงอิงรู้สึกถึงกลิ่นอายความโกรธขณะที่พ่อของเธอเดินเข้ามา อีกทั้งยังมีความโศกเศร้าและความเ็ปเจือปนด้วย ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม เธอก็ยังรีบเข้าไปกอดคอของพ่อไว้และใช้ใบหน้าเล็ก ๆ ถูเข้ากับหน้าที่หล่อเหลา
เมื่อเห็นว่าพ่อและพี่ชายตัวสั่นเหมือนกันไม่มีผิด เธอก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นและหอมที่แก้มด้วยปากอันนุ่มนิ่ม
“งือ… พ่อ ๆ… อิงอิงทำไม?”
แม้ว่าลูกสาวอันเป็ที่รักจะออกเสียงได้ไม่ชัดแต่คุณพ่อที่โง่เขลาก็ฟังเข้าใจ
“พ่อสบายดี พ่อก็แค่คิดถึงอิงอิงน้อย”
เมื่อรู้ว่าลูกสาวสบายดี อารมณ์ของฉินอี้หานก็สงบลงทันที
พอััได้ถึงปากเล็ก ๆ ของลูกสาวตัวน้อยที่แนบอยู่บนแก้ม ฉินอี้หานก็อดไม่ได้ที่จะหันศีรษะไปหอมหน้าผากเธอ
“อิงอิงน้อยไม่เป็อะไรก็ดี!”
ฉินอิงอิงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปยังพี่ชายของเธอ
ลูกวาฬน้อยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอเข้าใจแล้ว
พ่อก็กลัวเพราะเธอสำลักน้ำเหมือนกันเหรอ?
ฉินอิงอิงชี้ไปที่ตัวเองด้วยความรู้สึกผิด เธอเพียงแค่คุ้นชินกับการเล่นน้ำ คิดไม่ถึงว่าจะทำให้ทั้งสองคนที่ใกล้ชิดกับเธอมากที่สุดใถึงขนาดนี้
หลังจากนี้...
ในตอนที่อาบน้ำพ่อและพี่ชายฉินก็ต้องอยู่เป็เพื่อนเธอใช่ไหม?
เธอสงบสติอารมณ์และกอดคอของพ่อไว้ หลังจากนั้นจึงยืดร่างอ้วนท้วนของเธอให้ตรง
“ขอ… โทษ! พ่อ… อิงอิงและ… พี่… เล่นด้วยกัน หลังจากนี้!”
ประโยคไม่ได้สละสลวยนัก แต่การออกเสียงดีขึ้นกว่าเดิมมากและฉินอิงอิงเองก็ค่อนข้างพอใจ
ฉินอี้หานรู้ว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาได้รับการปฐมพยาบาลแล้วระหว่างที่เขาเดินทางมาที่นี่ แต่เมื่อได้ยินลูกสาวตัวน้อยพูดขอโทษ ใจที่แห้งแล้งก็เหมือนฟองน้ำที่เปียกชุ่ม มันได้รับการเติมเต็ม
ชายหนุ่มยิ้มออกมาหลังจากที่หอมหน้าผากของอิงอิงน้อยอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง
“ได้สิ! หลังจากนี้อิงอิงน้อย พ่อ และพี่ชายจะเล่นด้วยกัน”
ซ่งซือหลินที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ได้แต่ตกตะลึงจนตาค้างพูดไม่ออก
เขาและฉินอี้หานรู้จักกันั้แ่ยังใส่ผ้าอ้อม นิสัยของฉินอี้หานเป็อย่างไรเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร
คนคนนี้เ็า หยิ่งผยอง ไม่ชอบพูดคุยและที่สำคัญเกลียดความสกปรกเป็ที่สุด
ซ่งซือหลินคิดว่าถ้าเขาไม่สนใจเรียนแพทย์ ฉินอี้หานคงไม่คิดอยากจะเจอหน้าเขาเพราะ
กลัวเชื้อโรค!
อีกฝ่ายหลีกเลี่ยงสิ่งสกปรกเท่าที่จะทำได้!
แม้จะเป็เขา ฉินอี้หานก็ไม่เคยแม้แต่จะกอดคอเลย
วัยเด็กของฉินอี้หานกับคนอื่นไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันจริง ๆ
แต่เมื่อครู่ซ่งซือหลินได้เห็นอะไรล่ะ?
เห็นว่าฉินอี้หานไม่เพียงแต่ไม่ผลักอิงอิงน้อยที่หอมแก้มเขาออก แต่ยังเป็ฝ่ายหอมอิงอิงน้อยเพื่อปลอบใจเธออีกด้วย
โอ้!
ปลอบใจกันทั้งสองฝ่าย!
ภาพด้านหน้านี้… ช่างอบอุ่นหัวใจจริง ๆ
แถมยังเหลือเชื่อมาก!
ถึงอย่างไรคนคนนั้นก็คือฉินอี้หาน เขาเป็คนที่กลัวเชื้อโรคและเ็า เขาควรอยู่ห่างจากคนแปลกหน้าและอยู่ห่างจากคนรู้จัก!
เมื่อคิดว่าอิงอิงน้อยสามารถทำให้ความโกรธของฉินอี้หานคลายลงได้ในทันที ซ่งซือหลินก็รู้สึกมีความสุขแทนเพื่อนอีกครั้ง
หากฉินอี้หานไม่ได้รับาเ็จากภารกิจในกองทัพและไม่มีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายจนต้องพึ่งยา ขณะนี้เขาคงจะรับหน้าที่เป็ผู้พันอยู่ในกองทัพและปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชนอยู่เป็แน่
ฉินอี้หานมองมา “ร่างกายของอิงอิงน้อยเป็อย่างไรบ้าง?”
ซ่งซือหลินรีบกลับมามีสติอีกครั้งและกระแอมไอไปหนึ่งที
“เ้าตัวน้อยสุขภาพดีและแข็งแรงมาก”
ฉินอิงอิงรีบพยักหน้าทันทีและตบอกเล็ก ๆ ของตัวเอง
“อื้ม!”
ฉินอี้หานก้มหัวมองเธอ “การสื่อสารของอิงอิงน้อยดีขึ้นมาก เก่งจริง ๆ”
ฉินอิงอิงรีบมองไปยังพี่ชายที่อยู่ข้าง ๆ ทันที
“พี่ยี่เฉิง สอน!”
เยี่ยนลี่เฉิงจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เป็เพราะอิงอิงน้อยฉลาดและสามารถเรียนรู้ได้เร็ว”
ฉินอี้หานเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาเต็มไปด้วยพลัง ในขณะที่ฟังเธอพูดรอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มก็กว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเย่อหยิ่งบนใบหน้าอวบอ้วนหลังจากที่ลี่เฉิงบอกว่าเธอฉลาด
“พวกเธอเก่งมาก!”
แก้มของเยี่ยนลี่เฉิงแดงเล็กน้อย ราวกับไม่คุ้นเคยที่ได้รับคำชื่นชมจากอาฉิน
ฉินอิงอิงคุ้นชินกับการได้รับคำชมจากญาติของเธอั้แ่เด็ก แต่ถึงอย่างไรเธอก็ฉลาดจริง ๆ
ดังนั้นเธอจึงยิ้มโชว์เห็นฟันขาวเป็เงาและหัวเราะคิกคักออกมา
เมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ นุ่ม ๆ นั้น ซ่งซือหลินก็คันไม้คันมือ เขาอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มที่ดูเหมือนซาลาเปานึ่ง
“งื้อ?”
ฉินอิงอิงรีบมองไปที่เขาอย่างรวดเร็วและกะพริบตาที่โตเป็ประกาย
“อาซ่วย...”
ซ่งซือหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ อาซ่วยเหรอ? อิงอิงน้อยเธอน่ารักจริง ๆ ไหนเรียกอาซ่งซิ!”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงเปลี่ยนเป็สีแดง เธอกำลังจะพูดใหม่อีกครั้ง
“อาซ่ง!”
ซ่งซือหลินรู้เพียงว่าเ้าตัวเล็กพูดเป็แค่ อิง ๆ อี้ ๆ คาดไม่ถึงว่าเธอจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เขามองไปยังฉินอี้หาน “คุณพูดถึงฉันให้เธอฟังหรือเปล่า?”
ฉินอี้หานส่ายหัว “ไม่!”
ซ่งซือหลินประหลาดใจ “ถ้าอย่างนั้นเธอจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันนามสกุลซ่ง”
ฉินอิงอิงมองไปยังพี่ชาย “พี่… ยี่… ลี่เฉิงะโเรียกคุณอาซ่ง!”
ตามความเข้าใจของวาฬอ้วน หากพี่ชายเรียกอีกฝ่ายว่าอะไร เธอที่เป็น้องสาวเรียกตามเขาก็น่าจะถูก
ซ่งซือหลินรู้สึกตื่นเต้น “อิงอิงน้อยฉลาดมาก!”
คุณพ่อหน้าโง่ที่เคยเ็าตอนนี้มีสีหน้าปลื้มปีติ “ลูกสาวฉันฉลาดมาก” ประธานฉินที่เดิมเ็า เปิดโหมดรักเด็กขึ้นมา
“ลูกสาวของฉินอี้หานแน่นอนว่าต้องฉลาดที่สุด!”
ซ่งซือหลินจึงหยอกล้อ “ถ้าไม่ฉลาดล่ะ?”
วาฬน้อยร้องครวญคราง “ไม่มีทางไม่สว่าง(ฉลาด)! อิงอิงสว่างอยู่ตลอด(ฉลาด)! ขอแค่กินให้อิ่ม อิงอิงต้องเติบโตมาฉลาด น่ารัก ยิ่งใหญ่และห้าวหาญ(แข็งแรง)อย่างแน่นอน”
ซ่งซือหลินรู้สึกขำกับคำพูดของเด็กน้อยจนแทบจะหัวเราะจนร้องไห้ “ห้าวหาญเหรอ? หมายถึงแข็งแรงใช่ไหม? อิงอิงน้อยจะแข็งแรงและน่ารักแต่ต้องได้กินอิ่มก่อนถูกมั้ย? ฉินอิงอิงเป็ถังข้าวน้อย*[1] เหรอ?
ลูกวาฬที่มีใบหน้ากลมเหมือนซาลาเปาจ้องมองเขาด้วยตากลมโตและพยักหน้า
“ใช่! แต่อิงอิงไม่ใช่ถังข้าวน้อย อิงอิงคือถังข้าวใหญ่!”
ไม่รอให้ซ่งซือหลินพูด เ้าตัวเล็กก็เอ่ยขึ้นอย่างน่ารัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ชอบใจ
“ถังข้าวน้อยกินไม่อิ่ม!”
ฉินอี้หาน “...”
เยี่ยนลี่เฉิง “...”
ซ่งซือหลิน “...”
พวกเขาทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
โดยเฉพาะซ่งซือหลินที่หัวเราะเสียจนน้ำตาไหล
โอ๊ยย!
ฉินอี้หานพบสิ่งมีชีวิตตัวน้อยน่ารักคนนี้ที่ไหนเนี่ย เขาก็อยากจะหามาเลี้ยงสักคน อิงอิงน้อยน่ารักเกินไปแล้ว!
[1] ถังข้าว : อุปมาถึง คนไร้ประโยชน์ ในกรณีนี้ซ่งซือหลินน่าจะหยิบมาใช้แซวหลานสาวเพราะเอ็นดูอีกฝ่ายที่ห่วงแต่เื่กินจนกับนอนจนไม่ได้สนใจสิ่งอื่น