ตอนที่4
เื่ราวบนรถราง1
แสงแรกของอรุณปรากฎจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ส่องเข้าสู่เปลือกตาของเด็กหนุ่มที่เริ่มรู้สึกตัว แต่แสงนั้นจ้าเกินไป ทำให้เ้าตัวยังปิดเปลือกตาให้แสงชินกับในลูกตาเสียก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ขนตาสีน้ำตาลแพยาวกระพริบแ่คล้ายผีเสื้อขยับปีกเนตรทับทิมกลมโตเป็ประกายทิวทัศน์หลังกระจกใสเป็มหาสมุทรสีครามกว้างใหญ่ ไกลเกินกว่าระยะสายตาจะมองเห็นจุดสิ้นสุด ผิวน้ำประกายระยับยามต้องแสงอาทิตย์นับเป็ภาพทิวทัศน์ที่น่าชมดูไม่น้อย
"ครอกกก....ฟี้......."เสียงกรนเกิดจากคนนั่งตรงข้ามนอนโดยการแหกขาเอาเท้าข้างหนึ่งพาดกระจก ผ้าห่มห่มตัวครึ่งไปกองกับพื้นครึ่งมือข้างหนึ่งแคะจมูกก่อนเอาป้ายกระจกอย่างไม่รู้ตัวอีกข้างล้วงกางเกงเกา….ไม่พูดดีกว่า แต่ที่แน่ๆไม่จับมือมันอีกแน่นอน
ตัวตนเครฟทำให้ภาพลักษณ์เผ่าพันธุ์เอลฟ์ในสายตาของครุสดิ่งลงเหวไหนว่าเอลฟ์ต้องสง่างามสูงส่งบริสุทธิ์ทุกการกระทำ ไร้มลทินต่อกิเลสไงทั้งปวงไงนี่ตรงข้ามทุกอย่าง แหกคอกจนปีศาจอย่างลูน่ายังชิดซ้าย
บรรยากาศการดูวิวของชายหน้าหวานถูกทำลายจนปวดตา ครุสจึงหันไปมองสาวผมดำข้างๆ เสื้อผ้าไม่เหมือนเมื่อวานคงจะตื่นก่อนนานแล้ว น่าสงสัยว่าเธอทนเห็นภาพตรงหน้าได้ยังไง โดยที่สมองไม่สั่งกล้ามเนื้อฝ่าเท้าถีบสักทีสองที
ส่วนลูซยังคงนอนท่าเดิมเพิ่มเติมคือมีผ้าห่มคลุมตัว เรียกได้ว่าหากถ่ายรูปหมอนี่เมื่อวาน เอามาเทียบกับวันนี้ก็จะแทบลอกแบบกันมาแม้แต่เส้นผมเส้นหนึ่งก็ไม่เปลี่ยนองศา สภาพไม่ต่างจากรูปปั้น ก็เข้าใจนะว่ารถมันวิ่งนิ่มแต่นอนนิ่งไม่เปลี่ยนท่าแบบนั้นไม่เป็เหน็บชาหรือนั่น….
"อ้าวครุส อรุณสวัสดิ์ ตื่นแล้วเหรอ"ลูน่าทักทายยามเช้าพร้อมของว่างรองท้องที่ได้จากพนักงานบริการยื่นมาถ้าไม่อิ่มก็มีบาร์อาหารในอีกโบกี้ไปชื้อกินได้ซึ่งยังไม่จำเป็สำหรับเขาตอนนี้
"อืม ขอบใจนะ ขอทางหน่อย เราจะไปเข้าห้องน้ำ"ครุสวางมันที่เก้าอี้ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงงัวเงียเนื่องจากหลับไม่สนิทเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่านอนบนรถแม้จะไม่ะเืและวิ่งนิ่มมากแต่ก็ไม่เต็มอิ่มเหมือนอยู่บ้าน
แต่ที่บ้านถ้ายังมีเทียก็ไม่เต็มอิ่มเหมือนกันนี่หว่า!
เขาไม่มีทางลืมแรงกระแทกสุดฝังใจ ที่ทำให้เตียงหักร่างเละทุกเช้าในสมัยก่อนไปได้ลง โดนปลุกทีคล้ายฝึกวิชาเสี่ยงชีวิต ระแวงตลอดแม้ในฝัน เทียมาเห็นเขาตื่นเวลานี้อาจใและงอนที่ไม่ได้แกล้ง(ฆ่า)คนก็เป็ได้
อ้อ ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะตายเพราะแม่ชุบเขาได้เสมอแต่อาจจะนานสักหน่อย…
ลูน่าเบี่ยงขาหลบให้ครุสเดินออกไป เดินตามแถวที่นั่งก็พบกับประตูห้องน้ำตอนนี้ยังไม่มีใครเข้า เมื่อเลื่อนเปิดออกเห็นกระจกอ่างล้างมือส่องสะท้อนใบหน้า เด็กหนุ่มพลันถอนหายใจออกมา
ความงามในกระจกไม่เคยทำให้เขาสบอารมณ์ เขาไม่เคยชอบใบหน้าดุจสตรีของตัวเองที่หลายคนต่างชื่นชมเพราะมีประสบการณ์ไม่ดีกับมันหลายอย่าง พอบวกกับปริมาณพลังแฝงที่น้อยจนน่าขันก็ยิ่งทวีคูณความรู้สึกแย่
ัเชิดชูเพศแม่และผู้แข็งแกร่งทว่าเขาที่หน้าเหมือนสตรีแต่ทั้งอ่อนแอคลอดลูกไม่ได้ราวกับถูกหยาม
เมื่อส่องผิวคอยังราบเรียบสีผิวเสมอปกติดี ไม่พบรูหรือรอยประหลาดก็โล่งอก หยิบเม็ดยาสมุนไพรสำหรับทำความสะอาดช่องปากมาอม จากนั้นจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อเชิ้ตสีม่วงกางเกงขายาวสีดำ เมื่อครบเวลาจึงคายเม็ดนั้นทิ้งอมน้ำกลั้วคอแล้วบ้วนปาก หวีผมยุ่งๆจัดการตนเองให้เรียบร้อยออกจากห้องน้ำกลับที่นั่งประจำ
"ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย"ลูน่าชมเมื่อเห็นครุสแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ครุสก็ตอบรับคำชมนิ่งๆไม่มีประหม่าเมื่อถูกผู้หญิงชมเช่นเด็กหนุ่มวัยเดียวกันเพราะอยู่ในบ้านที่มีแต่สตรี จนคุ้นกับเพศตรงข้ามในระดับหนึ่ง อีกอย่าง เขาคิดว่าตัวเองน่ะดูดีอยู่แล้ว!
"อืม เ้าสองคนนี้ยังไม่ตื่นอีกเหรอ"เอ่ยเปรยเมื่อเหลือบมองเครฟที่นอนน้ำลายยืดจนน่าสงสารผ้าห่มและคนซัก ท่านอนประหนึ่งอยู่คนเดียวไร้มารยาทขั้นวิกฤต ส่วนอีกคนไม่รู้ไปอดนอนมาจากไหน ถึงหลับได้ทั้งวันทั้งคืน ั้แ่เมื่อวานก็หลับเกือบตลอดวันไม่พูดไม่จา คล้ายซ้อมตายล่วงหน้า
"หือ?"อยู่ๆลูน่าที่คล้ายจะคุยด้วยก็อุทานขึ้น ดวงตาสีโลหิตกลมโตเบิกกว้างกว่าปกติทำให้ครุสที่กำลังนั่งกินขนมฟรีจากพนักงานต้องหันมาถาม"อะไร?"
"ฉันได้ยินเสียงยานพาหนะมีตามรถรางมา ระบบเตือนภัยในนี้ไม่ดังเลย แถมคนคุ้มกันรถก็ไม่ออกมาตอนนี้อยู่ใกล้มากบนฟ้าสินะ...."ลูน่าเอ่ยเสียงนิ่งท่าทีระแวดระวังคล้ายเปลี่ยนบุคลิกไปเป็คนละคน
"หา? บนฟ้า อะไรของเธอน่ะ"ครุสพูดด้วยท่าทีที่พยายามข่มอารมณ์แสร้งทำเป็งุนงงแต่ใจนั้นหล่นไปอยู่ตาตุ่มเรียบร้อย ตัวไม่ติดบ้านวันแรกก็มีเื่เลยเรอะ ดวงเขามันจะดีขนาดนั้นเชียว?
สิ้นความคิด รถรางก็สั่นะเือย่างรุนแรงจนหัวของครุสเกือบโขกกับกระจกส่วนเครฟนั่นตื่นทันทีด้วยความใจนผ้าห่มร่วงลงไปกองกับพื้นเสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้โดยสารดังไปทั่ว กระจกรถแตกออกพร้อมๆกัน กลายเป็ลักษณะกลมๆเล็กๆ ไร้เหลี่ยมคมคล้ายเม็ดข้าวโพด ทำให้ไม่บาดจนได้รับแผลลมแรงจากภายนอกผ่านเข้ามากระทบกาย
"อะไรฟร้ะเนี่ยคนจะหลับจะนอน"เครฟโวยวาย ดูจะสนใจการนอนมากกว่าภัยอันตรายพร้อมกับลูซที่ลืมตากระดิกตัวได้สักทีหมอนั่นเอื้อมไปหยิบของในกระเป๋ากางเกง มันคือปืนพกอันเล็กสีดำสนิท ซึ่งหวังว่าจะไม่ชี้ใส่หน้าเขาก็พอ
ระบบไฟฟ้าทั้งหมดบนรถรางขบวนนี้หยุดทำงาน ทำให้อากาศร้อนขึ้นโดยฉับพลันผู้โดยสารทั้งหลายล้วนแตกกระเจิงวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายบ้างก็ตัวสั่นอยู่กับที่แม้แต่พนักงานประจำรถราง ก็ได้แค่ะโบอกให้พวกเขาอยู่ในความสงบ แต่แววตาหวาดกลัวไม่ต่างกัน แม้ระบบไฟฟ้าจะหยุดทำงาน แต่รถรางยังคงแล่นต่อไปไม่มีหยุด ท่ามกลางทะเลขนาบยาวสองฝั่ง
วาบบบบ!
ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีม่วงกลืนกินไปทั่วขบวนรถ กลุ่มควันฟุ้งโขมงความวุ่นวายเมื่อครู่จบลงราวกับเป็เพียงแค่ความฝัน ทุกคนบนรถรางสลบไปในทันทีเมื่อสูดควันปริศนานั้นเข้าไปยกเว้นพวกเขาที่รอดมาได้ เพราะอาณาเขตเล็กๆกั้นไว้ไม่ให้แก๊สนอกจากอากาศผ่านเข้ามาหรือออกไป อาณาเขตของลูน่าทำไว้เมื่อวานตอนกินข้าวเที่ยง
สักพักใหญ่เมื่อควันปริศนาจางลงจนไม่มี ลูน่าดีดนิ้ว เป้าะ อาณาเขตที่ถูกกางไว้พลันหายไปในทันที
เธอลุกออกไปกลางทางเดินรถรางที่มีเนื้อที่กว้างพอสมควรมือบางนำแท่งสีดำเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมโยนขึ้น มันลอยค้างกลางอากาศแล้วก็ยืดยาว มีปลายเหล็กแหลมสีดำสนิทงอกออกมาไร้ลวดลาย มันคือเคียวที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่แฝงความน่าเกรงขามไม่อาจดูแคลน
มือบางกวัดแกว่งเคียวอย่างชำนาญ ครุสรู้สึกได้ถึงแรงลมเมื่ออาวุธหวดอากาศ ขณะที่ควงเคียวอันโตอย่างรวดเร็วในทางเดินรถไฟแคบๆ แต่ไม่เฉี่ยวตัดสิ่งใด
“เ้าพวกนั้นมันวางยาสลบผู้โดยสารแถมยังวางอาณาเขตกระจกมายากับมิติอากาศธาตุไว้อีก เตรียมการมาอย่างดีเลย” ลูน่าพูดคำศัพท์ที่ครุสไม่ค่อยเข้าใจก่อนจะเอ่ย “ถ้ารถวิ่งต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ไม่ดีแน่รางของรถสายนี้เป็รางเวทมนตร์ต่อให้ระบบไฟฟ้าไม่ทำงานแล้วก็ยังวิ่งต่อได้ต้องไปที่แผงควบคุมหัวขบวนเพื่อหยุดรถไม่ให้ตกรางเพราะเวทหมดฤทธิ์มิติอากาศธาตุ”
“งั้นฉันกับลูซจะไปส่วนหัวขบวน้าฉันฝากเธอที่ใช้อาวุธยาวดูสถานการณ์ สู้ในนี้คงไม่สะดวก และขัดขวางพวกนั้นละกันหากท่าไม่ดีส่วนตรงนี้ครุส ฉันไว้ใจนายได้สินะ สกัดพวกมันให้หน่อย” เครฟพูดด้วยท่าทีจริงจังที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นจากหมอนี่ในขณะที่ครุสนิ่งเอ๋อไปแล้ว อะไรมันจะตกลงกันเร็วขนาดนั้น เคยรู้จักกันมาก่อนรึไง?
“ระวังตัวด้วย ครุส” ลูน่าเอ่ยเสียงเรียบตกลงเองไม่มีไถ่ถามความสมัครใจก่อนจะวิ่งไปยังโบกี้ด้านหลัง ะโขึ้นหลังคารถรางตรง่ต่อระหว่างโบกี้ทันทีส่วนเครฟวิ่งตามลูซไปโบกี้หน้า
'แล้วอยู่ๆก็ถูกทิ้งเนี่ยนะ!?' ครุสคล้ายจะเป็บ้า แต่ตอนนี้ต้องตั้งสติ ตัดสินใจคิดถึงสิ่งที่พ่อเคยสอนลดการใช้ประสาทััทั้งห้าลงเพ่งการรับรู้เฉพาะจุดจนเฉียบคมเพื่อรับรู้ตำแหน่งศัตรูการกระทำนี้ต้องใช้สมาธิมาก ดวงตาสีทับทิมหลับลงอย่างสงบเขาไม่เห็นศัตรูคนไหนในระยะสายตา จึงใช้สมาธิทั้งหมดลงมาที่ประสาทหูปิดประสาทััอื่นชั่วคราว
ปังงงง!
ครุสรับรู้ได้ว่ามีเสียงะุดังจากด้านหลังเขาไม่ไกลนัก พุ่งออกจากกระบอกที่มาของเสียงอย่างชัดเจนเ้าตัวเอียงกายหลบได้อย่างฉิวเฉียด แม้วิธีการนี้จะใช้ได้ แต่ถ้าศัตรูมาเยอะๆยิงมารัวๆไม่ไหวแน่เพราะร่างกายเขามันตามประสาทััไม่ค่อยจะทัน
ทักษะนี้เขาไม่รู้จะเรียกมันว่าพลังแฝงดีไหมมันเป็ทักษะการฟังเสียงสะท้อนที่คนตาบอดก็มี
ครุสนำเพลิงโลกาจากกระเป๋ามิติที่คาดเอวไว้ออกมา ดาบเพลิงลุกโชติ่ประจักษ์แก่สายตาเด็กหนุ่มสะบัดอาวุธครั้งหนึ่งเปลวไฟก็ดับลงกลับมาเป็หินหนืดเหลวพอเห็นชัดๆรูปร่างกลับดูคล้ายกระบองร้อนๆมากกว่าดาบ
ศัตรูยิงปืนมาหลายนัดจากมุมผนัง ครุสจึงใช้ดาบกันะุไว้รีบจินตนาการให้รูปร่างอาวุธหงิกงอตามตำแหน่งที่ยิงมา ะุทั้งหมดพุ่งเข้ามาปะทะกับแท่งลาวาร้อนๆที่บิดเบี้ยว ก่อนซึมหายละลายไป เสียงฉ่าดังกระทบหู
อีกฝ่ายอึ้ง แน่นอน แม้แต่เด็กหนุ่มผู้เป็เ้าของแท้ๆก็ยังอ้าปากค้างในใจแม้ภายนอกจะปั้นหน้านิ่งเก๊กขรึม เขาคิดไว้แล้ว แต่ผลคล้ายจะเกินคาดตัวครุสไม่เคยไปทีู่เาไฟ และไม่เคยเห็นภาพเคลื่อนไหวของมัน เลยไม่คิดว่าลาวาจะร้อนขนาดหละกั่วได้ในพริบตาแล้วทำไมหนังบางๆ ที่กิ่งไม้เกี่ยวยังเืไหลอย่างผิวเขา ถึงจับมันเปล่าๆได้โดยไม่เป็ไรล่ะนั่น
อีกฝ่ายไม่้าให้ครุสได้เปรียบ คนถือปืนกดปุ่มตรงเข็มขัดเป็สัญญาณชายสวมเสื้อทหารสีดำสามคนก็ลงมาจากรูกระจกแตก คนยิงปืนคนเดิมออกมาจากที่ซ่อนเครื่องแต่งกายสามัญธรรมดา เป็ไปได้สูงว่าเ้านี่เป็คนแฝงตัวมากับผู้โดยสาร และวางควันยาสลบบนรถราง
"เกล็ดหายแล้วสิ"ครุสสบถเบาๆออกมาเป็ภาษาบ้านเกิด(ั)ไม่ให้ใครฟังออกสี่รุมหนึ่งงั้นหรือ คิดดังนั้นมือสองข้างจับด้ามเพลิงโลกาที่พึ่งสุดท้ายไว้แน่น
...........................................
ปังๆๆ!! เสียงปืนดังลั่นไปทั่วโบกี้สลับไปมา เมื่อได้จังหวะเ้าของผมสีเทาออกมาจากที่ซ่อน ยิงเข้ายังจุดตายของชายชุดดำจนล้มแน่นิ่งไป
"แตกหนึ่งงง" เสียงกวนๆไม่เข้ากับสถานการณ์ของเครฟ ทำให้ตาสีดำอยู่แล้วของลูซยิ่งดำมืดขึ้นไปอีกหันมามองเอลฟ์กวนนิ่งๆไร้คำพูด แต่คนถูกจ้องสะดุ้งโหยง
‘ดวงตาไอ้หมอนี่น่ากลัวชะมัด’ถึงจะคิดแบบนั้น เอลฟ์กวนก็เอ่ยแก้ตัว
“ก็ช่วยไม่ได้นี่น่า พวกนั้นดันวางอาณาเขตอากาศธาตุไว้ดูท่าว่าจะเตรียมตัวมาดีอยู่แล้ว ฉันเลยใช้พลังเวทได้ไม่มากแถมยัยคาเรนก็คงสู้กับพวกนั้นอยู่....” ปัง!!! “เห้ย!” เวลาและสถานที่ไม่ให้โอกาสพูดแก้ตัวจบ ะุเฉียดรองเท้าเครฟพื้นเป็รูไปนิดเดียว พร้อมกับลูซที่ถือปืนวิ่งทิ้งห่างไปนู่นแล้ว
“อ้าวววเห้ยยย! รอด้วย!” เครฟหลบะุปืนที่เฉี่ยวชายเสื้อแหว่งไปอย่างน่าหวาดเสียวก่อนจะวิ่งตามลูซถ้านัดไหนไม่สามารถหลบได้ ก็ใช้พลังเวทย์สร้างเกราะเรืองแสงสีเขียวขนาดฝ่ามือขึ้นเป็จุดๆก่อนลูกตะกั่วจะตกลงพื้น เขาสร้างมันได้ทันทีโดยไม่ต้องมองจากการััอากาศ
เบื้องหน้าของเครฟคือชายชุดดำถือปืนกลยิงมารัวๆ ซึ่งลูซก็ยิงโต้ตอบไปและหลบมุมแต่ดูท่าจะยากเพราะอีกฝ่ายมีเกราะกันะุสวมอยู่ทั้งตัว
“เดี๋ยวเปิดทางให้”พูดจบก็วิ่งนำลูซ เ้าตัวยื่นแขนซ้ายออกไป คันธนูพลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ากลางฝ่ามือธนูนี้ไร้สีใสราวกับแก้ว ทั้งรูปร่างมีปลายแหลมออกมามากมายไม่น่าจับเ้าของหักคันธนูแล้วครึ่งหนึ่ง แต่แทนที่จะเป็แค่อาวุธใช้การไม่ได้ มันกลับปรับรูปร่างเล็กน้อยเอง จนกลายเป็ดาบสั้นสองมือคมกริบ
ศัตรูหันมาเล่นงานเครฟที่อยู่ใกล้กว่าแทน ปืนยิงมาหลายนัดติดกัน เ้าตัวนำดาบทั้งสองมากันตรงอก พร้อมสร้างกำแพงลมเวทมนตร์เพื่อสร้างแรงต้าน เบี่ยงลูกะุที่พุ่งเข้ามาไปข้างลำตัว แขนข้างหนึ่งเขวี้ยงดาบฝ่ากำแพงลมของตน ด้วยความคมและพลังกายจึงเฉือนแขนชายถือปืนจนแหว่งไปเกือบขาดในฉับเดียว เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูด
"อ้ากกกกก! แกนะแก!"ชายคนนั้นกู่ร้องอย่างเ็ปแต่เครฟไม่สนใจกระโจนขึ้นคร่อมร่างของชายชุดดำมือข้างที่ว่างจากดาบสั้นขัดคอศัตรูจนขยับไปไหนไม่ได้ส่วนอีกข้างใช้ดาบแทงไหล่ของอีกฝ่ายจนทะลุไปติดกับพื้น
"อ้ากกกกก!!"
"บอกมาซะพวกแกเป็ใคร มาทำอะไรที่นี่ ถ้าไม่ตอบดีๆล่ะก็" ั์ตาสีเขียวมะนาวที่มักสดใสพลันทาบทับด้วยเงามืด ทรงตาหรี่โค้งเป็สระอิ พร้อมแสยะปากยิ้มราวฆาตกรโรคจิต ดาบสั้นแทงทะลุผ้าเข้าเนื้อไหล่ ค่อยๆหมุนฉีกหนังเพิ่มความเ็ปให้อีกฝ่ายอย่างช้าๆ จนเืไหลย้อมดาบแก้วใสให้กลายเป็สีแดงฉานพื้นรถรางบริเวณนั้นกลายเป็แอ่งโลหิตอีกฝ่ายหวาดกลัวสุดขีดแต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้ชัดเจนเพราะแขนที่กดคอไว้
"อ๋า อย่าขยับเยอะน่า ดาบข้างที่ปักไหล่นายอาจละจากไหล่มาจ้วงท้องนายเมื่อไหร่ก็ได้ตอบคำถามฉันหน่อยสิ" เครฟพูดเสียงใสคล้ายกำลังอารมณ์ดี ชายผู้โชคร้ายดิ้นพล่าน เมื่อดาบแก้วใสถูกดึงออกและแทงกลับเข้าไปใหม่ หมุนมันจนไหล่อีกฝ่ายเป็เนื้อขาดรุ่ยเละๆ เป็แผลเหวอะหวะเห็นกระดูกขาว
“มะ มา คะ คุ้ม”อีกฝ่ายพูดตะกุกตะกักเพราะความเ็ปและแขนที่ขัดคอแน่นทว่าเครฟก็ไม่ได้ข้อมูล เพราะต้องดึงดาบและะโถอยห่างจากสิ่งที่พุ่งเข้ามา
ฉึก! ฉึก!
"อ้ากกกกกกก!"ไม่ทันได้พูดจบ พลทหารก็กรีดร้องอีกรอบ เมื่อไหล่สองข้างมีบางอย่างเสียบเกี่ยวทะลุจนเืกระเซ็น
ไม่ได้เกิดจากเครฟ
มันคือหัวตะขอสี่แฉกและปืนสลิง!
อิ๊ดดดดดดด!
เสียงแหลมสูงบาดหูจากการเสียดสีของสายลวดปืนสลิง พร้อมกับร่างกำยำถูกดึงลากออกทางช่องแคบระหว่างโบกี้อย่างรวดเร็วจนตามไปไม่ทัน ทำให้เครฟขบกรามอย่างหัวเสีย
ส่วนจะหัวเสียเพราะไม่ได้ข้อมูล หรือคั่งค้างจากความบันเทิงแม้แต่เ้าตัวก็ไม่แน่ใจ
แถมมีทหารเพิ่มมาอีกสองคนจากช่องกระจกที่แตก คนหนึ่งมีปืนสลิงใช้จับกุม คนหนึ่งควงกระบอกไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปมาอย่างชาญชำนาญ
“ลูกเล่นเยอะชะมัด” พูดจบดาบคริสตัลอันที่ใช้ขว้างเฉือนแขนคนไปปักพื้นอยู่ก็ลอยกลับหาเ้านาย อีกฝ่ายไม่รอช้านำกระบองไฟฟ้าของหวดใส่เครฟอย่างจังเด็กหนุ่มะโหลบไปอย่างน่าเสียดาย แต่อีกคนที่ดักอยู่แล้วจึงใช้ปืนสลิงยิงไปหาเครฟที่เท้ายังไม่ถึงพื้นทันที
ปังงงง!
แรงปะทะอย่างแม่นยำของะุจากกระบอกปืนของลูซ ทำให้หัวตะขอสี่แฉกของสลิงเบี่ยงเบนเป้าหมายจากแรงกระแทกมันจึงหดกลับเข้าไปในปืนสลิงของทหารเช่นเดิม
เครฟวิ่งพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมตวัดดาบสั้นในมือไปหาชายที่ถือกระบองเสียงหวดอาวุธของทั้งคู่ดังขึ้นอย่างรวดเร็วกระแสไฟฟ้าจากกระบองปะทะกับดาบใสจนเกิดประกายวูบวาบ
เมื่อได้จังหวะเครฟก็ยกดาบหนึ่งขึ้นมากันกระบอง และดาบสองหมายจะจ้องแทงไปที่ท้อง ทำให้อีกฝ่ายเสียจังหวะโจมตีเอียงหลบในตอนนั้นเองเครฟกระโจนขึ้นบ่าของชายร่างสูงอย่างคล่องแคล่ว แล้วถีบตัวส่งไปด้านหลังจนชายชุดดำถึงกับล้มหัวคะมำชายอีกคนที่ถือปืนสลิงหมายจะยิงตะขอสี่แฉกในการจับกุมเขา แต่ว่าเครฟใช้ดาบใสปัดเบี่ยงอย่างรู้ทัน ดาบสีใสอีกข้างขว้างแทงใส่ข้อเท้าอีกฝ่าย จนเืสาดกระเซ็นทรุดลงไป
“ฝากตรงนี้ด้วย”เครฟพูดจบก็วิ่งไปต่อที่ห้องควบคุม โดยมีเสียงโหยหวนของทหารที่เพิ่งโดนเฉือนข้อเท้าประกอบ ดาบสีใสลอยกลับหามือเ้าของที่กางรอรับมันอยู่
“.....” ลูซเก็บปืนในมือไว้ข้างกระเป๋ากางเกงก่อนจะนำดาบออกมาจากแหวนที่ตนคล้องเป็สร้อยคออยู่ ดูคล้ายดึงดาบออกมาจากอกเป็อาวุธรูปร่างแปลกประหลาดั้แ่ด้ามดาบสีดำถึงใบดาบสีเงินราวกับเหล็กเนื้อดี แต่ตรงปลายกลับหักข้างออกมาเหมือนเคียว
ลูซกวัดแกว่งดาบวูบหนึ่งจนเกิดเสียงตัดอากาศ ทันใดนั้นบรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนไป ดูอึดอัดน่าขนลุกราวอยู่ในสุสานชายที่ถือกระบองไฟฟ้าเริ่มเกิดความกลัวขึ้นในใจอย่างไม่ทราบสาเหตุเขาค่อยๆถอยหลังอย่างช้าๆ ดวงตาสีรัตติกาลหลับลง ใบดาบสีเงินเกิดการเปลี่ยนแปลง มันค่อยๆส่องแสงสีขาวสว่าง ดวงตาที่เคยเป็สีรัตติกาลลืมขึ้นอีกครั้ง ทว่า
มันกลับเป็สีทองอร่าม
"กะ แกเป็ใครกันแน่"ทหารหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทาเพียงสิ้นประโยคลำตัวพลันขาดออกจากสะโพกเป็สองท่อนทันทีโดยไม่ทันรู้ตัว เืที่ควรไหลนองพื้นกลับถูกดาบรูปร่างประหลาดดูดไปจนหมดดวงตาของลูซกลับมาเป็สีรัตติกาลดังเดิม
เด็กหนุ่มเดินไปหาทหารคนถือปืนสลิง ที่โดนเครฟเฉือนข้อเท้าจนขยับไปไหนไม่ได้เขาด้วยตัวสั่นด้วยความกลัว
"ยะ อย่าเข้ามานะเ้า ปะ ปีศาจ อึ้ก"ไม่ทันได้เหนี่ยวไกสลิงออกไปโจมตีดาบรูปทรงคล้ายเคียว ก็ตัดคออีกฝ่ายอย่างไร้ปราณีพลางดูดโลหิตของศพไปด้วย หัวกลิ้งหลุนๆแทบเท้าเขาดวงตาทหารผู้นี้ยังคงเบิกโพลงอย่างหวาดหวั่น
"......"ลูซมองศพไร้หัวตรงหน้าอย่างเ็าแต่เพียงครู่เดียวเขาก็วิ่งตามเครฟไปที่ขบวนหน้าทันทีอย่างไม่เสียเวลา
.................................
บนหลังคารถรางเหล่าทหารชุดดำจำนวนหนึ่ง กำลังรับมือกับเด็กสาวคนหนึ่งอย่างยากลำบาก เธอตวัดเคียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว เกี่ยวแทงตัดร่างศัตรูคล้ายยมฑูตจากนรกเก็บเกี่ยวดวงิญญาแรงลมและความลื่นของพื้นรถไฟ้าไม่ทำให้เธอเสียการทรงตัวเลยแม้แต่น้อย
"ชิ มากันไม่หยุดเลย"ลูน่าหัวเสียขณะหวดเคียวขับไล่ทหารที่กระหน่ำยิงปืนสลิงเข้ามาให้ตกรถรางไปทว่ามันไม่ง่ายนักเพราะอีกฝ่ายมีอาวุธครบมือ เมื่อะุปืนยิงเข้ามาเธอก็จะยื่นเคียวไปด้านหน้า และควงมันเป็วงกลมจนมองไม่ทันเป็ภาพติดตาเสมือนโล่ะุปืนที่ยิงมาถูกปัดร่วงลงเพราะแรงหมุนอันรวดเร็วของด้ามเคียว
ทันใดนั้นเอง ฝ่ายศัตรูก็โยนะเิแสงทำให้เธอเสียเปรียบ ตาของหญิงสาวพร่ามัวคล้ายบอดไปเป็นาทีจากแสงจ้า เพราะจุดอ่อนของเผ่าพันธุ์ที่แพ้แสงเป็ทุนเดิม ตะขอจากปืนสลิงเกี่ยวใบเคียวแล้วดึงไปตามแรงมหาศาล แม้จะเป็แวมไพร์ที่มีแรงมากกว่ามนุษย์ปกติ4-5เท่า แต่พื้นรถรางลื่นมากไม่มีสิ่งขีดขวางแรงดึงมหาศาลของปืนสลิงทำให้เธอรูดไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้
ลูน่ากัดฟันกรอด เธอกระทืบจิกนิ้วเท้าพยายามต้านแรงดึง แต่พื้นหลังคารถไฟและพื้นรองเท้าของเธอมันไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลยเด็กสาวจึงค่อยๆลื่นไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ พลางมองพวกที่จัดการกวาดไปแล้วบางส่วน ค่อยๆทยอยกลับมาทางเธอ
"ฮึ่มมมม!!"เสียงของชายชุดดำตรงข้ามเธอดังขึ้นในลำคอพลางลดแรงดึงของสลิงลงเล็กน้อย ก่อนจะออกกระชากสายสลิงอีกครั้งหวังให้เธอลอยเข้ามาหา
แต่ว่านั่นคือโอกาสที่เธอรออยู่เด็กสาวปล่อยมือจากเคียวให้ถูกกระชากไปอย่างง่ายดายส่งผลให้ด้ามจับยาวๆกระแทกใส่เหล่าชายชุดดำอย่างแรง พวกเขาล้มตึงราวกับพินเวลาถูกลูกโบว์ลิ่งชนใส่ลูน่ามองภาพตรงหน้าอย่างยิ้มแย้ม ทว่า
ทันใดนั้น มวลอากาศตรงหน้าบิดเบี้ยวราวกับภาพมายาแต่สิ่งที่ทำให้เธอใยิ่งกว่าคือบุคคลจากหลุมอากาศอันบิดเบี้ยวนี้
ชายหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆก้าวเท้าออกมาอย่างนิ่งสงบ ใบหน้าเรียวยาวขาวซีด ตาสีโลหิตเหมือนเด็กสาวมองมาเบิกกว้างด้วยความหฤหรรษ์ เรือนผมสีม่วงยาวมัดรวบด้านหลังปลิวยาวไปลมแรง เขาอยู่ในชุดสีดำคล้ายกับทหารเ่าั้แม้จะไม่มีอาวุธติดมือมาเลยแต่กลับดูอันตรายกว่าทหารคนอื่นอย่างชัดเจน
เด็กสาวมองบุคคลนี้อย่างตกตะลึงสุดขีดก่อนที่ใบหน้าตุ๊กตาจะบิดเบี้ยวอย่างเคียดแค้น มือบางยื่นออกไปรับเคียวที่สั่งในใจให้ลอยกลับ เมื่อมันถึงมือเธอปลายเคียวอีกด้านพลันมีปลายแหลมงอกออกมา ใบเคียวสีดำกลับเปลี่ยนเป็สีแดงฉานเช่นเดียวกับั์ตาเ้าของ
"แกกกกก!!"ลูน่าเค้นสุดเสียงะโเกร็งขาะโก้าวด้วยความเร็ว พริบตาก็ถึงร่างชายคนนั้น ตวัดเคียวใส่ชายตรงหน้าเต็มแรง ทว่าวินาทีที่ใบเคียวใกล้ตัดผิวซีดเพียงระยะฝุ่นร่ายของอีกฝ่ายกลับกลายแตกสลายเป็ค้างคาวนับร้อยบินผ่านเธอไปด้านหลังปลายแหลมของอาวุธจึงแทงทะลุเพดานรถไฟจนมิดแทน คู่แค้นเก่าคืนร่างกลับมาเป็ทหารเช่นเดิมแต่ความสามารถที่ใช้หลบการโจมตี คล้ายตอกย้ำให้เด็กสาวยิ่งผูกใจเจ็บ
ชายคนนั้นย่อตัวลงเคารพอีกฝ่าย พร้อมเอ่ยถ้อยคำนอบน้อมแต่ช่างเสแสร้งจนเธออยากเอาเคียวคมๆตัดคอยิ่งกว่าเดิม
"กระหม่อมยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้พบพระองค์อีกครั้งรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งแดนเื เ้าหญิงลูน่า สกาเร็ต ดิ ลิลิธเธียน ฉายานักผจญภัยจันทราโลหิต"
.......................................
ถัดไปอีกสองโบกี้มีเด็กสาวสองคนและเด็กหนุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้ต่อสู้กับทหารชุดดำเช่นกันเด็กสาวผมสีทองสั้นประบ่ามัดรวบต่ำ ถือหนังสือเล่มหนาลอยกลางอากาศกางหน้าอยู่อย่างว่างเปล่าอักขระมากมายถูกจารึกบนกระดาษขณะที่หลับตาเธอพึมพำ ทันทีที่ดวงตาสีเขียวมะนาวลืม ขึ้นทหารบางส่วนก็แปรสภาพกลายเป็หินในทันที
อีกคนมีร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนสีส้มทองที่ะุและสรรพาวุธไม่อาจทำร้ายได้ใช้กรงเล็บยาวและพละกำลังอันมหาศาล ปัดทหารแถวนั้นกระเด็นกระดอนไปเป็แถบๆ
"องค์หญิง!?"เด็กสาวร่างสูงผู้มีดวงตาสีสนิมเหล็กอุทานขณะกวาดดาบใหญ่ปัดตะขอสลิงที่พุ่งมาหาลางสังหรณ์บอกได้ว่าตอนนี้ผู้เป็นายกำลังตกอยู่ในอันตราย หล่อนตัดสินใจใช้เสกไฟจากเวท ผสานไปที่ดาบแล้วตวัดมันให้กลายเป็พายุเพลิง พ่นออกไปเผาจนศัตรูไหม้เป็แถบๆ เธอหอบหายใจเล็กน้อยเพราะมิติอากาศธาตุและตอนกลางวันทำให้ต้องฝืนใช้เวทมากกว่าปกติหลายเท่าตัว เมื่อทางสะดวกไร้คนขวางเซเลน่าก็วิ่งไปยังกระจกหน้าต่างทันทีโดยไม่สนใจคำทัดทานของเพื่อน
"เฮ้ย!เซเลน่า ใจเย็นก่อน!!"หญิงสาวผมทองถือหนังสือเอ่ยห้ามแต่คำพูดนั้นไม่เข้าหูอีกฝ่ายกลางหลังของเซเลน่ามีปีกค้างคาวสีดำสนิทคู่หนึ่งกางออกพร้อมหูยาวแหลมมีขนสีเทาแซม ะโออกกระจกหน้าต่างและบินออกไปอย่างเร่งรีบ ไล่รถรางที่แล่นไปตามรางเวทมนตร์กลางทะเลด้วยความเร็ว