[New Life] อิสระของชีวิต

    [66] เยือนนิวยอร์ก [3]

    [66] เยือนนิวยอร์ก [3]
    คมมีดมุ่งตรงมายังลำคอ โดยผู้ลงมือวนอ้อมไปด้านหลังเพื่อให้ยากต่อการจับการเคลื่อนไหวและหลบหลีก ในขณะที่ด้านข้างมีคนสองคนยืนดักอยู่ ทางเลือกเดียวที่เหลือคือหลบออกด้านหน้าเท่านั้น ...คิดงั้นเหรอ?เซ็ทย่อตัวลงหลบคมมีดที่ทำท่าจะปาดคอตัวเองได้อย่างฉิวเฉียด เตะกวาดรอบตัวพอให้คนรอบข้างต้องกระโดดหนี จากนั้นเซ็ทจึงหลบเข้าไปที่มุมเสาต้นหนึ่งที่ช่วยบังวิถีของสไนเปอร์ หันกลับมาเผชิญหน้ากับคนร้ายลักพาตัวทั้งสามแบบไม่กลัวเกรงอีกครา“นี่คิดจะฆ่ากันจริงๆ สินะครับ?”“แต่ก็หลบได้ไม่ใช่รึไง การจู่โจมเข้าจุดบอดทั้งยังมุ่งเอาชีวิตเต็มเหนี่ยว ถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปแล้วล่ะนะ ทีนี้ยังมีข้อแก้ตัวอะไรอยู่อีกมั้ย?”ใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งตนถือไพ่เหนือกว่าของอเลนทำเอาเซ็ทแอบหมั่นไส้อยู่ในใจ นึกย้อนไปยังประโยคสนทนาที่พูดคุยกับอดัมในกลางดึกแล้วก็อดประท้วงไม่ได้‘คนที่ดูต๊องๆ นี่ชื่อ ‘อเลน’ เพื่อนสนิทที่สุดของพ่อเป็นหัวหน้าของอีกสามคนที่เหลือ หมอนี่เป็นคนที่ค่อนข้างรอบคอบ มุ่งมั่นต่อเป้าหมาย ถึงจะดูอ๊องๆ เอ๋อๆ แต่ก็ฉลาดเป็นกรด จับผิดเก่ง เวลาปกติจะไม่ใช่พวกชอบใช้กำลัง แต่พอเป็นงานก็ฆ่าได้ไม่เลี้ยง อเลนยังเป็นคนที่ช่วยพ่อหนีออกมาด้วย ถ้าเทียบกับคนอื่นหมอนี่น่าเข้าใกล้สุด ดังนั้นถ้ามีปัญหาอะไรให้เกาะอเลนเอาไว้นะ’...คนๆ นี้น่าจะเป็นตัวสร้างปัญหามากกว่าช่วยแก้ปัญหาอีก ในเวลาชั่วพริบตาถึงกับมองกันได้ขาด ก็สมแล้วแหละที่ได้เป็นหัวหน้า ฉลาด แต่ก็ใจกล้า“นี่ๆ เมื่อกี้ถ้าผมหลบไม่ทันคุณลุงได้ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปแล้วนะครับ อะไรจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เนี่ย?”“พวกเราทุกคนตรงนี้คือมืออาชีพนะ ถึงอลันที่ไล่แทงนายจะไม่ได้ตั้งใจแทงให้ถึงตาย แต่คนทั่วไปไม่มีทางหลบได้โดยไร้บาดแผล และการเคลื่อนไหวเมื่อกี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีกว่าอะไรทั้งนั้น เลิกทำเป็นไม่รู้เรื่องได้แล้ว เซ็ท อคิราห์ แอชลีย์”“จะจี้ประเด็นนี้ให้ได้เลยสินะคุณอเลน แอชลีย์”เมื่อบรรยากาศรอบตัวของอเลนเปลี่ยนไป เซ็ทจึงเปลี่ยนบุคลิกตามให้เหมาะสม แม้ความจริงจะอยากแกล้งโง่ไม่รู้เรื่องปั่นให้อีกฝ่ายหัวหมุนต่ออีกนิด แต่การละเล่นแกล้งคนน่ะไว้เป็นเรื่องของอนาคตก็ได้“ยอมรับแล้วงั้นเหรอ ลูกชายของอดัม?”“ก็บอกว่าพ่อชื่อมั่นคงพวกคุณก็ไม่เชื่อกันนี่จริงมั้ย ยังไงคุณก็คงยัดเยียดตำแหน่งลูกชายอดัมให้ผมจนได้นั่นแหละ” “แล้วไม่ใช่รึไง?” อเลนยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เซ็ทประเมินว่าน่าฝากรอยเท้าไว้บนใบหน้าไม่ใช่น้อย“เหอะ พวกคุณนี่เป็นพวกกลุ่มคนน่ารำคาญแบบที่อดัมบอกจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะคุณ ถ้าไม่มีคุณผมคงชิ่งหนีคุณลุงไฟลุกนั่นไปได้ไกลแล้ว”“ช่วยไม่ได้ พวกเราทำงานกันเป็นทีม ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ผิดหวัง ดูแล้วนายคงรู้จักพวกเราดีไม่ใช่น้อยสินะ ขออนุญาตแนะนำตัว ฉันชื่ออเลน เจ้าคนหัวร้อนที่นายแกล้งชื่ออลัน และผู้หญิงที่ยืนเงียบจ้องนายอยู่นั่นชื่ออาเรีย ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะ”เซ็ทมองมือที่ยื่นมาข้างหน้าแล้วแสยะยิ้มมุมปาก เมินมารยาทอันพึงมีด้วยการยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองจิก “ใครอยากจะรู้จักพวกคุณไม่ทราบ นี่ถ้าไม่ใช่ว่าคุณละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามหาข้อมูลของอดัมจนรู้ว่าเขามีผมเป็นลูกชาย แล้วคิดทำอะไรยุ่งยากไร้ยางอายอย่างการจับตัวผมไว้เพื่อเรียกอดัมกลับบ้าน ผมก็คงไม่จำเป็นต้องมายืนคุยกับพวกคุณแบบนี้หรอก”{อย่างคุณนี่ยังมีหน้าไปว่าเขาอีกเหรอ?}‘หุบปากโร คนกำลังจริงจัง’“เดี๋ยวนะ นายรู้แผนของพวกเราได้ยังไง? ...อ๋อ ก็คงไม่พ้นอดัมล่ะสิ” อเลนที่ตอนแรกมีทีท่าตกใจก็ให้คำตอบตัวเองแล้วเปลี่ยนสีหน้ากลับอย่างรวดเร็ว แม้คำตอบที่เจ้าตัวมอบให้ตัวเองจะผิด แต่เซ็ทก็ไม่คิดช่วยแก้ให้ถูกต้องแต่อย่างใด “ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราตั้งใจจะทำอะไร แต่อดัมก็ยังยอมให้นายมาที่นี่ ช่างเป็นคุณพ่อที่ไร้ความรับผิดชอบซะจริงนะ” “อย่างคุณนี่ไม่น่าว่าอดัมอย่างนั้นได้เลยนะ ปล่อยเขาหนีไปเอง แต่อยู่ๆ ก็จะมาตามตัวกลับ แถมยังใช้วิธีที่ไม่น่าชื่นชมซะด้วย ถ้าคุณมีความรับผิดชอบก็เป็นความรับผิดชอบที่...ทุเรศสิ้นดี”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ กว่านายจะเกิดจนโตมาขนาดนี้อดัมยังไม่เคยคิดจะกลับบ้าน ถ้าให้ไปตามกลับมาเฉยๆ อดัมคงยอมกลับมาหรอก เราก็แค่เลือกทางที่น่าจะได้ผลที่สุด”...ใช่ ทางเลือกที่ดีต่อตัวคุณท่าน ดีต่อตระกูล และดีต่อตัวอดัมเองด้วย“โดยที่ไม่สนว่าผมหรืออดัมจะเดือดร้อนรึเปล่าน่ะเหรอครับ เป็นคนดีจริงๆ เลยนะครับ”ไม่ทันที่เซ็ทและอเลนจะได้ปะทะคารมกันต่อ คนหัวร้อนที่ดูจะพึ่งเข้าใจสถานการณ์แบบละเอียดก็พูดแทรกขึ้น อลันโมโหจนเลือดขึ้นหน้า วิ่งเข้าใส่เซ็ทอย่างรวดเร็วจนใครก็ห้ามไม่ทัน“อ้าว! นี่สรุปว่าไอ้เด็กเวรนี่หลอกฉันเหรอวะ! ไอ้เหี้ย!”“อลันอย่านะ!”“ผมให้เตะไปทีนึงเป็นคำขอโทษที่ปั่นประสาทคุณเล่นก็ถือว่าเจ๊ากันแล้วคุณอลัน”ผัวะ! ตึง!ทั้งอเลน อาเรีย และเอ็ดดี้ที่เฝ้ามองสถานการณ์ผ่านสโคปของสไนเปอร์ต่างก็ไม่มีใครคาดคิดว่าอลันจะถูกถีบจนกระเด็นไปกระแทกกับผนัง แม้แต่ตัวคนโดนถีบเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันถึงได้นิ่งค้างไปซะเฉยๆ ความเจ็บปวดที่ท้องกับแผ่นหลังแล่นริ้วมาจึงได้ตั้งสติได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นความจริงอาเรียกระพริบตาปริบๆ มองเพื่อนร่วมงานที่รู้ฝีมือกันดีนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่มีความรู้สึกหลากหลายปนกันอยู่ แม้ในใจจะแอบคิดว่าสมควรโดนแล้ว แต่อย่างอลันก็ไม่น่าโดนเล่นงานง่ายๆ แบบนี้ เธอหันไปถามอเลนอย่างสับสน“...ถึงจะได้อดัมฝึกให้แต่ก็เป็นแค่เด็กอายุสิบหกนี่ ไม่น่าเชื่อ อเลน ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ยเมื่อกี้อลัน...?”“อา... ตั้งท่าจะกระทืบเขาแบบเอาจริง แต่ก็โดนเด็กเตะอัดกำแพงแทน เธอไม่ได้ตาฝาดหรอกฉันก็เห็นเหมือนกัน”อย่าว่าแต่อาเรียเลยที่อึ้ง อเลนเองก็อึ้งไม่ต่างกัน ถึงจะบอกว่าอลันประมาทเพราะอีกฝ่ายเป็นแค่เด็ก แต่ก็ไม่น่าจะถึงขนาดยกการ์ดกันลูกเตะไม่ได้เลยแบบนี้...เร็ว...แม้แต่เขาก็อาจจะหลบไม่พ้นด้วยซ้ำไป“คุณมืออาชีพ มืออาชีพจริงๆ แค่ลูกเตะของเด็กก็หลบไม่พ้นซะแล้ว”เซ็ทว่าเสียงเรียบ กระดิกเท้าที่เตะอีกคนไปมาเป็นการกวนตีน ดวงตาคู่คมมองต่ำแฝงแววเย้ยหยัน หากแต่ในใจลอบยิ้มอยู่นิดๆ ถึงบรรดาเพื่อนๆ ของอดัมจะคร่ำเคร่งในวงการสีเทามานาน แต่ก็ไม่ได้นานไปกว่าเซ็ท ประสบการณ์เสี่ยงตายกับระดับความอันตรายมันต่างกันเยอะ ถึงกระนั้นก็ต้องชมเชยว่าหลบไม่ทัน กันไม่ทัน แต่ปฏิกิริยาโต้กลับถือว่าค่อนข้างว่องไว ถึงได้ศอกกลับมาบนข้อเท้าเขาได้ เล่นเอาชานิดๆ เลยล่ะ...เลี่ยงโดนหนึ่งเท้าไม่ได้เลยยอมแลกหนึ่งศอก สมแล้วล่ะนะที่เป็นหมาบ้า“แก...”เซ็ทเมินเสียงแค้นเคืองของอลันที่ยันตัวลุกขึ้นมา มือหนาของอลันกุมท้องไว้ก่อนจะทำเหมือนไม่เจ็บไม่คันอะไร ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วลูกเตะเมื่อครู่ของเซ็ททำเอาจุกจนอลันแทบคายของเก่าออกจากปาก“ทนทายาทดีเหมือนกันนี่ แล้วจะเล่นต่อมั้ยล่ะ?”“เหอะ ขาแกเดี้ยงไปแล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ ถ้าฉันไม่ประมาทแกไม่มีทางเตะฉันได้หรอกเว้ย! ลูกของอดัมแล้วไงวะ สุดท้ายก็แค่เด็กบ้าคนนึง!!”“โฮ่ คิดอย่างนั้นเหรอ เอ...ก็ปกติดีนะ คุณนั่นแหละ ยืนเซเชียว ไหวแน่นะ”ขาที่ถูกศอกกระแทกกระทืบเท้าลงบนพื้น ใบหน้าของเซ็ทไร้ร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ จนอลันที่มั่นใจว่าศอกโดนจุดสำคัญถึงกับทำหน้าตกใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยว“ลูกเตะเบาหวิวนั่นทำอะไรฉันไม่ได้หรอกโว้ย!!”ก่อนที่คนสองคนจะได้พุ่งเข้าใส่กันอย่างที่ตั้งใจ อเลนก็เดินมาแทรกกลาง ดวงตามองดุให้อลันนิ่งเงียบ“หยุดซะ อลัน เราไม่ได้มาทะเลาะวิวาท เซ็ทก็ด้วยช่วยหยุดที” อเลนพยักหน้าให้อาเรียไปตามประกบอลันไม่ให้หัวร้อนจนทำเสียเรื่องอีก ส่วนตัวเองก็เดินมายืนขนาบเซ็ทคอยกันและคุมเชิงไม่ให้มีจังหวะทำอะไรอีก“ไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ หรือว่าจะมาเพื่อฆ่า บอกมือสไนเปอร์ข้างนอกให้เลิกส่องผมได้แล้วมั้ง”“สังเกตเห็นด้วยอย่างนั้นเหรอ ตาไวดีนี่ ที่มาหลบหลังเสาก็เพราะจะหลบสไนเปอร์สิท่า” อเลนพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะต่อสายไปยังเอ็ดดี้ที่คอยอยู่ข้างนอก “เก็บปืนแล้วเอารถไปรอที่จุดนัดพบได้แล้วล่ะ”[โอเค เร็วๆ หน่อยก็ดี เริ่มง่วงแล้ว]เสียงหาวดังลอดออกจากลำโพง และมันก็ไม่พ้นประสาทสัมผัสที่แสนจะเฉียบคมของเซ็ทได้ ฟังจากเสียงฟากโน้นคงพร้อมหลับเต็มแก่‘ไอ้ตาตี่นี่ชื่อ ‘เอ็ดดี้’ เป็นนักแม่นปืน ท่าทางเอาการเอางานมันก็แค่ภายนอก จริงๆ มันเป็นพวกขี้เซา แถมยังเป็นพวกขี้เกียจ เพราะตาตี่เลยชอบแอบหลับโดยไม่โดนจับได้ ถ้าหลับไปแล้วปลุกยากมาก แต่ถึงจะดูไม่สนโลก ก็ไม่เคยทำงานพลาด เป็นพวกเสือซ่อนเล็บเลยล่ะ ถ้าอยากผูกมิตร ของฝากที่ดีที่สุดสำหรับมันก็คือของกิน’...นิสัยของแต่ละคนก็น่าจะยังไม่ต่างจากที่ฟังอดัมเล่าสักเท่าไหร่“มีที่ๆ อยากให้นายไปด้วยกันหน่อย ได้มั้ย?”“ตอบไม่ก็คงจะบังคับพาไปอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ นำทางไปสิคุณเจ้าบ้าน”เซ็ทยักไหล่เดินแบบไม่แคร์ ไม่ว่าอเลนจะเดินนำไปทางไหน เซ็ทก็เดินตามต้อยๆ ไม่หือไม่อือ ไม่พูดไม่ถาม พอถูกพาไปขึ้นรถหรูติดฟิล์มดำเมี่ยมเซ็ทก็เดินขึ้นไปแบบไม่ขัดขืน กระเป๋าสัมภาระที่ไม่ได้สำคัญอะไรก็ได้อลันเป็นคนเอาไปเก็บยังท้ายรถให้แบบไม่เต็มใจนัก...รถหรูแล่นฉิวออกจากเขตสนามบิน ภายในห้องโดยสารโอ่อ่ากว้างขวางมีเสียงพูดคุยของคนสองคน อลันเลือกที่จะไปนั่งข้างเอ็ดดี้ที่ทำหน้าที่คนขับเพราะกลัวหัวร้อนจะเผลอกระโจนใส่เด็กบ้าคนหนึ่ง ส่วนอาเรียนั้นยังคงนิ่งเงียบเพื่อเก็บข้อมูลจากการสนทนาของเซ็ทและอเลน‘ผู้หญิงคนเดียวนี่ชื่อ ‘อาเรีย’ เก่งเรื่องแฝงตัวสืบข้อมูล แนวสายลับ ถ้าไม่ได้สนิทหรือพูดคุยกับคนที่สนิทจริงๆ ก็จะเป็นคนเงียบๆ จ้องอย่างเดียวจนน่ารำคาญ แต่อย่าให้หล่อนได้พูดก็ปกติแบบคนทั่วไปนั่นแหละ แค่ปากร้ายอยู่บ้าง ว่างั้นว่างี้แต่ก็ไม่เคยโดนจับได้ ชอบทะเลาะกับอลัน แต่ป่านนี้คงแก้นิสัยปากเสียได้แล้วแหละ’...เงียบอย่างที่อดัมบอกเป๊ะ จะจ้องเพื่อเก็บข้อมูลก็น่าจะทำให้มันเนียนๆ กว่านี้หน่อยหนึ่งคนต่อความสามารถเฉพาะด้านที่แตกต่างกันไป เป็นทีมที่เหมือนจะดีแต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่อีกมาก แถมต่อให้ฝีมือดีแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีกิ๊ฟ ถ้าจะทำลายจริงๆ คงใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีเซ็ทประเมินสถานการณ์ความอันตรายอยู่ในใจ หากแต่ภายนอกนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เป็นที่ผิดสังเกตุ“เอารถราคาหลายสิบล้านมาลักพาตัว ก็ช่างคิดเนอะ”“นายเป็นแขกคนสำคัญจะต้อนรับแบบเสียมารยาทได้ยังไง”อเลนว่าพลางหยิบไวน์ราคาแพงออกจากตู้เย็นเล็ก รินไวน์องุ่นสีสวยใส่แก้วบางพลางยื่นให้เซ็ทที่นั่งเอนหลังสบายอารมณ์อยู่บนโซฟากำมะหยี่ยาว อเลนทำท่าเหมือนจะถามว่าดื่มได้มั้ย เซ็ทก็ให้คำตอบเป็นการยื่นมือไปรับแก้วไวน์มาจิบ เอ่ยชมสั้นๆ อย่างจริงใจ“ไวน์ดี แต่ผมว่าที่ต้อนรับกันมันก็ไม่ได้มีมารยาทสักเท่าไหร่นะ”“ก็นายเล่นปั่นหัวอลันจนหมอนั่นน็อตหลุดมันก็ช่วยไม่ได้ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นคืนสนอง”“ช่างกล้าพูด คนที่เอามีดมาจ่อหลังโดยไม่แม้แต่จะทักทาย ถ้าไม่ใช่ผมคงกลัวจนฉี่ราดไปแล้วมั้ง”“ก็คนๆ นั้นคือนายนี่ ลูกชายของอดัม เป็นคนโดนจี้หลังก็ปั่นประสาทคนร้ายจนสติแตก โดนลักพาตัวก็ใจเย็นนั่งชิมไวน์จากคนพานายมา และทั้งๆ ที่รู้ว่าเราจะกักตัวนายไว้เพื่อล่ออดัมกลับบ้านแต่ก็ยังยอมตามมาแต่โดยดีซะอย่างนั้น เด็กที่แปลกแบบนายคงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วล่ะ”เซ็ทหลุดหัวเราะเบาๆ พอคิดภาพตามแล้วตัวเขาก็แปลกดั่งที่อเลนว่านั่นแหละ ยังไงก็ตาม ต่อมความกลัวของเซ็ทมันตายด้านไปนานแล้ว เรื่องเล็กๆ แค่นั้นไม่ได้ทำให้เซ็ทกดดันด้วยซ้ำไป“ก็นะ คนอย่างผมมันมีคนเดียวในโลก”{ขืนมีคนแบบคุณมากกว่าหนึ่งโลกคงชิบหายวายวอด}‘หุบปากไปโร’“ขอถามอย่างจริงจังนะ เซ็ท ถึงนายจะรู้เรื่องพวกเราและตระกูลจากพ่อแล้ว แต่เด็กอย่างนายไม่กลัวบ้างเลยรึไง ขนาดอดัมยังหนีไปมีชีวิตแบบคนธรรมดา แต่นายกลับกล้าเดินเข้ามา...” อเลนถามพลางจ้องตาเซ็ทด้วยต้องการจับโกหก มีความเป็นห่วงเป็นใยแฝงอยู่ลึกๆ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือรอยยิ้มมุมปาก“อดัมไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟัง ทั้งเรื่องตระกูล และเรื่องพวกคุณ”“ไม่เคยเล่าอย่างนั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้...?”“ที่รู้เรื่องเพราะสืบหาเอาเอง แล้วก็ไปเค้นคอถามอดัมมาเมื่อไม่นานมานี้ จะเรียกว่าไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลยก็ไม่ผิดหรอก”เซ็ทตอบด้วยทีท่าไม่แยแส แม้เบื้องหลังพ่อจะเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลใหญ่ติดอันดับโลก เซ็ทก็ยังทำท่าเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างไรก็ตามอเลนมีท่าทีไม่เชื่อคำอธิบายนั้น ท่วงท่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้รวมถึงในซีรี่ย์ที่เจ้าตัวแสดง การวางตัว การเลือกใช้คำพูด มารยาท แม้กระทั่งท่าในการจิบไวน์ตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี ซึ่งคนที่ฝึกให้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอดัมมีแค่อดัมคนเดียวที่จะสั่งสอนลูกให้เพรียบพร้อมได้ถึงขนาดนี้ และอดัมเองก็น่าจะรู้ดีว่าวันหนึ่งที่สิ้นเสาหลัก เจ้าตัวก็จำเป็นต้องหวนกลับมายังรัง ไม่มีทางที่อดัมจะไม่บอกอะไรครอบครัวเลย“ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อนะคุณลุงอเลน แต่ขอโทษด้วยที่ผมพูดจริง อดัมน่ะก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อดัมน่ะไม่เคยคิดจะกลับมายังตระกูล เขาไม่เคยคิดพาครอบครัวมาเปื้อนเลือดเน่าเหม็นนี่ แล้วจะบอกเล่าอะไรให้พวกเราฟังทำไม เขาใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปกับพวกเรามาตลอดนั่นแหละ”“...แต่นั่นไม่สามารถอธิบายเรื่องเธอได้”“ไม่ว่าอะไรที่คุณกำลังคิด ทุกอย่างมันฝึกฝนกันได้ ผมเป็นดารานะ เรื่องการแสดงการใส่หน้ากากน่ะของถนัด เห็นมั่นหน้าแบบนี้ในใจอาจจะกลัวจนตัวสั่นก็ได้จริงมั้ย?”{ตอแหล}‘เงียบปากน่ะโร’“ฉันไม่คิดว่านายกำลังกลัวหรอกนะ ไม่ต้องคิดปั่นให้ฉันหลงทาง อดัมคงบอกมาบ้างแล้วว่าฉันน่ะไม่เหมือนอลัน” อเลนว่าพลางยิ้ม อดคิดไม่ได้ว่าเด็กตรงหน้าช่างเป็นเด็กที่แสบจริงๆ “รู้รึเปล่าว่าเรากำลังไปที่ไหน?”“ผมพึ่งเคยมาอเมริกานะจะไปรู้ได้ไง แต่ถ้าให้เราก็คงไม่พ้นไปพบพ่อของอดัม”“ใช่แล้ว เป็นการเข้าพบแบบไม่แจ้งล่วงหน้า คุณท่านผู้เป็นผู้นำของตระกูลแอชลี่ย์ ‘แอนโทนี่ อับราซัล แอชลี่ย์’ คุณปู่ของนายนั่นแหละ”“ผมกำลังได้พบญาติงั้นสิ แหม น่าตื่นเต้นจังแหะ” เซ็ทว่าด้วยเสียงโมโนโทน ไม่ได้มีความกลัวใดๆ ที่จะต้องเข้าพบผู้ทรงอิทธิพลของอเมริกา “แล้วนี่ตั้งใจจะกักตัวผมไว้เรียกอดัมออกมาจริงๆ สินะ”“ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น หมอนั่นไม่มีทางปล่อยให้นายถูกกักตัวไว้ที่นี่หรอกจริงมั้ย”“อย่ากักไว้นานก็แล้วกัน ถ้านานผมหนีออกมาเองไม่รู้ด้วย” เซ็ทว่าง่ายๆ จนอเลนหลุดหัวเราะ ราวกับกำลังเยาะเย้ยว่าไม่มีทางเป็นไปได้ “แล้วสรุปว่าไม่กลัวจริงๆ งั้นเหรอ?”“กลัวอะไร โลกของคุณกับผม มันก็โลกใบเดียวกันนั่นแหละ”คำตอบของเซ็ทแฝงความหมายที่ไม่มีใครเข้าใจยกเว้นตัวผู้พูดและโร ไม่ได้หมายถึงว่าพวกเรากำลังยืนอยู่บนโลกใบเดียวกัน แต่หมายถึงว่าสังคมที่เขาและอเลนอาศัยอยู่มันก็เน่าเฟะไม่ต่างกัน กะอีแค่มีดดาบ ดินปืน กระสุนหรือแม้แต่นิวเคลียร์ ทุกอย่างมันก็เล็กจ้อย...วิญญาณของเซ็ทน่ะ ถูกย้อมมาด้วยสีของเลือด มากมายกว่าที่ใครๆ จะนึกออก มันคอยตามหลอกหลอนและติดแน่นจนพยายามจะล้างทิ้งยังไงก็ไม่มีวันลบเลือน ...และมันจะเป็นตราบาปที่ติดตัวเขาไปทุกภพทุกชาติ...


    อดัมปิดโทรทัศน์ในขณะที่ตายังคงจับจ้องไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่ คิดคำนวนเวลาอยู่ในใจก็เดาได้ลูกชายคงไปถึงประเทศบ้านเกิดของเขาแล้ว ดีไม่ดีก็คงได้พบกับบรรดาเพื่อนเก่าของเขาแล้วด้วย ที่ยอมให้ไปง่ายๆ เพราะเห็นว่าลูกชายพอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง และเพื่อนๆ ของเขาก็คงไม่ทำอันตรายอะไรเซ็ทหรอก...มั้ง?ตั้งแต่ไม่ค่อยได้เห็นข่าวของแด๊ดในโทรทัศน์ อดัมก็พอจะเดาได้ว่าสักวันตัวเขาคงถูกดึงกลับไปช่วยงานตระกูล เพียงแต่ไม่นึกว่าอเลนจะใช้วิธีดึงเซ็ทเข้าไปเอี่ยวด้วย เขารู้ว่าสักวันจะต้องเล่าทุกอย่างให้เซ็ทฟัง แต่ที่คิดไม่ค่อยถึงคือเซ็ทดันรู้ได้ด้วยตัวเองทั้งหมด...แต่จริงๆ แล้วอดัมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนักหรอก ในเมื่อ...“อลิซห้ามเข้าไปเล่นห้องพี่ชายนะ มาเล่นกับปะป๊าดีกว่ามา กินขนมมั้ย?”“กินค่ะ เอาไอติมด้วยนะคะ”อดัมรีบหยุดลูกสาวที่ทำท่าจะเปิดประตูเดินเข้าห้องของเซ็ท ลูกชายคนเก่งของบ้านไม่เคยล็อกห้อง และไม่เคยห้ามถ้ามีใครจจะเข้าไป แต่สำหรับอดัมที่เคยเห็นห้องเซ็ทแล้วขอห้ามไม่ให้ลูกสาวที่ยังเล็กเข้าไปดีกว่าห้องส่วนตัวของเซ็ทกว่าครึ่งห้องถูกใช้ในการวางคอมพิวเตอร์ที่ถูกจับประกอบใหม่หลายสิบจอ สายไฟอะไรต่อมิอะไรถูกวางระโยงระยางมากมายจนดูเลอะเทอะ ในขณะที่อีกครึ่งห้องนั้นเป็นทางเดินโล่งๆ แทบไม่มีอะไรเลย อดัมรู้ถึงความสามารถด้านเทคโนโลยีของเซ็ท ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกชายตัวดีจะสืบจนรู้ที่มาของเขา เพราะยังไงซะข้อมูลตรงนี้ก็ไม่ใช่ความลับ เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงซะมากกว่า เมื่อก่อนต่อให้มีใครจำได้ก็คงไม่ใครคิดถึงหรอกว่าผู้สืบทอดตระกูลแอชลีย์จะมาใช้ชีวิตในเมืองไทย อาศัยอยู่ในห้องเช่ารูหนู“อลิซอยากเจอคุณปู่รึเปล่า?”“คุณปู่? อลิซมีคุณปู่ด้วยเหรอคะ” ดวงใจของบ้านเอียงคอถามด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู “เราจะไปเยี่ยมคุณปู่กันเหรอคะปะป๊า?”“ก็คิดว่าคงต้องไปในสักวัน ปะป๊าไม่ได้ไปเยี่ยมคุณปู่นานแล้ว ก่อนออกมาก็ทำเรื่องไม่ดีไว้ ป่านนี้คุณปู่คงโกรธจนไม่อยากมองหน้าปะป๊าแล้วล่ะ” อดัมว่าพลางทำหน้าเศร้า ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นพ่อ ต่อให้ความเห็นไม่ลงรอยกันแค่ไหน แต่อดัมก็ไม่ได้โกรธเกลียดพ่อของตัวเอง ...แต่แด๊ดล่ะ จะโกรธเกลียดเขารึเปล่า...แด๊ดในเวลานี้ จะเกลียดเขาจนทำร้ายหลานแท้ๆ ของตัวเองรึเปล่า?“เด็กดีๆ ไม่เป็นไรหรอกค่ะปะป๊า ทำไม่ดีทำผิดก็ต้องขอโทษ ถ้าปะป๊าไม่กล้าขอโทษ อลิซจะไปขอโทษเป็นเพื่อนเอง ต่อให้คุณปู่โกรธก็ต้องหายโกรธแน่ๆ ค่ะ เนอะ”อลิซลูบหัวเขาแบบที่เขาชอบลูบหัวเธอ รอยยิ้มไร้เดียงสาท่าทางตรงไปตรงมาทำให้อดัมรู้สึกปลดล็อกบางอย่างในใจ อดัมกอดลูกสาวที่น่ารักที่สุดในโลกแน่น อดคิดไม่ได้ว่าถ้าอลิซเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเองได้จะดีสักแค่ไหน เด็กน่ารักขนาดนี้ไม่ควรได้เลือดชั่วของไอ้บ้านั่นมาเลย“นั่นสินะ ปะป๊าจะไปขอโทษคุณปู่ อย่างน้อยๆ ก่อนที่ปู่จะตายเราก็ควรปรับความเข้าใจกันอีกสักครั้ง”“ถ้างั้นให้ฉันไปด้วยได้มั้ยคะอดัม?” อรที่น่าจะหลับอยู่ในห้องเดินออกมายิ้มให้สามี มือเรียวบางของเธอโอบกอดเขาไว้จากข้างหลัง “คุณไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านคุณให้ฉันฟังเลย จะเป็นอะไรมั้ยคะถ้าฉันจะไปด้วย”“แต่อร บ้านของผมน่ะมัน...”“ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นยังไงฉันก็รับได้ค่ะ ฉันขโมยคุณจากครอบครัวมาตั้งนาน อย่างน้อยๆ ฉันก็อยากทำให้มันถูกต้อง” อรอนงค์ว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อคลอ “...ที่ฉันไม่เคยถามอะไรคุณ ส่วนหนึ่งเพราะเคารพการตัดสินใจของคุณ แต่จริงๆ แล้วสักที่ในใจของฉันกลัว กลัวว่าถ้าคุณเล่าเรื่องบ้านของคุณแล้วคุณกลับบ้านไป ฉันก็อาจจะไม่ได้คุณคืนมา ...ถ้าต้องแยกจากคุณอีกครั้งฉันต้องทนไม่ได้แน่ๆ”“อร ผมไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน ต่อให้ผมกลับไปที่บ้านเก่า ผมก็จะกลับมาหาคุณ กลับมาหาครอบครัว กลับมาบ้านของเรา” อดัมหันกลับไปโอบกอดร่างของภรรยาไว้ ร่างเล็กในอ้อมแขนสะอื้นตัวโยนจนอดัมได้แต่ยอมรับปาก “ได้ๆ กลับไปกลับผม ผมจะปกป้องคุณเอง”“แม่จ๋าร้องไห้ทำไม เราก็แค่จะไปเยี่ยมคุณปู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ ไม่ร้องนะ”ความเศร้าปนสุขถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเล็กๆ ของอลิซ อรอนงค์รีบเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้อลิซ ในขณะเดียวกันก็จับมืออดัมแน่น ...ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่ปล่อยมือ การแยกจากน่ะ แค่ครั้งเดียวก็มากพอแล้ว


    รถคันหรูวิ่งผ่านรถติดในตัวเมือง เข้าเขตส่วนตัวที่วกวนไปมา เป็นเวลานานหลายชั่วโมงพอให้คนในรถหลับแล้วหลับอีกจนกระทั่งถึงที่หมาย คฤหาสน์หลังใหญ่สีขาวทองสะอาดสะอ้านตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางหุบเขา สวนดอกไม้ถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ สนามหญ้ากว้างใหญ่ไกลสุดขอบฟ้า ทะเลสาบสีฟ้าใสสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับแสบตา“ถึงแล้วล่ะ ขอต้อนรับสู่บ้านตระกูลแอชลีย์ ฉันจะนำทางเธอไปพบคุณท่านเอง เตรียมตัวพร้อมนะ”เซ็ทแสร้งขยี้ตาตอนตื่นนอน ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามหลังอเลน หน้าเชิดหลังตรงไม่มีแม้แต่ท่าทางเกรงกลัวบรรดาการ์ดที่คอยดูแลความสงบอยู่เต็มสองข้างทาง ตอนผ่านตู้โชว์อัญมณีน้ำงาม รูปภาพ รูปปั้นสวยๆ ก็แสร้งเหล่ตามองด้วยความสนใจเป็นบางครั้งสองเท้าของอเลนหยุดลงหน้าประตูสีทองอร่ามทำให้เซ็ทต้องหยุดตาม มือหนาของอเลนเคาะประตูเป็นจังหวะทันใดนั้นเองบานประตูก็ถูกเปิดออก“...พาเด็กที่ไหนมาด้วยน่ะอเลน?”เสียงแหบทุ้มต่ำที่ฟังแล้วดูมีอำนาจดังมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง อเลนยังไม่ทันจะได้แนะนำตัวเซ็ทก็แทรกขึ้นด้วยประโยคที่เข้าใจง่าย“สวัสดีครับ คุณปู่ ผมเป็นหลานของคุณ”
    ‘อย่าทระนงตนว่าเป็นมืออาชีพ เพราะอาจจะเจอกับผู้เชี่ยวชาญยิ่งกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า’
    ---------------------แอนโทนี่ : ...พาเด็กที่ไหนมาด้วยน่ะอเลน?เซ็ท : I'm your father!!แมว : ผิดบทเเล้วโว้ย คัตตตต!!----------------------เซ็ท : นายจะหาโอกาสจิกฉันบ่อยไปแล้วนะโรโร : {มันเป็นความจริงเถอะเซ็ท}ไลล่า : ใช่ๆ มันเป็นความจริง ทีมโรเซ็ท : หืม? ทีมใครนะ?ไลล่า : เปล่าค่ะ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย! //กลับลำแทบไม่ทัน----------------------เน็ตบ้านก็ยังเจ๊งอยู่ ร้องไห้ เซ็ทก็ตรงไป๊ แต่ว่าอะไรเขาก็ดูจะเข้าตัวเองทั้งนั้นเลยนะลูก อะไรนะ ไม่จริงเหรอ ไม่เช่ือ! (ข้างบนเล่นแล้วก็เล่นซ้ำได้ ถถถถ) อยู่ๆ ก็อยากเล่นให้เป็นมีม กว่าจะได้เจอปู่ก็นานจริงๆ นั่นแหละ เบื่อกันรึเปล่าเอ่ย? //เอานิ้วจิ้มๆขอบคุณทุกการเปย์ ทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ จริงๆ ค่ะ กราบบบ