ตอนที่สามสิบเอ็ด Salt of earth จงเป็นเกลือของโลก
อ.ดมิธรีเป็นอาจารย์ชายแก่สอนเคมีธรรมดา ท่านสอนไปตามบทเรียนแต่ก็จริงจังกับการสอนลูกศิษย์
เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่พยายามทำความเข้าใจแอนนาและให้โอกาสเธอแก้ตัวตอนที่ส่งงานไม่ทันเพราะไปปราบแวมไพร์
“เธอเป็นคนที่มีความสามารถนะแอนนา แต่เธอจะแสดงออกมาไม่ได้หากเธอขาดความรับผิดชอบและการใส่ใจเรียน อาจารย์จะให้โอกาสเธอส่งการบ้านอีกครั้ง แก้ตัวมาให้ดีอีกครั้งนะ เธอทำได้”
ที่ผมจำได้เพราะเป็นหนึ่งในดราม่าชีวิตของแอนนาที่คนเขียนมักเขียนให้คนที่ทำดีด้วยกับเธอตายและผู้ใหญ่ ไม่เข้าใจ พึ่งไม่ได้ หรือกลายเป็นพวกตัวร้าย
อาจารย์ดมิธรี่ตายไปดังนั้นผมจึงตัดการเป็นตัวร้ายของอาจารย์ออกไปและหวังว่าผู้ใหญ่และอาจารย์ที่ดีจะยังมีชีวิตรอดกับเขาบ้าง
และท่านก็จะถูกฆ่าโดยที่คนไม่ล่วงรู้เพราะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ไม่มีใครรู้ว่าท่านหายไป
Salt of the earth
จงเป็นเกลือของโลก
ศัพท์ที่แสดงถึงว่าจงเป็นแบบอย่างแก่ผู้คน แบบอย่างที่แสดงถึงสิ่งที่ดีที่มีอยู่ในตัวมนุษย์
มันเป็นเรื่องเรียบง่ายแต่เป็นสิ่งหายาก
มันมีคนเช่นนี้อยู่จริง
คนดีที่ช่วยเหลือคุณโดยไม่หวังผลตอบแทน
คนที่แค่เห็นเขาใช้ชีวิตไปตามธรรมดาของเขาก็ทำให้คุณเกิดความหวังในมนุษย์ว่ามนุษย์ยังไม่ไร้ซึ่งคนดีและโลกนี้ยังมีความหวัง
และนั่นล่ะครับ
คนเขียนฆ่าคนดีที่ธรรมดาเหล่านี้ไปเพื่อดราม่าของเรื่อง
ปัญหาที่ผมอยากเป็นพระเจ้าของโลกใหม่ไม่ใช่เพราะโลกนี้ไร้ซึ่งคนดี เลยเดินเข้าหาทางชั่วแบบพระเอกเอดจี้ โดนทรยศ แต่เพราะคนดีกลายเป็นเหยื่อของคนชั่วอย่างไร้ทางสู้ในโลกนี้ต่างหาก
มันเป็นเรื่องทรมานมากกว่าที่รู้ว่าโลกไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดและมีทางแก้ไขได้เพราะมีคนดีอยู่ แต่คนดีที่ว่าก็โดนโลกที่โหดร้ายกัดกินไปทุกวันเท่านั้นเอง
ผมเห็นด้วยกับคนที่นับถือศาสนาว่า การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่กองทัพ แต่คือการต่อสู้ในชีวิตประจำวันที่ทำเรื่องดีดีเล็กๆเรื่องหนึ่ง
..หากคนทำเรื่องดีดีเล็กๆเรื่องหนึ่ง ถูกปีศาจกินไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้สึกว่าเราจะชนะได้
มันเจ็บปวดมากกว่ามองอย่างเรียบง่ายว่าทุกคนเป็นคนเลว
อย่างที่ธานอสว่าไว้
“ผมรู้ว่าความพ่ายแพ้เป็นอย่างไร รู้ว่าเรานั้นถูกแต่ก็ผิดพลาดล้มเหลวในที่สุด”
ความฉลาดมองเห็นปัญหา เหคุผลทำให้เราคาดการณ์ได้ แต่เหตุผลไม่ได้ทำให้โลกหมุนตามใจเรา
พลังต่างหาก ธานอสก็ได้รู้ตัวในท้ายที่สุด ว่านักวิทยาศาสตร์ที่เห็นเหตุการณ์และพยายามเกลี้ยกล่อมผู้คนทั่วไปและผู้มีอำนาจด้วยเหตุผล มันทำอะไรไม่ได้
อำนาจต่างหากที่พึ่งพาได้
และหวังว่าผมจะไม่พลาดในครั้งนี้นะ
“อาจารย์คนใหม่เป็นปีศาจ”
ผมกล่าวขณะปั่นจักรยานซ้อนเทเลอร์
และแนะนำให้แอนนาแบกวิลโล่ขึ้นหลังและวิ่งไปที่โรงเรียน
อย่าถามว่าทำไมผมไม่ซ้อนแอนนาข้างหลังจักรยานผม
ผมไม่ยอมให้มือของแอนนาเข้ามาใกล้คอของผมจนเธอสามารถหักคอของผมได้แบบหักคอตุ๊กตาอย่างเด็ดขาด
อาจารย์เป็นปีศาจแมลงที่กินหนุ่มบริสุทธิ์
ใช่แล้วครับอาจารย์แก่คิ้วขาวอย่างอ.ดมิทธรี่เป็นหนุ่มพรหมจรรย์
อาจารย์สาวที่ให้ความหวังและใจดีต่อเด็กหนุ่มที่ขาดคนรักคนเอาใจใส่ คือปีศาจแมลงที่ปลอมตัวมาเพื่อจะล่อลวงหนุ่มพรหมจรรย์ไปกิน
มันไม่ได้สวยหรูแบบมังงะที่อาจารย์สาวครึ่งปีศาจจะพบรักกับเด็กหนุ่มๆและดำเนินชีวิตในโรงเรียนแบบเรื่องโรแมนติคคอมีดี้
ที่นี่อเมริกา
ดินแดนทุนนิยม ชื่อเสียง สุรา นารีและสิทธิเสรีภาพเหนือสิ่งอื่นใด อเมริกันดรีม
ซากศพของอ.ดมิธรีเหลือแต่เสื้อเปื้อนเลือดและไม่มีใครพบตัวเขา
และผมอาจจะต้องอธิบายว่าผมรู้ข้อมูลที่ไม่ควรจะมีใครรู้ได้อย่างไร
โดยไม่ต้องบอกว่าผมมาจากโลกอื่น
ผมคิดข้อแก้ตัวไว้ว่าผมเห็นนิมิต
แต่เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังตอนนี้ผมต้องช่วยอาจารย์ดมิธรีก่อน ต่อให้สายไปแล้วก็เถอะ
หัวใจของผมเต้นตุบๆ
แต่ไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ที่ค้นคว้ามาตลอดเพิ่มความอดทนของร่างกายนั้นได้ผล
และพลังเวกเตอร์ก็ช่วยควบคุมล้อจักรยานปั่นด้วยความรวดเร็วและไม่เกิดความเสียหายเพราะปั่นด้วยความเร็วมากเกินไป
“ละแล้วเธอเอาชั้นมาทำไมชั้นเป็นคนธรรมดานะ?”เทเลอร์กล่าวอย่างสั่นกลัว
อ้าว นิสัยคนชอบเล่นเกมส์อย่างผมดันเผลอนึกว่าเป็นเกมส์เลยลากเทเลอร์มาเข้ากลุ่มปราบปีศาจโดยไม่ได้ถามเธอ
อาจจะเพราะผมหวังลึกๆว่าเธอมีพลังควบคุมแมลงอาจจะมีพลังควบคุมช่วยผมสู้กับอาจารย์สาวที่เป็นปีศาจแมลงได้
ลานจอดรถ
ชั้นหนึ่ง สองสาม
หวิ่ง หวิ่ง
ภาพสะท้อนกลับมาแบบค้างคาวเข้ามาหาผม ทำให้ผมรู้ตำแหน่งคร่าวๆ
ผมใช้การจับภาพเสียงว่าใครอยู่ที่ไหน
โป๊ะเช๊ะ
ตำแหน่งอาจารย์ที่น่าจะเป็นตำแหน่งปีศาจขนาดยักษ์มีขาระโยงรยางค์
ผมไม่เสียเวลาวิ่งขึ้นบันไดแต่ไต่ผนังไปทันที
ไม่นึกไม่ฝันว่าวิชาปีนกำแพงจะได้ใช้ทันที
กระโดดก้าวหนึ่งสองสาม ผมก็มาอยู่ตรงหน้าต่างชั้นสามได้อย่างง่ายดาย
..
“อะ อย่า”
ดมิธรี แก้ผ้าอยู่บนเตียงผ่าตัดในห้องเคมี
“ฮิฮิฮิ”
เสียงหวานๆขัดกับร่างกายที่เป็นปีศาจแมลงมีสายระโยงรยางค์
“อย่าขัดขืนไปสิคะที่รัก ชั้นบอกแล้วว่าคืนนี้ชั้นจะเป็นคู่เดทของคุณและราตรีนี้ยังอีกยาวนาน”
เธอชอบหนุ่มบริสุทธิ์ พวกเขามีกลิ่นที่แตกต่างจากคนที่ผ่านผู้หญิงมาแล้ว ราวกับเหล้าชั้นดีของพวกมนุษย์
และผ่านสูตรลับการปรุงเลือดแสนอร่อยด้วยเขี้ยวพิษของเธอที่ทำให้เขายังรับรู้แต่แขนขาขยับไม่ได้
และเธอจะค่อยๆกัดกินจากนิ้มมือของเขา ขา ใบหู
รักษาชีวิตของเขาไว้ให้นานที่สุดก่อนที่จะกัดกินส่วนที่อร่อยที่สุดตรงอัณฑะและค่อย..
“วี๊ด”
เสียงแหลมๆจากปืนปากกาเล็กๆกระบอกหนึ่งกระทบเข้ากับปีศาจแมลงนั้น
เปรี้ยง
ร่างกายของปีศาจแมลงกลายเป็นน้ำแข็งและแตกพังด้วยหมัดของชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็ว
จุดอ่อนของปืนของแอนดรูก็คือขนาดใหญ่และใช้เวลาเล็งกับการเคลื่อนไหวลำบากหากเล็งคนที่เคลื่อนไหวได้เร็วอย่างแอนนา
แต่กับเป้าที่ใหญ่อย่างปีศาจแมลงที่ขนาดใหญ่โตเต็มห้องนี้นั้นสบายมาก
ไม่ต้องมีความสามารถระดับโนบิตะก็ยิงโดน
“เฮ้ย ตายแล้วเหรอ ยังไม่ได้แลกเปลี่ยนคำท้าทายกันเลย”
ชายหนุ่มมองไปที่ซากน้ำแข็งและกองเลือดเละๆที่อยู่ที่พื้น
ในมือถือปากกาที่สามารถยิงเลแซอร์น้ำแข็ง
ปืนของเข้าแอนดรูมันโกงจริงๆแฮะ
อย่างว่าล่ะ มักจะแสดงว่าปืนของแอนดรูมันยิงช้า
ศัตรูที่มีขนาดใหญ่หลบไม่ได้ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายของเลเซอร์น้ำแข็งไปเต็มๆ
ช่วงข้อต่อของปีศาจแมลงก็แตกหักจากการกลายเป็นน้ำแข็งและประกอบกับแรงปะทะของหมัดของเลโอนาร์ด
จะเรียกว่าปืนของแอนดรูมันโกงก็ได้
อย่างที่ว่าล่ะครับ
คนธรรมดามีเลือดมีเนื้อหรือแม้แต่ปีศาจก็ตาม หากถูกทำร้ายตอนกลายเป็นน้ำแข็งแล้วจะทำอะไรได้?
มันไม่มีมุก
“ปล่อยให้น้ำแข็งละลายเพื่อคุยกับนางเอก”แบบเดียวกับที่แอนดรูมันทำ
ทุบศัตรูตอนที่อยู่ในน้ำแข็งก็ชนะแล้วแบบเดียวกับที่แอนนาทุบแขนของแอนดรูทำให้แขนขาดจากการที่น้ำแข็งแช่แข็งแขนของตนเอง
หืม คิดอีกที หากแอนดรูมันไม่ติดนิสัยตัวร้ายที่ต้องคุยกับนางเอกก่อน มันก็ชนะไปแล้วสิเนี่ย?
(เดี๋ยวหาว่าบิวต์อารมณ์ปืนของแอนดรูมาตั้งนานไม่เห็นการโชว์ความน่ากลัวของปืน นี่ก็อย่างที่เห็นครับหากยิงโดนปืนน้ำแข็งจัดการศัตรูได้ในทีเดียว-ผู้เขียน)
..