“พวกเธอรีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกผู้กองกลับมาจะยิ่งยุ่งยาก” ทหารหญิงเร่งเร้ากับอานนท์และปลายฝน
เธอรีบมาปลุกอานนท์และปลายฝนตั้งแต่เช้าตรู่ เธอได้รับข่าวมาว่าผู้บังคับบัญชาการของป้อมแห่งนี้กำลังจะกลับมาพร้อมกับนักโทษกลุ่มใหญ่ ทหารหญิงเป็นห่วงคู่รักคู่นี้ เธอกลัวว่าถ้าผู้กองของเธอกลับมา คู่รักคู่นี้จะกลับมาถูกสงสัยอีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงพยายามเร่งรัดให้ทั้งสองออกไปจากป้อมนี้ก่อนที่กองทัพหลักจะกลับมา
“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยเหลือ หมู่ศรีพัน” ปลายฝนกลับมาแจ่มใสขึ้นแล้ว เธอเริ่มสนิทคุ้นเคยกับทหารหญิงคนนี้แล้ว ตอนนี้เธออยู่ในชุดลำลองที่เน้นสีแดงที่ดูทะมัดทะแมงขึ้น มันเป็นเสื้อไว้เปลี่ยนกลับบ้านของหมู่ศรีพันคนนี้เอง เมื่อต้องอยู่ในแดนศัตรูแบบนี้การได้ปลอมตัวใส่ชุดเดียวกับอีกฝ่ายย่อมอุ่นใจกว่าเสมอ
“แล้วพอจะรู้ไหมว่าเมืองอนิลบุรีต้องไปทางไหน?” แม้อานนท์จะรู้จักตำแหน่งที่ตั้งเมืองอนิลบุรี แต่เขาไม่รู้ว่าป้อมนี้อยู่ตรงไหนของศิขา
“ตามแผนที่ให้ตรงไปทางนี้ ถ้าผ่านเห็นป้อมปราการใหญ่ที่ชื่อไฟบรรลัยกัลป์ก็ใช่เลย” ทหารชายอีกคนชี้บอกทางหลังจากเขาไปนำบางอย่างมาให้ “ขี่เจ้านี่ไปแล้วกัน จะได้ไปถึงไวหน่อย ถ้าเดินเท้าน่าจะอีกวันถึงสองวันเลยกว่าจะถึง”
“ขอบคุณมากครับ หมู่ธีสิทธิ์” อานนท์รับสายจูงตัวมาร์จามาจากหมู่ธีสิทธิ์ ตอนนี้พวกเขารู้จักกันหมดแล้ว แต่อานนท์ใช้ชื่อปลอมบอกพวกเขา มีเพียงปลายฝนที่บอกชื่อปลายฝนไป เพราะอย่างไรเสียชื่อปลายฝนก็ไม่ใช่ชื่อจริง ๆ ของเธอ
“ถ้าใช้มันเสร็จแล้วก็ตีก้นมันไล่สักที เดี๋ยวมันก็กลับมาที่นี่เอง ไม่ต้องห่วง” หมู่ธีสิทธิ์อธิบายวิธีใช้ตัวมาร์จาให้กับอานนท์
เขาไม่กังวลมานักเกี่ยวกับตัวมาร์จา เนื่องจากตัวมาร์จาของพวกเขาได้รับการฝึกมาอย่างดี พร้อมสวมเครื่องแบบที่ทำให้ทุกคนรู้ว่ามันคือตัวมาร์จาของกองทัพศิขา จะไม่มีใครกล้าหรือสนใจมันไปตลอดเส้นทางหากยังอยู่ภายในอาณาเขตของศิขารวมถึงนภาด้วย
แล้วหมู่ศรีพันก็ยกห่อผ้าให้กับปลายฝนที่ได้ขึ้นไปนั่งบนหลังมาร์จากับอานนท์แล้ว เมื่อปลายฝนรับมันแล้วเธอพูดว่า “ในนั้นมีน้ำและอาหารน่าจะพอไปถึงเมืองอนิลบุรีได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ตาของปลายฝนเริ่มแดง น้ำตาของเธอคลอเบ้าขึ้นมาทันที เธอรู้สึกประทับใจกับน้ำใจของทหารสองคนนี้อย่างมาก ภาพอคติเมื่อนึกถึงคำว่าทหารศิขาช่างโหดร้ายเริ่มละลายตัวลง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้แล้วใช่ว่าทุกคนจะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด ห่างไร้ซึ่งสงครามพวกเขาก็คือเพื่อนบ้านนิสัยดีนี่เอง
“ขอบคุณมากเลยค่ะ พวกเราจะไม่ลืมบุญคุณที่พวกคุณเคยช่วยเลยค่ะ” ปลายฝนพูดอย่างตื้นตันใจ
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย รีบไปเถอะ” ทหารหญิงเร่งทั้งสองอีกครั้ง
เมื่อร่ำลากันเสร็จ อานนท์ก็ขี่มาร์จาจากไป ปลายฝนยังคงโบกมือลาให้พวกเขาจนหายไปจากระยะสายตา เธอเกาะหลังอานนท์ขณะพูดออกมา “พวกเขาเป็นคนดีจริง ๆ”
“...”
ในขณะเดียวกัน เทพไทได้เห็นหลังปลายฝนกับอานนท์ที่อยู่บนหลังตัวมาร์จาตัวสีแดง ๆ วิ่งจากไป เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าหญิงกับไอ้ห่วยแตกถึงขี่ตัวมาร์จาออกจากฐานของศัตรูได้ เขายิ่งสับสนมากขึ้นไปเมื่อเขาตรวจสอบกับมนตร์ตรวจจับของเขา ปรากฏว่าพบการเคลื่อนไหวที่เป็นปกติภายในฐานของศัตรู
สิ่งที่เทพไทมั่นใจว่าพวกเขาวิ่งไปทางทิศเหนือ ไม่ใช่ทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างที่เขาคุยสอบถามอาจารย์ดารินไว้ เขาอยากจะตามไป แต่เจ้าหญิงของเขาขี่ตัวมาร์จาไป จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะตามทัน นอกจากนี้อาจารย์ดารินของเขาได้แจ้งข่าวมาแล้วด้วย พวกเขาจะมาพร้อมกับขบวนทัพของศัตรูในฐานะเชลยที่ถูกจับตัวมา โดยสั่งให้เขารอคอยสัญญาณบุกช่วยทุกคน
แผนที่อาจารย์ของเขาวางไว้นั้นดี แต่ติดปัญหาตรงที่ ฐานที่มั่นที่พวกเขาจะถูกพาตัวไปจะเป็นที่เดียวกันกับที่เทพไทกำลังรออยู่หรือเปล่า? สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวังพึ่งโชคชะตาแล้ว