"ทะ... ทำไมถังเป่าหาตั้งนาน... แต่ไม่เจอคางคกเลย... ทะ... ท่านหายไปไหนมาหรือเ้าคะ..."
เมื่อต้องเผชิญกับการร้องไห้โฮอย่างกะทันหันของถังเป่า จักรพรรดิคังซีก็ได้แต่ลนลาน ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไรดี
ั้แ่เล็กจนโต อ้ายซินเจว๋ยั่ว เสวียนเย่ *[1] ไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลอบเด็กเลยสักครั้ง!
นะ... นี่ควรจะทำอย่างไรดี!?
ในตอนนั้นจักรพรรดิคังซีปลอบถังเป่าไม่ได้ และไม่กล้าอุ้มเ้าตัวเล็กออกจากอ้อมอก เพราะเกรงว่าจะทำให้ถังเป่าร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม...
เพียงชั่วครู่เดียว เขาก็หน้าซีดเผือดราวกับิญญาจะหลุดออกจากร่าง แม้แต่เหลียงจิ่วกงที่เดินวนเวียนอยู่รอบตัวจักรพรรดิคังซี ก็เหงื่อท่วมศีรษะและร้อนใจไม่แพ้กัน
"ถังเป่าไม่ร้องแล้วนะ ถ้ายังร้องแบบนี้ต่อไป ท่านพ่อต้องร้องไห้ตามเ้าไปด้วยแล้ว"
ในเวลานี้จักรพรรดิคังซีทั้งประหม่าและกระวนกระวายใจยิ่งนัก รู้สึกราวกับว่าความน่าสงสารและความไร้ที่พึ่งทั้งหมดในชีวิตได้ถูกนำมาใช้ในขณะนี้จนหมดสิ้น
หากมีผู้อื่นอยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้ เกรงว่าคงต้องตกตะลึงกับคำพูดและการกระทำของจักรพรรดิคังซีเป็แน่
เพราะจักรพรรดิคังซีในยามนี้ไม่มีเค้าลางของความปรีชาสามารถและสุขุมเยือกเย็นอย่างปกติหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากร้องไห้อยู่พักใหญ่ ในที่สุดถังเป่าที่ร้องจนเหนื่อยก็ค่อย ๆ หยุดน้ำตาเม็ดใส นางที่หมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัวนอนแผ่อยู่ในอ้อมกอดของจักรพรรดิคังซี แม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่อยากจะขยับ
จักรพรรดิคังซีลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็ร้องเสร็จเสียที!
"อึก... อึก!" ถังเป่าที่เพิ่งสงบอารมณ์ได้กลับเริ่มสะอึกไม่หยุด!
ทว่าดวงตาสีดำขลับที่ดูราวกับท้องฟ้าหลังฝนซาของนางกลับจ้องมองจักรพรรดิคังซีเขม็ง มือเล็ก ๆ อดไม่ได้ที่จะกำแขนเสื้อของจักรพรรดิคังซีจนยับยู่ยี่
"คางคก!"
สำหรับคำเรียกนี้ จักรพรรดิคังซีเริ่มชินและยอมรับมันอย่างจนใจ
"ท่านพ่ออยู่นี่แล้ว ถังเป่าอยากจะพูดอะไรหรือเ้าคะ?"
ไม่ไหวแล้ว เขาเริ่มติดคำลงท้ายประโยคเข้าให้แล้ว...
สายตาของถังเป่าดูเลื่อนลอย ราวกับมีความสุขแต่ก็แฝงไปด้วยความไม่มั่นใจเล็กน้อย ดังนั้นเวลาพูดนางจึงดูตะกุกตะกัก
"วันนี้... อึก... ถังเป่าฝันไปหรือเปล่านะ? อึก... พอพรุ่งนี้ตื่นมา อึก... คางคกก็ไม่อยู่ข้างกายถังเป่าแล้ว..."
จักรพรรดิคังซีขยับริมฝีปาก และในที่สุดก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา
เขาใช้มือลูบศีรษะของถังเป่าเบา ๆ แล้วบีบแก้มของนางทีหนึ่ง "เจ็บไหม? ถ้าเจ็บ ก็แสดงว่านี่ไม่ใช่ความฝันนะ"
ถังเป่าที่มองจักรพรรดิคังซีอย่างเหม่อลอยค่อย ๆ เบิกตากว้าง "..."
เจ็บ!
ผมที่ถูกลูบจนยุ่งมีความรู้สึก! แก้มที่ถูกบีบก็มีความรู้สึกเช่นกัน!
ดังนั้น... ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน ใช่ไหม!?
นะ... นางหาท่านพ่อที่คุณอาเทพเซียนบอกเจอแล้วจริง ๆ ใช่ไหม!
เมื่อสมองเริ่มประมวลผลได้ ถังเป่าก็โผเข้ากอดจักรพรรดิคังซีอย่างแรง และกำเสื้อผ้าของเขาไว้แน่น
ปากเล็ก ๆ ยังคงร้องเรียกไม่หยุด "คางคก คางคก คางคก อึก คางคก!"
‘คางคก’ ของบ้านนางแทบจะขำตายเพราะอาการสะอึกเป็ระยะของนาง
แต่เมื่อเห็นว่าแม้จะผ่านความลำบากมามากมาย แต่ถังเป่ากลับยอมรับเขาได้อย่างรวดเร็ว หัวใจของจักรพรรดิคังซีก็รู้สึกราวกับถูกแช่ในน้ำพุร้อน ทั้งอบอุ่นและอ่อนละมุน
"ถังเป่า ต่อไปนี้ท่านพ่อจะอยู่เคียงข้างเ้า เ้าไม่ใช่เด็กที่ไม่มีพ่ออีกต่อไปแล้ว"
เพียงแค่หวนนึกถึงชีวิตตลอดสามปีครึ่งั้แ่เกิดจนถึงตอนนี้ของถังเป่า จักรพรรดิคังซีก็อดไม่ได้ที่จะอยากดีต่อนางให้มากขึ้น และดียิ่งขึ้นไปอีก
...แปลกจริง แม้แต่รัชทายาทที่เขาเลี้ยงดูมากับมือในตอนนั้น ในใจของเขาก็ยังไม่รู้สึกใกล้ชิดถึงเพียงนี้เลย
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จได้ไม่นาน ถังเป่าก็เริ่มหาว
นางง่วงแล้ว
ในตำหนักเฉียนชิงมีห้องบรรทมอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละห้องมีเตียงนอน จักรพรรดิสามารถเลือกพักได้ตามอัธยาศัย
ดังนั้นจักรพรรดิคังซีจึงเลือกห้องหนึ่ง เพื่อใช้เป็ที่นอนของถังเป่าในคืนนี้
จักรพรรดิคังซีที่เดิมทีกำลังปวดหัวว่าตนเองปลอบเด็กให้นอนไม่เป็ กลับต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า หลังจากวางถังเป่าลงบนเตียงได้เพียงไม่กี่อึดใจ นางก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที ความเร็วขนาดนี้ทำให้จักรพรรดิคังซีต้องขมวดคิ้ว
"เหลียงจิ่วกง ไปตามหมอหลวงมา"
เขากลัวว่าร่างกายของถังเป่าจะมีปัญหาอะไรที่ยังตรวจไม่พบ
โชคดีที่หลังจากหมอหลวงตรวจชีพจรแล้ว แจ้งว่าองค์หญิงสิบสี่ไม่มีอาการผิดปกติร้ายแรง
จักรพรรดิคังซีขมวดคิ้ว "แล้วเหตุใดถังเป่าถึงได้ง่วงขนาดนี้? ทั้งที่เมื่อตอนบ่ายหลังจากทานอาหารเสร็จนางเพิ่งจะนอนไป"
หมอหลวงทูลว่า "ก่อนหน้านี้องค์หญิงสิบสี่รับประทานไม่อิ่ม นอนไม่หลับ ร่างกายจึงทรุดโทรมอย่างหนัก ยามนี้เมื่ออิ่มท้องแล้ว ย่อมต้องนอนให้มาก ร่างกายจึงจะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาได้ขอรับ"
ท้ายที่สุดแล้ว เป็เพราะตอนที่อยู่ในตำหนักเย็น ถังเป่าต้องทนทุกข์ทรมานมากเกินไป ร่างกายเดิมจึงไม่แข็งแรงและส่งผลเสียต่อรากฐานของร่างกาย
จักรพรรดิคังซีซุกมือเล็ก ๆ ของถังเป่าเข้าไปในผ้าห่ม สายตามองสำรวจสีหน้ายามหลับใหลของนางอย่างละเอียด พร้อมกับสั่งหมอหลวงด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"ข้ามอบหมายสุขภาพขององค์หญิงสิบสี่ไว้กับเ้า จงทำให้องค์หญิงสิบสี่กลับมาแข็งแรงโดยเร็วที่สุด!"
หมอหลวงรับคำสั่ง แล้วรีบหิ้วกล่องยา กลับไปทำงานล่วงเวลาอย่างเร่งรีบ
ส่วนจักรพรรดิคังซีซึ่งเป็ผู้ใหญ่ ไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนถังเป่าวัยสามขวบครึ่ง
จนกระทั่งจัดการฎีกาที่กองพะเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง จักรพรรดิคังซีจึงขึ้นเตียงัโดยมีเหลียงจิ่วกงคอยปรนนิบัติ
ขณะจ้องมองเหนือม่านมุ้ง สมองของจักรพรรดิคังซียังคงทำงานอย่างหนัก
ถังเป่าทานเสร็จก็ง่วง ไม่มีเวลาเหลือให้ทำสิ่งอื่นเลย ส่วนบ่าวสองคนที่คอยรับใช้นางในตำหนักเย็นถูกมัดไว้แล้ว และกำลังรอการลงโทษ
หากส่งพวกนางไปยังกองลงทัณฑ์เพียงเท่านี้ จักรพรรดิคังซีรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปสำหรับพวกนาง
ไม่ได้ พรุ่งนี้เมื่อมีเวลาว่าง จะต้องพาถังเป่าไปจัดการพวกนางให้สิ้นเื่
องค์หญิงสิบสี่ของเขายังเล็กเพียงนี้ แต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย พรุ่งนี้ต้องทวงคืนจากพวกนางให้ได้!
ในหัวเต็มไปด้วยแผนการสำหรับถังเป่า จนจักรพรรดิคังซีไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองหลับไปั้แ่เมื่อไหร่
...
ยามดึกสงัด
เงาสีดำสายหนึ่งลอบเคลื่อนผ่าน ขันทีที่เฝ้ายามรู้สึกได้ถึงบางอย่าง แต่เมื่อหันไปมองกลับไม่พบสิ่งใด
"แปลก..." เขาเกาหัว แล้วกลับไปอยู่ในท่าเดิม
เงาสีดำที่แนบชิดมุมกำแพงโดยไม่ไหวติงขยับตัวเล็กน้อย และมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งอย่างแน่วแน่
จนกระทั่งมันคลานมาถึงข้างเตียงัของจักรพรรดิคังซี
จักรพรรดิคังซีไม่ชินกับการให้คนรับใช้อยู่ในห้องจำนวนมากยามบรรทม และเงาสีดำ... ซึ่งก็คือถังเป่า ได้ลอบเข้ามาจากภายในตำหนักเฉียนชิง และมาถึงข้างกายจักรพรรดิคังซีได้อย่างปลอดภัย
เมื่อนางเห็นจักรพรรดิคังซีที่หลับอยู่ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซูบผอมก็เผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา
คางคกไม่ได้หายไป เขายังอยู่ที่นี่!
ถังเป่าขยี้ดวงตาที่ง่วงงุน แล้วเดินเท้าเปล่าปีนขึ้นไปบนเตียงั จากนั้นจึงหาตำแหน่งที่ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจข้างกายจักรพรรดิคังซี
อืม ตอนนี้คางคกอยู่ข้างกายของนางแล้ว...
มือเล็ก ๆ กำสายรัดชุดนอนของจักรพรรดิคังซีไว้ ไม่นานนัก ถังเป่าก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
บนเตียงัหลังใหญ่ จักรพรรดิคังซีกับถังเป่า คนหนึ่งนอนอย่างเรียบร้อย อีกคนหนึ่งนอนแผ่หลา สองพ่อลูกต่างก็หลับปุ๋ยกันทั้งคู่!
*[1] “อ้ายซินเจว๋ยั่ว เสวียนเย่” เป็พระนามของจักรพรรดิคังซี