ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 6 บทที่ 151 ฉันย้ายออกไปก็ได้

            ในขณะนั้นเองภายในห้องฝึกฝนระดับเจี่ยไป๋ฉางเซิงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตายอยู่ที่นี่

            คำว่า‘ลงกระทะทองแดง’ ที่เจียงจืออวี๋เคยบอกไว้นั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด

            ไม่สิความเจ็บปวดที่เขาได้รับอยู่ในตอนนี้ มันรุนแรงยิ่งกว่าการลงกระทะทองแดงเสียอีก

            จุดเดือดของน้ำมันอย่างมากก็แค่สามร้อยกว่าองศาอุณหภูมิระดับนั้นสำหรับไป๋ฉางเซิงที่มีเกล็ดมังกรปกป้องถือว่าไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงที่จะทนได้

            แต่ตอนนี้ยาเลือดมังกรบริสุทธิ์กลับทำให้เลือดในกายของเขาร้อนระอุยิ่งกว่าน้ำมันเดือด!

            แถมความร้อนนี้ไม่ได้แผ่จากภายนอกสู่ภายในแต่มาจากภายในสู่ภายนอก

            ไม่มีเกล็ดมังกรคอยป้องกันเลือดที่เดือดพล่านไหลเวียนไปทั่วร่าง ซอกซอนไปทุกรูขุมขนอย่างไม่ละเว้น

            ความรู้สึกที่ตามมาคือไป๋ฉางเซิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหั่นเป็นหมื่นๆ ชิ้นในเวลาเดียวกันแล้วเอาไปย่างไฟซ้ำอีก

            ความเจ็บปวดรุนแรงบีบให้เขาต้องดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่งหวังจะพังข้าวของเพื่อระบายความทรมานนี้ให้เบาลง

            แต่เห็นได้ชัดว่าการดิ้นรนไม่ได้ช่วยอะไรเลยสิ่งเดียวที่ทำได้คือรอให้ฤทธิ์ยาหมดไปเพื่อให้การกระตุ้นสายเลือดมังกรเสร็จสมบูรณ์

            คราวนี้เป็นไงล่ะจากสัตว์เลือดเย็นกลายเป็นสัตว์เลือดร้อนไปเสียแล้ว

            เจียงจืออวี๋ที่ยืนดูอยู่ข้างๆเห็นไป๋ฉางเซิงทรมานขนาดนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นพลางร้องบอก“พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ โคจรพลังจิตเร็ว!”

            ไป๋ฉางเซิงไม่ได้ยินเสียงของเจียงจืออวี๋ด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทำให้เขาหูอื้อจนไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว

            แต่เขาก็ยังทำตามสัญชาตญาณลึกๆฝืนดึงพลังจิตออกมาเพื่อปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งห้าจากนั้นก็ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการควบคุมการไหลเวียนของพลังจิต

            จะว่าไปพอปิดกั้นการรับรู้ทางร่างกายส่วนใหญ่ ความเจ็บปวดรุนแรงนั้นก็เบาบางลงไปเยอะอย่างน้อยเทียบกับสภาพปางตายเมื่อกี้ ก็ถือว่าดีขึ้นมาก

            สภาวะนี้ดำเนินต่อไปนานถึงครึ่งชั่วโมงความเจ็บปวดจึงค่อยๆ เลือนหายไป ไป๋ฉางเซิงรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เหงื่อไหลโชกแถมยังเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัวสุดๆ

            พอมองดูก็พบว่าตามร่างกายมีเมือกสีเหลืองอ่อนเคลือบอยู่บางๆ แถมยังส่งกลิ่นเหม็นอ่อนๆออกมา เหมือนกับในนิยายที่บรรยายตอนชำระล้างไขกระดูกผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นขับของเสียออกจากร่างกายไม่มีผิด

            “นั่นคือสิ่งสกปรกจากเลือดและส่วนต่างๆ ของร่างกายนายแต่เพราะก่อนหน้านี้นายเคยได้รับการชำระล้างด้วยไขกระดูกหยกเลือดมังกรมาแล้วของเสียพวกนี้เลยมีไม่มากนัก”

            พูดจบเจียงจืออวี๋ก็ผลักประตูโลหะผสมในห้องฝึกฝนออกเผยให้เห็นห้องด้านในที่ตกแต่งเหมือนห้องน้ำ

            “ไปล้างตัวซะ ฉันจะออกไปรอข้างนอก”

            เรื่องอาบน้ำแน่นอนว่าไม่ต้องให้เจียงจืออวี๋มาจัดการแทนถ้าเป็นช่วงแรกที่เพิ่งซื้อมาก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ไป๋ฉางเซิงโตขึ้นมากแล้วย่อมไม่เหมาะสม

            จะพูดยังไงดี...‘ลูกชายโตแล้วควรเลี่ยงแม่’? ไม่สิ ‘คนกับสัตว์อสูรทางใครทางมัน’? ก็ไม่ใช่อีกเอาเป็นว่ามันสื่อความหมายประมาณนั้นแหละ

            เมื่อเจียงจืออวี๋ออกไปไป๋ฉางเซิงก็เข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวล้างเมือกเหนียวๆ ตามตัวออกทันที

            “เสร็จแล้วเหรอ?”

            คณบดีเฉียนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานท่าทางเหมือนกำลังเปิดดูเอกสารแต่ความกังวลในแววตาบ่งบอกชัดเจนว่าใจเขาไม่อยู่ที่กระดาษพวกนั้นเลย

            บอกตามตรงเขากลัวว่าไป๋ฉางเซิงจะทนความเจ็บปวดจากเลือดเดือดพล่านไม่ไหวหลายครั้งที่อยากจะเข้าไปดูแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจไว้

            แต่โชคดีที่ตอนนี้เสียงเงียบลงแล้วและเจียงจืออวี๋ก็เดินออกมาพอดี

            เมื่อเห็นคณบดีเฉียนถามเจียงจืออวี๋จึงพยักหน้าตอบ

            “ถึงตอนทำจะเจ็บปวดไปบ้าง แต่โชคดีที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ”

            “เพียงแต่ว่า... ห้องฝึกฝนนี้อาจจะ...”

            เจียงจืออวี๋ประเมินพลังทำลายล้างของไป๋ฉางเซิงตอนสติแตกเพราะความเจ็บปวดต่ำไปภายในห้องฝึกฝนที่สร้างจากโลหะผสมตอนนี้ข้าวของและการตกแต่งถูกพังจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี

            แม้แต่ค่ายกลรวบรวมปราณที่สลักไว้บนผนังก็โดนไป๋ฉางเซิงทำลายไปบางส่วนจนสูญเสียประสิทธิภาพเดิมไปและต้องได้รับการซ่อมแซมครั้งใหญ่

            แต่คณบดีเฉียนกลับไม่มีท่าทีเสียดายเลยสักนิดเขาแค่โบกมือปัดแล้วบอกว่า “ช่างมันเถอะยังไงฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว แถมของพวกนี้ก็เก่าหลายปีแล้วเดิมทีฉันก็กะจะออกแบบตกแต่งใหม่หมดอยู่แล้ว พังไปก็ดีเหมือนกัน”

            “เดี๋ยวฉันจะจ้างคนมาลงค่ายกลรวบรวมปราณระดับที่สูงขึ้นให้ต่อไปเธอก็มาฝึกที่นี่ได้เลย ความเร็วในการฝึกก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะ”

            สำหรับนักศึกษาทั่วไปค่ายกลรวบรวมปราณระดับอี่ก็ถือว่าพอแล้วขนาดนักศึกษาปีหนึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้ก็ยังใช้ระดับปิงกันอยู่เลย

            แต่สำหรับเจียงจืออวี๋ค่ายกลระดับเจี่ย ถือว่าแค่ ‘พอดี’ เท่านั้น แถมยังเป็นความพอดีก่อนที่เธอจะเปิดทะเลปราณแห่งที่สองด้วยซ้ำ

            ตอนนี้พอทะเลปราณแห่งที่สองเปิดออกปริมาณปราณวิญญาณที่เธอต้องดูดซับในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวห้องฝึกฝนระดับเจี่ยก็เริ่มจะตามไม่ทันความต้องการของเธอแล้ว

            แต่นี่คือระดับสูงสุดที่สุ่ยมู่มีให้นักศึกษาถ้าอยากได้ระดับที่สูงกว่านี้ ต้องเชิญปรมาจารย์ด้านค่ายกลมาทำขึ้นเป็นพิเศษ

            ซึ่งค่าใช้จ่ายแค่ค่ายกลรวบรวมปราณอย่างเดียวอาจสูงถึงหลายสิบล้าน

            ก่อนหน้านี้เจียงจืออวี๋ยังลังเลว่าจะยอมควักเงินทุนที่เหลืออยู่มาทำให้ตัวเองสักที่หนึ่งดีไหมแต่พอได้ยินคณบดีเฉียนพูดแบบนี้ ดูเหมือนเธอจะไม่ต้องลงมือเองแล้ว

            ส่วนเรื่องที่ว่าเจียงจืออวี๋มาคลุกตัวอยู่ในห้องฝึกฝนของเขานานๆจะถูกนินทาไหมนั้น คณบดีเฉียนก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด

            ถ้าจำเป็นจริงๆ...เขาย้ายออกไปก็ได้นะ

            อืม...ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการเติบโตของเจียงจืออวี๋!

            แน่นอนว่าเจียงจืออวี๋ไม่รู้เลยว่าคณบดีเฉียนคิดไปไกลขนาดนั้นแถมยังคิดทางออกไว้เสร็จสรรพ

            หลังจากคุยเรื่องทิศทางการพัฒนาไป๋ฉางเซิงในอนาคตกับคณบดีเฉียนแล้วเธอก็หยิบบันทึกภาพอสูรร้ายออกมาอีกครั้ง

            “เสี่ยวไป๋บอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้มัน เพราะงั้นบันทึกภาพอสูรร้ายม้วนนี้คงต้องรบกวนอาจารย์ช่วยเอาไปขายให้อีกรอบนะคะ”

            คณบดีเฉียนไม่ได้ขัดข้องของแบบนี้ไม่เคยขาดตลาด ต่อให้ขายไม่ออก เขาเก็บไว้สะสมเองก็ไม่มีปัญหา

            เขานึกอยากจะถามว่าทำไมไป๋ฉางเซิงถึงปฏิเสธแต่ดันมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซะก่อน

            “ฮัลโหล ใครครับ?”

            คณบดีเฉียนพับเอกสารในมือแล้วรับสาย

            “คณบดีเฉียนครับ ผมเสี่ยวหลี่จากประตูทิศใต้ครับ”

            “มีเรื่องอะไร?”

            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนี้เขารู้จักดี

            ตอนประลองยุทธ์มหาวิทยาลัยโลกครั้งก่อนมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประตูทิศใต้ทำพลาดจนคนทะลักเข้ามาในสุ่ยมู่เกือบจะเหยียบกันตาย

            หลังจากนั้นคณบดีจี้ก็ทำตามคำพูดไล่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นออกไปในวันนั้นเลย

            รปภ.คนปัจจุบันนี้คือคนที่เขาดึงมาจากบริษัทของตัวเอง เป็นคนซื่อสัตย์ พูดน้อย

            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่อ้อมค้อมรีบเข้าประเด็นทันที

            “เรื่องเป็นอย่างนี้ครับคณบดีเมื่อเช้านี้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาที่ประตูทิศใต้บอกว่าต้องการพบคุณซินซวงกับคุณจางสิงครับ”

            “ผมไม่ได้ให้เธอเข้ามา แต่ก็ช่วยติดต่อคุณซินซวงให้แล้ว”

            “แต่พอคุณซินซวงมาถึงพวกเขากลับบอกว่าเรื่องนี้ต้องให้คุณเจียงจืออวี๋เป็นคนออกมาจัดการเอง”

            “พวกเขาโทรหาคุณเจียงแล้ว แต่คุณเจียงไม่ได้รับสายครับ”

            “ท่านเคยสั่งไว้ว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณเจียงจืออวี๋ให้แจ้งท่านทราบทันทีผมก็เลยโทรมาแจ้งนี่แหละครับ”

            ต้องให้เจียงจืออวี๋เป็นคนออกไปจัดการเองเหรอ?

            เจียงจืออวี๋ก้มมองกำไลรบของตัวเองก็พบว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากซินซวงและจางสิงอยู่หลายสายจริงๆคงเป็นเพราะเสียงดังโครมครามจากไป๋ฉางเซิงเมื่อกี้มันดังจนกลบเสียงเรียกเข้าหมด

            เจียงจืออวี๋ไม่ได้โทรกลับแต่พาไป๋ฉางเซิงที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ บอกลาคณบดีเฉียนแล้วเดินออกจากหอเฮ่าชี่ไป

            ตลอดทางจนถึงประตูทิศใต้ของสุ่ยมู่เมื่อมองเห็นร่างของเด็กสาวที่ดูผอมบางอยู่ไกลๆ คิ้วของเจียงจืออวี๋ก็ขมวดแน่นลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของเธอทันที

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107