เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

ตอนที่ 189 เหวลึกเขาสูง

ตอนที่ 189


เหวลึกเขาสูง


 


                หลังจากที่พักฟื้นจนร่างกายฟื้นตัวแล้ว เสวี่ยหมิงและหนิงเซียนก็เดินทางต่อไปยังเส้นทางอันเวิ้งว้างเบื้องหน้าเป็นเวลากว่า 3 วัน ทั้งสองจึงได้มาหยุดอยู่ที่หน้าผาสูงชัน มองไกลไปไม่เห็นฝั่งตรงข้าม แถมหุบเหวเบื้องล่างยังปกคลุมด้วยหมอกควันไอร้อนที่ระเหยขึ้นมาของเพลิงลาวาใต้พิภพ


 


                แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเส้นทางทดสอบ ย่อมมิใช่หนทางตีบตันเพื่อกีดกันผู้คน ทั้งสองจึงเสาะหาเส้นทางเลาะเลียบไปกับขอบผา จนมาเจอเส้นทางที่มีแท่งหินสูงไว้พักเท้า เป็นเส้นทางชี้นำไปยังจุดหมายปลายทาง


 


                แม้เสวี่ยหมิงจะรู้ตัวว่าท่าร่างของตนเองอ่อนด้อยกว่าหนิงเซียน แต่ก็อาสาเป็นผู้บุกเบิก ทะยานล้ำไปยังแท่นศิลาหลักแรกเพื่อหยั่งเชิง ว่าจักมีสิ่งใดเกิดขึ้น


 


                แกวกกกกก !!!


                ทันทีที่สองเท้าของเสวี่ยหมิงสัมผัสกับพื้นหิน เสียงร้องดังของอสูรสัตว์ปีกขนาดมหึมาก็ก้องสะท้อนหุบเหวไปมา ก่อนที่ร่างนั้นจะทะยานพุ่งโฉบแหวกม่านควันขาวที่เบื้องล่างพุ่งทะลุสูงขึ้นไป ก่อนจะบินกวัดพลิกกลับหวนพุ่งตรงเข้าจู่โจมเสวี่ยหมิงในทันที


 


                เสวี่ยหมิงที่ระวังตัวอยู่ก่อน รับรู้เพียงว่ามีพลังงานเคลื่อนที่ไว โผล่ออกมาจากเบื้องล่างแต่ยังไม่อาจระบุตัวตนของมัน เมื่อพบว่าเป็นสัตว์อสูรมีปีกระดับพลังเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น เสวี่ยหมิงก็ไม่กล้าประมาท เร้งเร้าลมปราณป้องกันด้วยกระบวนท่าม่านธาราบรรจบ พลังของวิหคเพลิงทมิฬที่ลำตัวแดงฉาน แผ่พุ่งเพลิงไฟไปยังปีกทั้งสองข้าง ปรากฏเปลวเพลิงสีดำห่อหุ้มเอาไว้ตวัดแรงเข้ากระแทกม่านพลังของเสวี่ยหมิง แม้จะไม่สามารถผ่านม่านพลังป้องกันของเสวี่ยหมิงมาได้ แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการปะทะกลับสร้างปัญหาให้กับแท่นหินที่เสวี่ยหมิงหยั่งเท้าอยู่ให้พังทลายลงไปหลายส่วน


 


                ...แย่แล้ว สถานที่นี้คงเป็นการทดสอบความไวของท่าร่างหาใช่เน้นการปะทะเช่นในด่านแรก


 


                ทันทีที่เสวี่ยหมิงคิดได้ก็ตะโกนบอกหนิงเซียนให้เร่งทะยานตามหลัง โดยเสวี่ยหมิงเองก็เร่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่หยั่งเท้าลงบนแท่นหิน วิหคเพลิงทมิฬหนึ่งตัวก็จะบินโฉบขึ้นมาจู่โจมในจังหวะไล่เลี่ยกัน


 


                เสวี่ยหมิงและหนิงเซียนทะยานมุ่งหน้าไปตามแท่งศิลาสูงหลายร้อยต้นผ่านไป ในที่สุดทั้งสองก็ข้ามผ่านมายังอีกฝากฝั่งได้ในที่สุด แต่เมื่อสองเท้าแตะถึงพื้นของอีกฝั่ง สัตว์อสูรวิหคเพลิงทมิฬตัวหนึ่งก็ส่งเรียกร้องดังสนั่น บินมาปิดเส้นทางด้านหน้าของทั้งสอง


 


                ...วิหคเพลิงทมิฬเชื่อมฟ้าดินระดับกลาง


                เสวี่ยหมิงตรวจสอบพลังลมปราณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของสัตว์อสูรตนนี้ในทันที เมื่อพบว่าไม่สูงล้ำเท่ากับโกเลมลาวา เขาก็รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง และด้วยการลงมือสอดประสานกันของเสวี่ยหมิงและหนิงเซียน เพียงระยะเวลาไม่กี่อึดใจทั้งสองก็สามารถสังหารวิหคเพลิงทมิฬเชื่อมฟ้าดินระดับกลางตัวนี้ลงได้


 


                แต่เพราะตลอดเส้นทางที่ข้ามผ่านหุบเหวมรณะมาได้ ทั้งสองต้องใช้พลังลมปราณในการควบคุมท่าร่าง ทั้งเหินร่อนและปัดป้องการโจมตีของวิหคเพลิงทมิฬตลอดเวลา ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจหยุดพักแรมที่จุดนี้


 


                หลังจากเช้าวันใหม่มาเยือน เสวี่ยหมิงและหนิงเซียนยิ่งมายิ่งสนิทสนม พุดคุยหยอกล้อกันไปมาตลอดเส้นทาง แม้ทุ่งหญ้าราบเลียบเบื้องหน้าจะยาวไกลราวเส้นทางอันไร้สิ้นสุด แต่ทั้งสองกลับไม่รู้สึกถึงความเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย


 


                เวลาผ่านไปพ้นไปถึงเจ็ดวัน จนในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาถึงตีนเขาที่ปลายยอดโผล่พ้นชั้นเมฆขาวขึ้นไป แม้จะไม่รู้ว่าเบื้องหน้ามีอุปสรรคอันใดรั้งรอทั้งสองอยู่ แต่เสวี่ยหมิงก็มิได้หวาดหวั่น สองเท้าเร่งก้าวนำหน้าหมายไปให้ถึงวิหารแห่งเฟิ่งหวงให้ไวที่สุด เพื่อรักษาเรื่องราวที่ผิดพลาดในอดีตของตนเองและหนิงเซียน


 


                แต่ทันทีที่สองเท้าก้าวพ้นหลักศิลาที่ปักเอาไว้...เขาเพลิงสวรรค์ แรงกดดันทางวิญญาณก็เข้าจู่โจมเสวี่ยหมิงในทันที แต่หนิงเซียนกลับเดินผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย


 


                "พี่เสวี่ยหมิงท่านเป็นอะไรหรือ" หนิงเซียนเอ่ยด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเสวี่ยหมิงชะงักเท้า และปล่อยให้หนิงเซียนที่เดินอยู่ด้านหลังในตอนต้นเดินแซงหน้าไป


 


                "อืม...ดูเหมือนว่า ตัวพี่ที่ได้รับพลังของวิหคเพลิงอมตะมาโดยบังเอิญ มิได้เกิดมาพร้อมพลังแต่กำเนิดเช่นเดียวกับหนิงเซียน จะไม่เป็นที่ต้อนรับของเขาสูงแห่งนี้"


 


                "แล้วเราจะทำยังไงกันดี" หนิงเซียนมีสีหน้าหมองเศร้า เมื่อพบว่าเส้นทางด้านหน้านางอาจจะต้องเดินเดียวดายเพียงลำพังไปยังวิหารเฟิ่งหวง


 


                "หนิงเซียนไม่ต้องห่วง นับแต่นี้ไปพี่เสวี่ยหมิงจะไม่ปล่อยให้เจ้าเดินไปเพียงลำพังอย่างแน่นอน"


 


                "ท่าน..."หนิงเซียนงุดหน้าลง ปิดซ่อนสองแก้มที่แดงเรื่อ แม้นางจะรู้ว่าเสวี่ยหมิงหมายความถึงการเดินทางไปยังวิหารเฟิ่งหวงเพียงเท่านั้น แต่ยังอดเขินอายกับประโยค...นับแต่นี้ไปพี่เสวี่ยหมิงจะไม่ปล่อยให้เจ้าเดินไปเพียงลำพังไม่ได้


 


                "อา..."เสวี่ยหมิงที่เห็นท่าทางของหนิงเซียน ถึงได้นึกออกว่าความหมายที่ซ่อนอยู่คำกล่าวของตนนั้น ราวกับเป็นถ้อยคำเอ่ยปากบอกรักของชายหนุ่มหญิงสาว ก็อยากที่จะเขกกะโหลกตัวเองสักที แต่อีกใจก็รู้สึกดีมิใช่น้อยที่คำกล่าวของตนทำให้หนิงเซียนเอียงอายได้เช่นนี้ เพราะในตอนนี้เสวี่ยหมิงเองก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ด้วยกันกับเด็กสาวมิใช่น้อย "อย่าเสียเวลาอีกเลย พวกเราเร่งฝีเท้ากันเถอะ" แต่เพื่อให้ไปถึงวิหารแห่งเฟิ่งหวงให้ไวที่สุด เสวี่ยหมิงจึงเอ่ยทำลายบรรยากาศวาบหวามนั้นไปเสีย


 


                "แต่..." หนิงเซียนที่ฟื้นตื่นจากความคิดห้วงเสน่หาของชายหญิง พลันเงยหน้าหันกลับไปมองเสวี่ยหมิงที่อยู่ด้านหลัง ด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้าเสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นว่าภูเขาแห่งนี้ดูเหมือนจะกีดกันเสวี่ยหมิงเอาไว้ มิให้เดินหน้าต่อไป


 


                "ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ชายคนนี้หรอก" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มกว้าง "มันก็แค่แรงกดดันทางจิตวิญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ พี่เสวี่ยหมิงหาได้ใส่ใจ" เมื่อเอ่ยจบเสวี่ยหมิงก็ใช้ออกด้วยพลังจิตวิญญาณของวิชาจิตเอกะแผ่ขยายพลังทางจิตวิญญาณของตนเองจนสุดรั้งอย่างที่มิเคยทำมาก่อน


 


                ทันใดนั้นผืนฟ้า ผืนดิน ทุกสรรพสิ่งโดยรอบพลันเชื่อมต่อเข้ากับตัวเสวี่ยหมิง ก่อนที่พลังจิตวิญญาณของธรรมชาติในมิติพิเศษแห่งนี้จะหลมอรวมเข้ากับร่างของเสวี่ยหมิง ประสบการณ์แห่งอัคคี และสายเลือดของวิหคเพลิงอมตะในร่างล้วนเต้นเร่าไม่หยุดยั้ง ร่างที่หยุดนิ่งทำสมาธิของเสวี่ยหมิงพลันลอยค้างขึ้นไปยังกลางอากาศ


 


                ...ความรู้แจ้งแห่งเต๋า


                ความรู้สึกที่คุ้นเคยยามที่เสวี่ยหมิงค้นพบชายขอบแห่งเต๋าปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสวี่ยหมิงรับรู้ว่าวาสนาแห่งเต๋ากำลังเชื่อมต่อกับตนเอง เสวี่ยหมิงจึงไม่คิดเร่งร้อนปล่อยตัวตามกระแสของพลังที่เปี่ยมล้นเบื้องหน้า ความรู้แจ้งพลังแห่งเพลิงอัคคีพลันถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของเสวี่ยหมิงทีละนิด...ทีละนิด


 


                ตุบ !


                แต่แล้วร่างที่กำลังเชื่อมต่อกับเต๋าแห่งอัคคีของเสวี่ยหมิงก็พลันล่วงหล่นลงสู่พื้น แม้จะได้รับความรู้แจ้งจากเต๋าแห่งอัคคีแต่ก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น


 


                ..."เจ้าหนูข้าอนุญาตให้เจ้าขึ้นมาได้"


                เสียงลึกลับส่งข้อความสื่อสารทางลมปราณนี่เอง ที่ขัดจังหวะการเชื่อมต่อแห่งเต๋าอัคคีของเสวี่ยหมิง แม้จะรู้สึกขัดเคืองอยู่บ้างแต่เมื่อคิดถึง จุดหมายหลักที่ตนเองต้องการเข้ามายังเส้นทางวิหคเพลิงอมตะแห่งนี้ เสวี่ยหมิงก็สลัดอารมณ์ขุ่นเคืองนั้นออกไป และเดินหน้าไปพร้อมกับหนิงเซียน มุ่งตรงขึ้นไปยังยอดเขาสูงแห่งนี้ในบัดดล


คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844
เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
152K 152
เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
7.72M 2500
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258