ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 126 หลินหวัง

            บทที่126

            หลินหวัง

            ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันกระตุ้นบาดแผลเก่าของจางหยวนในตอนนี้บาดแผลบริเวณขาข้างซ้ายมันเจ็บปวดขึ้นมาในทันที

            จางหยวนใบหน้าแดงก่ำในตอนนี้บนใบหน้าแสดงความโกรธแค้นออกมาอย่างทันควัน

            สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของเขาในตอนนี้เขามองเห็นผู้ที่กำลังเครียดแค้นอยู่ภายใน

            ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าคือหลินหวังมันกำลังโดนเสี่ยวเอ้อของโรงน้ำชานำพาต้อนรับขึ้นไปบริเวณด้านบน

            ในตอนนี้หลังจากที่ไม่ได้พบกันร่วมปีมันยังคงเป็นเหมือนเดิมเป็นคุณชายที่มีใบหน้าที่ดูหยิ่งยโส

            ในตอนนี้มันกำลังเดินขึ้นไปบริเวณด้านบนบริเวณด้านบนโรงน้ำชามีห้องต้อนรับของพวกแขกชั้นสูงจัดเตรียมเอาไว้

            หลินหวังเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลหลินมันมีฐานะสูงส่งตัวของมันถูกผู้คนมากมายเคารพภายในเมืองหลวง

            ตระกูลหลินถือว่าเป็นตระกูลขนาดใหญ่โตภายในเมืองแห่งนี้

            ตัวของตระกูลมีผู้คนมากมายรู้จักแถมผู้นำตระกูลยังเป็นขุนนางใหญ่ภายในเมืองหลวง

            มันกุมอำนาจสำคัญภายในราชสำนักเพราะแบบนั้นจึงมีผู้คนมากมายเกรงกลัวและยำเกรงตระกูลนี้

            หลินหวังที่เป็นบุตรชายคนโตได้ประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ท่านปู่ของมันและก็ท่านพ่อเป็นขุนนางใหญ่ภายในราชสำนักในตอนนี้มันจึงเป็นคนที่มีการวางถ้ามากภายในเมืองหลวง

            เป็นหนึ่งในคุณชายที่ถือได้ว่าผู้คนไม่อยากเข้าใกล้มากที่สุด

            คนผู้นี้มีความแค้นอันลึกซึ้งกับจางหยวน

            หลังจากที่จางหยวนได้มองเห็นมันอยู่บริเวณด้านหน้ามันกำลังเดินขึ้นไปด้านบนโดยที่ไม่ได้หันมาสนใจเขา

            ใบหน้าของจางหยวนกำลังเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

            ดวงตาในตอนนี้มีเปลวเพลิงแห่งความแค้นแผดเผาความรู้สึกภายในใจแพทย์พุ่งขึ้นมา

            จางหยวนนึกถึงเรื่องราวภายในอดีตที่มันปรากฏขึ้นในตอนนี้คนผู้นี้มีความแค้นกับเขาเป็นอย่างมาก

            มันเคยทำร้ายเขาแล้วก็ทำร้ายครอบครัวของเขาความแค้นภายในจิตใจในตอนนี้มันไม่สามารถสงบลง

            เพียงแค่เห็นใบหน้าของมันเพียงแค่ครั้งเดียวเขาก็จดจำได้ในทันทีความแค้นภายในใจที่สงบนิ่งมาเป็นเวลานานตอนนี้ลุกไม่ขึ้นมาอีกครั้ง 

            จิตวิญญาณและความทรงจำของจางหยวนหลอมรวมเข้ากับร่างกายในเรียบร้อย 

            เพราะแบบนั้นเรื่องราวภายในอดีตที่เกิดขึ้นกับเจ้าของร่างนี้มันก็เหมือนเกิดขึ้นกับจางหยวนด้วยเช่นเดียวกัน

            คุณหนูหงมองตรงไปด้านหน้าเห็นหลินหวังเดินขึ้นไปนางรู้ได้ในทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น

            นางได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นนายของตนเองเรียบร้อยแล้ว

            รู้ดีว่าผู้เป็นนายของตนเองผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างภายในอดีตตัวของนางเองก็เคยเป็นคุณหนูของตระกูลใหญ่เคยเข้างานสังคมและผนวกเข้ากับการที่ตัวของนางอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับหลินหวัง

            เพราะแบบนั้นจึงเคยพบเจอหลินหวังมาบ้างเลยรู้จักใบหน้าของคนผู้นี้

            เมื่อพบหลินหวังและมองใบหน้าของผู้เป็นนายก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

            คุณหนูหงไม่เคยเห็นนายท่านของตนเองแสดงใบหน้าโกรธเช่นนี้ออกมา

            นี่เป็นครั้งแรกที่จางหยวนแสดงความรู้สึกโกรธออกมาจากทางใบหน้าอย่างชัดเจน

            คุณหนูหงก้าวเท้าเข้ามาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆจางหยวนแล้วพูดขึ้นมา“ นายท่านปลดระงับโทสะ ในตอนนี้สถานที่แห่งนี้มีผู้คนมากมายอยู่ล้วนแล้วเป็นพวกคนชั้นสูงของเมืองหลวงถ้านายท่านแสดงโทสะออกมาภายในสถานที่แห่งนี้เข้าไปหาเรื่องกับคนผู้นั้นคงจะไม่ดีนัก ”

            “ ในตอนนี้หลินหวังยังอยู่ในฐานะของคุณชายตระกูลหลินอำนาจของมันภายในเมืองหลวงมากกว่าเราเป็นอย่างมาก”  

            นางทำการเอ่ยเตือนผู้เป็นนายของตนเองเพราะเห็นว่าผู้เป็นนายของตนกำลังแสดงโทสะออกมา

            จางหยวนหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นสูดหายใจเข้าไปภายในปอดค่อยๆพ่นลมหายใจออกมาระงับโทสะภายในใจ

            หลังจากที่เริ่มควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้เปลวเพลิงแห่งโทสะที่ลุกไหม้ภายในจิตใจมันเองก็ค่อยๆสงบลง

            เปลวเพลิงแห่งโทสะที่ลุกไหม้ภายในจิตใจมันค่อยๆสงบลง

            ในตอนนี้จางหยวนสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว

            จางหยวนหันไปกล่าวกับคุณหนูหง“ นั้นสิน่ะตัวของค่าไม่ควรจะเสื้อแดงอารมณ์เช่นนี้ออกมาในสถานการณ์แบบนี้ ”

            จางหยวนก้มหน้าแล้วก็คิดกับตัวเองภายในใจ“ มันยังเร็วเกินไปในตอนนี้ตัวของข้ายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนผู้นั้น ”

            “ ตระกูลหลินเป็นตระกูลที่มีอำนาจเป็นอย่างมากภายในเมืองหลวง ”

            “ ตอนนี้ถ้าจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างไรเสียเราเองก็ต้องเป็นฝ่ายที่โดนบดขยี้อย่างแน่นอน”

            “ เพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องใจเย็นเอาไว้ในครั้งนี้ตัวของเราจะต้องไม่เป็นฝ่ายที่โดนโหวตไปยี่”

            “ ฝ่ายที่ต้องเป็นโดนบดขยี้นั่นคือพวกมันเพราะแบบนั้นในตอนนี้จำเป็นจะต้องสงบใจเอาไว้พยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอง ” 

            “ ทุกอย่างยังเตรียมการไม่พร้อมจำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมการนานคนนี้ ”จางหยวนคิดว่าอย่างไรเสียตัวของเขาก็ต้องเล่นงานพวกมันอยู่แล้ว

            ทว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะเข้าปะทะกับพวกมันพวกมันเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจการที่จะเข้าปะทะกับพวกมันจำเป็นต้องคิดเตรียมการเป็นอย่างดี

            ซึ่งในตอนนี้เขายังไม่พร้อมจางหยวนพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองแม้ว่ามันจะสามารถทำได้ยากเย็นก็ตาม

            คุณหนูหงมองเห็นนายท่านของตัวเองสงบใจลงนางก็เบาใจได้ในระดับนึงแล้วพูดขึ้น“ บอกนายท่านโจวผิงให้เปลี่ยนสถานที่สนทนาดีหรือไม่เจ้าคะ ”

            จางหยวนส่ายใบหน้าของตนเองไปมาตอบกลับนางอย่างรวดเร็ว“ ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนที่สนทนา”

            “ นายท่านถ้าสนทนาภายในสถานที่แห่งนี้มัน… ”

            จางหยวนหันกลับไปมองที่นางแล้วก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ไม่เป็นอะไรสนทนาภายในสถานที่แห่งนี้แหละ ”

            “ ข้าเองก็มีเรื่องที่อยากรู้เช่นเดียวกันเจ้าเดินทางขึ้นไปด้านบนไปบอกท่านโจวให้รอข้าสักครู่ข้าจะไปทำธุระบางอย่าง”  

            เมื่อนางได้ยินแบบนั้นรู้ได้ในทันทีในความคิดของผู้เป็นนาย“ นายท่านหรือว่าท่านคิดจะ…”

            “ มันอันตรายเกินไปนะเจ้าคะ ”

            จางหยวนส่ายใบหน้าของตนเองไปมาแล้วตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

            “ ข่าวสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้แล้วเพราะแบบนั้นข้าเพียงแค่จะไปดูบางอย่างและสื่อบางอย่างให้เห็นกับตาเท่านั้น”

            “ เจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวล ” หลังจากที่พูดจบจางหยวนก็เดินออกไปจากจุดนี้

            โดยตัวของเขาเดินมุ่งตรงตามหลังของหลินหวังขึ้นไปบริเวณด้านบน

            จางหยวนนำบางอย่างออกมาจากช่องเก็บของมิติของตนเองสิ่งที่เขานำออกมามันคือแหวนล่องหน

            แหวนพรางกายถูกสวมใส่ที่นิ้วร่างกายที่กำลังเดินอยู่ค่อยๆจางหายไปราวกับสายหมอกกลมกลืนกับสิ่งที่อยู่บริเวณรอบๆ

            จางหยวนกำลังมันไปอย่างรวดเร็ว

            หลินหวังเข้าไปภายในห้องนึงเป็นห้องต้อนรับของแขกชั้นสูงมันเข้าไปพบคนผู้นึงภายในนั้น

            “ คุณชายหลินเชิญเข้ามาขอรับ ” เสี่ยวเอ้อที่ยืนต้อนรับอยู่บริเวณด้านหน้าทำการชักชวนด้วยมารยาท

            หลินหวังเดินผ่านเข้าไปภายในนั้นด้วยรอยยิ้ม

            จางหยวนเองก็แฝงเร้นตัวตามมันเข้าไปโดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถรู้สึกได้เลยแม้แต่น้อย 

            แต่เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในจางหยวนดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

            หลินหวังเดินเข้ามาภายในห้องแห่งนี้มันเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดกว้างขวางของตกแต่งทั้งหมดถูกประดับประดาและถูกจัดสรรเอาไว้อย่างดี 

            โต๊ะใจกลางห้องร่างของคนผู้หนึ่งกำลังนั่งรอหลินหวังอยู่

            “ คนผู้นี้มัน… ”

            จางหยวนมองเห็นแขกที่หลินหวังเดินทางมาพบที่สถานที่แห่งนี้ 

            โดยผู้ที่หลินหวังเดินทางมาพบมันเป็นบุรุษหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันสวมใส่ชุดสีเหลืองเข้มมีร่างกายสูงสง่ามีใบหน้าที่หล่อเหลามากกว่าคนธรรมดาในระดับหนึ่ง

            มันนั่งอยู่บริเวณโต๊ะเมื่อหลินหวังเดินเข้ามาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็พูดขึ้น“ ในวันนี้ท่านเดินทางมาช้านะคุณชายหลิน ” 

            “ ถ้ามีเรื่องสำคัญต้องจัดการนิดหน่อยท่านมานานหรือยังคุณชายกัว ”

            “ กัวเจ๋อรุ่ย!!! ”

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน