เหวยเหนียงและซูเยี่ยนเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยท่านแม่ก็เลยดีใจถึงขั้นออกไปจ่ายตลาดเพื่อไปซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวด้วยตัวเอง
ท่านแม่ของซูเยี่ยนหอบข้าวของพะรุงพะรังและกำลังจะเดินกลับบ้านอยู่ดีๆ ก็มีชายแปลกหน้าวัยฉกรรจ์เดินเข้ามาถาม
“ท่านป้าขอรับท่านรู้จักบ้านของหมอดูเหวยเหนียงหรือไม่” ชายแปลกหน้ากล่าว
ท่านแม่ของซูเยี่ยนนั้นมองั้แ่หัวจรดเท้าท่านเห็นว่าชายผู้นี้มีลักษณะภายนอกน่ากลัวมาก เขามีหนวดเครารกรุงรังนางกลัวว่าเขาอาจไม่หวังดีต่อลูกสะใภ้ก็เลยว่า “อ้อข้าได้ยินว่ากระท่อมของนางอยู่หลังเขาน่ะ”
“ขอบคุณมากขอรับ งั้น ข้าขอตัว”ชายแปลกหน้าเดินจากไปทันที
เหวยเหนียงและซูหลินเห็นท่านแม่หอบข้าวของมากมายมาแต่ไกลพวกนางก็เลยเดินออกไปรับของจากท่านแม่
“จริงๆท่านให้ข้าออกไปจ่ายตลาดให้ท่านก็ได้นะเ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าอยากคัดสรรวัตถุดิบด้วยตัวเองเพื่อที่เ้าจะได้ทานอาหารอร่อยๆ และมีประโยชน์ บางทีอาจช่วยให้เ้าตั้งครรภ์เร็วขึ้นก็เป็ได้”ท่านแม่อยากมีหลานไวๆ
เหวยเหนียงหน้าแดง นางก็เลยเปลี่ยนเื่ “ให้ข้าช่วยทำอาหารมั้ยเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรวันนี้เ้าเดินทางมาไกล พักสักวันก็แล้วกันนะ” ท่านแม่กล่าว
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านแม่” เหวยเหนียงทำเพียงยกข้าวของไปไว้ในครัว และออกไปนั่งรอพร้อมกับซูหลินปล่อยให้ท่านแม่เข้าครัวทำอาหารเพียงลำพัง
พอท่านแม่ทำอาหารเสร็จสองสาวก็เลยไปช่วยกันยกสำรับอาหารไปวางบนโต๊ะ
“ซูเยี่ยนไปเล่นที่ไหนนะเหตุใดป่านนี้ถึงยังไม่กลับบ้านอีก” ท่านแม่บ่น
“ข้าไปตามเองเ้าค่ะท่านแม่”เหวยเหนียงอาสา
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วมีคน้าจะพบเหวยเหนียงด้วยขอรับ” ซูเยี่ยนกล่าว
“อ้าว ท่านป้า ไหนท่านบอกข้าว่าหมอดูเหวยเหนียงอยู่กระท่อมหลังเขาไง ข้าก็อุตส่าห์ไปถึงหลังเขาแต่ก็ไม่เจอโชคดีที่เจอชายหนุ่มผู้นี้ และเขาก็นำทางข้ามาที่นี่” ชายแปลกหน้าที่เคยเจอกับท่านป้าที่ตลาดกล่าว
ท่านแม่เดินเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับซูเยี่ยน “เ้าไม่ควรพาคนแปลกหน้ามาหาฮูหยินของเ้านะนางอาจโดนทำร้ายได้ รู้มั้ย”
“ข้าขอโทษขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนนึกไม่ถึง เพราะเขาเห็นว่าชายผู้นี้เป็คนซื่อๆ
“ข้าไม่ได้จะมาปองร้ายลูกสะใภ้ของท่านข้าแค่จะมาให้นางทำนายเพื่อช่วยตามหาน้องชายของข้าเท่านั้นเอง” ชายแปลกหน้าได้ยินเสียงกระซิบนั้น
“ข้าแค่กระซิบเ้าก็สามารถได้ยินงั้นหรือ” ท่านแม่ใ
“ข้าชื่อ ถังหู่ข้ามีความสามารถพิเศษหูดีมาั้แ่เกิดแล้ว” ถังหู่กล่าว
“น้องชายของท่านเป็ใครงั้นหรือ”เหวยเหนียงอยากรู้
“น้องชายของข้าไปสอบเป็จอหงวนเขาก็อุตส่าห์สอบได้ที่หนึ่ง แต่กลับไม่ได้เป็จอหงวนดังใจหวัง” ถังหู่กล่าวเสียงเศร้าเพราะสงสารน้องชาย
“ทำไมล่ะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้ฮองเฮาทรงตรวจดวงชะตาบัณฑิตผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งถึงห้าพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้จอหงวนปีนี้นอกจากจะต้องเก่งแล้วยังต้องมีดวงเฮงด้วยดังนั้นฝ่าาจึงทรงเลือกคนที่สอบได้ที่สองที่มีโหงวเฮ้งดีกว่าทุกคนแทนถังไห่จึงกลับมาท่ามกลางความผิดหวัง เขาก็เลยทิ้งจดหมายขอไปสงบสติอารมณ์สักพักแต่ข้ากลัวว่าเขาอาจคิดสั้นฆ่าตัวตาย ข้าก็เลยอยากตามหาถังไห่ให้เจอ” ถังหู่เป็ห่วงน้องชายอย่างมาก
“ท่านไม่มีวันตามหาเขาเจอหรอก”เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมล่ะ” ถังหู่สงสัย
“ถ้าข้าทำนายไม่ผิดน้องชายของท่านก็คงมีความสามารถพิเศษเช่นเดียวกันกับเ้าคือเขาสามารถแยกกลิ่นและจดจำกลิ่นได้ดี ดังนั้นหากท่านเข้าใกล้ถังไห่เมื่อไหร่ถังไห่ก็คงจะหนีท่านไปอยู่ดี” เหวยเหนียงคาดการณ์
“แล้วข้าจะทำอย่างไรดี” ถังหู่รู้สึกจนปัญญา
“ท่านจงแกล้งป่วยแล้วให้เพื่อนบ้านช่วยแพร่กระจายข่าวสิ อีกไม่นานน้องชายของท่านจะกลับมาเอง”เหวยเหนียงแนะนำ
“จะช่วยได้แน่หรือน้องชายข้าคงไม่เห็นความสำคัญของข้ามากขนาดนั้นหรอก” ถังหู่ไม่แน่ใจ
“ผิดแล้วท่านคอยทำงานหาอัฐเพื่อส่งเสียเขาเรียนจนได้เป็บัณฑิตยังไงเขาก็ต้องสำนึกบุญคุณที่ท่านเป็เหมือนดั่งพ่อคนหนึ่งของเขาจริงอยู่ที่ตอนนี้เขาอยากประชดชีวิตที่เขาไม่สมหวังที่จะได้เป็จอหงวนแต่ด้วยความที่เขาเป็ถึงบัณฑิต ยังไงต้องมีสักวันที่เขาจะคิดได้เอง” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะลองเชื่อเ้าก็แล้วกันแล้วท่านคิดค่าทำนายเท่าไหร่ล่ะ” ถังหู่กล่าว
“ท่านนำอัฐที่ท่านหามาได้ทั้งหมดใช้ในการออกตามหาน้องชายหมดแล้วอัฐส่วนที่เหลือท่านเก็บไว้เถิด ข้าไม่คิดค่าทำนาย” เหวยเหนียงรู้สึกสงสารชายตรงหน้า
“ขอบคุณท่านหมอดูมาก” ถังหู่กล่าวอย่างซึ้งใจ
“ข้าขอโทษที่ข้าระแวงเ้าจนถึงขั้นหลอกให้เ้าไปหาเหวยเหนียงที่หลังเขา ข้าไม่รู้จริงๆว่าครอบครัวของเ้าประสบชะตากรรมเช่นนี้” ท่านแม่รู้สึกเห็นใจ
“ฝ่าาทรงไร้เหตุผลจริงๆพระองค์ควรเลือกผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งถึงจะถูก ทำไมต้องเชื่อเื่ดวงชะตาอะไรด้วย”ซูหลินกล่าว
“ซูหลินเ้าอย่าลืมสิว่าเ้ามีพี่สะใภ้เป็หมอดูนะ” ท่านแม่เตือน
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าเข้าใจ”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าขอตัวก่อนนะ” ถังหู่อยากรีบกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแกล้งป่วย
“ช้าก่อนท่านถังหู่หากท่านเจอตัวน้องชายของท่านจริงๆ ถึงข้าไม่คิดอัฐแต่ท่านและน้องชายต้องทำงานตอบแทนข้า ตกลงมั้ย” เหวยเหนียงถือโอกาสนาง้าให้พวกเขาร่วมมือกับท่านหยางสือกอบกู้บัลลังก์
“ก็ได้จะให้ข้าไปแบกอิฐแบกไม้ที่ไหนก็ได้ ข้ายินดี แต่สำหรับน้องชายของข้านั้น เอ่อข้าไม่แน่ใจ” ถังหู่ไม่อาจบังคับน้องชายได้
“น้องชายท่านจะเต็มใจทำงานให้ข้าเองท่านไม่ต้องเป็ห่วง” เหวยเหนียงคาดการณ์
“งั้นข้าขอตัวขอรับ” ถังหู่คารวะผู้าุโแล้วจากไป
ครอบครัวเหวยเหนียงจึงรับประทานอาหารฝีมือท่านแม่อย่างเอร็ดอร่อยจนอิ่มหนำสำราญผ่านไปไม่นานก็มีเด็กวัย 10ขวบหันซ้ายหันขวาก่อนเดินเข้ามาในบ้านของซูเยี่ยน
“มีธุระอะไรหรือเ้าหนู” เหวยเหนียงสอบถาม
“ท่านอาแปลกหน้าฝากให้ข้ามาส่งจดหมายให้หมอดูเหวยเหนียงขอรับ”เด็กชายน้อยรายงาน
เหวยเหนียงรับมาอ่านแล้วกล่าวว่า “ท่านหยางสืออยากพบข้าที่ฐานลับของเขาเ้าค่ะท่านแม่”
“ถึงหยางสือจะเป็ชายวัยกลางคนแต่เขาก็รูปงามมาก หากเ้าไปพบเขา และชาวบ้านไปเห็นว่าเ้ากับเขาอยู่ด้วยกันอาจนำเื่ของเ้าไปนินทาว่าร้ายกล่าวหาว่าพวกเ้าลับลอบเป็ชู้กันได้แม่รู้ว่าเ้าบริสุทธิ์ใจแต่แม่ก็ไม่อยากให้เ้าเสื่อมเสียด่างพร้อยเพราะปากคนนะลูก” ท่านแม่กล่าว
“ก็ให้ซูเยี่ยนไปกับพี่สะใภ้ด้วยสิท่านแม่”ซูหลินเสนอ
“ข้าอยากไปเล่นมากกว่า” ซูเยี่ยนทำเป็ไม่สนใจ
“ไปเถอะนะลูกท่านอาหยางสืออาจมีของเล่นให้ลูกเล่นก็เป็ได้” ท่านแม่หาวิธีล่อใจลูกชาย
“ไปกับข้าหน่อยนะซูเยี่ยนเดี๋ยวคืนนี้ข้าจะเล่นหมากรุกเป็เพื่อนเ้าทั้งคืนเอง” เหวยเหนียงเสนอ
“เ้ารับปากแล้วนะอย่าตระบัดสัตย์ล่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าสัญญา” เหวยเหนียงทำใจไว้แล้ววันนี้นางคงไม่ได้นอน
“ก็ได้ งั้นรีบไปกันสิ” ซูเยี่ยนกล่าว
“รีบไปรีบกลับนะลูก อย่ากลับค่ำมากมันอันตราย”ท่านแม่กล่าว
“เ้าค่ะท่านแม่” เหวยเหนียงพาซูเยี่ยนไปที่ฐานลับของท่านหยางสือทันที เพราะนางเคยไปมาแล้ว
******************************
ระหว่างที่เดินไปที่ฐานลับของท่านหยางสืออยู่นั้นซูเยี่ยนก็บ่นตลอดทาง
“ทำไมต้องควงแขนด้วยล่ะ” ซูเยี่ยนแกล้งดึงมือฝ่ายหญิงออก
เหวยเหนียงยังคงควงแขนไม่ยอมปล่อยและกล่าวว่า “พวกเราเป็สามีภรรยากันต้องทำให้สมจริงนิดนึง”
“ชาวบ้านรู้กันหมดแล้วไม่เห็นต้องแสดงเลย” ซูเยี่ยนแกล้งบ่น
“นั่นไงท่านป้าที่ไปเป่าหูท่านแม่ว่าข้าเป็ชู้กับท่านหยางสือ เ้ารีบโอบเอวข้าเร็วเข้า”เหวยเหนียงกระซิบบอก
“ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย”ซูเยี่ยนรู้สึกเขินแต่แกล้งทำหน้านิ่งเฉย
“น่านะขากลับข้าจะซื้อขนมให้เ้าด้วย” เหวยเหนียงยอมล่อด้วยขนม
“ก็ได้ เอาขนมเยอะๆ เลยนะข้าจะไปแบ่งกับเพื่อน” ซูเยี่ยนกล่าว
“ได้สิจะซื้อให้เป็โหลเลยดีมั้ย” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนก็เลยโอบเอวเหวยเหนียงแน่นมากเหมือนตั้งใจจะแกล้งนาง
ใบหน้าเหวยเหนียงยิ้มให้ท่านป้าก็จริงแต่นางก็พูดเบาๆ ว่า “นี่เ้าแกล้งข้าใช่มั้ย ไม่เห็นต้องกอดแน่นขนาดนี้เลย”
“ก็ข้ากลัวไม่สมจริงนี่” ซูเยี่ยนแอบยิ้มมุมปาก
“พวกเราเดินละจากท่านป้าแล้วปล่อยข้าได้แล้วข้าเจ็บ” เหวยเหนียงบ่น
“ปล่อยก็ได้ รีบเดินเถอะ”ซูเยี่ยนยอมปล่อย แล้วออกห่างจากเหวยเหนียง
และแล้วสองสามีภรรยาก็เดินไปถึงฐานลับของท่านหยางสือเสียที
"ข้าดีใจจริงๆ ที่ท่านยอมมาว่าแต่ท่านซูเยี่ยนก็มาด้วยอย่างนั้นหรือ” หยางสือสงสัย
“เพื่อป้องกันคำครหานินทาเ้าค่ะ”เหวยเหนียงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
“ข้าเข้าใจ” หยางสือนึกถึงเหตุการณ์ที่แม่สามีต่อว่าเหวยเหนียงในวันนั้นได้
“ว่าแต่ท่านเจอบุคคลทั้งสามแล้วหรือยัง”เหวยเหนียงรีบถาม
“ข้าเจอครบทุกคนแล้วและพบพวกเขาตามจุดที่เ้าทำนายไว้จริงๆแต่พวกเขาไม่อาจร่วมมือกับข้าได้” หยางสือกล่าวด้วยความผิดหวัง
“ทำไมล่ะท่าน” เหวยเหนียงถามไปเช่นนั้นเอง ความจริงนางก็พอจะเดาออก
“องค์ชายสามและจอมยุทธ์ชิงไห่นั้นยอมสวามิภักดิ์ให้กับท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีและฝ่าาองค์ปัจจุบันพวกเขาร่วมมือกันหลอกลวงท่านบัณฑิตมู่เหรินฟุและส่งนักฆ่าไปกำจัดเขาเขาจึงไปตายที่ถ้ำตามที่เ้าทำนาย ต่อมาจอมยุทธ์ชิงไห่้าไปดูศพท่านมู่เหรินฟุก็เลยเข้าร่วมแข่งขันตามล่าหาสมบัติในถ้ำดังกล่าว เขาก็ได้ไปเจอศพท่านบัณฑิตจริงๆแต่เขาคงเผลอไปเหยียบกลไกที่ท่านมู่เหรินฟุวางกับดักไว้ก่อนตายทำให้ชิงไห่ถูกคมหอกแทงตายอย่างน่าอนาถส่วนตัวข้าเองก็หลงกลเชื่อคำลวงขององค์ชายสาม ข้าจึงถูกท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีจับตัวไปโชคดีที่ท่านรองแม่ทัพได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้” หยางสือเล่า
“นางยอมไปพบท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีเลยงั้นหรือ”เหวยเหนียงใ
“ข้าได้ยินว่านางเต็มใจเป็พระชายาของท่านอ๋องข้าก็เลยยอมหนีมาที่แคว้นฉินโดยลำพัง” ตอนแรกหยางสือก็ไม่ยอมหนีแต่พอเห็นว่าหญิงสาวเต็มใจก็เลยยอมละจากนาง
“ไม่เป็ไรหรอกยังไงคู่แท้ของนางก็จะไปช่วยนางกลับแคว้นฉินเองนั่นแหละ” เหวยเหนียงกล่าว
“ใครกันคือคู่แท้ของท่านรองแม่ทัพ”หยางสืออยากรู้
“เป็ความลับ์เ้าค่ะ”เหวยเหนียงไม่ยอมบอก
“แล้วข้าควรจะทำอย่างไรดี ข้ารวบรวมผู้มีฝีมือไม่สำเร็จ”หยางสือกังวล
“ท่านควรเริ่มต้นรวบรวมผู้มีฝีมือแบบค่อยเป็ค่อยไปอย่าใจร้อนเด็ดขาดไม่เช่นนั้นท่านอาจได้ศัตรูมาแฝงเป็พรรคพวกของท่านอย่างที่ท่านเคยประสบมา”เหวยเหนียงชี้ให้เห็นถึงบทเรียน
“ข้าเสียดายซูเยี่ยนเหลือเกินเขาไม่น่าความจำเสื่อมเลย” หยางสือมองไปที่ซูเยี่ยนที่ตอนนี้เขากำลังนั่งวาดรูปเล่นอยู่เพราะท่านหยางสือได้นำกระดาษ พู่กันและหมึกส่งให้ซูเยี่ยนเล่นไปพลางๆ ก่อน
“หากข้าเจอตัวท่านหมอเทวดาเมื่อไหร่ซูเยี่ยนอาจกลับมาเป็ปกติได้เ้าค่ะ” เหวยเหนียงยังคงมีความหวัง
“ก็ขอให้เจอท่านหมอเร็วๆก็แล้วกัน” หยางสือเองก็หวังว่าซูเยี่ยนจะร่วมมือกับเขา
“ตอนนี้ท่านควรเริ่มต้นด้วยการเกลี้ยกล่อมให้ถังหู่และถังไห่ยอมเป็พวกเดียวกับท่านนะเ้าคะ”เหวยเหนียงแนะนำ
“ถังไห่คือบัณฑิตที่อุตส่าห์สอบได้ที่หนึ่งแต่กลับพลาดตำแหน่งจอหงวนเพียงเพราะมีดวงไม่ดีอย่างนั้นหรือ”หยางสือเองก็ได้ข่าว
“ใช่แล้วเ้าค่ะมีท่านเท่านั้นที่จะช่วยทำให้ถังไห่มีกำลังใจกลับมาเป็บัณฑิตผู้รอบรู้ดังเดิมได้”เหวยเหนียงกล่าว
“ส่วนถังหู่นั้นข้าได้ยินว่าเขาเป็เพียงกรรมกรแบกหามที่คอยหาอัฐส่งเสียถังไห่เรียนจนจบหลักสูตรนี่”หยางสือเองก็รู้ประวัติครอบครัวของถังไห่
“เขาเป็คนอดทนหากได้รับการฝึกฝนเป็อย่างดี รับรองว่าเขาจะเป็ทหารที่ซื่อสัตย์ต่อท่านเ้าค่ะ”เหวยเหนียงแนะนำ
“เขาไม่ได้เป็ทหารมาก่อนแถมต้องฝึกฝนให้เขาอีก” หยางสือคิดว่าต้องใช้เวลานาน
“ท่านก็เลือกเอาเองก็แล้วกันระหว่างคนที่มีฝีมือเก่งกาจแต่เป็พวกเดียวกับศัตรูไปแล้วกับคนที่หน่วยก้านดีที่พร้อมจะได้รับการฝึกฝนและพร้อมที่จะจงรักภักดีต่อท่าน”เหวยเหนียงกล่าวเพราะคิดว่าคนมีฝีมือส่วนใหญ่ยอมสวามิภักดิ์ต่อฝ่าาองค์ปัจจุบันกันหมดแล้ว
“ก็ได้ ข้าจะลองดู” หยางสือคิดว่าเป็ไงเป็กัน
“การรวบรวมคนมีฝีมือมันต้องค่อยเป็ค่อยไปเ้าค่ะอีกไม่นานจะมีขุนนางบางกลุ่มไม่พอใจการปกครองของฝ่าาพระองค์นี้และยินยอมเข้าร่วมกับท่านเองเ้าค่ะ”เหวยเหนียงทำนาย
“บ้านเมืองของเราคงต้องอดทนกับาาที่งมงายเชื่อเื่ดวงชะตาสินะ”หยางสือส่ายหน้า
“โปรดระวังตัวด้วย ยังไงฝ่าาก็ทรงไม่ยอมปล่อยท่านเ้าค่ะ”เหวยเหนียงเตือน
“ข้าก็คงต้องแปลงโฉมเพื่อหลบหลีกการตามล่าของฝ่าาและท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีเสียแล้วสิ”หยางสือไม่อยากเป็เป้าสายตาอีก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้ากับสามีขอตัวก่อนนะเ้าคะ” เหวยเหนียงทำท่าคารวะ
“ถ้ามีอะไร ข้าจะส่งเด็กน้อยให้ส่งจดหมายไปเรียกเ้านะ”หยางสือไม่อยากปรากฏตัวให้ใครเห็น
“อย่าบ่อยนักนะขอรับข้าไม่อยากเดินไปไหนมาไหนกับนางบ่อยๆ ” ซูเยี่ยนแกล้งบ่น
“เ้าไม่ชอบหรือเขินกันแน่ซูเยี่ยน”หยางสือมองออกว่าชายผู้นี้ไม่อยากแยกห่างจากเหวยเหนียง
“เ้าไม่ควรกล่าวกับผู้าุโเช่นนี้นะซูเยี่ยน”เหวยเหนียงดุ
“ข้าขอโทษขอรับ” ซูเยี่ยนยอมขอโทษเพราะยังไงตนก็ต้องแสดงตัวให้สมกับเป็เด็กน้อย
“ดูเ้าว่าง่ายขึ้นเยอะเลยนะ”หยางสือแกล้งแซว
“เอ่อท่านอย่าแซวซูเยี่ยนเลยนะเ้าคะ” เหวยเหนียงกลัวว่าซูเยี่ยนจะโกรธและแสดงกิริยาไม่สมควร
“หากข้าไม่รู้มาก่อนว่าเขาป่วยข้าคงคิดว่าเขารักและหวงเ้ามากเลยนะ” หยางสือกล่าว
“ท่านเข้าใจผิดแล้วท่านแม่บังคับให้เขามากับข้าด้วยเ้าค่ะ” เหวยเหนียงอธิบาย
“ดูเขาเองก็อยากมากับเ้าด้วยแต่แกล้งทำเป็ว่าตนถูกบังคับเฉยๆ ” หยางสืออ่านออก
“ข้าไม่เห็นจะอยากมาเลย” ซูเยี่ยนรีบพูด
“อย่าถกเถียงกันเลยนะเ้าคะข้าต้องพาสามีกลับบ้านแล้ว” เหวยเหนียงรีบตัดบท
ท่านหยางสือเดินไปหาเหวยเหนียงหมายจะแกล้งดึงนางเข้าไปกอดแต่ทว่าซูเยี่ยนกลับดึงตัวฮูหยินเข้ามากอดเสียเองด้วยความไวปานจรวดเพราะเขาเป็คนมีวรยุทธ์
เหวยเหนียงใที่นางกำลังอยู่ในอ้อมกอดของสามีตอนนี้นางใจเต้นแรงมาก
“เ้ามีความจำเสื่อมแน่หรือซูเยี่ยน”หยางสือสงสัย
ซูเยี่ยนตั้งสติได้ เขารีบผลักหญิงสาวออกทันทีเพราะความจริงแล้วเขาดึงตัวนางเข้ามากอดด้วยความลืมตัวจริงๆ แล้วรีบกล่าวว่า “ข้าทำอะไรลงไปเนี่ยทำไมร่างกายของข้าขยับไปเองแบบนี้ล่ะ”
“เขาคงทำอะไรตามสัญชาตญาณเท่านั้นเองเ้าค่ะยังไงเขาก็เคยเป็ถึงแม่ทัพมาก่อนนะเ้าคะ” เหวยเหนียงอธิบายแทน
“แล้วไปดังนั้นเ้าเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะเหวยเหนียงยังไงสามีที่มีหัวใจเป็เด็กผู้นี้ก็ยังมีสัญชาตญาณของความเป็ชายเขาอาจเผลอตัวล่วงเกินเ้าได้” หยางสือเตือน
“สัญชาตญาณของเขาเกลียดข้ามากเ้าค่ะหากเขามีความทรงจำหลงเหลืออยู่ เขาจะผลักข้าออกไปเอง” เหวยเหนียงเชื่อเช่นนั้น
“เกลียดแน่หรือข้าว่ารักและหึงหวงเ้ามากกว่านะ” หยางสืออ่านชายตรงหน้าออก
“อย่าล้อข้าเล่นเลยเ้าค่ะข้าขอตัวนะเ้าคะ” เหวยเหนียงคิดในใจว่า “คนที่ต้องระวังตัวคือซูเยี่ยนมากกว่า เขาเป็ฝ่ายที่ถูกข้าล่วงเกินต่างหากทำไมข้าถึงลบความฝันบ้าๆ นั่นไม่ได้สักทีนะ”