เช้าแสนสดใส สำหรับใครหลายๆคน แต่ไม่ใช่กับพลที่ตอนนี้กำลังพยายามถ่างตาเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปให้ทันงานแต่ง ตอนนี้ก็เกือบ 7.00แล้ว ซึ่งงานนั้นจะเริ่มตอน 8.30
ดังนั้นพลจึงต้องรีบลากร่างที่แสนเหนื่อยอ่อนเพลียเข้าห้องน้ำและพยายามประคองสติไม่ให้หลับคาห้องน้ำ ถ้าเป็นวันทั่วไปต่อให้พลนอน ตี 2-3 และตื่น 6โมงก็สามารถทำได้สบาย แต่ถ้าครั้งไหนเป็นวันสำคัญๆมักจะไม่มีแรงที่จะตื่น
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย พลก็แต่งตัวด้วยชุดธรรมดา เพราะเดี๋ยวต้องไปแต่งอีกทีที่งาน ก่อนจะออกจากห้องพลก็มองเตียงด้วยสายตาอำลา แต่ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวเกิดเหตุ เตียงดูดขึ้นมา
พลขับรถคู่ใจเดินทางไปสถานที่จัดงาน โชคดีที่รถไม่ค่อยติดจึงทำให้พลถึงงาน ประมาณ7โมงกว่าๆ พลเข้าไปในโถงจัดงานก่อนจะมีพนักงานที่จำพลได้เดินนำเข้าไปในห้องแต่งตัว
ชุดที่พลเลือกใช้นั้นคือสูทแต่งงานสีขาวล้วน ตอนพลแต่งเสร็จ ก็มีออร่าเจ้าชายจับเลยทีเดียว ส่วนโซเฟียนั้นอยู่อีกห้องจะไม่ออกมาเจอพลจนกว่างานจะเริ่ม ซึ่งก็เหลืออีกไม่กี่นาที
ตอนนี้พลยังคงประหม่าไม่หาย และกลัวจะทำอะไรหน้าอายออกไปจึงพยายามสงบสติให้ตัวเองใจเย็นลง พอเริ่มเย็นลงแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มงาน แขกต่างๆที่เชิญมาก็ค่อยๆทยอยกันมาทีละคน ส่วนพลก็ทำหน้าที่ต้อนรับคนเดียวเพราะยังไม่เห็นโซเฟียออกมาจากห้องแต่งตัวเลย
"พล"เสียงหวานเรียกดังจากข้างหลังเมื่อพลหันไปก็ต้องนิ่งค้างเลยทีเดียวเพราะบุคตลตรงหน้างดงามกว่าเทพธิดา งดงามกว่าครั้งไหนๆ
"โซเฟีย"พลกล่าวขึ้นอย่างเหม่อลอยจนต้องให้อร เรียกถึงจะได้สติกับมา ความตื่นเต้นที่หายไปกลับมาอีกครั้ง
"อะ เอ่อ.. ครับ"พลตอบรับอย่างตะกุกตะกัก
"ไปรับแขกต่อได้แล้ว"อรกล่าวกับพลก่อนจะเดินไปคุยกับคนรู้จัก
เมื่อได้ยินดังนั้นพลก็กลับไปต้อนรับแขกอีกครั้งโดยมีโซเฟียยืนอยู่ข้างๆคอยช่วยต้อนรับ
"สวัสดีครับ เชิญด้านในเลยครับ"พลกล่าวพลางยกมือไว้แขกทุกคนที่เข้ามาในงานก่อนจะผายมือเชิญเข้าไปด้านใน
ทุกคนที่มาในงานก็ต้องตกตลึงกับความหล่อและความสวยของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเรียกว่าเป็น กิ่งทองใบหยก เลยทีเดียว
มีแขกหลายๆคนจำพลกับโซเฟียได้จากหนังที่แสดงจึงพากันมาขอถ่ายรูปอวดเพื่อนๆทางโซเชียง แถมยังแชร์โลเคชั่นอีกด้วย จนทำให้มีหลายๆคนที่อยู่ใกล้ๆเดินทางมาดูแต่ก็ไม่สามารถเข้าได้เพราะไม่มีบัตรเชิญ
แต่ประเด็นคือดันมีนักข่าวหลายๆสำนักข่าวพ่วงมาด้วยจึง ทำให้หน้างานอัดแน่นไแด้วยฝูงชน จนแขกที่มางานต้องเข้างานอย่างลำบาก พลจึงจัดการเรียกบอดี้การ์ดที่เป็นลูกน้องของสิงค์ ให้มาช่วยกันคนไม่เกี่ยวข้องออกไปเพื่อไม่ให้ขวางชทางแขกที่มางา ซึ่งสิงค์ก็มางานด้วย จึงพ่วงลูกน้องสนิทมา2คน ยังไม่นับรวมพวกที่แฝงตัวอยู่ทั่วห้างเพื่อคุ้มครองงานแต่งงานของพล หลังจากที่พลสั่งให้สิงค์นำลูกน้องไปฝึกฝีมือก็ดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับก่อนหน้าไม่ต่างจากเด็กทารกเลยทีเดียว
หลังจากจัดการความวุ้นวายลงแล้วพลก็ให้นักข่าวเข้ามาแต่อย่าใช้แฟรช ในการถ่ายหรือก่อกวนในงานไม่งั้นจะถูกเชิญออก ซึ่งนักข่าวที่เข้ามาพลก็คัดอย่างดีโดยต้องมีบัตรสามาชิกที่สังกัดสำนักข่าวเท่านั้น ถ้าไม่มีก็อด
หลังจากแขกมาจนครบแล้วพิธีกรก็ได้ขึ้นมากล่าว
"วันนี้เป็นงานสำคัญของเจ้านายและยังเป็นเจ้าชีวิตผม"คนที่ขึ้นไปกล่าวก็คือสิงค์
"เขาได้ช่วยผมมากมายดึงผมที่จมปลักในโคลนขึ้นมาขนมีวันนี้ได้"สิงค์กล่าวรำลึกเล็กน้อย ด้วยรอยยิ้ม
"ผมอธิบายไม่ได้ ว่าทั้งคู่เจอกันตอนไหน ดังนั้นผมจะให้เจ้าตัวมาพูดบนเวทีด้วยตัวเอง"สิงค์ยิ้มก่อนที่แสงสปอร์ตไลท์จะส่องมาที่โต๊ะของพล
'ไอสิงค์หาเรื่องให้ชั้นจนได้'พลกล่าวคาดโทษอีกฝ่ายในใจ นี่มันเหมือนการฆ่าทั้งเป็นชัดๆ
จบ
ดีจุง ที่ที่ผมเรียนเขามีBig C มาให้พวกเราสมัครงาน ซึ่งผมก็ไปสมัคร และต้องไปสัมพาสท์พรุ่งนี้ หาเงินเองได้แล้ว และไม่ต้องห่วงนิยายยังเขียนเหมือนเดิมนะครับอิอิ
ปล.ทำงานที่Big C ตรงข้าม Central world คนที่ไปแถวนั้นอาจจะเจอไรท์ก็ได้นะ