หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    การสำแดงพลังของอัจฉริยะ

            "อันเอ๋อ"​ชายชราจากตระกูลฉางกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก

            ชายชรารีบเข้าไปตรวจสอบร่างกายของฉางอันในทันทีสภาพของฉางอันถือว่าบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตเพียงแต่สภาพที่เป็นอยู่มันน่าสังเวชมากเกินไป

            "เด็กน้อยเจ้าทำได้ดีจริง ๆ"ชายชราจากตระกูลฉางกล่าวออกมาด้วยความเกลียดชัง

            "เป็นถึงผู้อาวุโสแต่กลับมาแสดงความเกลียดชังใส่รุ่นเยาว์แบบข้าเพียงเพราะหลานของท่านแพ้มันสมควรเเล้วงั้นหรือ" หยางจื่อกล่าว

            ผู้ตัดสินเองก็ไปยืนอยู่ข้างหน้าหยางจื่อหน้าแปลกใจคือผู้ตัดสินก็เป็นถึงระดับเซียนสวรรค์

            "ชิ!!!!"

            ชายชราจากตระกูลอันพาร่างที่หมดสติของฉางอันออกจากเวทีประลองด้วยความเร็วชายชรารับรู้ได้ว่าหลานชายของตนได้เป็นที่เกลียดชังต่อผู้คนส่วนมากเเล้ว

            หลังจากจบศึกของหยางจื่อผู้คนต่างก็รอการต่อสู้ของคู่ต่อไป

            "คู่ที่สอง หวงฟง เจอกับ หลิวเฟย"

            ทั้งสองเมื่อถูกขานชื่อก็พุ่งทะยานขึ้นเวทีประลองในทันทีหยางจื่อที่มองไปทั้งสองอย่างตั้งอกตั้งใจจากที่หยางจื่อรู้มาหวงฟงคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของวิหารสุริยันส่วนทางหลิวเฟยคืออัจฉริยะจากนิกายอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์

            "บูม!!!"

            ทั้งสองปลดปล่อยพลังปราณออกมาทำให้หยางจื่อรู้สึกแปลกใจ หวงฟงอยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9แต่ทางด้านหลิวเฟยกลับอยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1 การต่อสู้มันจบลงตั้งแต่พลังของทั้งสองถูกปลดปล่อยออกมาอสนีบาตที่ทรงพลังคำรามและโจมตีใส่หวงฟงอย่างรุนแรงหวงฟงใช้เปลวเพลิงที่ร้อนแรงสร้างดวงอาทิตย์ขนาดเล็กไว้เหรือหัวและป้องกันการโจมตีของหลิวเฟย

            หญิงสาวนามหลิวเฟยยิ้มออกมาแล้วปลดปล่อยพลังปราณที่หยางจื่อและเหยาเซียนต้องสั่นสะท้านพลังปราณมังกรของหยางจื่อระเบิดออกมาเช่นเดียวกับหยางจื่อทั้งสองมองไปทางหลิวเฟยในทันทีเหยาเซียนเองก็ไม่สามารถควบคุมเปลวเพลิงของนกฟีนิกซ์อัมตะได้

            "เส้นลมปราณของสัตว์เทวะ!!!!!!"

            เป็นอย่างที่ทั้งคู่คิดปรากฏร่างเงาเลือนรางข้างหลังหลิวเฟยเป็นกิเลนสายฟ้าพลังของอสนีบาตของหลิวเฟยพลันรุนแรงขึ้นหวงฟงที่ตั้งรับอย่างยากลำบากพรันถูกอสนีบาตฟาดใส่อย่างรุนแรงจนการป้องกันแตกกระจายร่างของหวงฟงกระเด็นตกเวทีประลองและกระอักเลือดออกมา

            "ผู้ชนะ หลินเฟย"

            เหยาเซียนและหยางจื่อต่างก็จ้องไปทางหลิวเฟยแต่กลับหันหลิวเฟยกลับจ้องมาทางหยางจื่อเพียงคนเดียวแล้วเผยยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้หยางจื่อต้องหดม่านตาลงเเละรับรู้ได้ถึงอันตราย

            "ผู้หญิงคนนี้อันตรายอย่างยิ่ง" หยางจื่อคิด

            ม่านตาของเหยาเซียนเองก็หดลงและเผยความเย็นชาและความเป็นปฏิปักษ์ต่อหลิวเฟยออกมา

            "คู่ที่สาม ซีโหว เจอกับ เต้าฟาง"

            ซีโหวคือผู้ใช้สัตว์อสูรและทางด้านเต้าฟางคือผู้ใช้กระบองเหล็ก และมาจากสำนักกระบี่กระบองจากดินแดนเทวะทิศตะวันตก

            กระบองของเต้าฟางนั้นเป็นสีดำสนิทและมีลวดลายอาคมพิเศษสลักไว้ซีโหวไม่ประมาทรีบเรียกสัตว์อสูรออกมาแล้วปลดปล่อยพลังปราณของตนออกมาด้วย

            "ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 กับสัตว์อสูรหมีโลกัณระดับราชันสวรรค์ขั้นสูง" หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง

            เต้าฟางที่เผชิญหน้ากับซีโหวพรันรู้สึกกดดันในทันทีเพราะเต้าฟางต้องเผชิญกับราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 ถึง 2 คนและซีโหวเองก็ไม่ใช่ผู้ใช้สัตว์อสูรทั่วไปแต่เป็นคนที่ฝึกฝนทักษะที่เสริมความแข็งแกร่งทางร่างกายอีกด้วยเรียกได้ว่าความแข็งแกร่งของซีโหวไม่ด้อยไปกว่าเต้าฟางเลย

            "เริ่มได้"

            เต้าฟางกระโดดไปยังทิศทางของหมีโลกัณต์และฟาดกระบองโจมตีอักษรอาคมที่กระบองพรันส่องแสงออกมาเปลวเพลิงพรันปรากฏและลุกไหม้อยู่ที่กระบองของเต้าฟาง

            "ตูม!!!!"

            หมีโลกัณต์กระเด็นไปข้างหลังและครางออกมาด้วยความเจ็บปวดซีโหวไม่ได้ยืนดูเฉยๆและชกกำปั้นที่ทรงพลังกระแทกเข้าที่หน้าอกของเต้าฟางเลือดกระเด็นออกจากปากของเต้าฟางในทันที

            "นี่คือความได้เปรียบของผู้ใช้สัตว์อสูรสินะ"หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

            เสี่ยวหงที่เป็นสัตว์อสูรของหยางจื่อในตอนนี้มันีความแข็งแกร่งอยู่ราชันสวรรค์ขั้นกลางมันยังตามความเร็วของหยางจื่อไม่ทันต่อให้เรียกมันออกมามันก็ไม่สามารถช่วยอะไรหยางจื่อได้

            "สงสัยข้าต้องหาแกนอสูรระดับสูงๆมาให้มันเยอะๆเผื่อเสี่ยวหงจะได้วิวัฒนาการกับเข้าสักที"หยางจื่อกล่าว

            ไม่นานด้วยการโจมตีของซีโหวและหมีโลกัณต์เต้าฟางก็พ่ายแพ้ลง

            และคู่ต่อไปหว่านเจียงอี้เจอกับตู้กู่และตู้กู่ขอยอมแพ้ก่อนที่จะประลองซะอีก

            "คู่ที่สี่ เหยาเซียน เจอกับ ถังซือฉี"

            ถังซือฉีคือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของวิหารจันทราและยังเป็นศิษย์พี่ของหยางอวี้ด้วยทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย

            เมื่อผู้ตัดสินปล่าวเริ่มประลองถังซือฉีก็ปลดปล่อยพลังที่เยือกเย็นและสัญลักษณ์ดวงจันทร์เสี้ยวตรงหน้าผากก็ส่องสว่างพลังปราณราชันสวรรค์ขั้นที่9 ระเบิดออก พลังจันทราที่ทรงพลังพรันปกคุมท้องฟ้า

            "ทำได้ดีมาก" ผู้อาวุโสของวิหารจันทราพลันกล่าวออกมา

            ท้องฟ้าที่สว่างพรันมืดลงและเผยให้เห็นดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าทำให้พลังของถังซื่อฉีพุ่งสูงขึ้นเหยาเซียนที่ยืนอยู่อย่างเงียบๆให้และรอให้ถังซือฉีได้เตรียมตัวก่อน

            "ดูเหมือนเจ้าจะเตรียมตัวเสร็จเเล้ว" เหยาเซียนกล่าว

            พลังปราณความร้อนและทรงพลังระเบิดออกมาจากร่างของเหยาเซียนเปลวเพลิงเทวะปรากฏเป็นรูปนกฟีนิกซ์อัมตะยืนตระง่านอยู่เหนือหัวเหยาเซียนท้องฟ้าที่มืดมินและดวงจันทร์พรันถูกแสงสว่างจากเปลวเพลิงนี้ทำลาย

            "ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1" หยางจื่อกรอกตาไปมาอย่างงุนงง

            ในวันก่อนงานประลองจะเริ่มเหยาเซียนใช้พลังของปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 ขับไล่ฉางอันออกไปหยางจื่อในตอนนั้นคิดว่านั่นคือพลังที่แท้จริงของนางกลับกลายเป็นว่าถูกนางหลอกเข้าให้เเล้วหยางจื่อรู้สึกหน้ามืดลงในทันทีคู่ต่อสู้ที่เหลือของตนมีแต่ระดับสัตว์ประลาดทั้งนั้น

            เมื่อพลังจันทราของตนถูกทำลายในพริบตาถังซือฉีพลันเก็บพลังของตนไว้เเล้วกล่าวยอมแพ้นางรู้ว่านางและเหยาเซียนห่างชั้นกันเกินไปนางไม่สามารถเทียบกับเหยาเซียนได้

            ---------------------------------------------------------------------------------------