บทที่ 36
เจ้าสำนัก
สติเลือนลางร่างกายซึมซับกับความเจ็บปวดที่ตนเองได้รับก่อนหน้านี้ความเจ็บปวดแทรกซึมไปทางกล้ามเนื้อและกระดูกความทรมานนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เป็นคำพูด
ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดค่อยค่อยขยับเปลือกตาที่ค่อยค่อยลืมเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆท่ามกลางความเงียบสงบที่อยู่บริเวณรอบรอบ
หวงหมิงสัมผัสได้เพียงแค่ความเงียบเท่านั้นบริเวณรอบๆร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดหลังจากที่ลืมตาของตนเองตื่นขึ้นมาสิ่งที่พบเจอก็คือเพดานไม้ที่ตนเองนั้นไม่คุ้นเคย
ในตอนนี้ร่างกายนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแห่งหนึ่งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง
ลู่หมิงทำการเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในหัวของตนภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความสับสนในตอนนี้รู้สึกมึนงงอยู่ภายในหัวเรื่องราวทุกอย่างราวกับว่าเป็นความทรงจำที่แตกแยกออกจากกัน
ความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อ พวกมันกระจายอยู่ภายในหัวลู่หมิงใช้สติของตนเองที่ค่อยค่อยกลับคืนมาอย่างช้าๆรวบรวมความทรงจำเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกันกลายเป็นเรื่องราว
แน่นอนในตอนนี้เริ่มทำการปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้จึงนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้ว่าเป็นอย่างไรเรื่องราวทั้งหมดถูกปะติดปะต่อขึ้นมากลายเป็นภาพแห่งความทรงจำที่เหมือนกับหนังม้วนหนึ่ง
ในตอนนี้ลู่หมิงนึกออกแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันคืออะไร
“ นึกออกแล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านี้.. ”ส่งเสียงกล่าวกับตนเองออกมาน้ำเสียงที่แหบแห้งราวกับว่าไม่มีอะไรตกถึงลำคอมาเป็นเวลานาน
ในตอนนี้ภายในคอแห้งราวกับว่าเป็นทะเลทรายส่งเสียงออกมาก็ทำการส่งเสียงได้เพียงแค่แผ่วเบาเท่านั้นน้ำภายในคอเหือดแห้งร่างกายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน
ในตอนนี้ได้สติขึ้นมาแล้วลองกว่าสายตาไปมองบริเวณรอบรอบห้องแห่งนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งที่ไม่มีองค์ประกอบอะไรมากมายมีแต่ความเงียบมีหน้าต่างที่ถูกเปิดเอาไว้ให้แสงบริเวณด้านนอกส่องผ่านเข้ามาด้านใน
แถมภายในห้องแห่งนี้ยังได้กลิ่นของสมุนไพรอันเบาบางปกคลุมอยู่ภายในห้องลู่หมิงเต็มไปด้วยคำถามตอนที่ตนเองนั้นก่อนสรุปไปจำได้ว่ามีชายชราผู้หนึ่งปรากฏกายออกมา
ลู่หมิงลองขยับร่างกายของตนเองเมื่อขยับร่างกายความเจ็บปวดส่งผ่านมาถึงสมอง
ในตอนนี้ตนเองสามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือกระดูกร่างกายในตอนนี้เหมือนกับไม่ใช่ร่างกายของตนเองเพราะว่าเมื่อขยับทีนึงรู้สึกว่าตนเองนั้นแทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ลู่หมิงไม่ใช่คนโง่ตัวของมันนั้นจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะสรุปได้ว่าตนเองนั้นทำอะไรไปบ้าง
การที่ตนเองนั้นปลดปล่อยพลังแบบนั้นคงจะฝืนขีดจำกัดของร่างกายไปมากพลังอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาแน่นอนว่ามันต้องแลกมากับสภาพร่างกายเช่นเดียวกัน
อย่างไรเสียถึงแม้ว่าจะมีพลังมากมายขนาดไหนแต่ว่าภาชนะหรือว่าร่างกายเองก็จำเป็นจะต้องตอบสนองกับพลังนั้นได้ด้วย
ถ้าไม่สามารถตอบสนองกับพลังนั้นได้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผลข้างเคียงอย่างที่เห็นในวิถีแห่งการฝึกฝนผู้ตนมากมายรู้ดีอยู่แล้วเกี่ยวกับผลข้างเคียงในการฝึกวิชา
ถึงแม้ว่าจะมีกฏหรือหรือว่าพวกข้อห้ามพวกนั้นเขียนเอาไว้ภายในหนังสือแห่งการฝึกตนแล้วแต่ว่าก็ยังมีพวกโง่เขาที่ละเมิดข้อห้ามนั้นอย่างเช่นตัวของมันเป็นต้น
ลู่หมิงร่างกายขยับเขยื้อนลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งในตอนนี้มันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของตนเองรู้ได้ในทันทีว่ากำลังของตนเองเพียงแค่ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งมันเองก็เต็มกลืนแล้ว
ในขณะที่ฝืนร่างกายของตนเองรู้ขึ้นมาอยู่ในท่านั่งอย่างกัดฟัน เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านข้างน้ำเสียงนุ่มลึกโทนต่ำอันสงบนิ่ง“นี่ผ่านไปสามวันเองดูเหมือนว่าเจ้าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ตัวของข้าคิดเอาไว้แสดงว่ามีพลังวิเศษภายในร่างกายสินะ”
เสียงนั้นดังมาจากบริเวณด้านข้างดวงตาของลู่หมิงหันไปมองอย่างรวดเร็ว เมื่อใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองพบเจอเข้ากับชายชราปริศนายืนอยู่บริเวณข้างกาย
ชายชราปริศนาผู้นี้เป็นชายชราร่างกายพร้อมสูงดูมีสง่าราศีตัวของมันมีหนวดเขาและมีผมสีขาวช่วงวัยคาดการณ์จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นน่าจะราวซัก70 ปี ชายชราผู้นี้มีบรรยากาศรอบกาดที่อบอุ่นสวมใส่อาภรณ์สีเข้มสีน้ำเงินยาว
คนผู้นี้ปรากฏกายออกมาโดยที่ตัวของลู่หมิงไม่รู้เลยแม้แต่ตัวตนของมันลู่หมิงดวงตาเบิกกว้างกำลังตกใจแตไม่พูดอะไรออกมา
มันมั่นใจว่าก่อนหน้านี้ใช้ดวงตาของตนเองมองไปบริเวณรอบรอบห้องหนึ่งครั้งแล้ว
ในตอนที่ใช้ดวงตาของตนเองมองไปรอบๆห้องแล้วไม่พบเจอผู้ใดแต่ชายชราผู้นี้อยู่อยู่ก็ปรากฏกายออกมาโดยที่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนเลยด้วยซ้ำ
เพราะแบบนั้นถึงประหลาดใจภายในห้องแห่งนี้ประตูทางเข้าด้านหน้าถูกปิดเอาไว้ถ้าชายชราพรุ่งนี้เข้ามาจากทางประตูมันเองก็น่าจะมีเสียงอะไรดังขึ้นมาบ้าง
แต่วันนี้ไม่มีเสียงแม้แต่กระทั่งการเปิดประตูแล้วชายชราผู้นี้ปรากฏกายออกมาจากที่ใดกัน คำถามนั้นปรากฏขึ้นภายในใจของมัน
ชายชราผู้นั้นปรากฏกายออกมามุมปากของมันยกยิ้มขึ้นพร้อมกับใช้ดวงตามองสำรวจร่างกายของลู่หมิง“ ร่างกายของเจ้าฟื้นตัวเร็วกว่าที่ตัวของข้าคิดเอาไว้จริงๆด้วย ”
“ ยอดเยี่ยมโดยทั่วไปแล้วคนที่ระเบิดพลังออกมามากขนาดนั้นทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อน่าจะบาดเจ็บอาจจะใช้เวลาซัก10 วันกว่าจะฟื้นแต่ตัวของเจ้าสามวันก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ”
ชายชราผู้นั้นไม่ได้สนใจใบหน้าอันตื่นตระหนกตกใจที่ลู่หมิงใช้มามองตัวของมันเลยแม้แต่น้อยแต่มันยังคงอธิบายอย่างต่อเนื่องแล้วก็มองสำรวจร่างกายของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของมัน
ลู่หมิงเต็มไปด้วยคำถามแต่ฟังดูจากคำพูดของชายชราผู้นี้คาดการณ์ได้ว่าตัวของมันน่าจะเป็นผู้ที่ช่วยชีวิต
ลู่หมิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย “ผู้อาวุโสตัวของท่านเป็นผู้ใดกัน? ”
ชายชราที่อยู่ด้านหน้าหลังจากที่โดนคำถามนั้นเอ่ยถามออกมามันเอียงคอของตนเองแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ก่อนที่ตัวของมันจะยกนิ้วขึ้นและก็ได้ทำการพูดอธิบายกับเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าออกไป“ข้าเป็นผู้ใดอย่างนั้นรึนั่นสิเนอะภายในสถานที่แห่งนี้เป็นหลังเขาเจ้าคิดว่าบริเวณด้านหลังของหุบเขากระบี่ผู้ใดอาศัยอยู่”
เมื่อทำการกล่าวออกมาแบบนั้นลู่หมิงก็ตระหนักรู้ได้ในทันทีชายชราที่ดูมีความอาวุโสและมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันรอบร่างกายคือเจ้าสำนักหุบเขากระบี่หลี่ฉีหง
เหตุผลที่สามารถรู้ได้แบบนี้ก็คือบริเวณหลังเขาเป็นเขตหวงห้ามของท่านเจ้าสำนักโดยตรงคนอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ แม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสภายในสำนักก็ยังต้องรับหน้าที่ในการดูแลบริเวณด้านหน้าหุบเขา
พวกผู้อาวุโสถ้าจะเดินทางเข้ามาบริเวณด้านหลังเขาจำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาตจากท่านเจ้าสำนักก่อนบริเวณหลังเขาคนที่สามารถเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้มีเพียงแค่ท่านเจ้าสำนักแล้วก็เราเสร็จที่เป็นลูกศิษย์สายตรงจากท่านเจ้าสำนักเท่านั้น
ชายชราที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีอายุราวภายนอกมองดูแล้ว 70 ปีน่าจะเป็นคนที่มีเอาความอาวุโสมากที่สุดภายในสถานที่แห่งนี้จึงกล่าวได้ว่าถ้าไม่ใช่เจ้าสำนักก็คงจะคิดเป็นอื่นไปไม่ได้
อันที่จริงแล้วตัวของท่านเจ้าสำนักไม่ได้มีอายุเพียงแค่ประมาณ70 ปีเป็นหนึ่งในสามสุดยอดที่กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่บรรลุวิชากระบี่ที่กล่าวได้ว่าเป็นระดับราชันย์
เพราะแบบนั้นอายุแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าเป็นชายแก่อายุ 70 ปีแต่อายุจริงๆคงจะทะลุ 100 ไปแล้ว
ลู่หมิงขยับเขยื้อนร่างกายแสดงท่าทางตื่นตระหนกจะทำการคารวะท่านเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ทำการก้มศีรษะของตนเองลงอย่างรวดเร็วมือทั้งสองข้างพยายามยกขึ้นมาประสานกันแต่ว่าก้ำเหลือเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะทำการยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมา
หลี่ฉีหงมองเห็นแบบนั้นจึงกล่าวขึ้น “ ไม่ต้องรีบร้อนเจ้านายตอนนี้ขยับร่างกายได้เพียงแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”
“ เอาละเรามาสนทนาเรื่องสำคัญก่อนดีกว่าในตอนนี้ตัวของเจ้าเป็นผู้ที่ชนะการทดสอบในรอบปีของสำนักหุบเขากระบี่ ”
“ ตัวของเจ้ามีนามว่าลู่หมิงใช่หรือไม่ ”
“ ขอรับ!! ”
“ มันเป็นศิษย์ของข้า ”หลี่ฉีหงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกขึ้นจ้องมองท่านเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้าด้วยแววตาตกตะลึง
จบบท บทที่ 36
เจ้าสำนัก
สติเลือนลางร่างกายซึมซับกับความเจ็บปวดที่ตนเองได้รับก่อนหน้านี้ความเจ็บปวดแทรกซึมไปทางกล้ามเนื้อและกระดูกความทรมานนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เป็นคำพูด
ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดค่อยค่อยขยับเปลือกตาที่ค่อยค่อยลืมเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆท่ามกลางความเงียบสงบที่อยู่บริเวณรอบรอบ
หวงหมิงสัมผัสได้เพียงแค่ความเงียบเท่านั้นบริเวณรอบๆร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดหลังจากที่ลืมตาของตนเองตื่นขึ้นมาสิ่งที่พบเจอก็คือเพดานไม้ที่ตนเองนั้นไม่คุ้นเคย
ในตอนนี้ร่างกายนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแห่งหนึ่งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง
ลู่หมิงทำการเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในหัวของตนภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความสับสนในตอนนี้รู้สึกมึนงงอยู่ภายในหัวเรื่องราวทุกอย่างราวกับว่าเป็นความทรงจำที่แตกแยกออกจากกัน
ความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อ พวกมันกระจายอยู่ภายในหัวลู่หมิงใช้สติของตนเองที่ค่อยค่อยกลับคืนมาอย่างช้าๆรวบรวมความทรงจำเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกันกลายเป็นเรื่องราว
แน่นอนในตอนนี้เริ่มทำการปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้จึงนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้ว่าเป็นอย่างไรเรื่องราวทั้งหมดถูกปะติดปะต่อขึ้นมากลายเป็นภาพแห่งความทรงจำที่เหมือนกับหนังม้วนหนึ่ง
ในตอนนี้ลู่หมิงนึกออกแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันคืออะไร
“ นึกออกแล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านี้.. ”ส่งเสียงกล่าวกับตนเองออกมาน้ำเสียงที่แหบแห้งราวกับว่าไม่มีอะไรตกถึงลำคอมาเป็นเวลานาน
ในตอนนี้ภายในคอแห้งราวกับว่าเป็นทะเลทรายส่งเสียงออกมาก็ทำการส่งเสียงได้เพียงแค่แผ่วเบาเท่านั้นน้ำภายในคอเหือดแห้งร่างกายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน
ในตอนนี้ได้สติขึ้นมาแล้วลองกว่าสายตาไปมองบริเวณรอบรอบห้องแห่งนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งที่ไม่มีองค์ประกอบอะไรมากมายมีแต่ความเงียบมีหน้าต่างที่ถูกเปิดเอาไว้ให้แสงบริเวณด้านนอกส่องผ่านเข้ามาด้านใน
แถมภายในห้องแห่งนี้ยังได้กลิ่นของสมุนไพรอันเบาบางปกคลุมอยู่ภายในห้องลู่หมิงเต็มไปด้วยคำถามตอนที่ตนเองนั้นก่อนสรุปไปจำได้ว่ามีชายชราผู้หนึ่งปรากฏกายออกมา
ลู่หมิงลองขยับร่างกายของตนเองเมื่อขยับร่างกายความเจ็บปวดส่งผ่านมาถึงสมอง
ในตอนนี้ตนเองสามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือกระดูกร่างกายในตอนนี้เหมือนกับไม่ใช่ร่างกายของตนเองเพราะว่าเมื่อขยับทีนึงรู้สึกว่าตนเองนั้นแทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ลู่หมิงไม่ใช่คนโง่ตัวของมันนั้นจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะสรุปได้ว่าตนเองนั้นทำอะไรไปบ้าง
การที่ตนเองนั้นปลดปล่อยพลังแบบนั้นคงจะฝืนขีดจำกัดของร่างกายไปมากพลังอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาแน่นอนว่ามันต้องแลกมากับสภาพร่างกายเช่นเดียวกัน
อย่างไรเสียถึงแม้ว่าจะมีพลังมากมายขนาดไหนแต่ว่าภาชนะหรือว่าร่างกายเองก็จำเป็นจะต้องตอบสนองกับพลังนั้นได้ด้วย
ถ้าไม่สามารถตอบสนองกับพลังนั้นได้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผลข้างเคียงอย่างที่เห็นในวิถีแห่งการฝึกฝนผู้ตนมากมายรู้ดีอยู่แล้วเกี่ยวกับผลข้างเคียงในการฝึกวิชา
ถึงแม้ว่าจะมีกฏหรือหรือว่าพวกข้อห้ามพวกนั้นเขียนเอาไว้ภายในหนังสือแห่งการฝึกตนแล้วแต่ว่าก็ยังมีพวกโง่เขาที่ละเมิดข้อห้ามนั้นอย่างเช่นตัวของมันเป็นต้น
ลู่หมิงร่างกายขยับเขยื้อนลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งในตอนนี้มันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของตนเองรู้ได้ในทันทีว่ากำลังของตนเองเพียงแค่ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งมันเองก็เต็มกลืนแล้ว
ในขณะที่ฝืนร่างกายของตนเองรู้ขึ้นมาอยู่ในท่านั่งอย่างกัดฟัน เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านข้างน้ำเสียงนุ่มลึกโทนต่ำอันสงบนิ่ง“นี่ผ่านไปสามวันเองดูเหมือนว่าเจ้าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ตัวของข้าคิดเอาไว้แสดงว่ามีพลังวิเศษภายในร่างกายสินะ”
เสียงนั้นดังมาจากบริเวณด้านข้างดวงตาของลู่หมิงหันไปมองอย่างรวดเร็ว เมื่อใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองพบเจอเข้ากับชายชราปริศนายืนอยู่บริเวณข้างกาย
ชายชราปริศนาผู้นี้เป็นชายชราร่างกายพร้อมสูงดูมีสง่าราศีตัวของมันมีหนวดเขาและมีผมสีขาวช่วงวัยคาดการณ์จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นน่าจะราวซัก70 ปี ชายชราผู้นี้มีบรรยากาศรอบกาดที่อบอุ่นสวมใส่อาภรณ์สีเข้มสีน้ำเงินยาว
คนผู้นี้ปรากฏกายออกมาโดยที่ตัวของลู่หมิงไม่รู้เลยแม้แต่ตัวตนของมันลู่หมิงดวงตาเบิกกว้างกำลังตกใจแตไม่พูดอะไรออกมา
มันมั่นใจว่าก่อนหน้านี้ใช้ดวงตาของตนเองมองไปบริเวณรอบรอบห้องหนึ่งครั้งแล้ว
ในตอนที่ใช้ดวงตาของตนเองมองไปรอบๆห้องแล้วไม่พบเจอผู้ใดแต่ชายชราผู้นี้อยู่อยู่ก็ปรากฏกายออกมาโดยที่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนเลยด้วยซ้ำ
เพราะแบบนั้นถึงประหลาดใจภายในห้องแห่งนี้ประตูทางเข้าด้านหน้าถูกปิดเอาไว้ถ้าชายชราพรุ่งนี้เข้ามาจากทางประตูมันเองก็น่าจะมีเสียงอะไรดังขึ้นมาบ้าง
แต่วันนี้ไม่มีเสียงแม้แต่กระทั่งการเปิดประตูแล้วชายชราผู้นี้ปรากฏกายออกมาจากที่ใดกัน คำถามนั้นปรากฏขึ้นภายในใจของมัน
ชายชราผู้นั้นปรากฏกายออกมามุมปากของมันยกยิ้มขึ้นพร้อมกับใช้ดวงตามองสำรวจร่างกายของลู่หมิง“ ร่างกายของเจ้าฟื้นตัวเร็วกว่าที่ตัวของข้าคิดเอาไว้จริงๆด้วย ”
“ ยอดเยี่ยมโดยทั่วไปแล้วคนที่ระเบิดพลังออกมามากขนาดนั้นทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อน่าจะบาดเจ็บอาจจะใช้เวลาซัก10 วันกว่าจะฟื้นแต่ตัวของเจ้าสามวันก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ”
ชายชราผู้นั้นไม่ได้สนใจใบหน้าอันตื่นตระหนกตกใจที่ลู่หมิงใช้มามองตัวของมันเลยแม้แต่น้อยแต่มันยังคงอธิบายอย่างต่อเนื่องแล้วก็มองสำรวจร่างกายของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของมัน
ลู่หมิงเต็มไปด้วยคำถามแต่ฟังดูจากคำพูดของชายชราผู้นี้คาดการณ์ได้ว่าตัวของมันน่าจะเป็นผู้ที่ช่วยชีวิต
ลู่หมิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย “ผู้อาวุโสตัวของท่านเป็นผู้ใดกัน? ”
ชายชราที่อยู่ด้านหน้าหลังจากที่โดนคำถามนั้นเอ่ยถามออกมามันเอียงคอของตนเองแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ก่อนที่ตัวของมันจะยกนิ้วขึ้นและก็ได้ทำการพูดอธิบายกับเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าออกไป“ข้าเป็นผู้ใดอย่างนั้นรึนั่นสิเนอะภายในสถานที่แห่งนี้เป็นหลังเขาเจ้าคิดว่าบริเวณด้านหลังของหุบเขากระบี่ผู้ใดอาศัยอยู่”
เมื่อทำการกล่าวออกมาแบบนั้นลู่หมิงก็ตระหนักรู้ได้ในทันทีชายชราที่ดูมีความอาวุโสและมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันรอบร่างกายคือเจ้าสำนักหุบเขากระบี่หลี่ฉีหง
เหตุผลที่สามารถรู้ได้แบบนี้ก็คือบริเวณหลังเขาเป็นเขตหวงห้ามของท่านเจ้าสำนักโดยตรงคนอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ แม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสภายในสำนักก็ยังต้องรับหน้าที่ในการดูแลบริเวณด้านหน้าหุบเขา
พวกผู้อาวุโสถ้าจะเดินทางเข้ามาบริเวณด้านหลังเขาจำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาตจากท่านเจ้าสำนักก่อนบริเวณหลังเขาคนที่สามารถเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้มีเพียงแค่ท่านเจ้าสำนักแล้วก็เราเสร็จที่เป็นลูกศิษย์สายตรงจากท่านเจ้าสำนักเท่านั้น
ชายชราที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีอายุราวภายนอกมองดูแล้ว 70 ปีน่าจะเป็นคนที่มีเอาความอาวุโสมากที่สุดภายในสถานที่แห่งนี้จึงกล่าวได้ว่าถ้าไม่ใช่เจ้าสำนักก็คงจะคิดเป็นอื่นไปไม่ได้
อันที่จริงแล้วตัวของท่านเจ้าสำนักไม่ได้มีอายุเพียงแค่ประมาณ70 ปีเป็นหนึ่งในสามสุดยอดที่กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่บรรลุวิชากระบี่ที่กล่าวได้ว่าเป็นระดับราชันย์
เพราะแบบนั้นอายุแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าเป็นชายแก่อายุ 70 ปีแต่อายุจริงๆคงจะทะลุ 100 ไปแล้ว
ลู่หมิงขยับเขยื้อนร่างกายแสดงท่าทางตื่นตระหนกจะทำการคารวะท่านเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ทำการก้มศีรษะของตนเองลงอย่างรวดเร็วมือทั้งสองข้างพยายามยกขึ้นมาประสานกันแต่ว่าก้ำเหลือเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะทำการยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมา
หลี่ฉีหงมองเห็นแบบนั้นจึงกล่าวขึ้น “ ไม่ต้องรีบร้อนเจ้านายตอนนี้ขยับร่างกายได้เพียงแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”
“ เอาละเรามาสนทนาเรื่องสำคัญก่อนดีกว่าในตอนนี้ตัวของเจ้าเป็นผู้ที่ชนะการทดสอบในรอบปีของสำนักหุบเขากระบี่ ”
“ ตัวของเจ้ามีนามว่าลู่หมิงใช่หรือไม่ ”
“ ขอรับ!! ”
“ มันเป็นศิษย์ของข้า ”หลี่ฉีหงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกขึ้นจ้องมองท่านเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้าด้วยแววตาตกตะลึง
จบบท