ตอนที่ 18 ข้าไม่ขายลูกสาว (1)
หลี่ซินมองครอบครัวดังกล่าวด้วยอารมณ์ที่หลากหลายในใจ สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว ก้าวไปข้างหน้าและคุกเข่าลง กัดฟันพูดด้วยสีหน้าดื้อรั้น “ขอท่านลุงหลี่เจิ้งมอบความเป็นธรรมให้ด้วย! ข้าหลี่ซิน ขอยอมตายดีกว่ายอมจำนน!”
ไม่ว่าอย่างไร ผ่านด่านนี้ไปให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
“สาวใช้อุ่นเตียงหรือ สาวใช้อุ่นเตียงอะไรกัน หมู่บ้านซั่งหยางข้ามีครอบครัวที่อยู่รอดไม่ได้ จนถึงขั้นต้องขายเด็กสาวเลยหรือ”
หลี่เจิ้งย่นคิ้ว สีหน้าคล้ำแล้วคล้ำอีก นี่เกี่ยวเนื่องไปถึงปัญหาศักดิ์ศรีของหมู่บ้าน ถึงแม้หมู่บ้านซั่งหยางจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ถึงขั้นอยู่รอดไม่ได้ การขายผู้หญิงเช่นนี้ ถึงจะพูดง่ายแต่น่าอายและรับไม่ได้สำหรับคนฟัง ถึงจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลก็ไม่สมเหตุผล
“หลี่เจิ้งเอ๋ย เจ้าอย่าไปฟังคำโกหกของพวกเขา ยายหนูซินขอร้องข้าเองต่างหากเล่า นางบอกว่าจะขายตัวนำเงินมารักษาอาการป่วยของพี่ชายนาง ข้าก็แค่ทำตามความตั้งใจของนาง มิใช่อยากขายหลานสาวสักหน่อย!”
หลี่จางซื่อเห็นว่าหลี่เจิ้งมา เกิดรู้สึกเสียววาบในใจ และยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเกลียดคนเรือนรองมากขึ้นอีก
“ท่านหลี่เจิ้ง ข้าไม่ขายลูกสาว ไม่ขายนะเจ้าคะ! ลูกสาวคือชีวิตของข้า ข้าไม่ขาย! ไม่ขายเจ้าค่ะ!”
เยี่ยซื่อเมื่อได้ยินก็ส่ายศีรษะไม่หยุด น้ำตาไหลหยดเป็นสาย ปากเอาแต่พูดสองประโยคนี้ เห็นสตรีหลายคนที่อยู่รอบตัวหลั่งน้ำตาด้วยความเห็นอกเห็นใจ
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง ไม่ใช่อย่างที่ท่านย่าข้าพูดแบบนั้น นางแอบขายน้องหญิงไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของตาเฒ่าซูต้าฮู่นั่นลับหลังข้าและท่านแม่ เรื่องนี้พวกเราเรือนรองไม่ทราบเลย สัญญาการซื้อขายตัวถือว่าเป็นโมฆะ ขอให้ท่านลุงหลี่เจิ้งช่วยผดุงความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวเราด้วยขอรับ!”
หลี่เฉินเอ่ยพร้อมกับโขกศีรษะให้หลี่เจิ้งไปด้วย ทั้งสี่คนนั่งตัวตรงคุกเข่ากับพื้นมองหลี่เจิ้ง ทำให้หลี่เจิ้งใจอ่อนยวบ เขาหันศีรษะถามหลี่จางซื่อ “หลี่จางซื่อ เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่ เป็นดังที่หลี่เฉินพูดหรือไม่”
ถึงจะกล่าวแบบนี้ไป ทว่าหลี่เจิ้งรู้ดีแก่ใจ มีผู้ใดในหมู่บ้านซั่งหยางไม่รู้บ้างว่าตั้งแต่หลี่ต้าฟาขึ้นเขาไปล่าสัตว์และไม่กลับมา หลี่จางซื่อก็เกลียดชังคนในเรือนรองที่สุด
หลี่จางซื่ออ้าปาก กลับพูดไม่ออกสักคำ เรื่องมาถึงขั้นนี้ นางยังจะพูดอะไรได้อีก ช่างโชคร้ายจริงๆ อย่าให้ข้าได้รู้เชียวว่าใครที่ปากมากปล่อยข่าวออกไป ข้าจะไม่ไว้ชีวิตแน่!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หลี่จางซื่ออดหันไปจ้องด้านข้างอย่างชิงชังไม่ได้ มองหวังซื่อที่กำลังปิดปากอยู่ปราดหนึ่ง
หวังซื่อถูกแม่สามีจ้องมองมาก็ถึงกับคอหดทันที ลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวดในปาก นางไหนเลยจะรู้ว่าเยี่ยซื่อที่ยอมกลืนน้ำขมลงท้อง[1]มาโดยตลอดจะระเบิดอารมณ์สร้างเรื่องให้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ หากรู้ตั้งแต่แรกนางก็คงไม่บอกหรอก
“พวกเจ้าจัดการปัญหาของพวกเจ้ากันเอง ข้าไม่มีเวลามาเสียเวลาอยู่กับพวกเจ้าที่นี่ ข้าจ่ายเงินยี่สิบตำลึงไปแล้ว ว่าอย่างไร พวกเจ้าจะให้คนหรือว่าให้เงิน อย่าบอกข้านะว่าพวกเจ้าคิดจะชักดาบน่ะ”
แม่เล้าเหอรู้ว่าในเมื่อหลี่เจิ้งมาแล้ว วันนี้คงพาตัวเด็กคนนี้ไปไม่ได้แล้ว ทว่าตนจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้
“คนที่จะขายตัวคือยัยเด็กหลี่ซินนั่น หากมีปัญญาเจ้าก็พาตัวนางไปเอง เจ้าไปเอาเงินจากพวกเขาเองเถอะ ไม่เกี่ยวกับยายแก่อย่างข้าอะไรทั้งนั้น!”
ครั้นเมื่อเอ่ยถึงเรื่องเงิน ดวงตารูปสามเหลี่ยมของหลี่จางซื่อเบิกกว้างทันที ร่างอ้วนท้วนพลันขยับไปด้านข้าง ทำหน้าราวกับหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก[2]
“พูดแบบนี้ แสดงว่าเจ้าคิดจะเบี้ยวสัญญาอย่างนั้นหรือ” แม่เล้าเหอได้ยินเช่นนี้ แววตาหรี่ลงในพลัน
“เงินไม่มี ต่อให้ตายก็ไม่ให้ ข้าบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับยายแก่อย่างข้า!”
หลี่จางซื่อปากแข็งท่าเดียว จากนั้นก็หมุนตัวเตรียมกลับเข้าเรือน
“ดี ดีมาก!” แม่เล้าเหอโมโหจนหน้าตั้ง พลางโบกมือทีหนึ่ง ชายร่างใหญ่กำยำก็ออกมาจากฝูงชนราวกับจะจับลูกไก่ ตรงไปจับหลี่จางซื่อที่เพิ่งจะเดินไปถึงประตูเรือนหลักมาไว้ตรงหน้าแม่เล้าเหอ
“โอ๊ย โอ๊ย ฆ่าคนแล้ว ฆ่าคนแล้ว รีบปล่อยมือ ปล่อยมือสิ นี่กลางวันแสกๆ แท้ๆ พวกเจ้าคิดจะทำอะไร โอ๊ย ข้าเจ็บจะตายแล้ว”
หลี่จางซื่อจู่ๆ ก็ถูกคนจับที่หลังคอ แยกเขี้ยวยิงฟันด้วยความเจ็บปวด บรรดาสตรีตระกูลหลี่ที่แต่เดิมอยู่ด้านข้างไม่ส่งเสียงเห็นเข้าแล้ว มีใจนึกอยากช่วย ทว่าเห็นชายสองคนที่ร่างกายกำยำแข็งแรงกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ก็กลัวจนคอหดกันไม่รู้ตัว เท้าชะงักนิ่งเสียแล้ว
หลี่ซินมองเห็นทุกอย่างนี้อย่างแจ่มชัด รู้สึกดูถูกในใจ นางอยากเห็นนัก ลูกหลานกตัญญูทั้งหลายเหล่านี้ของหลี่จางซื่อจะแสดงความกตัญญูต่อนางอย่างไร ดูเหมือนไม่ใช่ว่ากรรมจะไม่ตอบสนอง เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น
หลี่เจิ้งที่อยู่ด้านข้างยามนี้ถึงเพิ่งจะได้สติกลับมา เห็นว่ามิใช่แค่หลี่จางซื่อ แม้แต่แม่เล้าก็ไม่เห็นตนอยู่ในสายตา จึงข่มความโมโหไว้แล้วไว้อีก และตวาดเสียงเข้ม “ช้าก่อน หลี่จางซื่อ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าจะยังไม่คืนเงินให้คนเขาอีกหรือ”
แม่เล้าเหอมองหลี่เจิ้งปราดหนึ่ง ก่อนจะให้คนปล่อยตัวหลี่จางซื่อเพื่อรักษาหน้า
พอหลี่จางซื่อได้เป็นอิสระก็ฟุบนั่งลงพื้นทันทีพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวดเสียงหนึ่งพลางนวดคลึงที่คอ เจ็บจนต้องหายใจลึกหอบ หากยังไม่ปล่อยมืออีก หลี่จางซื่อรู้สึกว่ามือคอและเอวของตนใกล้จะหักแล้ว นางคลานลุกขึ้นมาไม่ได้ชั่วขณะ
เชิงอรรถ
^ ยอมกลืนน้ำขมลงท้อง หมายถึง กล้ำกลืนฝืนทนต่อคำพูดหรือทุกการกระทำที่ทำให้ตนลำบากใจ^ หมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก หมายถึง หน้าหนา ไม่สะทกสะท้าน