เล่มที่1 บทที่21 มีสองธาตุในตัว
เขาตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ จั่วเฉินสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาปราณอัสนีนี้ได้ภายในร่างกายก็ไม่มีอะไรผิดปกติด้วย
ต่อให้สูญเสียร่างธาตุสายฟ้าไป ทว่าก็ยังฝึกฝนพลังปราณธาตุสายฟ้าและก้าวเข้าสู่หลักปราณยุทธธาตุสายฟ้าได้เช่นเดิมไม่มีเื่ไหนที่น่ายินดีกว่านี้แล้ว ไม่เฉพาะกับจั่วเฉิน เื่นี้ไม่ว่าเกิดขึ้นกับใครก็ล้วนเป็เื่น่ายินดีจนไม่อาจสงบใจได้
จั่วเฉินรู้สึกว่าพลังปราณธาตุไฟที่อยู่ในร่างกำลังแปรเปลี่ยนเป็ธาตุสายฟ้าตามการโคจรของวิชาปราณอัสนี
เมื่อใดที่ฝึกเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตชนิดใหม่จะทำให้พลังเดิมแปรสภาพเป็พลังพิเศษที่เกิดจากเคล็ดวิชาใหม่ ในเมื่อยามนี้ฝึกเคล็ดวิชาปราณอัสนีจึงเป็เื่ปกติที่พลังปราณในตัวจะเปลี่ยนธาตุไปด้วย
ทว่าระหว่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ กลับมีสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของจั่วเฉิน
เขาพบว่าต้นกำเนิดของการแปรสภาพพลังนี้คือจุดที่หินหยกลึกลับอยู่เมื่อพลังปราณธาตุไฟไหลผ่านก็ถูกหินหยกแปรสภาพให้กลายเป็ธาตุสายฟ้า
“หรือว่าเพราะหินหยกนี่ จึงทำให้ข้าสามารถฝึกเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าได้”จั่วเฉินคาดเดา
ตอนนี้เขาไม่มีร่างธาตุสายฟ้าตามหลักแล้วจึงไม่น่าจะฝึกเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าได้ ซึ่งเื่นี้จะต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างอยู่แน่ดูจากสถานการณ์แล้ว จั่วเฉินเดาว่าหินหยกลึกลับชิ้นนั้นจะต้องเป็ตัวแปรสำคัญของเื่นี้
ทว่าสภาวะภายในร่างกายหลังจากนี้กลับทำให้เขาตกตะลึงและสับสน
พลังปราณแปรสภาพไปเพียงครึ่งหนึ่งก็หยุดลงและไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นอีก พลังปราณธาตุไฟและสายฟ้าจึงอยู่ร่วมกันภายในร่างของเขา
เป็ไปได้อย่างไร!?
ั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในหลักปราณยุทธมาก่อนพลังทั้งสองนั้นแตกต่างกัน ไม่ควรจะอยู่ร่วมกันได้ หากอยู่ในสภาวะพิเศษก็อาจจะเป็อีกเื่ทว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มีน้อยมาก เพราะมีเพียงผู้ที่มีร่างธาตุสองธาตุเท่านั้นจึงจะสามารถมีพลังปราณสองธาตุอยู่ในร่างได้เช่นร่างธาตุสายฟ้าและไฟ ร่างธาตุโลหะและไม้ หรือร่างธาตุน้ำและไฟ
ทว่าร่างกายของจั่วเฉินในยามนี้นั้นธรรมดามากกระทั่งร่างพิเศษก็ยังไม่ใช่ จึงไม่ต้องพูดถึงการเป็ร่างสองธาตุที่ล้ำค่า
ขณะที่จั่วเฉินกำลังสับสน ความคิดบางอย่างพลันปรากฏขึ้นซึ่งนั่นทำให้เขาเองก็ใไม่น้อย...
เป็เพราะในร่างกายของเขามีหินหยกจึงทำให้สามารถปลุกพลังได้สำเร็จ อีกทั้งยังเกิดสิบตราปราณโบราณที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนนอกจากนี้ เขายังได้เรียนรู้ท่วงท่าลึกลับทว่าร้ายกาจทั้งสองท่านั้นอีก เื่นี้ก็คงเป็เพราะหินหยกเช่นกัน ร่างที่แสนจะธรรมดาของเขาจึงสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าได้อีก อีกทั้งยังเกิดเป็พลังปราณธาตุสายฟ้าและไฟอยู่ร่วมกันในร่างด้วย
หากเดาไม่ผิด นอกจากธาตุสายฟ้าและไฟแล้วบางทีเขาอาจจะสามารถฝึกเคล็ดวิชาของธาตุอื่นๆ ได้อีกด้วย และพลังที่จะเกิดขึ้นนั้นคงจะถูกหลอมรวมอยู่ในร่างเช่นเดียวกัน
สายตาของจั่วเฉินเปล่งประกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆหากเื่ที่ว่านี้เป็ความจริง เช่นนั้นก็น่ากลัวเกินไปแล้ว เพราะถ้าเื่อันน่าตกตะลึงนี้แพร่งพรายออกไปต่อให้เป็คนใหญ่คนโตแค่ไหนก็ไม่อาจสงบใจได้
การมีหลายพลังธาตุในตัวถือเป็บุคคลที่น่ากลัวแทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน ในประวัติศาสตร์ของผืนพิภพรัตติกาลนี้ เคยมีผู้แข็งแกร่งที่มีสามธาตุในตัวปรากฏมาก่อนร่ำลือกันว่าหลังจากคนผู้นี้ฝึกฝนจนถึงระดับสูงสุดก็มีพลังล้ำลึกในระดับที่ยากจะคาดเดา และเพราะแข็งแกร่งมาก คนผู้นั้นจึงไม่เห็นอะไรอยู่ในสายตาอีกต่อไปทว่าสุดท้ายแล้วเขากลับหายสาบสูญไป
ความคิดมากมายเกิดขึ้นในใจ จั่วเฉินตั้งใจฝึกฝนมากขึ้นในขณะที่ฝึกฝนอยู่นั้น พลังปราณธาตุสายฟ้าและธาตุไฟต่างโคจรอยู่ภายในร่างอย่างสงบ ผสานกันราวกับพลังหยินหยางภายใต้การโคจรของเคล็ดวิชาปราณอัสนี พลังทั้งสองก็เริ่มพัฒนาขึ้นพร้อมๆ กัน
ทันใดนั้น รอบตัวของจั่วเฉินพลันเกิดพลังธาตุสายฟ้าและไฟแผ่กระจายออกมาตอนที่ผู้ฝึกยุทธพลังปราณฝึกฝน การมีกลิ่นอายของพลังกระจายออกมานั้นเป็ธรรมดา ซึ่งกลิ่นอายของพลังนี้ถูกเย่เชียนตี้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเห็นเข้าพอดี
แม้เย่เชียนตี้จะมีนิสัยสุขุม ทว่าเมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพลังจากตัวจั่วเฉินก็อดที่จะเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาไม่ได้
ทำไมถึงมีกลิ่นอายพลังธาตุแผ่ออกมาจากร่างของจั่วเฉินพร้อมกันหรือจะเป็ร่างสองธาตุที่เป็ธาตุสายฟ้ากับไฟ?
แม้ร่างสองธาตุจะไม่ใช่ร่างที่เลิศเลออะไรทว่าก็ถือว่าโดดเด่นไม่น้อย นับเป็ยอดอัจฉริยะได้ แล้วทำไมบุคคลเช่นนี้จึงมีเพียงพลังระดับหลอมรวมขั้นสาม แถมยังเป็แค่ผู้ติดตามของคนอื่นอีก
หลังจากผ่านการฝึกมาหนึ่งวันเต็มๆจั่วเฉินรู้สึกได้ว่าพลังปราณในตัวพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะหินหยกในร่างทำให้สามารถโคจรเืลมได้เร็วกว่าปกติเวลาในการหลอมพลังห้วงมิติก็เร็วขึ้นด้วย เมื่ออยู่ในสภาวะเช่นนี้จึงสามารถฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“หินหยกนี่ลึกลับและแข็งแกร่งมากทีเดียวต้องเก็บไว้ไม่ให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจเกิดภัยถึงชีวิตได้”จั่วเฉินพึมพำ สายตาแฝงไปด้วยความซับซ้อน
ที่เคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตมีระดับขั้นสูงนั้นไม่เพียงเพราะมันมีความพิเศษ ทว่ายังเป็เพราะเคล็ดวิชาระดับสูงสามารถทำให้ร่างผู้ฝึกยุทธพลังปราณะเิพลังออกมาได้เพียงพอและแข็งแกร่งในระหว่างต่อสู้
เคล็ดวิชาปราณอัสนีมีแค่ระดับมานุษขั้นสูงเท่านั้นทว่าเพราะหินหยก เืลมในตัวและพลังปราณจึงสามารถโคจรได้เร็วกว่าปกติสิบเท่า หมายความว่าตอนที่ต่อสู้กับผู้อื่นนอกจากการที่พลังในร่างกายแห้งเหือดหมดแล้ว ไม่ว่าจะเจออะไร ก็สามารถโคจรพลังออกมาได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอ
สำหรับจั่วเฉิน หากพูดถึงการสูญเสียพลังนี้ก็ถือว่าเคล็ดวิชาปราณอัสนีที่มีระดับมานุษขั้นสูงไม่ได้ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตระดับดินเลย
หลังจากผ่านการฝึกไปหนึ่งวันจั่วเฉินก็รู้สึกใสิ่งนี้นับว่าน่าเหลือเชื่อ จึงไม่แปลกที่นับแต่อดีตผู้ฝึกยุทธพลังปราณจึงยกย่องร่างสองธาตุ
ผู้ฝึกยุทธที่มีร่างเช่นนี้หลังจากที่เริ่มฝึกฝนก็จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจนน่าใเนื่องจากพลังปราณที่มีต่างธาตุรวมตัวกัน ความเร็วในการฝึกฝนจึงเพิ่มขึ้น หากไม่คิดเื่ที่เคล็ดวิชาปราณอัสนีมีขั้นสูงกว่าเคล็ดวิชาหลอมปราณเพียงน้อยนิดล่ะก็เท่าที่จั่วเฉินรู้สึกได้ ความเร็วในตอนนี้น่าจะสูงกว่าปกติถึงสามเท่า
“ค่าผลงาน...ต้องรีบสะสมค่าผลงานโดยด่วนเลย จากนั้นก็เอาไปแลกเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตธาตุอื่น!”
จั่วเฉินอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้บัดนี้ก็มีความคาดหวังในการฝึกฝนพุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากพลังปราณธาตุต่างๆสามารถอยู่ร่วมกันในตัวได้ล่ะก็ จั่วเฉินไม่กล้าคาดคิดถึงผลที่จะตามมา ไม่เพียงสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วทว่ายามที่ต้องต่อสู้ก็เรียกได้ว่าไร้เทียมทานในหมู่คนระดับเดียวกัน พูดง่ายๆก็คือ ทั้งที่มีร่างแสนจะธรรมดานี้ จั่วเฉินก็มั่นใจได้ว่าตนเองไม่ด้อยไปกว่าพวกที่มีร่างยอดเยี่ยม
ไม่รู้ว่าหลงซินเย่จะออกจากการกักตัวเมื่อไร ตอนนี้จั่วเฉินจึงว่างมาก เขาคิดจะไปรับภารกิจของสำนักมาทำฆ่าเวลา จะได้ถือโอกาสนี้สะสมค่าผลงานไปด้วย
...
เช้าวันถัดมาจั่วเฉินก็มาถึงตำหนักภารกิจของสำนัก
ภายในตำหนักภารกิจดูธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นทว่าที่นี่กลับครึกครื้นอยู่ตลอดเวลา มีศิษย์เข้าๆ ออกๆ ตลอดทั้งวัน บรรดาศิษย์ในสำนักจะต้องมารับภารกิจที่นี่เพื่อแลกกับค่าผลงาน
เมื่อก้าวเข้ามาในตำหนัก จึงพบว่าภายในนั้นกว้างขวางมากมีเส้นทางมากมายที่เชื่อมต่อไปยังส่วนลึกของตำหนัก รอบข้างมีคนเดินกันขวักไขว่ บางจุดมีแผ่นผลึกใสตั้งอยู่โดยมีภารกิจมากมายติดประกาศไว้รวมถึงค่าผลงานที่จะได้รับในแต่ละภารกิจด้วย
จั่วเฉินเห็นว่าไม่ได้มีเพียงภารกิจของทางสำนักอย่างเดียวเท่านั้นบรรดาศิษย์ในสำนักก็สามารถประกาศภารกิจได้เช่นกันบางคนหาก้ายาลูกกลอนหรือวัตถุดิบต่างๆ ก็สามารถมาประกาศได้ที่นี่ หากทำภารกิจสำเร็จก็จะสามารถมารับการถ่ายโอนค่าผลงานจากผู้ประกาศภารกิจได้
จั่วเฉินพินิจมองไปรอบๆ การเลือกภารกิจนับว่าเป็เื่ที่ต้องใช้เทคนิคเช่นกันเนื่องจากบางภารกิจยุ่งยากและยากที่จะทำสำเร็จได้ อีกทั้งค่าตอบแทนยังน้อยจนไม่คุ้มเหนื่อยทว่าหากเป็ภารกิจของสำนักแล้ว ส่วนมากจะมีความยุติธรรม ส่วนเื่จะเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ก็แล้วแต่ใครจะพิจารณา
ตัวอย่างเช่น บางภารกิจต้องหลอมยาลูกกลอนรวมปราณสิบเม็ดในสายตาของศิษย์ที่มีพร์ด้านหลอมยาลูกกลอนจึงนับเป็เื่ง่ายทว่าสำหรับบางคน ภารกิจนี้ไม่เพียงแค่ยากเท่านั้น ค่าผลงานที่ได้ยังน้อยจนไม่คุ้มทุนเสียอีก
บนป้ายประกาศมีภารกิจต่างๆ แปะเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็การวาดอักขระยันต์การหลอมยาลูกกลอน ความ้าผลึกอสูรของสัตว์อสูรระดับฮวงบางชนิดรวมถึงหนังสัตว์และอื่นๆ เรียกได้ว่ามากมายหลายแขนงยิ่งนัก
หลังจากทำความคุ้นชิน จั่วเฉินก็เลือกมาภารกิจหนึ่งนั่นคือการล่าเอาผลึกอสูรของสัตว์อสูรมารทมิฬที่เป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสองมาสามก้อนหากทำภารกิจนี้สำเร็จ ก็จะได้รับค่าผลงานสามร้อยแต้มเป็รางวัล
นี่นับเป็ภารกิจที่ได้รางวัลสูงที่สุดแล้วเพราะสัตว์อสูรมารทมิฬเป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสอง นับเป็หนึ่งในสัตว์อสูรที่ค่อนข้างแข็งแกร่งยากที่จะสังหารได้
“บ้าจริง ค่าผลงานนี่ได้ยากชะมัด!”จั่วเฉินรู้สึกไม่พอใจอยู่นิดๆ
ก่อนหน้านี้ในระหว่างการทดสอบผลึกอสูรขั้นหนึ่งเพียงหนึ่งก้อนก็แลกค่าผลงานได้ร้อยแต้มแล้ว ทว่าตอนนี้กลับแลกได้เพียงสิบแต้มเท่านั้นซึ่งแตกต่างกันลิบลับ
หากรับภารกิจนี้ไปก็ได้ค่าผลงานเพียงสามร้อยแต้มเท่านั้นนับว่าห่างไกลกว่าที่้าอยู่มากโข เขา้าแลกเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตระดับมานุษขั้นสูงซึ่ง้าค่าผลงานถึงห้าพันแต้ม
อีกอย่างหากเขาคาดไม่ผิดหลังจากนี้ยังต้องฝึกธาตุโลหะ ไม้ น้ำ ดิน และลม อีกห้าธาตุ รวมๆ แล้วจึงเท่ากับว่าเขา้าค่าผลงานอย่างน้อยสองหมื่นห้าพันแต้ม
“เอาเถอะ ค่อยๆ สะสมไปแล้วกัน”จั่วเฉินพึมพำ
การล่าสังหารสัตว์อสูรมารทมิฬนับเป็ภารกิจระดับสองที่นี่มีภารกิจทั้งหมดเก้าระดับ ซึ่งรางวัลทีได้ก็จะแตกต่างกันไป เมื่อพิจารณาดูแล้วจั่วเฉินกลับพบเื่น่าเศร้าอย่างหนึ่ง ลำพังความสามารถของเขาในตอนนี้ สามารถทำได้ถึงภารกิจระดับสองเท่านั้น