ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 34 นี่มันเรื่องอะไรกัน

    ชุยเหลยยื่นแก้วเหล้าไปทางฉินลู่แล้วยกดื่ม

            “ฟินมาก! เหมาไถนี่สุดยอดจริงๆ”

            ชุยเหลยวางแก้วเหล้าลงพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็คีบเนื้อที่วางอยู่บนโต๊ะเข้าปากกลืนลงท้องโดยไม่เคี้ยว แล้วก็มองไปที่ฉินลู่ พูดว่า “นายก็ดื่มด้วยสิฉันดื่มไปสองแก้วแล้ว ทำไมนายไม่ดื่มล่ะ”

            ฉินลู่จ้องไปที่ชุยเหลยที่ไม่เป็นอะไรเลยอย่างประหลาดใจแล้วเขาก็ชิมเหล้าเมาไถที่อยู่ในแก้วอย่างสงสัย

            ไม่ผิดแน่ มันคือเหมาไถ มันคือเหล้าขาวจริงๆ ...

            “พี่... พี่ชาย นี่นายกำลังดื่มเหล้าขาวหรือเบียร์อยู่น่ะ”ฉินลู่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            ชุยเหลยโบกมือและพูด "เบียร์น่ะฉันดื่มเป็นถัง...”

            “เจ๋งมาก!” ฉินลู่ยกนิ้วโป้งให้

            “อย่าเปลี่ยนเรื่อง รีบดื่มสิ นายจะไม่ดื่มได้ยังไง!” ชุยเหลยไม่พอใจ เขารินเหมาไถให้ตัวเองอีกแก้วหยิบแก้วขึ้นมาแล้วพูดว่า “งั้นก็ได้ ฉันดื่มสามแก้ว นายดื่มหนึ่งแก้วโอเคไหมแบบนี้น่าสนใจกว่า ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ฉันดื่มหมดแก้วก่อนล่ะ”

            ขณะพูดเขาก็ดื่มเข้าไปอีกแก้ว

            ฉินลู่ที่ดูอยู่ก็แทบจะร้องไห้ออกมา

            “หมะ...แม้ว่ากระเพาะนายจะทนไหวแต่ตับนายจะทนไหวเหรอ นายจะดื่มแบบนี้ไม่ได้นะ”

            ชุยเหลยโบกมือทันที เขาพูดอย่างโอ้อวดว่า “ไม่ต้องไปกังวลเรื่องตับปอด ลำไส้ หรือกระเพาะอะไรนั่นหรอก ดื่มเข้าไปซะ! ก็สิ้นเรื่อง”

            ทันทีที่พูดจบ ชุยเหลยก็รินให้ตัวเองอีกแก้ว แต่หลังจากเทลงไปเขาก็พบว่าเหล้าในขวดนั้นเหลือพอสำหรับครึ่งแก้วเท่านั้น...

            “นี่มันอะไรกัน ใส่มาแค่นี้เองเหรอ”

            ชุยเหลยวางขวดเหมาไถลงด้วยความไม่พอใจจากนั้นก็มองไปที่แก้วเหล้าในมือของฉินลู่ พลางเลียริมฝีปากตัวเอง พูดว่า “พี่ชายตกลงนายจะดื่มหรือไม่ดื่ม”

            ฉินลู่ดูออกว่าชุยเหลยหมายถึงอะไรเขายื่นแก้วเหล้าในมือให้เขาและพูดว่า “งะ...งะ...งั้นนายแบ่งไปหน่อยไหม”

            “โอเค!” ชุยเหลยรับแก้วเหล้าที่อยู่ในมือฉินลู่ไปทันทีจากนั้นก็นำไปเติมใส่แก้วตัวเองจนเต็ม แล้วจึงส่งอีกครึ่งแก้วที่เหลือคืนให้ฉินลู่“นี่ของนาย! ฉันช่วยดื่มนิดหน่อยละกัน เดี๋ยวนายไม่ยอมดื่มผู้ใหญ่เวลาดื่มเหล้าเขาก็ต้องดื่มคำใหญ่ๆ”

            ฉินลู่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี  “งั้นที่เหลือก็ให้นายเลยแล้วกัน”

            “ไม่ได้!” ชุยเหลยยื่นมือออกไปปฏิเสธจากนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “ของนายก็น้อยขนาดนั้นแล้วฉันจะแย่งนายอีกได้ยังไงล่ะ อย่างที่เขาว่ากันว่าเราอาจจะพบเจอสิ่งสวยงามได้อีกมากมาย แต่คว้าไว้เพียงหนึ่งเดียวก็เพียงพอแล้วสุภาพบุรุษสามารถดื่มเหล้าเพียงจิบเดียวเท่านั้น”

            เมื่อพูดอย่างนั้นชุยเหลยก็ดื่มเหล้าที่อยู่ในมือของเขาหมดภายในอึกเดียว และพูดอย่างสะใจว่า“สุดยอดจริงๆ !เหมาไถเป็นเหล้าขาวที่อร่อยที่สุดเลย!”

            ฉินลู่ยิ้มอย่างขมขื่น

            หลังจากที่ชุยเหลยดื่มเหล้าหมดเขาก็เงยหน้ามองเหล้าครึ่งแก้วในมือฉินลู่ และกลืนน้ำลาย

            ฉินลู่ยื่นเหล้าไปให้เขา “ให้นาย”

            “พี่ชาย ช่างใส่ใจจริงๆ!เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” ชุยเหลยมีความสุขในทันทีจากนั้นก็รับเหล้าจากมือของฉินลู่ไปโดยไม่สนใจว่าฉินลู่ได้ดื่มเหล้าแก้วนี้ไปแล้วและเขาก็ดื่มมันจนหมดในครั้งเดียว “ฟินมาก”

            เขาวางแก้วเหล้าลง ชุยเหลยยังคงไม่จบ พูดกับฉินลู่ว่า “พี่ชายนายไม่ดื่มแล้วจริงๆ เหรอ น่าเสียดายมากเลยนะถ้าไม่ดื่มเหมาไถนี่น่ะ”

            แล้วฉันยังมีเหลืออยู่หรือไง

            ฉินลู่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

            ชุยเหลยยืนขึ้น พูดกับสาวใช้ที่อยู่ข้างๆ เขา“เอาเหมาไถมาให้ฉันอีกสักขวดสิ”

            “ไม่ต้องดื่มแล้ว!”ในที่สุดชุยฮุ่ยฮุ่ยที่อยู่ข้างๆ ก็ทนไม่ไหว เธอยืนขึ้นตรงหน้าชุยเหลย“นายดื่มไปขวดนึงแล้วนะ! ไม่ต้องดื่มแล้ว”

            ชุยเหลยดูเหมือนจะกลัวชุยฮุ่ยฮุ่ยน้องสาวคนนี้มากชายร่างใหญ่ทำหน้าบึ้งเหมือนเด็กแล้วนั่งลง

            ขณะที่ฉินลู่และชุยเหลยกำลังคุยกันคุณย่าที่นั่งบนรถเข็นออกไปทักทายแขกแต่ละโต๊ะจนครบแล้วและในที่สุดก็มาถึงโต๊ะสุดท้ายที่พวกฉินลู่นั่งอยู่

            ซุนอิงเห็นคุณย่าของเธอกำลังมา จึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปหาจับมือคุณย่าและพูดอย่างมีความสุข “คุณย่าคะ หนูแนะนำให้คุณย่ารู้จักนะคะนี่คือเพื่อนของหนูค่ะ ชื่อฉินลู่”

            “สวัสดีครับคุณย่า” ฉินลู่โค้งคำนับอย่างสุภาพ

            คุณย่ามองฉินลู่ขึ้นลงอย่างพิจารณา พยักหน้าและพูดว่า “อืม สวัสดีจ๊ะพ่อหนุ่ม”

            หลังจากพูดจบ คุณย่าก็หันไปมองซุนอิง และพูดอย่างใจดีว่า“ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนแกเหรอ ไม่เลวนะ หน้าตาหล่อเหลา แถมยังดูมีความรู้อีก ดีมาก”

            ฉินลู่ตกตะลึงทันที

            ซุนอิงก็รู้สึกมึนงงทันที

            “คุณย่าอย่าพูดซี้ซั้วสิคะ เราเป็นแค่เพื่อนกันเฉยๆ ค่ะคุณย่าคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย”

            “ฮ่าๆๆ ...” คุณย่าหัวเราะอย่างมีความสุขลูบหัวเล็กๆ ของซุนอิง “เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เหรอ”

            ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณย่าเหลือบมองฉินลู่ จากนั้นก็จ้องไปที่ซุนอิงและพูดว่า“แม่ครับ เรามาเริ่มงานเลี้ยงกันเถอะครับ”

            เห็นได้ชัดเจนว่าชายคนนั้นไม่ต้องการให้คุณย่าพูดถึงเรื่องนี้

            “เฮ้อ”

            คุณย่าถอนหายใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลยแล้วกัน”

            ฉินลู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตาเป็นประกายทันที

            ดูเหมือนว่าเรื่องราวของตระกูลซุนนี้จะมีไม่น้อยเลยนะ

            ในที่สุดงานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

            คุณย่านั่งอยู่ที่ที่นั่งประธาน

            “คุณย่าครับ วันเกิดของคุณย่าในครั้งนี้ผมขอมอบของขวัญวันเกิดให้คุณย่าก่อนเลยนะครับ!”

            คนแรกที่พูดขึ้นคือซุนหย่ง เขาเปิดกล่องข้างที่วางอยู่ด้านล่างหยิบกล่องเล็กๆ ออกมา แล้วเปิดกล่องเล็กๆ นั่นด้วยความระมัดระวัง

            เมื่อแขกที่มาร่วมงานเห็นว่าซุนหย่งเปิดอย่างระมัดระวังเช่นนี้พวกเขาจึงสนใจของขวัญวันเกิดของเขามาก

            คุณย่าที่นั่งอยู่ก็มองกล่องเล็กๆ นั้นด้วยความสงสัย

            ซุนหย่งยิ้ม และยื่นกล่องในมือให้คุณย่า “คุณย่าครับนี่คือของขวัญวันเกิดที่ผมมอบให้คุณย่าครับ”

            คุณย่ารับกล่องไป และพูดด้วยความสงสัย “นี่คืออะไรน่ะเสี่ยวหย่ง”

            “เดี๋ยวคุณย่าเปิดดูก็รู้ครับ” ซุนหย่งพูดพร้อมกับทำสีหน้าลึกลับ

            ตระกูลซุนอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ดีมากซึ่งไม่ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องครอบครัวทั่วไปเลย แต่ไม่ว่าอย่างไรในฐานะที่เป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องมีการแข่งขันกันอยู่บ้าง

            ดังนั้นของขวัญวันเกิดนี้ก็ถือว่าเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งดูว่าของขวัญของใครสามารถเอาใจผู้สูงวัยได้มากกว่ากัน

            “โอเคๆ ฉันจะดูว่าของขวัญที่เสี่ยวหย่งมอบให้คืออะไรกันแน่” คุณย่ายิ้มและเปิดกล่องนั้นออกจากนั้นก็เห็นถุงผ้าฝ้ายสีแดงอยู่ข้างใน

            “นี่คือ?” คุณย่ามองซุนหย่งอย่างสงสัย

            “คุณย่าเปิดถุงออกอีกสิครับ”

            ฉินลู่แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

            ซุนหย่งคนนี้เก่งจริงๆ ...

            คุณย่าเปิดถุงที่อยู่ในมือออกอีกครั้ง ด้านในมีกล่องกระดาษแข็งเล็กๆอยู่

            “ฮ่าๆๆ ...”

            ห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่เป็นมิตรจากทุกคน

            คุณย่าก็ยิ้ม เธอเปิดกล่องกระดาษแข็งเล็กๆ ต่อไปและหยิบเหรียญกษาปณ์สีเงินออกมา

            “นี่คือ?”

            คุณย่ากำลังจะถาม แต่เมื่อเธอเห็นรูปที่อยู่บนเหรียญเธอก็พูดด้วยความประหลาดใจทันที “เหรียญกษาปณ์!”

            “เหรียญกษาปณ์”

            “ใช่เหรียญกษาปณ์เหรอ”

            “หรือว่ามันคือเหรียญกษาปณ์หยวนต้าโถว?”

            ทันใดนั้นทุกคนต่างก็คุยกันถึงของขวัญ

            ซุนหย่งพอใจกับปฏิกิริยาของคุณย่าและทุกคนมาก พูดอย่างภาคภูมิใจว่า“คุณย่าครับ นี่คือของขวัญที่ผมมอบให้คุณย่า เหรียญกษาปณ์หยวนต้าโถว!”

            “และนี่เป็นรุ่นลงนามแล้วด้วยครับ!”

            “ฮู่ว...”

            ในห้องโถง คนที่มีความเข้าใจนิดหน่อยเกี่ยวกับมันต่างพากันพ่นลมเย็นๆออกมาทันที

            สายตาของฉินลู่ก็แปลกไปเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน