.
.
.
-[ ตึง ตึง ตึง ภารกิจคำขอของจ้าวหมื่นมาร ]-
เฉียวเฟิงน้อยตื่นขึ้นจากการหลับใหล หลังจากได้ยินเสียงจากระบบสังหารเทพดังก้องกังวานในห้วงจิตของตัวเอง ตาเล็กๆ กลมใสของเฉียวเฟิงลืมตาขึ้น ไม่ช้าตัวของเฉียวเฟิงก็พบกับสตรีผู้คุ้นเคยตรงหน้า
นางในต้องนี้ดูสวยงามกว่าภาพเสมือนที่จ้าวหมื่นมารเคยสร้างให้ดูเสียอีก อาจจะด้วยเพราะยังดูอ่อนเยาว์และแข็งแรงกว่า่เวลานั้นมากนัก
นอกจากจะมีเพียงผิวพรรณที่ดูสีจะเข้มมากกว่าสตรีทั่วไปเสียหน่อย ซึ่งนั้นก็คงเพราะนางเป็สตรีที่ต้องทำงานหนักตากแดดตากลมมากในตอนนี้
… และทันใดนั้นเอง เสียงเตือนจากระบบสังหารเทพดังอีกครั้ง
-[ เศษเสี้ยวความรู้สึกของจ้าวหมื่นมารปลดผนึก ]-
ทันทีที่สิ้นเสียงจากห้วงจิต ความรู้สึกต่างๆ ของจ้าวหมื่นมารก็ถาโถมเข้าใส่เฉียวเฟิง หัวใจของเฉียวเฟิงสั่นเครือ ความเ็ปทางใจเกินอดกลั้น จากนั้นความรู้สึกสุขใจ อิ่มใจ ก็วิ่งเข้ามาราวกับว่าตัวเองเป็จ้าวหมื่นมารจริงๆ จ้าวหมื่นมารที่ได้กลับมาเจอแม่ผู้เลี้ยงดูตัวมันอีกครั้ง เฉียวเฟิงตอนนี้น้ำตานองหน้าความนึกคิดราวกับมันคือจ้าวหมื่นมารจริงๆ ที่กำลังมีโอกาสได้กลับมาเจอท่านแม่ที่แสนดีของตัวมัน…
มือเฉียวเฟิงน้อยยกมือเล็กๆ ขึ้น ก่อนจะพูดหนึ่งคำเบาๆ ซ้ำไปซ้ำมา “แม่… แม่”
สตรีเหมียวได้ยินดังนั้นก็ราวกับฟ้าผ่าที่กลางใจ รู้สึกดีใจและสุขใจยิ่งนักไม่รู้ว่าด้วยเพราะเหตุใด นางจ้องมองทารกน้อยไม่ละสายตา ก่อนจะก้มตัวไปอุ้มทารกน้อยขึ้นมา สภาพเด็กน้อยตอนนี้ดูน่าสงสารยิ่งนัก
เพราะผิวกายทารกน้อยเต็มไปด้วยแผลิัลอกเป็เปลือยเป็สะเก็ดแข็งไปทั่วร่างกาย บางจุดของทารกน้อยเืก็ยังซึมอยู่เลย
ภาพนี้ทำให้หัวใจนางพลางคิดไปว่า เด็กคนนี้คงถูกบิดามารดาหรือตระกูลทิ้งเพราะรังเกียจ ที่เด็กทารกผู้นี้ป่วยเป็โรคเป็แน่ เพราะแม้แต่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ก็มีครอบครัวไม่น้อยที่เลือกทิ้งเด็กน้อยปล่อยลอยน้ำ หากบุตรที่เกิดมาไม่สมประกอบ
เมื่อนางคิดได้เช่นนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ ในใจสงสารทารกน้อยผู้นี้ยิ่งนัก ระหว่างที่อุ้มทารกน้อยไม่รู้ทำไม หัวใจนางมีความสุขอย่างประหลาด ยิ่งพอเห็นทารกน้อยยิ้มนางก็ยิ่งพอใจ แม้ผิวพรรณของทารกน้อยผู้นี้จะมีแผลตกสะเก็ดเป็จำนวนมาก ดูไม่น่ารักไม่น่ามองเหมือนเด็กน้อยผู้อื่นก็ตาม แต่ตอนนี้นางก็ตัดสินใจได้ในทันทีที่จะเลี้ยงดูทารกน้อยผู้นี้ให้เป็บุตรรักของตัวนางเอง ระหว่างอุ้มทารกน้อย นางก็สังเกตผ้าที่คุมกายทารกน้อย นางเห็นมีคำสามคำปักเอาไว้อยู่
-[ จ้าว เฉียว เฟิง ]-
-[ 8 ปีต่อมา ]-
นับจากวันที่ได้เจอท่านแม่ผู้เลี้ยงดู จนถึงวันนี้เฉียวเฟิงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาศาสตร์ต่างๆ ในห้วงจิตและก็ได้พบว่าความรู้และความทรงจำต่างๆ ของจ้าวหมื่นมารนั้นไม่อาจจะเข้าถึง หรือเข้าไปศึกษาได้ทั้งหมด นั่นไม่ใช่เพราะความรู้และความทรงจำของจ้าวหมื่นมารนั้นหายไป เพียงแต่…
จ้าวหมื่นมารนับว่ามีลูกเล่นต่อเฉียวเฟิงไม่น้อย ไม่ได้มอบความรู้ให้เฉียวเฟิงทั้งหมดแบบง่ายๆ หากแต่ต้องมีการทำภารกิจ โดยการทำความปรานาต่อบุคคลทั้ง 4 ของจ้าวหมื่นมารให้เป็จริง
ตัวของเฉียวเฟิงจึงจะสามารถเปิดผนึกความรู้และสิ่งที่ต่างๆ ที่จ้าวหมื่นมารซ่อนอยู่ในห้วงจิตของเฉียวเฟิงได้
และหลังจากพูดคุยกับิญญาเสมือนของจ้าวหมื่นมารมาหลายปี ก็พบว่า ตัวระบบมันเติบโตขึ้นได้และสามารถพูดคุยกันรู้เื่เช่นเดียวกัน ตอนนี้ไอ้เ้าระบบนี้มันเรียกตัวเองว่า ‘มารน้อย’ ไม่ใช่ระบบแนะนำโฮสอีกต่อไป
ยิ่งตัวเฉียวเฟิงเติบโติญญาเสมือนของจ้าวหมื่นมารก็คล้ายเติบโตไปด้วยกัน จากการเรียนรู้โลกผ่านตัวเฉียวเฟิง
และนอกจากนั้น เื่หนึ่งที่คล้ายจะเป็เื่สำคัญ คือการเปิดผนึกที่จ้าวหมื่นมารซ่อนไว้ในห้วงจิตของตัวเฉียวเฟิงนั้น ก็ยังเป็อีกวิธีที่จะช่วยทำให้ “มารน้อย” เติบโตอย่างรวดเร็ว
นับจากวันนั้น ั้แ่วันที่เจอท่านแม่ผู้เลี้ยงดู สิ่งพิเศษสิ่งหนึ่งก็ได้เกิดขึ้นกับเฉียวเฟิง นั่นก็คือ การที่ตัวมันเปิดใช้งานระบบหน้าสถานะ ซึ่งเป็การประเมินคุณค่าในแบบของเกม โดยมีเ้ามารน้อยเป็คนดูแลระบบและข้อมูล
————————————————
ชื่อ : จ้าว เฉียว เฟิง
ระดับฝึกฝน : [ ระดับ 2] ฐานพลัง สำเร็จ 5 ขั้น จาก 9 ขั้น (อยู่ในระดับของผู้เริ่มต้นฝึกวรยุทธ์ สำหรับข้าจ้าวมารน้อยผู้ยิ่งใหญ่แล้ว คิดว่าพลังระดับนี้เพียงพอแค่ท่องในหมู่บ้านเล็กๆ เท่านั้น ถ้าเทียบกับท่านจ้าวหมื่นมาร ณ จุดสูงสุด เกรงว่าแค่ท่านหายใจรดใส่เ้าก็อาจจะตายได้ในทันที)
สภาวะร่างกาย : [44/105] (อ่อนแอถึงที่สุด แม้ท่านจะเจ็บป่วยก็ไม่อาจจะเอามาเป็ข้ออ้าง ท่านจ้าวหมื่นมารมีร่างกายที่แกร่งกว่าท่านมาก แม้ท่านจะเจ็บป่วยมากกว่าท่านในตอนนี้)
พลังกาย : [22] (กระจอก ท่านควรขยันฝึกมากกว่านี้ แม้ท่านจ้าวหมื่นมารจะเจ็บป่วยก็มีพลังกายสูงกว่าท่าน)
พลังปราณ : [602] (ผ่าน ท่านเป็เด็กนรกที่มีพลังปราณเหนือผู้ใหญ่ในวัย 20 ปี แต่ทั่วไปในระดับ “ฐานพลัง” หากจ้าวหมื่นมารมีโอกาสเช่นท่าน ท่านคงทำได้ดีกว่านี้มากนัก)
พลังิญญา : [284] (ผ่าน ท่านนับเป็หนึ่งในผู้มีพร์ด้านิญญา)
ห้าธาตุ : [ดิน 102] : [น้ำ 89] : [ลม 260] : [ไฟ 456] : [ ทอง เหล็ก 96] (ดูเหมือนท่านจะเชี่ยวชาญในวิชาธาตุไฟ แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าต้องบอกท่านไว้ ธาตุไม่ได้มีแค่ 5 ท่านยังมีสิ่งที่ต้องค้นพบอีกมาก หุหุ)
วิชาที่มี : [ระดับเบื้องต้น 1222] : [ระดับต่ำ 922] : [ระดับกลาง 1] (ท่านมีวิชาระดับขยะของท่านจ้าวหมื่นมารเต็มไปหมด)
สถานะพิเศษ : [เศษจิติญญาจ้าวหมื่นมาร] : [เนตริญญาของขวัญจากจ้าวหมื่นมาร]
*** หน้าต่างสถานะของเฉียวเฟิงมักมีข้อความต่อท้ายเป็ความคิดเห็นของเ้ามารน้อยอยู่เสมอๆ
————————————————
‘นั่นแหละก็จากที่เห็นดูเหมือนว่านอกจากพลังปราณแล้ว ข้าดูจะสู้จ้าวหมื่นมารในอดีตไม่ได้เลย อาจจะยกเว้นการที่ข้ามีขยะของเขามากมาย ส่วนพลังในธาตุทั้งห้า ข้าก็คงไม่อาจจะเอาไปเปรียบเทียบกับท่านจ้าวหมื่นมารผู้นั้นของเ้าได้ ก็เพราะเขาในวัยเดียวกับข้า ก็คงจะยังไม่ได้เริ่มเรียนรู้วิชาใดๆ เลยด้วยซ้ำ’ เฉียวเฟิงคุยกับมารน้อยในห้วงจิต
‘ฮาฮา ถ้าเ้ารู้ตัวแบบนี้ก็ดี ข้าละเบื่อหน่ายในความอ่อนแอ่ของเ้าเต็มทน แม้เ้าจะมีปัญญาอยู่บ้าง แต่ความอดทนของเ้าตอนนี้ เมื่อเทียบกับท่านจ้าวหมื่นมารที่สร้างข้าขึ้นมา เ้ามันช่างธรรมดายิ่งนัก’
เฉียวเฟิงแอบกลุ้มใจเล็กๆ หลายปีมานี้อยู่กับเ้ามารน้อยมาตลอดดูเหมือนมันจะได้รับอิทธิพลบางอย่าง
มันมีนิสัยและจิตใจที่ชอบเอาเฉียวเฟิงไปเปรียบเทียบกับจ้าวหมื่นมารอยู่เสมอ ด้วยมันสมองแบบเด็กๆ ของมัน ทำให้เ้ามารน้อยลืมคิดไปว่า จ้าวหมื่นมารตอนเด็กนั้นใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก และทำทุกสิ่งเหนือคนธรรมดาทำให้มีร่างกายแข็งแกร่ง แต่ไร้ฐานพลังปราณโดยสิ้นเชิง ส่วนเฉียวเฟิงมีความรู้ที่จ้าวหมื่นมารทิ้งไว้ให้ ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้มากกว่า จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกพลังปราณและคัมภีร์ยุทธ์ ถ้าให้สู้กันตอนนี้กับจ้าวหมื่นมารในวัยเดียวกัน ร้อยจ้าวหมื่นมารก็ไม่อาจจะทำให้เฉียวเฟิงได้แผล แต่เ้ามารน้อยมันก็ช่างเปรียบเทียบ ‘มันคงมีจ้าวหมื่นมารเป็ไอดอล’ เฉียวเฟิงคิดในใจ (- -“)