ตอนที่81 จักรพรรดิโดยชอบธรรม
“คุณอัลเฟรด พวกเราบุกโจมตีเลยดีมั้ยครับ” หมิง หันไปถามอัลเฟรด
อัลเฟรดที่กำลังดูสถานการณ์ของสนามรบด้านหน้าส่งเสียงอืมในลำคอเล็กน้อยก่อนจะหันมาตอบคำถามของหมิง
“ดูเหมือนแผนการของคุณทีชจะสำเร็จนะขอรับ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะก่อนที่จะหมดสนุก”
พูดจบก็ปลดหอกจากด้านหลังออกมาถือพร้อมกับใช้ขาตีสีข้างของม้าเพื่อบังคับให้ม้าวิ่งไปด้านหน้า “โจมตี!”
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งหมิงและอัลเฟรดก็ทะยานนำหน้ากองทัพทหารกว่า300 คน พุ่งเข้าโรมรันกับศัตรูอัลเฟรดใช้หอกยาวแทงเข้าใส่ทหารของอิกิ๋มอย่างแม่นยำทำให้ทหารตายในหอกเดียว
ส่วนหมิงนั้นไม่ถนัดการสู้บนหลังม้าเท่ากับอัลเฟรดแต่สำหรับอัจฉริยะแบบหมิงมีหรือที่จะยอม เมื่อไม่เป็นก็ต้องฝึกครั้งนี้หมิงเลือกที่จะอยู่บนหลังม้าต่อไป เขากำลังคิดว่านี่คือการฝึกอีกรูปแบบหนึ่งแถมยังได้ฝึกในสนามรบจริงอีกด้วยถึงแม้ว่าจะเป็นสนามรบเล็กๆ ก็ตามหมิงกลับไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองต่อ
อิกิ๋มที่เห็นกองกำลังของหมิงและอัลเฟรดที่มีจำนานกว่า300 คนและทหารที่มาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งไม่ด้อยกว่าทหารของเขาทำให้อิกิ๋มนั้นรู้ได้ทันทีว่าศึกนี้เขานั้นแพ้แล้ว
“เหอะ! ถึงข้าจะแพ้ศึกในสนามรบ แต่ข้ายังไม่คิดจะยอมแพ้การประลองนี้แน่!”อิกิ๋ม ตะวาดขึ้นเสียงดังพร้อมกับเหวี่ยงขวานศึกเข้าใส่เตียวเลี้ยวอย่างดุดัน
ขวานทะลาย!
เปรี๊ยง!
เตียวเลี้ยวถึงกับผงะถอยหลังไปหลายก้าวเขาได้แต่คิดในใจว่าอิกิ๋มในตอนนี้ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมากมายนักเตียวเลี้ยวตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะไปชำเลืองมองสนามรบอีกแล้วตอนนี้เขาต้องตั้งสมาธิรับมือกับอิกิ๋มอย่างจริงจังเขาสูดลมหายใจลึกพร้อมกับบรรยากาศและความกดดันที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
อิกิ๋มที่เห็นเตียวเลี้ยวกำลังจะเอาจริงก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อยเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากเดิม “แม่ทัพเตียว...ขอบคุณที่ให้เกียรติคนอย่างข้า...ตอนนี้ข้าไม่เสียใจอีกแล้วที่ได้ประมือกับท่าน...มาเถอะท่านแม่ทัพ!”
อิกิ๋มพูดแบบนั้นเพราะตอนนี้เขาไม่มีความอิจฉาหลงเหลืออีกแล้วเขารู้แล้วว่าเตียวเลี้ยวนั้นเป็นของจริงที่เขาไม่อาจเทียบได้แต่เขาเองก็ไม่คิดจะเอาตัวรอดด้วยการยอมแพ้ในช่วงชีวิตที่แล้วเขาเคยกระทำผิดจนตรอมใจตายมาครั้งนี้เขาไม่คิดจะทำตัวเองให้เสียศักดิ์ศรีอีกในเมื่อลั่นวาจาไปแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมกับพวกของเตียวเลี้ยว ก็มีเพียงทางเลือกเดียวคือต่อสู้ให้สุดฝีมือและตายจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
การต่อสู้รุนแรงขึ้นอย่างมากเตียวเลี้ยวใช้ง้าวได้คล่องแคล่วกว่าที่ใครหลายคนจะคาดคิดถึงแม้เตียวเลี้ยวจะดูเหมือนคนที่มีอายุ 40 กว่าปีแต่ชั้นเชิงและประสบการณ์ที่ต่อสู้มาหลายศึกกลับทำให้เขาดูเหมือนกับขุนเขาลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านและไม่มีวันล้มลง
อิกิ๋มพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีมากกว่าอีกฝ่ายเข้าโจมตีแต่อีกฝ่ายกลับป้องกันและโจมตีสวนกลับมาได้ทุกครั้ง หลายๆกระบวนท่าที่เตียวเลี้ยวสวนกลับมานั้นเกือบจะเอาชีวิตเขาไปหลายครั้งแล้ว
เปรี๊ยง!
อั๊ก!
อิกิ๋มถูกเตียวเลี้ยวฟาดง้าวเข้าใส่ในขณะที่จุดศูนย์ถ่วงของเขาไม่มั่นคงทำให้ข้อเท้าข้างซ้ายของเขาพลิกจนมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้น
‘แย่แล้ว...เราไม่อาจขยับได้ดั่งใจอีกแล้ว’
อิกิ๋มคิดในใจพยายามหาทางออกแต่เหมือนเตียวเลี้ยวจะรู้ว่าข้อเท้าอิกิ๋มบาดเจ็บเขาชิงจู่โจมเข้าใส่อีกหลายกระบวนท่าโดยพยายามให้ข้อเท้าข้างซ้ายของอิกิ๋มต้องรับภาระหนักขึ้น
อิกิ๋มที่กำลังกัดฟันอดทนความเจ็บปวดที่มากขึ้นเรื่อยๆแขนทั้งสองข้างเมื่อไม่มีแรงส่งจากเท้าก็พลอยต้องรับภาระหนักไปด้วยเพราะเขานั้นไม่อาจผ่อนแรงลงได้
“เจ้าเป็นแม่ทัพที่ดี...เพียงแต่ประสบการณ์ยังน้อยกว่าข้านักข้าที่เคยอยู่เคียงข้างยอดนักรบย่อมมีวิธีการต่อสู้มากมายนัก...ข้อเท้าของเจ้าคงเจ็บมากใช่หรือไม่”เตียวเลี้ยว พูดขึ้น
“ท่านตั้งใจให้ข้อเท้าข้าบาดเจ็บ?” อิกิ๋มตกตะลึงความจริงในใจของเขานั้นคิดว่าเป็นเขาที่พลาดท่าจนข้อเท้าพลิกเองแต่เมื่อฟังจากที่เตียวเลี้ยวพูดออกมาเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นเตียวเลี้ยวต่างหากที่จงใจใช้กระบวนท่าโจมตีเพื่อเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของเขาหลังจากนั้นก็ทำให้ข้อเท้าของเขาบาดเจ็บ
“ถูกต้อง! หากท่านมิได้ใช้ขานศึกแต่ใช้หอก...บางทีข้าอาจจะสู้ท่านไม่ได้”เตียวเลี้ยว ตอบคำถามอิกิ๋มพร้อมกับฟันง้าวใส่หน้าอกอิกิ๋ม“แต่มันสายไปเสียแล้ว...ท่านไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกแล้ว...”
ฉัวะ!
อ๊ากกกกก!
อิกิ๋มเอามือจับหน้าอกพร้อมกับทรุดลงกับพื้นเขาเงยหน้ามองเตียวเลี้ยวเขาย่อมเข้าใจว่าถ้าหอกใช้หอกที่มีน้ำหนักเบากว่าขวานศึกเตียวเลี้ยวคงเคลื่อนจุดศูนย์ถ่วงของเขาได้ยากกว่านี้ แต่อิกิ๋มในเวลานี้ได้ยอมรับนับถือในฝีมือของเตียวเลี้ยวแล้วย่อมคาดเดาได้ว่าหากเขาใช้หอกเตียวเลี้ยวก็คงมีวิธีการรับมืออื่นๆอีกอยู่ดี
“ได้ตายด้วยน้ำมือของยอดแม่ทัพเช่นท่านข้า อิกิ๋มไม่คิดเสียใจ...แต่ก่อนที่ข้าจะตาย...แม่ทัพเตียวโปรดจงระวังนายท่านเอาไว้...เวลานี้ที่ข้างกายของนายท่านมียอดคนจากอดีตที่ฝีมือสูงส่งอยู่ด้วย”อิกิ๋ม นั่งคุกเข่าแล้วหลับตาลง เป็นการแสดงถึงการยอมแพ้ของเขา
“ขอบคุณสำหรับคำเตือน...แต่ข้าหากลัวไม่...แม่ทัพอิกิ๋มโปรดล่วงหน้าไปก่อน...แล้วข้าเตียวเลี้ยวจะตามไปชดใช้ให้ในภายหลัง”พูดจบง้าวก็ฟันเข้าใส่คอของอิกิ๋ม
เตียวเลี้ยวตัดหัวของอิกิ๋มลงมาเป็นอันสิ้นสุดศึกนี้และยังเป็นการสิ้นสุดชีวิตของแม่ทัพชั้นยอดแห่งยุคสามก๊กอีกคนหนึ่ง ‘อิกิ๋ม’ ห้าทหารเสือของวุยก๊กได้สิ้นชีพลงแล้ว
ทีชที่เห็นชัยชนะของเตียวเลี้ยวจึงตัดสินใจจะเดินเข้าไปหาแต่ทว่าเสียงของระบบกลับดังขึ้นมาเสียก่อน
[แจ้งเตือนจากระบบของทวีปตะวันออก :เนื่องจากมีผู้เล่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องลับและได้ทำให้เกิดเหตุการณ์พิเศษขึ้นที่ทวีปตะวันออกระบบจะทำการปลดปล่อยบุคคลในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊กทั้งหมดเข้าสู่เกมจะมีกองกำลังของ วุยก๊ก,จ๊กก๊ก,และง่อก๊กปรากฏขึ้น โดยที่เป้าหมายของทุกก๊กคือครอบครองแผ่นดินของทวีปตะวันออกทั้งหมด]
หลายๆคนทั่วทั้งทวีปตะวันออกต่างกำลังตกอยู่ในความงุนงงพวกเขากำลังคิดอยู่ว่าสิ่งที่ระบบประกาศออกมานั้นจะส่งผลอะไรบ้าง แต่ในขณะนั้นเอง
ติ้ง!
[แจ้งเตือนจากระบบของทวีปตะวันออก : เนื่องจากผู้นำของยุค 3 ก๊ก ‘เล่าปี่’ กลายเป็นขุนพลของผู้เล่นทำให้ไม่มีกองกำลังของจ๊กก๊กเกิดขึ้น]
ติ้ง!
[แจ้งเตือนจากระบบของทวีปตะวันออก : เนื่องจากผู้นำของยุค 3 ก๊ก ‘ซุนกวน’ ได้เสียชีวิตไปแล้วทำให้ไม่มีกองกำลังของง่อก๊กเกิดขึ้น]
ติ้ง!
[แจ้งเตือนจากระบบของทวีปตะวันออก : เนื่องจากมีกองกำลังถึง 2 ก๊กที่หายไป ระบบจะทำการคำนวณให้กองกำลังของวุยก๊กมีจำนวนมากกว่าเดิม โดย‘โจโฉ’ ที่เป็นผู้นำของก๊กจะกลายเป็นเจ้าเมืองของเมืองหลวงที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีปตะวันออกและโจโฉจะมีสถานะเป็นจักรพรรดิโดยชอบธรรม สำหรับบุคคลในประวัติศาสตร์ของก๊กอื่นระบบจะยังทำการเพิ่มเข้ามาในเกมตามปกติเพียงแต่บุคคลเหล่านั้นจะแยกย้ายกันไปทั่วทั้งทวีปตะวันออก]
……
เมื่อประกาศครั้งสุดท้ายสิ้นสุดทั่วทั้งทวีปตะวันออกต่างตกอยู่ในความโกลาหลทุกคนต่างเรียบเตรียมพร้อมออกตามหาบุคคลในประวัติศาสตร์ที่กระจัดกระจายไปทั่วทวีปอย่างเร่งด่วนกิลใหญ่ๆหลายกิลต่างส่งกองกำลังออกค้นหากันให้ทั่วเพื่อที่จะได้ดึงตัวบุคคลเหล่านั้นมาเข้าร่วม
มอนจีและอิจิโนเสะที่กำลังจัดทัพเพื่อออกไปตามหาเหมืองแร่บนเขาได้แต่รู้สึกทึ่งในใจเขาไม่รู้ว่ากุยแกคาดเดาได้ยังไงว่าศัตรูคือโจโฉเพราะหากฟังจากระบบนี่หมายความว่ามีคนเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์บางอย่างจนทำให้โจโฉตัดสินใจออกมาก่อนกำหนดไม่ใช่เหรอ
“ท่านกุนซือรู้ได้ยังไง?” มอนจี หันไปถามอิจิโนเสะแต่ปรากฏว่าอิจิโนเสะเองก็กำลังงุนงงอยู่เช่นกัน
เว่ยเถียนที่กำลังเดินเข้ามาหามอนจีและอิจิโนเสะได้ชูกระดาษที่ดูเหมือนเป็นจดหมายขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“คิกคิก ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก...ข้าเองก็พึ่งจะรู้เหมือนกัน...จากจดหมายนี้”
“จดหมาย...จากใคร?” มอนจี หันมาถามเว่ยเถียน แต่เว่ยเถียนกลับยื่นจดหมายส่งให้มอนจีแล้วบอกเพียงว่า“จดหมายจากแม่ทัพฮิเดโยชิ”
มอนจีหยิบจดหมายมาเปิดอ่านอิจิโนเสะเองก็อยากรู้อยากเห็นจึงชะโงกหน้าเข้ามาอ่านด้วยอีกคนใจความในจดหมายได้บอกเอาไว้ว่า
‘เรียนท่านกุนซือ...เรื่องที่ท่านได้ไหว้วานให้ข้าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี...ข้าไม่คิดว่าแม่ทัพเตียวจะหลอกพวกเราข้าคิดว่าพวกเราสามารถไว้ใจแม่ทัพเตียวได้...เพียงแต่ว่าดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้อาจจะยุ่งยากสักหน่อยปรากฏว่าหัวหน้าของค่ายโจรคือ อะแวสะดอ ตาและที่เป็นจอมโจรขมังเวทย์และที่สำคัญคือจอมโจรขมังเวทย์ผู้นี้กลับคบค้าสมาคมกับแม่ทัพ‘อิกิ๋ม’ ’
อิจิโนเสะและมอนจีอ่านจบก็เงยหน้าขึ้นเว่ยเถียนที่เห็นว่าทั้งคู่อ่านจบจึงพูดขึ้น
“ดูเหมือนผู้เล่นที่เข้าไปเกี่ยวข้องคงจะเป็นหัวหน้าของพวกเรากับหมิงเองนี่แหละหากข้าเดาไม่ผิด...อิกิ๋มคงตายด้วยน้ำมือใครสักคนระหว่างฮิเดโยชิหรือไม่ก็เตียวเลี้ยวไปแล้วทำให้เงื่อนไขที่จะปล่อยโจโฉที่เป็นหัวหน้าของวุยก๊กออกมาและเมื่อเกมปล่อยบุคคลระดับนั้นออกมาย่อมต้องปล่อยบุคคลในระดับเดียวกันของยุคนั้นออกมาด้วย…เพียงแต่คนหนึ่งเป็นขุนพลของ‘จ้าวไห่เฉิง’ ไปแล้วส่วนอีกคนดันตายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้...แต่ข้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าอีกเรื่องหรอก”
เหิ่นซ่วยที่ยืนอยู่เงียบๆอยู่นาน อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “มีอะไรสำคัญกว่าการที่เราควรตามหาบุคคลในประวัติศาสตร์ให้มาเข้าร่วมอีกเหรอ”
อิจิโนเสะเองก็ก้มหน้าครุ่นคิดคล้ายกับรู้สึกถึงอะไรแปลกๆบางอย่าง แต่เธอก็ยังคิดไม่ออกมีเพียงมอนจีที่เข้าใจได้รวดเร็วว่าเว่ยเถียนหมายถึงอะไร
“โจโฉกลายเป็นจักรพรรดิสินะ”
“เอ๋...พี่มอนจี...อาเจ๊เว่ยเถียน...แล้วมันสำคัญยังไงถ้าโจโฉกลายเป็นจักรพรรดิโอ๊ย!” เหิ่นซ่วย ถูกเว่ยเถียนเขกหัวอีกครั้ง
“ทำไมเรียกพี่มอนจีได้ แต่กลับเรียกฉันว่าอาเจ๊!” เว่ยเถียนดุใส่เหิ่นซ่วยก็จริง แต่เธอก็ยังอธิบายต่อเพื่อให้เหิ่นซ่วยเข้าใจ
“โจโฉเป็นคนแบบไหนไม่รู้หรือไงในอดีตเขาไม่ได้เป็นจักรพรรดิยังคิดจะครอบครองทั้งแผ่นดินเวลานี้เขาที่เป็นจักรพรรดิโดยชอบธรรมแบบนี้มีหรือที่เขาจะยอมให้พวกเราและกิลอื่นๆครอบครองเมืองแบบนี้ ความจริงเกมกำลังจะอัปเดตแพทช์ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้อยู่แล้ว ซึ่งเวลานั้นหลายๆ คนต่างเดากันได้อยู่แล้วว่าต้องมีบุคคลในประวัติศาสตร์ออกมาทำสงครามกับเหล่าผู้เล่นเพราะเกมก็เคยมีประกาศเอาไว้แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้วเพราะผู้เล่นต้องรับมือกับจักรพรรดิโจโฉ!”
“ห๊า...มิน่าท่านกุนซือถึงได้บอกว่าศัตรูคือโจโฉท่านกุนซือไม่ได้หมายถึงศัตรูของเราคนเดียวแต่เป็นทั้งทวีปตะวันออก!” เหิ่นซ่วยตกใจจนพูดออกมาเสียงดัง
“ถูกต้อง! ความจริงเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นที่ทวีปตะวันตกตั้งแต่ 1 ปีก่อนแล้ว ที่นั่นน่ะ ‘คิงอาเธอร์’ ปรากฏตัวแล้วยึดไปครึ่งทวีปเลยนะผู้เล่นของทวีปตะวันตกเลยพัฒนาได้เร็วกว่าผู้เล่นจากทวีปตะวันออกไงล่ะ” ดาร์คที่ได้ยินคำพูดของเหิ่นซ่วยเดินเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้น
“อ้าว...ดาร์ค อลาโน่ โคล่า โอโรกะ โหมากันครบเลยนะ” เว่ยเถียน พูดทักทาย
“อืม...มาถึงก็ได้ยินข่าวใหญ่เลยเนี่ยแหละ...แต่ดูเหมือนท่านกุนซือจะวางแผนป้องกันเอาไว้บ้างแล้วใช่มั้ย?”ดาร์ค เหล่มองมอนจีกับอิจิโนเสะที่เหมือนกับกำลังจะออกไปทำภารกิจบางอย่าง
ดาร์คนั้นพอเดาได้ว่านี่ต้องเป็นคำสั่งจากกุยแกและภารกิจนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้อย่างแน่นอนซึ่งสิ่งที่ดาร์คคิดนั้นถือว่าถูกต้องกุยแกที่ได้พบกับเตียวเลี้ยวได้ส่งให้ฮิเดโยชิคอยตามประกบเพื่อดูท่าทีของเตียวเลี้ยวแล้วคอยรายงานกลับมาตลอดจนเมื่อเตียวเลี้ยวบอกกับฮิเดโยชิว่าอะแวสะดอ ตาและติดต่อกับอิกิ๋มกุยแกจึงเริ่มวางแผนการป้องกันเอาไว้ทันทีเขาเองก็เป็นคนของวุยก๊กมาก่อนย่อมรู้ดีว่าอิกิ๋มจะต้องอยู่กับโจโฉอย่างแน่นอนและโจโฉเป็นคนเช่นไรกุยแกย่อมมีคำตอบอยู่แล้วโดยไม่ต้องเดาเลยสักนิด
แต่กุยแกนั้นไม่รู้หรอกว่าระบบคืออะไรและระบบได้ปล่อยให้โจโฉออกมาแถมยังตั้งให้เป็นจักรพรรดิของทวีปตะวันออกเสียอีกกุยแกรู้แค่เพียงว่าหากโจโฉเคลื่อนไหวแผ่นดินของทวีปตะวันออกต้องตกอยู่ในไฟสงครามกุยแกจึงจำเป็นต้องคิดวางแผนป้องกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ เท่านั้นแต่ประกาศจากระบบดันประกาศออกมาได้ประจวบเหมาะพอดีจนทำให้เหล่าสมาชิกกิลแอดมิเรชั่นรู้สึกทึ่งเท่านั้นเอง
“อะห๊า...แบบนี้ก็ดีนะสิ พวกเราที่อยู่ทวีปตะวันออกจะได้พัฒนาฝีมือกันไวๆเหมือนคนฝั่งนู้นบ้าง ดูนักกีฬาอีสปอร์ตในลีกสิผู้เล่นเก่งๆ ดังๆส่วนมากอยู่ที่ทวีปตะวันตกกันหมดเลย” อลาโน่ พูดขึ้น
“จะบ้าเหรอ!ทวีปนั้นเขารับมือคิงอาเธอร์ได้เพราะพวกเขาจำเป็นต้องช่วยกันเนื่องจากคิงอาเธอร์ออกมาไวเกินไปแต่ทวีปของเราตอนนี้คิดว่าจะร่วมมือกันได้เหรอไงลองดูกิลมังกรผงาดกับกิลมังกรทะยานฟ้าสิคิดว่าพวกนั้นจะยอมร่วมมืองั้นเหรอนี่ยังไม่รวมอริของพวกเรากิลตำหนักเซียนอะไรนั่นอีกนะแถมในอดีตโจโฉก็เก่งกาจขนาดนั้นเวลานี้ยังได้บัพเพิ่มอีกข้าว่าไม่แน่ทวีปเราอาจถูกโจโฉเก็บเรียบเลยก็ได้” เว่ยเถียนอธิบายให้อลาโน่เข้าใจถึงความแตกต่าง
“อ๊ะนี่มันแย่กว่าที่คิดนะสิ!แต่ข้าเชื่อว่าทวีปตะวันออกจะต้องร่วมมือกันได้แน่นอน!” อลาโน่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
คนอื่นๆที่เห็นท่าทางของอลาโน่ต่างแอบส่ายหัวให้กับความมองโลกในแง่ดีของอลาโน่
“เรื่องนั้นอาจจะเป็นไปได้นะขอรับเพียงแต่พวกเราจะต้องดำเนินการป้องกันเอาไว้ก่อน...แล้วก็ข้ามีเรื่องอยากจะไหว้วานท่านดาร์คสักเล็กน้อยขอรับ”กุยแก ที่ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่พูดขึ้น
“ท่านกุนซือจะให้ข้าทำอะไรเหรอ” ดาร์ค ถามขึ้น
“ข้าต้องการให้ท่านเดินทางไปยังที่แห่งหนึ่งเพื่อพบคนผู้หนึ่งพอดีว่าข้าได้ข่าวจากเตียวเลี้ยวมาว่าคนผู้นั้นปรากฏตัวนานแล้ว”
“เขาเป็นใครและอยู่ที่ไหนเหรอ” ดาร์ค ถามกลับ
“เขาเป็นคนสำคัญที่เราไม่อาจปล่อยให้กลับไปอยู่ข้างกายโจโฉได้ เขามีชื่อว่า‘เคาทู’ ” เมื่อกุยแกพูดจบ สมาชิกหลายคนก็รู้ถึงความคิดของกุยแกได้ทันที
เพราะเคาทูนั้นเปรียบเสมือนองครักษ์ประจำตัวของโจโฉมีหลายต่อหลายครั้งที่โจโฉรอดจากการตายด้วยความช่วยเหลือของเคาทูกุยแกที่ในชาตินี้เป็นศัตรูกับโจโฉย่อมไม่ต้องการให้เทพพิทักษ์โจโฉคนนี้กลับไปอยู่ข้างกายโจโฉอย่างแน่นอน
“พวกข้าจะเดินทางไปด้วย” อลาโน่ และคนอื่นๆ ต่างขันอาสาที่จะไปด้วย
“ไม่เพียงพวกท่านเท่านั้น องค์หญิงผิงหยางก็จะเดินทางไปด้วยเพราะข้าไม่คิดว่าพวกท่านทุกคนจะรับมือกับคนผู้นั้นได้” กุยแก พูดออกมาตรงๆ
“ความหมายของท่านกุนซือคือ...” ดาร์ค กำลังจะถามย้ำถึงสิ่งที่เขาคิดไว้ในใจแต่กุยแกกลับพูดออกมาเสียก่อน
“ถูกแล้วขอรับหากเคาทูไม่ยอมเข้าร่วมกับพวกเรา...พวกเราก็จำเป็นต้องฆ่าเขาซะ”
ถึงปากจะพูดและวางแผนเอาไว้แล้วแต่กุยแกยังคงมีความกังวลอยู่มาก เพราะเขารู้ดีถึงความน่ากลัวของชายที่ชื่อว่า ‘เคาทู’
‘ถึงจะให้องค์หญิงผิงหยางไปด้วย...แต่ข้ากลับไม่คิดว่าพวกเราจะรับมือกับเขาได้อยู่ดี...จะทำยังไงดีนะ’