“พวกมันมาแล้วแยกย้ายเข้าไปบุกเรือนเลย” ไต้เส้าจวินร้องบอก หูของเขาว่องไวยิ่ง
คนทั้งหมดแยกย้ายกันเป็นสองกลุ่มกลุ่มแรกไต้เส้าจวิน จงกว้านซี และไป๋สวิน ส่วนอีกกลุ่มคือไป๋ซิงซวี่ไห่ฮ่าวและชิงเว่ยเว่ย พวกเขาบุกเข้าไปในเรือนนั้นคนละทาง
ไห่ฮ่าวและชิงเว่ยเว่ยยิงลูกเกาทัณฑ์เพื่อเก็บพวกที่เป็นมือซุ่มยิงที่อยู่รอบๆเรือนเพื่อเปิดทางให้คนเหลือบุกเข้าไปได้สะดวก ไต้เส้าจวินที่เล็งไว้แล้วว่าบิดาของตนเข้าไปในห้องใดรีบบุกนำจงกว้านซีเข้าไป
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
เสียงต่อสู้ภายนอกทำเอาไต้จี้หลิงที่กำลังเอนหลังอยู่บนรถเข็นไม้ตื่นตัวแม้เขาจะไม่อาจใช้ร่างกายท่อนล่างได้แต่การฝึกยุทธ์มาหลายปีทำให้ประสาทหูยังคงทำงานได้ดี
เสียงกระบี่กับดาบปะทะกันดังลั่นเสียงเตะต่อยและข้าวของตกแตกล้มระเนระนาดทำให้ขุนนางผู้เคราะห์ร้ายรีบหมุนล้อไม้ของรถเข็นมาใกล้ประตู
ผลัวะ!!!
“ท่านพ่อ! ข้ามาช่วยแล้วขอรับ”
ไต้จี้หลิงมองเห็นลูกชายยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าก็มือไม้สั่นนี่นับเป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย
“เจ้าระวัง! คนพวกนี้ร้ายกาจมาก”
“ไม่ต้องห่วงขอรับข้ามีคนมาช่วยหลายคน ท่านพ่อรออยู่ในห้องนี้ก่อนข้าขอไปจัดการพวกเขาให้สิ้นแล้วจะกลับมารับท่าน” ไต้เส้าจวินกลับออกไปข้างนอกเสียงต่อสู้ดังขึ้นอีกพักใหญ่ก็เงียบลง
อาจารย์หนุ่มกับสหายรีบเข้าไปช่วยกันเข็นรถที่บิดานั่งอยู่ออกมา
“คารวะใต้เท้าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาทักทาย พวกเรารีบออกจากป่านี้กันเถอะ” ไป๋ซิงซวี่หันไปบอกทุกคน
ไต้จี้หลิงมองชายชุดดำที่กลายเป็นศพนอนเกลื่อนกลาดเกะกะอยู่ในเรือนและลานด้านหน้าชายวัยกลางคนมองดูเด็กหญิงที่ถือคันธนูอยู่ด้านหลัง เขานึกว่าบุตรชายจะนำยอดฝีมือมาช่วยเหตุใดจึงมีเด็กหญิงด้วย?
“ข้านำทางออกไปเอง”ไป๋ซิงซวี่รีบนำหน้า
ช่วงกลางของขบวนคือรถเข็นที่มีใต้เท้าไต้จี้หลิงอยู่ชิงเว่ยเว่ยตามมาและปิดท้ายด้วยไห่ฮ่าวกับไป๋สวิน
“หวี้ด....................!” เสียงแหลมเล็กชวนปวดแก้วหูของเหยี่ยวตัวหนึ่งดังก้องเข้ามาในป่าพร้อมการสยายปีกโฉบหลบหลีกต้นไม้ใหญ่อย่างชำนาญ
“นั่นเหยี่ยวระวังภัยนี่เจ้าคะ?”
“เจ้าสายฟ้าคงไปรายงานอาจารย์ใหญ่หวังแล้ว”
เป็นอย่างที่ไต้เส้าจวินคาดเจ้าเหยี่ยวตัวนั้นโฉบวนพวกเขาหนึ่งรอบแล้วหายเงียบไป ครู่หนึ่งก็บินวนกลับมาใหม่
เมื่อพ้นจากชายป่าเขาไข่มังกร ชายชรารูปร่างสูงใหญ่ผมสีเงินสลับเป็นแถมกับผมสีดำยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนโขดหินกลางลานหญ้ากว้างคนทั้งหมดยิ่งเร่งฝีเท้าเพื่อให้ไปถึงตัวปรมาจารย์ผู้ดูแลสถาบันเค่อเฉิง
“เป็นใต้เท้าไต้เองหรือ?”
ไต้จี้หลิงรีบผงกศีรษะเป็นการคารวะผู้สูงวัยกว่า“เป็นข้าเอง ขออภัยที่ไม่อาจใช้มือเคารพท่านได้”
หวังต้าจิ้งกวาดตามองสภาพของคนที่นั่งอยู่ในรถเข็น
“ไปซ่อนตัวอยู่ในเขตบ้านข้าก็แล้วกันไม่มีผู้ใดบุกเข้าไปได้แน่ ข้าจะได้หาวิธีช่วยรักษาท่านด้วย”
ไต้เส้าจวินยกมือขึ้นคำนับพร้อมกล่าวขอบคุณที่อาจารย์ใหญ่หวังเมตตาต่อท่านพ่อของตนพวกเขาจึงรีบออกจากป่าตรงไปยังบ้านของท่านอาจารย์ใหญ่หวังที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ชิงเว่ยเว่ยเพิ่งเคยมาบ้านอาจารย์ใหญ่เป็นครั้งแรกคนเฝ้าประตูบ้านเป็นชายชราหลังงองุ้ม ยังไม่มีผู้ใดเคาะประตูคนผู้นั้นก็เปิดประตูออกมาต้อนรับแล้ว
“นายท่าน อาหารพร้อมแล้วขอรับ”
คนที่ยืนอยู่ด้านหลังหวังต้าจิ้งเห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม อาจารย์ใหญ่หวังเดินนำพวกเขาเข้าไปยังห้องโถงสตรีสูงวัยผมสีดอกเลามวยเรียบร้อยนั่งยิ้มรออยู่
“มาๆ พวกเจ้ามานั่งจิบน้ำชากันก่อนอาหารข้าให้คนเตรียมไว้แล้ว”
ทุกคนรีบคารวะหญิงอาวุโสผู้นั้น
“นี่คือฮูหยินของข้าเอง”หวังต้าจิ้งหันไปบอกกล่าวกับสองพี่น้องตระกูลไป๋ ไห่ฮ่าวและชิงเว่ยเว่ย
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกมันจะใช้วิธีชั่วช้าซ่อนตัวใต้เท้าไว้เช่นนี้” หวังฮูหยินมองสภาพของไต้จี้หลิงด้วยความสงสาร
ไต้จี้หลิงพยักหน้าเบาๆ“ข้าถูกพวกมันจับตัวเอาไว้ ตั้งแต่เมืองชิงหลิง ถูกจับกรอกยาไร้เรี่ยวแรงจากนั้นก็เฆี่ยนอยู่เรื่อยๆ จนร่างกายอ่อนแอลง”
“ใต้เท้าไต้ท่านมีสิ่งใดที่พวกมันต้องการหรือ?”
ไต้จี้หลิงดวงตาสลด“พวกมันต้องการแผนที่ทางการทหารจากข้า”
“แผนที่ทางการทหารน่าจะมีหลายถือเอาไว้ไม่ใช่หรือ?เหตุใดจึงต้องเอาจากท่านให้ได้ด้วย?”
“จริงอย่างท่านว่า แผนที่ทางการทหารโดยทั่วไปอาจหาได้ไม่ยากแต่แผนที่ที่แม่ทัพไม่กี่คนถือเอาไว้มิใช่แผนที่ทั่วไปแต่เป็นแผนที่ชื่อว่า...ลี่เลี่ยง... แผนที่แผ่นนี้นอกจากจะบอกถึงที่ตั้งกองทหารทั่วแคว้นหมิงแล้วยังบอกถึงที่ตั้งกองกำลังลับของฮ่องเต้ บังเอิญว่าข้าได้แผนที่ลี่เลี่ยงมาหนึ่งแผ่นโดยบังเอิญข้าคาดว่ามันเป็นการลอกแบบมาจากของจริงจึงตั้งใจจะนำมาถวายฮ่องเต้ให้ทรงทอดพระเนตร”
“ไอหยา!”
“เพราะเหตุนี้พวกมันจึงคิดจะแย่งชิงจากข้า”
หวังต้าจิ้งผงะไปจนหลังชิดพนักเก้าอี้“มิน่าล่ะ ถึงกับหาศพผู้อื่นมาเผาแล้วหลอกว่าเป็นท่าน”
“ในตัวข้าไม่ได้มีแผนที่แผ่นนี้พวกมันจึงจับตัวข้าเอาไว้จนกว่าจะเจอ”
ไต้เส้าจวินมองบิดาด้วยความกังวล“ท่านพ่อ คนที่คิดจะฆ่าท่านหากเป็นคนแคว้นหมิงก็คงคิดจะก่อการกบฏดูจากที่พวกเขาใช้นักรบเผ่าชู่ชีมาคอยควบคุมท่านบนเขาไข่มังกรแล้วน่าจะเป็นผู้มีบารมีอยู่ไม่น้อย”
“พ่อไม่เคยเห็นหน้าคนผู้นี้แม้แต่คนที่มาคาดคั้นเอาแผนที่ก็ยังปิดหน้าปิดตาและใช้วิธีเปลี่ยนเสียงลึกลับมากจริงๆ”
“หากว่าเป็นคนของแคว้นอื่นล่ะขอรับ”ไป๋สวินเอ่ยขึ้น “ข้าน้อยเคยอยู่ตามชายแดนมาก่อนยามนี้ชนเผ่าแถวทะเลทรายก็เริ่มค้าขายกับพวกตะวันตกและมีเงินทองมากขึ้นพวกเขาอาจจะต้องการดินแดนของแคว้นหมิงก็เป็นได้”
อาจารย์ใหญ่หวังมองแฝดผู้น้องสกุลไป๋“เจ้าคือ...”
“ข้าขออภัยที่ยังไม่ได้แนะนำตัวข้าสองพี่น้องแซ่ไป๋ นามซงซวี่และสวิน ข้าเป็นสายลับของสำนักมือปราบตอนนี้ลาออกมาทำงานกับสำนักข่าวนกกระจิบส่วนน้องชายข้าเคยเป็นสายลับแถวชายแดนเพิ่งมาจากเมืองฉู่จิ้งขอรับ”
“พวกเจ้าทำงานให้จินวั่งซูนี่เองมิน่าถึงบุกขึ้นเขาไข่มังกรได้โดยง่าย” ผู้สูงวัยพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับทราบ
******************************
*หมายเหตุในนิยายเรื่องนี้จะเรียกชื่อภรรยาตามสกุลของสามีนะคะ เพื่อให้สะดวกและเข้าใจง่ายค่ะก่อนหน้านี้ไรท์เคยเขียนโดยการเรียกฮูหยินแต่ละคนตามสกุลเดิม อันที่จริงใช้ได้ทั้งสองแบบค่ะ
