บทที่ 17 น่าสนใจดีนะ
ทันทีที่รายการเข้าสู่่พักโฆษณา แผนกบริการลูกค้าถูกถล่มด้วยสายโทรศัพท์จำนวนมหาศาล หลายคนต่างสงสัยในเื่ที่ไม่มีคำตอบของปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ หากเป็ไปได้ผู้ชมคงอยากให้เจียงเจ๋อพูดต่อไปแบบไม่หยุดหย่อนสักสิบวันเก้าคืน
พนักงานคอลเซ็นเตอร์อายุน้อยเพิ่งจะกดรับสายยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็ถูกอีกฝ่ายก็รัวคำพูดใส่ราวกับปืนกล "ให้เขากลับมา ให้เขาอย่าเพิ่งปิดไลฟ์ ถ้าคืนนี้ไม่ให้เจียงเจ๋อพูดต่อฉันจะไม่ดูรายการของพวกคุณอีกเลย"
พนักงานรับสายทำหน้ามึนงง เธอรู้แค่ว่ารายการได้รับความนิยมมากแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ "ใจเย็น ๆ นะคะ คุณมีคำถามอะไรถามฉันได้เลยค่ะ ฉันเองก็จบสายวิทย์มาเหมือนกันค่ะ"
"ดี! งั้นปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำในเื่ ‘แฮมเล็ต’ ตกลงใครเป็คนเขียน?"
"ก็ต้องเป็เชกสเปียร์เขียนสิคะ จะเป็ฉันเขียนได้ยังไง?"
"เหอะ รู้เลยว่าเธอไม่ได้ดูรายการ เห็น ๆ อยู่ว่าเสี่ยวินำหนังสือจากปี 2024 กลับไปยังยุคเรเนซองส์แล้วมอบให้เชกสเปียร์ เธอว่าใครเป็คนเขียนล่ะ?"
"เอ่อ..." พนักงานรับสายถึงกับอึ้งไป เธอรีบสลับหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้าไปดูไลฟ์สดทันที
มาคิดอีกทีไม่ดูยังดีเสียกว่า เพราะพอเปิดดูคอมเมนต์บนหน้าจอก็ถามกันให้วุ่นว่า ‘ตกลงเชกสเปียร์เป็คนสร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับจริงหรือเปล่า!’
เธอเลื่อนคลิปกลับไปดู และในที่สุดก็เห็นปฏิทรรศน์ที่เจียงเจ๋อเสนอ "นี่... ฉันจะไปรู้ได้ยังไง แฮมเล็ตที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาเอง ความสามารถในการสร้างสรรค์ของผู้ดำเนินรายการแทนคนนี้มันจะหลุดโลกเกินไปแล้ว!"
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งแผนกบริการลูกค้า พนักงานแต่ละคนได้แต่หันมาสบตากันแล้วส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ เดิมทีชีวิตการทำงานของทุกคนค่อนข้างเรียบง่ายและสุขสบายจนกระทั่งเจียงเจ๋อปรากฏตัว
...
ภายในโถงสตูดิโอ
หลังจากจบการไลฟ์ครั้งแรก เจียงเจ๋อก็ถอนหายใจยาว
การไลฟ์ครั้งนี้ถือว่าเริ่มต้นได้ดี ไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้น การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าหลายจุดถูกจัดการได้อย่างแเีไร้ที่ติ
บรรยากาศในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังสนั่น
"อาจารย์เจียง ทำได้เยี่ยมมาก!"
"อาจารย์ครับ ต่อไปนี้ผมขอเป็แฟนคลับคุณ!"
"ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ ไม่มีใครกอบกู้สถานการณ์ได้เก่งเท่าคุณอีกแล้ว!"
"..."
การเปิดตัวครั้งแรกของเจียงเจ๋อในครั้งนี้ ทำให้ช่างภาพ ผู้กำกับ และทีมงานรวมถึงผู้เข้าสัมภาษณ์ทุกคนยอมรับอย่างหมดใจ
เจียงเจ๋อลุกขึ้นยืนและส่งยิ้มอย่างใจดีให้กับคนที่อยู่ด้านล่าง "ถ้าไม่ใช่เพราะความร่วมมือของทุกคน รายการคืนนี้คงไม่ราบรื่นขนาดนี้ครับ!"
ในตอนนั้น ผู้กำกับวัยกลางคนสวมเสื้อกั๊กสีเขียวทหารและสวมหมวกสีขาวถามด้วยความสงสัยว่า "อาจารย์เจียง ‘ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ’ เนี่ย คุณแก้ได้จริง ๆ เหรอ ตอนนี้ในเน็ตกำลังถกเถียงเื่ปริศนานี้กันยกใหญ่เลยนะ!"
เจียงเจ๋อพยักหน้าเบา ๆ "แน่นอนครับ ในเมื่อผมเป็คนเสนอ ผมก็ต้องแก้ได้สิครับ"
ผู้กำกับใหญ่ยิ้มแล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นเรตติ้งครั้งหน้าของเราการันตีได้แน่นอน อาจารย์เจียง ตอนนี้คุณไปที่ห้องประชุมผู้บริหารเถอะ มีข่าวดีสองเื่ เดี๋ยวท่านผู้อำนวยการจะบอกคุณเอง"
"โอ้ ไม่รีบครับ ผมขอไปพักสักครู่"
เขาต้องใช้เวลานี้ตรวจสอบรางวัลจากระบบ เจียงเจ๋อจึงเดินตามเสี่ยวเหม่ยผู้ช่วยกลับไปยังห้องพักรับรองหลังเวที
"เสี่ยวเหม่ย คุณกลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมลบเครื่องสำอางเอง" เจียงเจ๋อมองเสี่ยวเหม่ยที่กำลังหาววอด ๆและมีสีหน้าเหนื่อยล้าผ่านกระจกขณะลบเครื่องสำอางจึงพูดขึ้นว่า
ผู้ช่วยสาวเสี่ยวเหม่ยรู้สึกตื้นตันใจ เจียงเจ๋อไม่มีท่าทางวางอำนาจเหมือนผู้ดำเนินรายการคนอื่น ๆ เลย เขาทั้งเป็คนเก่ง มีมารยาท และเป็คนดีจริง ๆ
ในเมื่อทีมงานให้เธอติดตามอาจารย์เจียง เธอจะทิ้งงานไปไม่ได้เด็ดขาด!
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันลบเครื่องสำอางเสร็จแล้วค่อยไปก็ได้"
"ไม่ต้องหรอก คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ"
ทั้งสองเกรงใจกันอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายเสี่ยวเหม่ยก็ต้านความดื้อรั้นของเจียงเจ๋อไม่ได้ เสี่ยวเหม่ยจึงได้แต่โค้งคำนับและเดินออกจากห้องพักรับรองไป
"อาจารย์เจียง สวัสดีค่ะ คุณเองก็รีบกลับไปพักผ่อนด้วยนะคะ"
"อืม ๆ"
ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูจากเหล่าผู้เข้าสัมภาษณ์ดังขึ้น
"รอผมสักครู่นะครับ"
สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการตรวจสอบการแจ้งเตือนสรุปผลของระบบ เขาหลับตาลงและจมดิ่งลงไปในห้วงความคิด
[ติ๊ง การเปิดตัวครั้งแรกสิ้นสุดลง คุณได้รับค่าอารมณ์จากผู้ชม +1.24 ล้าน]
[ยินดีด้วย คุณได้รับการยอมรับจากผู้ชม 80%]
[ความคืบหน้าปัจจุบัน : 5%!]
[ขออภัย ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำไม่ได้รับการยอมรับจากบุคคลภายนอก!]
[ยินดีด้วย แพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ถูกส่งมอบแล้ว!]
เจียงเจ๋อกวาดสายตามองแผงหน้าจอสีฟ้าอ่อนอย่างละเอียด
"ภารกิจแรกสำเร็จลุล่วงไปได้เสียที ส่วนปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำอันที่สองนั้น ฉันทำได้เพียงเสนอจุดเริ่มต้นไว้แต่ไม่ได้อธิบายลงลึก ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะได้รับการยอมรับถึง 80% ในแพ็กเกจของขวัญมือใหม่มีอะไรบ้างนะ?"
เขายกมือขึ้นแล้วลืมตา แล้วมองไปรอบ ๆ ห้องพักรับรอง โชคดีที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เขาจึงแตะกล่องของขวัญสีแดงกลางอากาศอย่างสบายใจ
[เปิดแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่แล้ว!]
[ยินดีด้วย คุณได้รับยาฟื้นฟูพละกำลัง +1]
[ยาฟื้นฟูพละกำลัง : เพิ่มค่าสถานะทุกด้าน 5 แต้ม ทำให้คุณสุขภาพดีและแข็งแรงขึ้น พร้อมทั้งยกระดับเสน่ห์อันยอดเยี่ยม!]
ยาฟื้นฟูพละกำลังที่อยู่ในขวดสีน้ำเงินดูแล้วเหมือนเป็ยาธรรมดา ๆ เขาจึงยังไม่รีบดื่มในทันที แต่รีบคลิกเข้าไปใน ‘ร้านค้า’ ก่อน
การจัดเรียงในร้านค้านั้นเรียบง่าย ส่วนใหญ่เป็อุปกรณ์และความสามารถที่ใช้งานได้จริง ซึ่งเขาสนใจความสามารถที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็พิเศษ
[เทคนิคสเปเชียลเอฟเฟกต์...]
[เทคนิคการเขียนแบบ...]
[เทคนิคแฮกเกอร์...]
[วาทศิลป์ของนักเรียนศิลปะที่สอบตก ราคา 1 ล้าน!]
"เป็อย่างที่ฉันคิดหรือเปล่านะ?" เขามุ่งความสนใจไปที่นั่น และรายละเอียดของความสามารถก็ปรากฏขึ้น
[วาทศิลป์ของนักเรียนศิลปะที่สอบตก : สิ่งที่คุณเล่าจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกมีส่วนร่วมและจมดิ่งลงไปได้ง่ายขึ้น ผู้ฟังจะตกอยู่ในห้วงจินตนาการได้อย่างง่ายดาย!]
"เอาอันนี้แหละ" เขาไม่ต้องคิดเลย คลิกแลกเปลี่ยนทันที
[ยินดีด้วย คุณได้รับความสามารถในการพูด วาทศิลป์ของนักเรียนศิลปะที่สอบตก +1]
พลังนี้ราวกับกระแสน้ำที่โถมเข้าใส่ทุกเส้นประสาทของเจียงเจ๋อ ครู่ต่อมารอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเจียงเจ๋อทันที เขาแตะที่ความสามารถนั้นอีกครั้ง
"น่าสนใจดีนะ!"
ความสามารถนี้แทบไม่ส่งผลต่อร่างกายอย่างชัดเจน เพียงแต่รู้สึกว่าการพูดของเขาจะมีพลังในการโน้มน้าวใจอย่างสูง
เขากระแอมในลำคอ ดวงตาจ้องมองกระจกอย่างจดจ่อ ทันใดนั้นน้ำเสียงอันทรงพลังและมีเสน่ห์ก็เปล่งออกมาจากปากของเขา
"คุณเคยไปตลาดไหม? คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ขนมปังหนึ่งก้อนขายราคาเท่าไหร่? ห้าแสนมาร์ค! ห้าแสนมาร์ค เงินจำนวนนี้แม้แต่รถเข็นก็ใส่ไม่หมด!"
"..."
"ตราบใดที่มีคนประเทศเซี่ยเหลือรอดอยู่เพียงคนเดียว าจะยังคงดำเนินต่อไป!" หลังจากพูดจบ แม้แต่ตัวเจียงเจ๋อเองก็ยังตกตะลึง
เขาฟังแล้วรู้สึกเืสูบฉีด ราวกับว่าในคำพูดขณะที่ปลุกใจผู้คนเหล่านี้มันมีความรู้สึกบางอย่างที่น่าสนใจแฝงอยู่ด้วย!
ถ้าเขาได้ทะลุมิติไปยังยุคศักดินา เขาคงสามารถใช้ ‘วาทศิลป์ของนักเรียนศิลปะที่สอบตก’ และความรู้ที่เกี่ยวข้องดึงดูดเหล่าโฮโมฮาบิลิส[*1] และผู้มีความสามารถมาเป็พวกได้มากมาย การล้มล้างราชวงศ์ศักดินาคงไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไปและอาจสำเร็จในเวลาอันสั้น
เขาถอนตัวออกจากจินตนาการรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้นไปอีก จากนั้นเขาก็หยิบยาฟื้นฟูพละกำลังสีน้ำเงินขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
...
ในขณะนั้นผู้เข้าสัมภาษณ์และเหล่าผู้บริหารที่รีบมาแสดงความยินดีต่างยืนรออยู่ที่หน้าประตู ทั้งผู้อำนวยการจ้าว หวังกั๋วเซิ่ง และคนอื่น ๆ เพิ่งจะมาถึง ก็ได้ยินคำประกาศอันห้าวหาญของเจียงเจ๋อที่ดังออกมาจากห้องพัก
ผู้อำนวยการจ้าวถึงกับลอบกลืนน้ำลาย "เขาทำอะไรอยู่ในนั้นน่ะ ทำไมฉันฟังแล้วรู้สึกอยากทะลุมิติไปยุคโบราณ แล้วก่อฏล้มล้างราชวงศ์ศักดินาขึ้นมาเลย?"
หวังกั๋วเซิ่งทำหน้าเ็า แต่มือกำหมัดแน่น "ผมรู้สึกเหมือนผมกำลังนำลูกน้องมุ่งสู่จุดสูงสุดของโลกเลยครับ!"
พวกผู้ใหญ่อาจจะยังพอทน แต่เซียวสืออี หวังหลิน และผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์ต่างมีสีหน้าคลั่งไคล้
"น่าสนใจมาก เขาถึงกับสวมบทบาทเป็คนนั้นเลยเหรอ!"
"ฟังแล้วฉันอยากจะ..."
"อย่าพูดออกมานะ ไม่งั้นเราจะถูกตราหน้าว่าเป็ฏ!"
"แต่รายการตอนหน้าไม่มีการสวมบทเป็นักเรียนศิลปะที่สอบตกนี่นา!"
"ใครจะไปรู้ล่ะ ทุกคนมีความชอบส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็เื่ที่เข้าใจได้!"
"..."
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยและตกตะลึง ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ผู้อำนวยการจ้าวและหวังกั๋วเซิ่งกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องชะงักด้วยรูปลักษณ์ของเจียงเจ๋อ
วินาทีที่เห็นเจียงเจ๋อทุกสายตาต่างถูกดึงดูดด้วยสง่าราศีอันเหนือชั้นจนไม่อาจละสายตาได้ พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"เขาดูหล่อขึ้นหรือเปล่า?"
"ไม่ใช่แค่หล่อขึ้น แต่ยังดูมีสง่าราศีมากขึ้นด้วย!"
"บ้าเอ๊ย ทั้งที่ฉันเป็ผู้ชาย แต่กลับรู้สึกเหมือนใจเต้นแรงเลย"
"เขาดูดีมากเลย!"
"..."
หากจะบอกว่าเจียงเจ๋อก่อนหน้านี้เป็เพียงหนุ่มหล่อที่สามารถเดบิวต์ในรายการคัดเลือกไอดอลได้ ตอนนี้เจียงเจ๋อนอกจากใบหน้าที่ขาวใสแล้ว ในตัวเขายังเต็มไปด้วยความสุภาพอ่อนโยน และมีความเป็บัณฑิตที่ยังคงความแข็งแกร่งแบบลูกผู้ชายไว้
ทุกท่วงท่าที่เขาขยับล้วนเผยให้เห็นถึงความสุขุมและช่ำชอง แค่ยิ้มเพียงนิดเดียวก็ทำเอาใจละลาย!
หากจะให้คำนิยามสักคำ ก็คือภายใต้รูปลักษณ์ของชายหนุ่มกลับมีจิติญญาและออร่าของ 'ชายวัยฉกรรจ์' ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
เมื่อบวกกับกลิ่นน้ำหอมสำหรับผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงหลายคนตกอยู่ในห้วงจินตนาการที่แปลกประหลาด รวมถึงผู้ชายบางคนเองก็ด้วย
เหล่าหญิงสาวและหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูต่างตาเป็ประกายและลอบกลืนน้ำลาย
"ทุกคนครับ ขอโทษที่ให้รอนะครับ เชิญเข้ามาได้เลย!" เจียงเจ๋อรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มแปลก ๆ จึงยิ้มรับและเปิดประตูออกกว้างเพื่อต้อนรับทุกคนเข้ามา
[1] โฮโมฮาบิลิส คือสายพันธุ์ของมนุษย์โบราณ ที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 1.4 ล้านปีก่อน