My boyfriend sells grilled pork. แฟนฉันเขาขายหมูปิ้ง

    4.หวานไม่พักกันเลยนะ!! Nc20++

    เหมันต์ : พูดว่าสวย แต่คงสู้คุณ ไม่ได้หรอก! ถึงอย่างไร ? ผมต้องไป ด้วยอยู่แล้ว! ภรรยาสุดที่รัก ไม่อยู่ให้นอนกอด ผมคงคิดถึง จนกินอะไรไม่ได้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อย่างแน่นอน!

    เขาพูดพร้อม หอมแก้มฟอดใหญ่ จนเขินอาย หน้าแดงระเรื่อ ขึ้นกว่าเดิม ใจเริ่มสั่นไหว เอามือสัมผัส ริมฝีปาก คนตรงหน้า อย่างรักใคร่ ในตัวเขา

    แหนมเนือง : มาเดี๋ยวทำแผลให้! ถ้าหน้าไม่หล่อ! แม่ยายจะเลิก เอ็นดูนายเอานะ! รู้ไหมคะ ?

    เหมันต์ : ได้! เชื่อฟังคุณ ทุกอย่างเลย!

    เริ่มลงมือ หยิบถุงยา มาใส่ให้ เกร็งตัวเบามือ กลัวทำเขา เจ็บกว่าเก่า! พอเก็บของ เรียบร้อยแล้ว จึงนำถุงยาไปวาง บนโต๊ะหัวเตียง เพื่อให้หาใช้ อย่างสะดวก จนกระทั่งถึงวัน ที่แผลได้หายสนิทดี แต่ทว่า.. เมื่อลุกขึ้นยืน จะเดินออก จากห้องนอนเขา มือใหญ่คว้าเอว มาโอบไว้ ออกแรง น้อยนิด ดึงจนร่างเล็ก เซถลา มานั่งบนตักเขา สายตากะลิ้มกะเหลี่ย ชวนขนลุก จนต้องใจเต้น ไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง!

    แหนมเนือง : เจ็บตัวมา! ไม่นอนพักผ่อน! คิดจะทำอะไร ? พรุ่งนี้! ไปโรงพยาบาล ตรวจอาการ ดีกว่านะ! เผื่อช้ำใน หรือกระดูกหัก จะได้รักษาทัน!


    เขาไม่พูดอะไร กอดร่างเล็ก พร้อมจูบต้นคอ จนขนลุกซู่ ต้องแหงนหน้า มองเพดาน มือใหญ่ ข้างหนึ่ง จับเอวกิ่ว รัดไว้แนบชิด ลูบจนสยิว อีกข้าง ล้วงลึก เข้าปลดตะขอ เสื้อชั้นใน จนหลุดออก ท่านั่งถูกเปลี่ยน กลายเป็นอยู่ กึ่งกลางระหว่างขา หันหลังใส่ คนตัวโต เอาคางมาเกย บนหัวไหล่ ไม่ให้ขยับหนีได้ ความรู้สึกวาบหวิว จนต้องกัดปาก เก็บเสียงตัวเอง มือใหญ่เลื่อนผ่าน เอวบาง เบา ๆ ไปเรื่อย พยายามลูบคลึงเต้า อันอวบอิ่ม ทั้งสองอย่างบรรจง นวดจนผ่อนคลาย สะดุ้งอีกครั้ง เมื่อนิ้วเรียว บดขยี้จุกนุ่มนิ่ม ดึงเล่นสนุกมือ จนต้องแอ่นตัวตาม ราวกับว่ากลัวมัน จะขาดออกให้ได้ ความเสียวซ่าน ปะทุหนักขึ้น จนต้องร้องคราง เสียงหลง เมื่อนิ้วเรียว สัมผัสโดน เนินสวาท เกลี่ยแหวก กดเข้าร่อง พร้อมทั้งบดขยี้เม็ดสวาท ร่างเล็ก แทบอ่อนแรง ตัวสั่นระริก น้ำเหนียวใส ถูกคว้านออก เปรอะหว่างขา เปียกจนชุ่ม กระตุกเกร็ง เป็นระยะ ร่างใหญ่ จับพลิก นอนบนเตียง อย่างว่องไว ขึ้นคร่อม โถมร่างใส่ ใบหน้าก้มลง จูบริมฝีปากดูดดื่ม จนสมองเบลอ พาขยับย้าย เรือนร่าง ให้อยู่ใจกลาง เตียงใหญ่ อย่างว่องไว สัมผัสความร้อนระอุ ทั้งคู่แผ่ซ่าน ตั้งรับแทบไม่ไหว ได้แต่นอน หลับตาพริ้ม ไร้เรี่ยวแรง ใบหน้ายังคง ซุกไซ้ซอกคอ ราวกับหลงใหล กลิ่นหอมหวานผลไม้ ของยาสระผม ที่เธอใช้เป็นประจำ เสื้อเชิ้ตคนตรงหน้า ถูกปลดกระดุม จนเกลี้ยง ถอดเข็มขัด มารัดพันธนาการ บนข้อมือเล็กไว้ เหนือศีรษะ จนต้องลืมตา แอบมอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เผยเด่นชัด บนริมฝีปากบาง จนสะท้านไปหมด ร่างใหญ่เอื้อมมือ หยิบของเล่น เอามาวางใกล้ ข้างลำตัว ใจเต้นระส่ำ ลุ้นระทึก ร่วมไปกับเขา ขาเรียวถูกตั้งขึ้น ถ่างกว้างกว่าเดิม ใบหน้ามุดแนบชิด ปากขบกัด เม้มเม็ดสวาท ลิ้นสากลงเลีย อย่างเอาเป็นเอาตาย ร่างกายสั่นคลอน เสียววาบช่วงท้องน้อย บิดตัวจนแทบขาดใจ น้ำหวานใสทะลัก ราวกับเขื่อนแตก เขาดูดเลีย อย่างเอร็ดอร่อย หยิบแท่งดุ้นซิลิโคน กดเปิดอัตโนมัติ จ่อหมุนควง ปากรูแคบ ดิ้นพล่าน นอนส่ายสะโพก เสียวทุกอณูขุมขน ค่อย ๆ ยัดเข้ามา เอื่อยเฉื่อย ร้องครวญคราง เสียงดังลั่น

    เหมันต์ : วันนี้ต้องโดนลงโทษ จะได้จำไม่กล้า ทำตัวน่ารัก ให้ผู้ชายคนอื่น มาหลงเสน่ห์อีก! หึ!

    แหนมเนือง : ไม่เอาแล้ว.. เสียวไม่ไหวแล้วนะ

    มือใหญ่ยังคง ดึงแท่งซิลิโคน เข้าออกเนิบนาบ ปลายนิ้วเท้า กดจิกลงบนเตียง ส่ายลำตัว ราวกับไส้เดือน เพียงไม่นาน น้ำหวานทะลัก เป็นระลอกอีกครั้ง ทนความเสียว ไม่ไหวต่อ จนต้องเอ่ยขอร้อง..

    แหนมเนือง : ไม่อยากได้ ของปลอมแล้ว! ช่วยกระแทก เข้ามาหน่อย จะได้ไหมคะ ?

    ชายตรงหน้า ยิ้มกรุ้มกริ่ม ถอดกางเกง เหมือนลีลา เอื้อมดึง แท่งซิลิโคน โยนไว้อีกฟาก ของเตียงนี้ โน้มตัว ขึ้นคร่อม ใช้ปากเลียไล้ รอบจุกนุ่มนิ่ม สองมือคว้า เต้าอวบอิ่ม คลึงอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้น

    เหมันต์ : ทำใจเอาไว้นะ! ผมจะไม่อ่อนโยนหรอก!

    น้ำเสียงแหบพร่า ราวกับผู้ล่า จ้องเขมือบเหยื่อ ทำให้สะดุ้งโหยง ถอยหลัง ชนเข้าหัวเตียง ร่างเล็กถูกพลิก คว่ำหน้าลง สะโพกถูกยกขึ้น ตั้งขาสองข้างชันขึ้น ท่อนเอ็นยักษ์ จ่อปากร่อง กดหัวหยัก เข้าอย่าง ช้า ๆ แขนเล็กถูกมัดไว้ ดึงมาอยู่ด้านหลัง มือใหญ่ จับไหล่สองข้าง จนถนัดมือ รั้งเรือนร่าง ให้แนบชิด กดแทงเข้าลึก มิดลำเพียงรวดเดียว ร้องผวาน้ำตาปริ่ม ทั้งเสียวทั้งจุก เกินจินตนาการ ควบสะโพก กดตอก รุนแรงถี่ยิบ นานหลายนาที หัวใจเต้นรัว แทบทะลุ ออกมาจาก หน้าอก เสียงคราง เป็นจังหวะ สอดประสาน คนตัวโต ฮึกเหิม กระหน่ำทะลวง ฉีดน้ำรักร้อนอุ่น พร้อมส่งเสียง ราวกับได้ปลดปล่อย แก่นกายไม่ได้ถอน ยังคงขยับ รูสวาทเกร็งรัด ร่างใหญ่ โน้มใบหน้า มากระซิบ ข้างหู เบา ๆ

    เหมันต์ : โอ๊ย! รูของคุณ มันรัดแน่น เกินไปแล้วนะ!

    มือใหญ่ ช้อนปลายคาง มาประกบปากจูบ ฝืนออกแรง กระแทก อย่างหนักหน่วง สัมผัสแห่งความดุดัน ทำให้ตื่นเต้น จนเสียวสะท้าน แอ่นสะโพก รับแท่งเอ็น อย่างต่อเนื่อง ราวกับต้องการ มันมากที่สุด เวลาเลื่อนผ่าน หลายชั่วโมง ผ้าปูเตียงเปียกชื้น เต็มไปด้วย น้ำรักและเหงื่อ พวกเรา จึงอาบน้ำด้วยกัน ร่างกายที่สะอาด จากการชำระมา พร้อมกลิ่นสบู่และยาสระผม ราวกับมีเสน่ห์ พร่างพราว ต่อร่างใหญ่ อดใจ กระทำในห้องน้ำ อีกรอบใหญ่ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง แม้แต่เดิน ยังไม่ไหว เขาอุ้มขึ้น ในอ้อมแขนแกร่ง พาเข้าห้องนอน ของเธอ ก่อนจะได้เริ่ม พักผ่อน อย่างจริงจัง ได้สักที!


    1 สัปดาห์ผ่านไป..


    พวกเรา มาหยุดยืน อยู่ที่ดินแปลงสวย เพื่อเยี่ยมเยียน คุณลุงเจ้าของไร่ เล่นทำเหงื่อแตก ความพิเรนทร์ อยากชมวิว จึงนั่งท้ายกระบะ แต่ทว่าแสงแดด จากดวงอาทิตย์ ไม่เคยปราณีใคร แม้จะมีลมพัดแค่ไหน ในจังหวะที่รถ เคลื่อนตัว ขับออกไปก็ตาม เส้นผมปลิวสยาย ฟูชี้จนโด่เด่ ราวกับคนบ้า ด้วยความนั่ง รถกระบะครั้งแรก ไปจ้างเหมา คนขับมาเอง อยากรับรู้ ความรู้สึก ละมุนละม่อม ตามช่องโทรทัศน์ แต่คนขับเล่น เหยียบคันเร่ง เร็วเป็น 100 สภาพจึงสุดทน ลงมายืน บอกคนขับว่า ถ้าจะกลับ เดี๋ยวโทรตาม ให้มารับอีกที เขาจึงจากไป เหลือเราทั้งคู่ ยืนจ้องกันอยู่

    เหมันต์ : เป็นอย่างไร ? บอกให้นั่งหน้า ไม่ยอมฟัง!

    เขาพูด น้ำเสียงเรียบ เกร็งหน้านิ่ง แอบหลบขำ

    แหนมเนือง : ยังจะมีหน้า! มาหัวเราะอีกนะ! ใครจะไปรู้ จะกลายสภาพ เช่นนี้ได้ล่ะ! ไม่เหมือน อย่างที่คิดเลย! ประสบการณ์น่ะ! พึ่งลองนั่งครั้งแรก! หึ!

    เดินเชิดหน้า หนีคนตัวโต อย่างรวดเร็ว

    เหมันต์ : รอผมด้วยสิ! จะรีบไปไหน ? ยัยหัวเขียวนี่!

    เสียงตะโกนไล่หลัง ทำให้ต้องยืน กำหมัดตอกกลับ

    แหนมเนือง : ขาก็ยาว ยังชักช้าอีก แน่จริง! วิ่งตามมาให้ทันสิ! นายหน้าน้ำแข็งเอ๊ย! แบร่!

    ยืนล้อเลียน แลบลิ้นปลิ้นตา ออกตัววิ่งหนี ย่ำบนพื้น ดินลูกรัง อย่างว่องไว สูดกลิ่นอาย ความเขียวขจี เหล่าต้นไม้ใบหญ้า พลิ้วไหวลู่ลม ช่วงยามเย็น แดดเริ่มหุบ กว่าตอนมาถึง ทำให้ต้องยิ้มกว้าง พอเริ่มรู้สึกเหนื่อย จึงหยุดยืน พักตรงข้างทาง หันกลับเพ่งมอง ด้านหลัง ว่าคนตัวโต ตามมาถึงหรือยัง ? แต่ต้องพบกับอากาศ ไม่รู้ว่าหายตัว ไปไหนแล้ว! ขมวดคิ้ว ยกมือป้องกันแสง ยืนสังเกต อย่างตั้งใจ อีกครั้งหนึ่ง จังหวะที่หมุนตัว ต้องผงะ เมื่อมีมือ มาสัมผัส บนหัวไหล่ ด้วยความตกใจ สะดุดขา จนเซถลา เกือบล้มลงพื้น ทว่าแขนใหญ่ ช้อนรับฉับพลัน

    เหมันต์ : ใจลอยไปไหนแล้ว ? หน้าเกือบจะ เสียโฉมแล้ว! ผมเดินย่องมา คุณยังไม่รู้ตัวเลย!

    แหนมเนือง : ตาบ้า! เล่นทำคนอื่น ตกอกตกใจหมด! หายไปไหนมา ? เมื่อกี้หันไปมอง ก็ไม่เห็น!

    เหมันต์ : รับไปสิ!

    เขายื่นดอกไม้ เป็นช่อมาให้ จึงรับมาดม จนหุบยิ้มไม่ลงเลย หน้าแดงระเรื่อ เขินอายเล็กน้อย

    แหนมเนือง : ขอบคุณนะ! รีบเดินไปกันเถอะ! แดดร่มแล้ว เดี๋ยวมืดค่ำ จะเดินทางลำบาก ที่นี่ไม่เหมือน กับในเมืองหรอกนะ! นายดูระยะห่าง ของเสาไฟสิ!

    ชี้นิ้วไปทางเดิน พื้นดินลูกรัง ยาวเป็นกิโล นับเสาไฟที่เห็น มีเพียงแค่ 3 ต้นเท่านั้น! คนในพื้นที่ ช่วงค่ำไม่ออก นอกบ้านกัน เพราะทาง ค่อนข้างเปลี่ยว บ้านเรือน ก็ไม่มีเช่นกัน ที่ดินแปลงนี้ ลุงแกอาศัย คนเดียว บ้านพักคนงาน ก็ไกลมาก แม้จะบอกว่า อยู่ก่อนจะถึงบ้าน ของคุณลุงเจ้าของ ก็ตามที!

    เหมันต์ : กี่กิโลเมตรเนี่ย ? ปกติเธอเดิน อย่างนี้! เป็นประจำเลยเหรอ ? ทุกครั้งที่มา เยี่ยมลุงเขาน่ะ!

    แหนมเนือง : อีก 2 กิโลฯ ไม่ไกลหรอก! ปกติ! ขับรถมาเอง! ครั้งนี้เห็นนายมาด้วย! จึงนึกคึก! อยากเดินเล่น กินลมชมวิว ทัศนียภาพ ของที่นี่! ได้อย่างจุใจ!

    เหมันต์ : จะไหวเหรอ ? วัน ๆ เอาแต่กินนอน ไม่ค่อยทำอะไร ? จะเดินไหวเหรอ ? คงไม่พ้นผมใช่ไหม ?

    แหนมเนือง : นี่! ไม่เอาเปรียบ นายหรอกน่า! เดินไป พร้อมกันเนี่ยแหละ! เห็นฉันบอบบาง แต่เรื่องการพยายาม เที่ยวท่ามกลาง ธรรมชาติ ไม่แพ้ผู้ชายหรอกนะ!

    เหมันต์ : ได้! ผมเอง ก็อยากเห็น หึหึ!

    พวกเราทั้งสอง เดินทุลักทุเล เกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง หยุดแวะดื่มน้ำ ในกระเป๋าเป้ ยืนพิงอยู่ ตรงหลังต้นไม้ใหญ่ แทบจะหมดแรง แต่ไม่เอ่ยขอร้อง ชายตรงหน้า ให้ช่วยแบกร่าง ขึ้นหามไปด้วย แม้ว่าจะเดินไม่ไหวแล้ว เพราะเป็นคน เก็บสีหน้าไม่เก่ง เขาเหมือนรู้ จึงนั่งลงย่อตัว ให้ฉันขึ้นไป ขี่คอเขาไว้

    เหมันต์ : ไม่ต้องกลัว! เสียศักดิ์ศรีหรอก! ขึ้นมาเหอะ! เดี๋ยวเป็นลมเอาได้ คงแย่กว่าเดิมอีก! อีกไม่ไกลคงถึง พวกเรา เดินทางมาเป็น กิโลฯได้แล้วล่ะ!

    หน้ามุ่ย จ้องคนตรงหน้า กลัวเขาล้อ จึงเสมองไปอีกทาง คิดว่าเขา อาจจะง้อ อีกสักนิด แต่เปล่าเลย!

    เหมันต์ : ไม่ขึ้นมาก็ตามใจ! เป็นลมขึ้นมา จะให้นอน กับพื้นหญ้า พรุ่งนี้! จะตามให้คนมาเก็บ แล้วกันนะ!

    เขาทำท่า จะลุกขึ้น จึงวิ่งไป กระโดดขึ้นหลัง เกาะเป็นลิงน้อย ห้อยโหนคอ อย่างรวดเร็ว เขากระตุกยิ้ม มุมปาก เอามือมาไขว้ ไว้ด้านหลัง กันไม่ให้ล่วง

    แหนมเนือง : ขอบคุณนะ!

    พูดเสียงแผ่วเบา กลัวเขาหัวเราะเยาะ แต่เปล่าเลย.. 

    เหมันต์ : พวกเรา เป็นคนรักกันนะ! ไม่ใช่ศัตรู จะแข่งขัน อะไรนักหนาล่ะ ? หากไม่ไหว ก็ขอให้ช่วยได้ ผมรู้.. คุณไม่ค่อยชอบ ที่ตัวเอง จะเป็นภาระให้ แต่คุณจะให้ผม ทนดูคุณลำบาก จะได้อย่างไร ?

    เขากลับ พูดน้ำเสียง นุ่มนวล จึงเอื้อมมือ จับใบหน้า ให้หันมา มอบจุมพิต เป็นรางวัล แก่สามีดีเด่น พวกเราทั้งคู่อมยิ้มหวาน แล้วยังคงเดินทาง ไปเรื่อยต่อ เวลาล่วงเลย จนดวงอาทิตย์ตกดิน เป็นช่วงเวลา พลบค่ำ ที่สวยงามมาก ทางไม่ได้ไกล ขนาดนั้นหรอก แต่เป็นเพราะว่า พวกเรานั่งพัก รอดูความสวยงาม ยามเย็นของที่แห่งนี้ โชคดีคุณลุง ส่งคนงาน มาช่วยเอากระเป๋า ไปเก็บให้ จึงสบายขึ้นเยอะ พวกเรา ตอนนี้นั่งอยู่ โต๊ะทานอาหาร ลุงแกโชว์ฝีมือ ทำอาหาร อย่างเช่นเคย แต่คุณสามีดีเด่น เข้าช่วยด้วยอีกคน ใจจริงอยาก เข้าช่วยเขานะ แต่ทว่า.. ทั้งลุงทั้งเขา พูดพร้อมกันว่า หยุดเลย นั่งรอกิน เฉย ๆ อย่างเดียวเถอะ! จนต้องสำนึกผิดเอง คราวก่อน.. ที่มาเยี่ยมคุณลุง คนเดียว เผลอลืมดับไฟ ในเตาถ่าน ไฟไหม้ลุกลาม เผาพื้นที่ครัว จนมันเกือบ ไม่เหลือซาก เล่นทำให้คนงาน ลำบาก พากันดับไฟ อย่างครึกครื้น โชคดีที่ลุงแก ไม่โกรธ แต่ไม่ให้ฉัน เหยียบเข้าครัว หรือจับฟืนไฟ อีกเลย ราวกับตัวเอง เป็นผู้ทำลาย ขนานแท้ ความไม่ได้ตั้งใจนี้ เกือบทำให้ คนอื่น พากันรังเกียจ ไปหมดเสียแล้ว! นั่งหน้ามุ่ย! เพียงไม่นาน อาหารหลายจาน มาวางเรียง ส่งกลิ่นหอมโชย จนน้ำลายสอ จ้องตาเป็นมัน ไม่กะพริบ จนคนตรงหน้า เอาจานมาถือ ลอยยั่วใส่!

    เหมันต์ : มีคนหิวหรือยังนะ ทำยังไงดีนะ ? คนทำอาหาร เมื่อยมากเลยเนี่ย! จะมีใครนวดไหมนะ ?

    เสียงเรียบนิ่ง พร้อมจานอาหาร ลอยผ่านหน้า ทำให้ต้องหน้ามุ่ย ลุกขึ้นยืน ไปทุบไหล่ เบา ๆ จนคนตัวโต พอใจทันที ลุงจึงเอ่ยแซว ปนขำเล็กน้อย

    ลุง : น่ารักกัน จังเลยนะ! เล่นทำเอาคนแก่ อิจฉาตาร้อน หมดแล้ว! สงสารคนแก่ แบบลุงบ้างสิ! ฮ่า ๆ ถ้าป้าเขา แกไม่ด่วนจากไปก่อน จะโชว์หวาน แข่งกัน ให้มันรู้แล้ว รู้รอดไปเลย! หมั่นไส้จริงเชียว!

    แหนมเนือง : โธ่! คุณลุง อย่าพูด แกล้งหนูสิคะ!

    หญิงสาว หน้าแดงระเรื่อ ราวกับลูกตำลึง มือใหญ่ เอื้อมมา หยิกแก้ม อย่างหมั่นไส้ พร้อมยิ้มหวาน

    เหมันต์ : ความจริง! อาหารเหล่านี้ คุณลุงเป็นคน ทำหมดเลยนะ! ผมแค่ถือมา ก็เท่านั้นเอง อยากแกล้งคุณเล่น มันน่าสนุกดี เอาล่ะ! กินกันดีกว่าครับ! ฮ่า ๆ

    ลุง : กินเยอะ ๆ นะแม่หนู! เดินทางมา คงเหนื่อยแย่!

    แหนมเนือง : จะเหนื่อย ได้อย่างไรคะ ? คุณลุง! ไม่ลำบากสักนิด! หนูแค่อยากมา พักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติ เฉย ๆ แล้วคนพวกนั้น ยังมารังแก อยู่อีกไหมคะ ? หลังจากวันนั้น! ที่เกิดเรื่องน่ะ!

    ลุง : ยังคอยมาแหละ! แต่ลุงแจ้งความ เอาไว้แล้ว!

    แหนมเนือง : ถ้ามีอะไรให้ช่วย! บอกหนูได้เลยนะ! บุกน้ำลุยไฟ หนูไปได้หมดค่ะ! ตอนนี้หนูมีตัวช่วย ไม่เหมือน เมื่อก่อนแล้ว ที่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ!

    ลุง : แหม.. อวดสามีเฉย! แต่งกันก็ไม่มา เชิญลุงเลยนะ! คนแก่อยากไป ร่วมฉลองด้วย!

    เหมันต์ : ต้องมาเชิญ อย่างแน่นอนครับ! แต่พวกเรา ยังไม่ได้แต่งเลยครับ! เตรียมตัวรอ ได้เลยนะครับ!

    ลุง : ได้สิ! อย่าลืมเชียว!

    แหนมเนือง : ค่ะ! คุณลุง!

    พอพวกเรา กินอาหารมื้อค่ำ เรียบร้อย ก็เข้าห้อง อาบน้ำนอน พรุ่งนี้! ต้องตื่นไปช่วย คุณลุงเก็บผลไม้อีก! ความจริง! ตั้งใจจะไปกินแหละ! พูดให้ดูดีไปงั้น!


    เช้าวันถัดมา..


    ตอนนี้ใส่ชุด ซึมซับ กลิ่นอาย ชาวสวน อย่างเต็มที่ ด้วยเสื้อเชิ้ต ลายสกอต ทรงเหมือน คนตัดอ้อย ในตำนาน หมวกสาน ใบใหญ่ กางเกงขายาว พร้อมรองเท้าบูต เดินทอดน่อง ลงจากบันได เจอลูกจ้าง ผู้หญิง กำลังยก ถังน้ำแกลลอน จึงอาสาช่วยยกวางให้ อยู่หลายถัง แต่พอได้ยิน เสียงตะโกน บ่นเรียกหา จึงหยุดยืนนิ่ง หันหน้า ตอบกลับทันที

    เหมันต์ : ยัยหัวเขียว! ไปไหนเนี่ย! บอกให้รอก่อน จะได้ไปพร้อมกัน เผลอครู่เดียว หายตัวไปแล้ว!

    แหนมเนือง : นายหน้าน้ำแข็ง! ฉันอยู่ข้างล่าง!

    ยืนโบกมือ ให้คนที่ชะโงกหน้า เกาะราวบันได มองลงมา เขาก้าวเดิน รวดเร็ว จนมาถึง ตรงที่ฉันยืนอยู่

    แหงนหน้า มองคนตัวสูง พร้อมขอร้อง ให้ช่วยเหลือ

    แหนมเนือง : นาย! ช่วยคุณน้า ยกน้ำหน่อยสิ! ฉันพยายามยกแล้ว แต่มันหนักไม่ไหวเลย มาเร็วเข้า!

    ลูกจ้างผู้หญิง มองหน้าอย่างงุนงง ที่โกหกเขา เป็นเรื่องเป็นราว จึงขยิบตา ให้เป็นสัญญาณ ว่าฉันยกไม่ไหว จริง ๆ เขาจึงยิ้มแห้ง พร้อมพยักหน้า หากให้เขารู้ ว่าฉันแข็งแกร่ง คงจะดู ไม่น่าทะนุถนอมน่ะสิ! หลังจาก มาเยี่ยมเยียน คุณลุง! ได้หลายวัน จึงลากลับบ้าน ทริปครั้งนี้ สนุกมากกว่า ตอนที่มาคนเดียว เสียอีก! พึ่งรู้ว่า.. การมีใครสักคน มาร่วมแบ่งปัน ความสุข มันดีอย่างนี้เอง! ใช้เวลากลับ แค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็มาถึงบ้าน ของพวกเรา ได้สักที! ตอนไปนั้น ยังสบายอยู่หรอก! ขากลับนี่สิ! ราวกับเป็นคน ขายผลไม้เลย! คุณลุงแก! เล่นมอบของ มาให้หลายอย่าง ได้เลือกสรร ตอนที่รับนำมา เกิดโลภ อยากกินไปหมด! ลืมคิดว่า.. เวลาแบก ขากลับบ้าน มันจะหนักแค่ไหน อันนี้เรียก ตามใจปาก ลำบากร่างกาย! ถ้ารถกระบะ ไม่ยางแตก อยู่หน้าปากซอย ทางเข้าบ้าน คงไม่ต้อง ทุลักทุเล อย่างเช่นตอนนี้ ที่เป็นอยู่!


    2 สัปดาห์ผ่านไป..


    ช่วยเขาขายของ อย่างสงบสุข เพียงไม่กี่ชั่วโมง เท่านั้น! แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ มาหาถึงที่ เล่นทำให้ กระวนกระวาย คิดหาวิธี มาจัดการ อยู่นานเลย..