TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 51 วอชเชอร์ผู้เย็นชา

    ตอนที่ 51 วอชเชอร์ผู้เย็นชา


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    ต้นไม้อันสูงใหญ่พลันปรากฏดวงตามหึมาสีแดงและเผยคมเขี้ยวที่เหมือนกับสัตว์ร้าย กิ่งก้านของมันมีขนาดใหญ่ไม่ด้อยกว่าลำตัวของมนุษย์ 


    แผ่นดินรอบข้างเวเนเตอร์หลายสิบคนสั่นไหวอย่างรุนแรง


    ปัง! ปัง! ปัง!


    ไม่นานพื้นดินก็แตกออก เศษดินหินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเผยให้เห็นถึงรากนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนไหวไปมา


    แท้จริงแล้วอบิสแห่งนี้มีมอนสเตอร์ต้นไม้ปีศาจสถิตอยู่!


    เดิมทีมอนสเตอร์ชนิดนี้จะมีเวลาหลับและตื่นอยู่ ในช่วงกลางวันพวกมันจะดูดซับแสงทำการหลับใหล ส่วนในเวลากลางคืนก็จะเป็นเวลาออกล่าของพวกมัน


    ทีมกวาดล้างมาถึงในช่วงเวลากลางวันซึ่งเป็นเวลาที่พวกมันหลับอยู่ แต่ทว่ากลับมีเวเนเตอร์คนหนึ่งไปกระตุ้นความดุร้ายของมัน 


    เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์ต้นไม้ปีศาจตนนั้นจึงได้ปลุกต้นไม้ปีศาจที่อยู่รอบๆ ขึ้นมา


    “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย!” หนึ่งในทีมกวาดล้างตะโกนขึ้น เมื่อเขาต้องหลบหลีกรากไม้เหล่านั้น


    ตูม! ตูม! ตูม!


    รากและกิ่งของต้นไม้ปีศาจโจมตีเวเนเตอร์กลุ่มนี้ในทันที


    ชายคนหนึ่งใช้โล่ในการป้องกันการโจมตีเหล่านั้น ส่วนอีกคนใช้อาวุธในการโจมตีโต้กลับ


    กลุ่มของทาสนักโทษโหดเหี้ยมเป็นที่สุด ทาสนักโทษคนหนึ่งใช้มีดคู่ตวัดเฉือนร่างของต้นไม้ปีศาจจนโลหิตสีม่วงสาดกระจายไปทั่วพื้นที่


    เหตุการณ์ในตอนนี้ดูชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก


    เอเบิร์กผู้เป็นวอชเชอร์อดจะกล่าวขึ้นไม่ได้ว่า “ที่นี่ไม่ใช่อบิสสีขาวระดับต่ำ แต่มันเป็นอบิสสีขาวระดับกลางต่างหาก”


    เมื่อสังเกตถึงพลังรบของมอนสเตอร์เหล่านี้แล้ว มันมีขนาดร่างกายที่ใหญ่ยักษ์และมีพละกำลังที่มหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่การเคลื่อนไหว


    หากเป็นเวเนเตอร์ดาราขาวระดับสูงย่อมสามารถรับมือมอนสเตอร์ชนิดนี้ได้ 


    มอนสเตอร์ชนิดนี้จึงไม่ถูกจัดอยู่ในระดับต่ำหรือระดับสูง เพราะความร้ายกาจของมันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เวเนเตอร์ที่เข้ามาต้องหวาดกลัว มันจึงถูกจัดอยู่ในระดับกลาง


    “บ้าเอ้ย นิวโฮปตรวจสอบอบิสผิดพลาดอย่างนั้นหรอ?” เวเนเตอร์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นระหว่างต่อสู้กับปีศาจต้นไม้


    ตอนนั้นเองเสียงของเด็กหนุ่มร่างผอมบางก็เอ่ยขึ้น


    “ไม่ใช่ ... เครื่องมือของนิวโฮปนั้นไม่ผิดพลาด แต่มันคือสิ่งที่อยู่เหนือการคาดเดา เครื่องมือสามารถตรวจจับความเข้มข้นของพลังสปีริตในอบิสได้ แต่ที่นี่มีมอนสเตอร์ต้นไม้มากเกินไป มอนสเตอร์ชนิดนี้ดูดซับพลังสปีริตเป็นอาหาร นั่นจึงทำให้พลังสปีริตของที่นี่เบาบางกว่าที่จะเป็น เรื่องนี้จึงโทษนิวโฮปไม่ได้”


    คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้ผู้คนมากมายต้องหยุดชะงักไปเล็กน้อย บางคนมองไปที่เขาอย่างไม่พอใจ บางคนก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ แต่หลายๆ คนล้วนยอมรับในส่ิงที่วอชเชอร์เด็กหนุ่มคนนั้นพูด


    เอเบิร์กดูประหลาดใจเป็นที่สุด ตามหลักแล้วเขาที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวแปดแฉกที่ได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของเด็กหนุ่ม ต้องคอยดูแลเด็กหนุ่มให้รอดพ้นจากอันตราย


    แต่ในตอนนี้เขากลับปล่อยเด็กหนุ่มให้เผชิญกับอันตรายของปีศาจต้นไม้ เขาต้องการเห็นภาพที่น่าอนาถของเด็กหนุ่มก่อนจะลงมือช่วยเหลือ


    ทว่าภาพทุกอย่างกลับต่างออกไปจากที่เขาคิด


    เด็กหนุ่มร่างผอมบางในตอนนี้อยู่ในชุดสูทสีขาว มือของเขาแตะไปที่แป้นพิมพ์ที่ฉายภาพโฮโลแกรมผ่านกำไล เขาก้มหน้าบันทึกข้อมูลอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าเขากลับสามารถหลบหลีกการโจมตีของเหล่าต้นไม้ปีศาจได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


    ‘เจ้าเด็กบ้านี้มีการบ่มเพาะระดับใดกันแน่?’ เอเบิร์กลอบบ่นพึมพำในใจพร้อมกับกัดฟันกรอดที่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด


    แต่ตอนนั้นเอง ...


    เสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างโหยหวน 


    อ๊ากกกกกกกกกกก


    มันคือเสียงของเวเนเตอร์คนหนึ่งที่ถูกต้นไม้ปีศาจทุบลงไปบนพื้น และรากอันแหลมคมก็โจมตีเจาะทะลุไปทั่วร่าง ส่งผลให้เลือดสีแดงสาดกระจายอย่างแดงฉาน


    เมื่อสิ้นเสียงเวเนเตอร์คนนั้นก็ตายไปอย่างทุกข์ทรมาน


    เฟิร์สเงยหน้ามองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่ศพของผู้เสียชีวิตแล้วกลับมาบันทึกข้อมูลตามเดิม


    “ฟอคอร์น เสียชีวิต ...” 


    เสียงของเด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ ราวกับว่าเขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการตายของคนคนนั้นเลยแม้แต่น้อย


    ‘นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของไอ้เด็กนั่นอย่างนั้นหรอ ทำไมมันเห็นคนตายแล้วยังสงบเยือกเย็นได้ขนาดนั้น’


    จู่ๆ เอเบิร์กก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่างอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเขาเผยไปสบตากับเด็กหนุ่มร่างผอมบางคนนั้นครั้งหนึ่ง จนทำให้เขารีบหลบสายตาออกมาอย่างรวดเร็ว


    สภาพศพอันน่าสยดสยองสร้างความเศร้าสลดบนจิตใจของผู้คน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายคนที่ชินชากับภาพนี้


    พวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าภารกิจกวาดล้างนั้นอันตรายมาก และผลของการพลาดพลั้งแม้เพียงนิดเดียวก็คือความตาย


    ท่าทางของเฟิร์สนั้นเรียบสงบเป็นอย่างมาก โดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์พบเห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้านี้แม้มันจะตัวใหญ่มากกว่าสิบเมตร แต่ความยากในการจัดการก็ไม่มีค่าให้พูดถึง


    ‘อบิสแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเวเนเตอร์โดยแท้ มันมีมอนสเตอร์จำนวนมากและไม่ยากที่จะต่อสู้ ฉันต้องทำหน้าที่เป็นวอชเชอร์ไปจนกว่าจะครบกำหนด เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง หวังว่าข้างในนี้จะมีมอนสเตอร์อยู่เป็นจำนวนมากอย่างที่ฉันหวัง’ เฟิร์สคิดในใจ


    ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปมากระโดดหลบการโจมตีของปีศาจต้นไม้ได้อย่างเฉียดฉิวราวกับภาพวาด


    ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!


    ขณะเดียวกันนั้นเองกองทัพปีศาจต้นไม้ก็เข้ามารวมกันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองภาพจากมุมมองของโดรน มันราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นทะเลแห่งมอนสเตอร์ แม้ต้นไม้ทุกต้นจะไม่ใช่ปีศาจต้นไม้ แต่มันก็มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นปีศาจที่ดุร้าย


    ตูม! ตูม! ตูม!


    เสียงของการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด


    แม้แต่เอเบิร์กที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวแปดแฉกเองก็มีท่าทีที่เริ่มลำบาก


    จริงอยู่ที่วอชเชอร์ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการต่อสู้ แต่พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากภารกิจให้ได้


    แต่ต้องรู้ไว้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ช่างน่าสิ้นหวังเป็นอย่างมาก เมื่อเสียงกรีดร้องของปีศาจต้นไม้ได้เรียกพวกของมันให้ปรากฏตัวอย่างไม่จบไม่สิ้น


    จนในที่สุด ...


    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก


    ทาสนักโทษคนหนึ่งก็เกิดพลาดท่า เขาถูกบีบบังคับให้เข้าสู่วงล้อมของปีศาจต้นไม้จนแยกออกจากกลุ่ม ทำให้ถูกปีศาจต้นไม้รุมสังหารจนตายตกไปอีกหนึ่งคน


    “ทาสนักโทษมูแลง เสียชีวิต” เสียงของเฟิร์สเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา เขานั้นทำหน้าที่ของวอชเชอร์ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันปีศาจต้นไม้ก็พยายามจะโจมตีเขา แต่พวกมันกลับไม่สามารถโดนตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย 


    การโจมตีเหล่านั้นทำไม่ได้แม้แต่จะสัมผัสชายเสื้อของเขา


    “ไม่ดีแล้ว มอนสเตอร์เหล่านี้มีมากเกินไป พวกเราต้องกลับไปขอกำลังเสริม ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องเหนื่อยตายไปก่อนแน่ๆ” เวเนเตอร์หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ท่าทางของเธอดูเหนื่อยหอบ ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ สำแดงทักษะไอเทมสปีริตของเธอออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง


    “ใช่แล้ว เราต้องรีบถอย ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องตายกันอยู่ที่นี่แน่”


    “ที่นี่อันตรายเกินไป คนเพียงแค่นี้เอาไม่อยู่แน่ๆ”


    เวเนเตอร์คนอื่นๆ เริ่มเห็นด้วยกับคำพูดก่อนหน้านี้และเริ่มแสดงความเห็นออกมา


    เสียงการโจมตีของคนนับสิบยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง


    สายตาหลายคู่เริ่มจ้องไปที่โจเซฟผู้เป็นหัวหน้าทีม


    ชายรูปร่างสูงใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ เขาหันไปมองวอชเชอร์ทั้งสองก่อนที่จะเลือกไปหยุดสายตาอยู่ที่เอเบิร์ก เพราะเขาเห็นว่าวอชเชอร์อีกคนยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น ย่อมไม่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้


    “วอชเชอร์เอเบิร์กสถานการณ์เป็นยังไง?” โจเซฟเอ่ยถาม


    เอเบิร์กมองภาพโดยรวมจากโดรน เขาเห็นว่าสถานการณ์ต่อนี้ไม่ดีนัก มอนสเตอร์ยังคงเคลื่อนที่มาตรงนี้เรื่อยๆ


    “ไม่ดี มอนสเตอร์จำนวนมากกว่าร้อยกำลังเคลื่อนที่มาที่นี่” เอเบิร์กเอ่ยออกไปตามตรง


    “ถ้าอย่างนั้นฉันจะตัดสินใจให้ถอย พวกเรามีกำลังคนแค่สามสิบไม่สามารถเคลียร์มอนสเตอร์ทั้งหมดนี้ได้แน่ จำเป็นต้องกลับไปขอกำลังเสริม” โจเซฟกล่าว


    นี่คือขั้นตอนของหัวหน้าทีมกวาดล้าง ตามหลักแล้วพวกเขาควรทำภารกิจนี้จนครบถึงเจ็ดวันถึงจะสามารถถอนกำลังออกจากที่นี่ได้ 


    แต่สถานการณ์ในตอนนี้นั้นต่างออกไป อบิสที่ได้รับรายงานว่าเป็นระดับต่ำกลับกลายเป็นระดับกลาง ด้วยความยากที่เพิ่มขึ้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิบัติภารกิจนี้


    การถอนกำลังจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากวอชเชอร์ซึ่งเป็นตัวแทนของนิวโฮป


    แต่ทว่าในขณะที่เอเบิร์กจะตอบกลับนั้นเอง


    “ผมอนุ ...” 


    ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบกิ่งไม้ขณะใหญ่ก็ฟาดไปที่ด้านหลังของเขาอย่างจัง


    ปัง!


    ร่างของเอเบิร์กกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง


    มอนสเตอร์ปีศาจต้นไม้นั้นดุร้ายเป็นอย่างมาก มันไม่หยุดเพียงแค่นั้น รากที่แหลมคมพุ่งทะยานออกไปหมายจะแทงร่างของเอเบิร์กที่อยู่กลางอากาศ


    เอเบิร์กยังรู้สึกจุกกับการลอบโจมตี เขาจึงไม่สามารถใช้ไอเทมสปีริตหรือทักษะของเขาต้านการโจมตี


    เงาแห่งความตายพลันครอบคลุมจิตใจ


    ทว่าในตอนนั้นเองร่างในเสื้อฮู้ดสีแดงกลับปราดเปรียวเป็นอย่างมาก ร่างนั้นถีบเอารากที่โจมตีเข้ามานั้นเป็นแรงส่งให้ร่างของเขาคว้าตัวเอเบิร์กเอาไว้ แล้วนำร่างนั้นรอดพ้นมาจากการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด


    ตูม!


    “ระหว่างทำงาน คุณควรมีสติอยู่ตลอดเวลาสิ” น้ำเสียงที่เย็นชาของเด็กหนุ่มเอ่ยตำหนิออกมา จากนั้นก็โยนร่างที่ใหญ่กว่าออกไปข้างๆ


    ตุบ ...


    “คุณโจเซฟ ผมอนุมัติคำขอของคุณ” เด็กหนุ่มหันไปเอ่ยกับโจเซฟผู้เป็นหัวหน้าทีม