เสียงหวีดหวิวแหลมสูงของวัตถุบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงมาแหวกผ่านอากาศที่สั่นเทาด้วยแรงะเิครั้งก่อน ไลราและพ่อของเธอรีบทรุดตัวลงหลังกำแพงคอนกรีตที่แตกร้าวฝุ่นผงและเศษอิฐร่วงหล่นราวกับสายฝน
"พ่อคะ!"ไลราะโแข่งกับเสียงที่ดังใกล้เข้ามาทุกที ดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ชายสูงวัยผู้เป็ที่รักยิ่งของเธอหันมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและเืแต่รอยยิ้มยังคงอบอุ่นเช่นเคย
"ไม่เป็ไร ลูก...ทุกอย่างจะเรียบร้อย"
เสียงของเขาแ่เบาแต่หนักแน่น
"แต่ว่า..."ไลราพยายามจะพูด แต่เสียงะเิที่ดังกึกก้องใกล้เข้ามาทุกวินาที กลืน
กินทุกคำพูด
"ฟังพ่อนะ"
พ่อของเธอกระซิบเสียงเร่งรีบ "ลูกต้องไปให้ถึง...ต้องทำให้สำเร็จ เข้าใจไหม?"เขาชี้ไปยังเป้สะพายหลังเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างตัว"ทุกอย่างอยู่ที่นั่น...ความหวังของเรา"
ก่อนที่ไลราจะได้ตอบอะไรแสงสว่างวาบอันเจิดจ้าก็กลืนกินทุกสิ่งพร้อมกับแรงอัดมหาศาลที่ซัดกระแทกเข้าใส่ร่างของพวกเขา พ่อของไลราออกแรงผลักเธอสุดกำลังร่างของเขาทับซ้อนลงมาบนตัวเธอ ราวกับเกราะกำบังสุดท้าย
ความเ็ปแล่นริ้วไปทั่วร่างไลราสำลักฝุ่นควัน เธอพยายามลุกขึ้น แต่ััได้ถึงน้ำหนักที่ทับอยู่บนตัว เธอค่อยๆปัดเศษซากปรักหักพังออก และภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอราวกับถูกบีบแหลกพ่อของเธอนอนแน่นิ่ง ดวงตาหลับสนิทน้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้แต่ในความเศร้าโศกนั้น ไลราก็ตระหนักได้ถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพ่อ คำพูดสุดท้ายของเขายังคงก้องอยู่ในหู
"...ลูกต้องไปให้ถึง...ต้องทำให้สำเร็จ...ความหวังของเราอยู่ที่นั่น"
ด้วยความเ็ปที่จุกอกไลรากัดฟันลุกขึ้น คว้าเป้สะพายหลังที่เต็มไปด้วย ส่วนประกอบสำคัญ และมองไปยัง อุปกรณ์จำเป็ ที่วางอยู่ไม่ไกลเธอต้องเข้มแข็ง ต้องสานต่อสิ่งที่พ่อของเธอเริ่มต้นไว้
ขณะที่ไลราหันหลังให้กับซากปรักหักพังแสงสีทองสว่างวาบก็ส่องประกายออกมาจากจี้ที่เธอสวมอยู่ แสงนั้นเต้นระริกอยู่ครู่หนึ่งราวกับมีบางสิ่งบางอย่างตอบสนองต่อความสูญเสียและความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้นในหัวใจของเธอ