ด้านหนึ่งของห้องมีม่านหนาสีน้ำตาลทองยาวจากเพดานจรดพื้นซึ่งคาดว่าหลังม่านหนาคงจะเป็หน้าต่าง อีกด้านมีโซฟายาวบุผ้าขนสัตว์สีขาวดูหนานุ่มเก้าอี้และโต๊ะกระจกแกะสลักลายเป็เครือเถาไม้เลื้อยอ่อนช้อยชุดหนึ่งตั้งอยู่ถัดจากโซฟาเป็ประตูไม้แข็งแรงสลักลวดลายเดียวกับโต๊ะกระจกสวยงามบานใหญ่สองบานปิดสนิทเมื่อมองอีกด้านเป็ประตูไม้สลักลายบานเดียวเปิดกว้างมองเห็นห้องน้ำบางส่วน
เมื่อกลับมามองหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่บนเตียงซึ่งหยุดเช็ดหน้าให้ั้แ่เธอลุกขึ้นนั่งขยับหนีจนติดพนักหัวเตียงใบหน้าของหญิงสูงวัยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มปนขบขันกับท่าทางระวังตัวของเธอแต่เมื่อเธอก้มลงมองตัวเองเพราะรู้สึกโล่งๆ พิกลเธอก็ร้องลั่นทันทีเป็ภาษาบ้านเกิด “ตายแล้ว! เสื้อผ้าฉันไปไหน? แล้วใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันล่ะเนี่ย? อ่ะจึ๋ย!อย่าบอกนะว่าฉันถูก...ไปแล้ว โอ้...พระเ้า!ใครก็ได้ช่วยบอกชั้นที!”
หญิงสาวลูบคลำสำรวจตัวเองใต้ชุดนอนลายทางตัวหลวมโพรกเป็การใหญ่ลืมแม้กระทั่งหญิงสูงวัยที่ยังนั่งอยู่บนเตียงไม่ห่างจากตัวเธอ
ซารีฟกลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่กับท่าทางตกอกใของเ้าหล่อนที่สำรวจตัวเองยกใหญ่แม้จะฟังภาษาที่เ้าหล่อนพูดไม่ออกซักคำเลยก็ตาม “คิๆๆๆ...”
เสียงหัวเราะคิกๆของหญิงสูงวัยทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวว่ายังมีคนอยู่ในห้องร่วมกับเธอหญิงสาวจึงสำรวมกิริยานิดนึงก่อนจะมองหญิงสูงวัยพร้อมกับเอ่ยถามคำถามเดิมที่ยังไม่ได้รับคำตอบ“ที่นี่ที่ไหนคะ?”
ซารีฟเห็นหน้าสวยหวานพยายามเก็บซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ไม่ให้นางเห็นก็นึกเอ็นดูหญิงสาวยิ่งนัก
ท่าทางของหญิงสาวชวนให้นึกถึงราชินีชารีน่าพระมารดาของเ้าชายอิสมินมาก
กิริยาท่าทางช่างเหมือนราชินีชารีน่าจริงๆนะแม่หนู ซารีฟคิดในใจก่อนจะตอบคำถามของหญิงสาวเป็ภาษาอังกฤษ “ที่นี่คือห้องนอนของเ้าชายอิสมินอัลลา ซาลาฮาดีนค่ะ เ้าชายทรงพาคุณมาเมื่อคืนนี้”
เพียงแค่ได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละเสียงหวานใสก็โวยวายลั่นด้วยภาษาเดิมที่ซารีฟฟังไม่รู้เื่ “ห๊า! อิสมินหน้าบูดนั่นน่ะเหรอที่ลักพาตัวฉัน! หนอย! ช่างบังอาจมาลักพาตัวฉันงั้นเหรอ! เชอะ! โรคหวงพ่อท่าจะกำเริบแน่ๆ เล้ย! ย๊าก! แล้วนี่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฮึ! แน่จริงก็รีบออกมาดิ!แม่จะอัดให้เหลือเท่าเม็ดแอปเปิ้ลเล้ย!”
มือเล็กๆกำแน่นฟาดใส่หมอนใบโตข้างตัวระบายอารมณ์
ซารีฟเห็นท่าทางโวยวายของหญิงสาวพร้อมกับใบหน้าสวยหวานแดงก่ำอย่างโกรธจัดแต่เพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวพูดว่าอะไรจึงพยายามทำให้เ้าหล่อนสงบสติอารมณ์ “คุณค้า! คุณ! ใจเย็นๆก่อนนะคะ คุณพูดอะไรดิฉันฟังไม่รู้เื่ ช่วยพูดเป็ภาษาอังกฤษหน่อยค้า”
“เสียงเอะอะอะไรกันซารีฟ?ดังลั่นไปถึงข้างนอกนู้น!” เสียงห้าวทุ้มกังวาลถามพร้อมกับบานประตูห้องนอนเปิดกว้าง
เ้าของคำถามพาร่างสูงเพรียวก้าวเข้ามาในห้องนอนด้วยใบหน้าบึ้งตึง มองนางกำนัลาุโแล้วเลยไปมองหญิงสาวบนเตียงนอนเ้าของเสียงโวยวายดังลั่นชนิดได้ยินกันทั้งชั้นที่ประทับทำให้เขาต้องรีบเสด็จไปดูเขาสวมเพียงกางเกงขายาวไม่สวมเสื้อ เปลือยอกกว้างล่ำสันอันอุดมไปด้วยขน ชวนให้อยากลูบไล้เล่น
“หือ?”หน้าห้องนอนเหล่าองครักษ์และนางกำนัลยืนชะเง้อชะแง้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นกันสลอนเพราะได้ยินเสียงผู้หญิงโวยวายดังลั่นอยู่ในห้องนอน
เพียงแค่เห็นเ้าชายอิสมินเท่านั้นแหละหญิงสาวร่างบางก็แล่นลงจากเตียงนอนตรงเข้าใส่เ้าชายหนุ่มทันทีไม่พูดพร่ำทำเพลงให้รู้ตัวแม้แต่น้อย กำปั้นเล็กๆ แต่หนักหน่วงพุ่งใส่ท้องเต็มแรงตุ้บ!
“โอ้ย!” แม้จะเจ็บจนจุกแต่เ้าชายอิสมินก็มือไวคว้าเอวบางคอดกิ่วของหญิงสาวเอาไว้ได้ พร้อมกับรัดร่างบางไว้ในอ้อมแขน
“กรี๊ดดดดดปล่อยชั้นนะ!ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะอิสมินหน้าบูด!”
“ว๊ายยยยย!!!!!”
“เฮ้ยยยยย!!!!!”
เหล่านางกำนัลวี๊ดว๊ายเสียงดังลั่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหล่าองครักษ์ก็ใไม่น้อยที่เ้าชายของพวกตนถูกทำร้ายจึงกรูกันจะเข้าไปจับตัวหญิงสาวร่างบางในอ้อมแขนผู้ซึ่งบังอาจทำร้ายเ้าชายของพวกตน“จับผู้หญิงไว้เร็ว!”
เ้าชายอิสมินจึงหันไปตวาดใส่เหล่าองครักษ์ที่กำลังจะกรูเข้ามาในห้องนอนเพื่อจับตัวหญิงสาวร่างบางในอ้อมแขนของเขา“หยุด! ไม่ต้องเข้ามายุ่ง! หุบปากด้วย! ฉันจัดการเอง”
เหล่าองครักษ์หยุดกึกดั่งติดเบรกABS
ส่วนพวกนางกำนัลก็หุบปากสนิทหยุดร้องวี๊ดว๊ายกันทันที
แล้วเ้าชายอิสมินจึงหันไปตะคอกใส่หญิงสาวในอ้อมแขนที่ทั้งดิ้นทั้งโวยวายไม่หยุด“นี่เธอ! มันอะไรกันห๊า! อยู่ดีๆ ก็มาชกกันได้! ประจำเดือนไม่มารึไงห๊า!”
“ประจำเดือนมาปกติดีเฟ้ย! อิสมินหน้าบูด!ปล่อยฉันนะ! ฉันจะอัดให้น่วมเล้ย!ปล่อยซิ!” หญิงสาวตะคอกกลับส่งเสียงดังไม่แพ้กัน พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรง
คำเรียกขานว่า‘อิสมินหน้าบูด’ ทำให้อารมณ์กริ้วโกรธพุ่งปรี๊ดจนหน้าคมเข้มแดงก่ำเส้นโลหิตข้างขมับเต้นตุ้บๆ ตาคมเข้มลุกโชนดั่งไฟบรรลัยกัลป์
เขาตะคอกใส่หญิงสาวในอ้อมแขนเสียงกร้าว“เธอเรียกใครว่า ‘อิสมินหน้าบูด’ ห๊า!? ยัยผู้หญิงปากพล่อย!”
“กรี๊ดดดดดดดนายว่าใครเป็ผู้หญิงปากพล่อยห๊า? ลักพาตัวชั้นมาแล้วยังมาพูดจาอย่างนี้อีกรึ! อย่างนี้ก็สวยอ่ะดิ!” ร่างบางดิ้นฮึดฮัดโกรธจนหน้าแดงก่ำ เ้าชายหนุ่มก็กริ้วโกรธหญิงสาวในอ้อมแขนไม่แพ้กันเขารัดหญิงสาวแน่นขึ้น
“ชิ!ั้แ่เกิดมายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสุดโลโซเท่ากับเธอเลยนะกิริยาท่าทางรึก็ต่ำสิ้นดี คำพูดคำจาหรือก็โลโซสุดขีดพ่อแม่ไม่สั่งไม่สอนมารึไงห๊า!? ยัยผู้หญิงปากพล่อย!”
“กรี๊ดดดดดดเล่นถึงพ่อถึงแม่เลยเหรอ!พ่อแม่นายก็คงไม่ได้สั่งไม่ได้สอนนายเหมือนกันมั้ง ถึงได้มาว่าพ่อแม่คนอื่นเขาฉอดๆแบบนี้ อ้อ...ลืมไปพ่อนายน่ะท่านสั่งท่านสอนดี๊ดี แต่นายมันงี่เง่าไม่รู้จักจำแบบนี้ถ้าแม่นายยังอยู่คงช้ำใจตายวันละหลายๆรอบกับพฤติกรรมสุดยอดแย่ของลูกชายคนเดียว ฉันว่าเป็โชคดีของราชินีชาริน่าที่รีบสิ้นไปซะก่อนจะได้เห็นว่าลูกชายคนเดียวของท่านช่างมีพฤติกรรมต่ำช้าสิ้นดีไม่ต่างจากโจรถ่อยเถื่อนเลยซักกะติ๊ดเดียวถึงได้เที่ยวมาลักพาตัวคนอื่นแบบเนี้ย!” หญิงสาวตอกกลับด้วยวาจาเฉือดเฉือนทำให้เ้าชายอิสมินนึกอยากจะหักกระดูกกระเดี้ยวของร่างบอบบางในอ้อมแขนให้แหลกคามือ“หนอย! คิดว่าเป็ใครมาจากไหนกันห๊า!ถึงได้กล้ามาพูดอย่างนี้ห๊า! ยัยผู้หญิงปากเสีย! อุ้บ!”
เสียงขาดหายไปเมื่อหญิงสาวในอ้อมแขนหาทางหมุนตัวมาประจันหน้าพร้อมกับกระแทกเข่าใส่อิสมินน้อยเข้าเต็มเปาเขาจุกจนหน้าเขียวรูดลงไปกองกับพื้น จ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างอาฆาตแค้นสุดๆ แต่พูดไม่ออกเพราะความเจ็บจุกเหลือคณานับ
หญิงสาวเ้าของเข่ามหากาฬยิ้มเยาะลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยด้วยความสะใจ“เชอะ! สมน้ำหน้า! เห็นแก่อัมมานหรอกนะไม่งั้นฉันจะเอาให้หนักกว่านี้แน่ๆ อิสมินหน้าบูด! ลาขาดล่ะนะ อุ้ย! จะบอกว่าลาขาดไม่ได้ซิ เพราะนายกะฉันยังต้องเจอกันอีกนาน!”
เยาะเย้ยเสร็จเ้าหล่อนก็หันไปมองกราดใส่เหล่าองครักษ์และนางกำนัล เดินเท้าเปล่าเชิดหน้าออกจากห้องนอนทั้งชุดนอนตัวหลวมโพรกอย่างไม่แคร์สายตาเหล่าองครักษ์และเหล่านางกำนัลที่จ้องมองเ้าหล่อนเป็ตาเดียวเหล่าองครักษ์และนางกำนัลต่างถอยกรูเปิดทางให้หญิงสาวเดินผ่านทั้งที่อยากจะจับตัวหญิงสาวเอาไว้แต่เมื่อเจอสายตาเย็นเยียบของหญิงสาวเข้าไปความกลัวก็พุ่งจับขั้วหัวใจจนไม่กล้าขยับตัวเข้าใกล้เ้าหล่อน หญิงสาวเดินลอยชายออกจากที่ประทับของเ้าชายอิสมินเดินเข้าไปในลิฟต์
หลังจากหญิงสาวออกจากห้องนอนไปแล้วซารีฟก็รีบเข้าไปพยุงเ้าชายของตนทันที“โถ...ทูลหัวของหม่อมฉัน เป็ยังไงบ้างเพคะ?เจ็บมากไหมเพคะฝ่าา?”
องครักษ์และนางกำนัลกรูกันเข้าไปในห้องนอน ล้อมหน้าล้อมหลังเ้าชายของพวกตนเอ่ยถามจนวุ่นวาย
“ฝ่าาเพคะเป็ยังไงบ้างเพคะ?”
“ฝ่าาครับเป็ยังไงบ้างครับ?”
“ออกไปให้หมด! ออกไป๊!ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งรึไงห๊า!”
แต่เมื่อเจอเสียงตวาดลั่นของเ้าชายอิสมินที่ยังนั่งจุกกองอยู่บนพื้นทำเอาองครักษ์และนางกำนัลหน้าจ๋อยกันไปหมด
“แต่ว่าฝ่าา...”ซารีฟทูลแย้งแต่เมื่อสบตาดุดันจึงรีบหุบปากทันที
ทำให้เ้าชายอิสมินลดเสียงลงด้วยเกรงใจข้ารับใช้เก่าแก่สั่งกับนางกำนัลสูงวัยเสียงเบา “ออกไปให้หมด ฉันไม่ได้เป็อะไรมากแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกซารีฟ”
เขาส่งสายตาขอโทษแทนคำพูด
ซารีฟจึงทำตามพระประสงค์ของเ้าชายหนุ่มโบกมือไล่นางกำนัลและองครักษ์ออกไป“ออกไปได้แล้ว มีงานอะไรก็ไปทำ เอ้า! ยังไม่รีบไปกันอีก เดี๋ยวฝ่าาก็กริ้วอีกหรอก!”
ทุกคนจึงทยอยกันออกจากห้องนอนโดยเร็ว
เ้าชายอิสมินเรียกตัวสามองครักษ์คนสนิทเอาไว้“ซาอิด มาลิก ราอูลอยู่ก่อน ผมมีเื่จะคุยกับพวกคุณ”
สามองครักษ์จึงอยู่ตามรับสั่งพร้อมกับช่วยกันหิ้วเ้าชายของตนให้ไปนั่งบนเตียงนอนมีซารีฟยืนคอยรับใช้อยู่ไม่ห่าง
เ้าชายอิสมินถามหัวหน้าองครักษ์ทันที“ซาอิดยัยผู้หญิงปากพล่อยนั่นไปไหนแล้ว?”
ซาอิดอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงอ่อย“เอ่อ...เอ่อ...ผมไม่ทราบครับ เห็นแวบๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในลิฟต์ครับ”
“ชิ!สภาพแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้ถูกรุมโทรมกลายเป็ศพลงข่าวหน้าหนึ่งหรอกซาอิดนายตามไปดูซิว่ายัยผู้หญิงนั่นจะไปที่ไหน?จัดการพาไปส่งบ้านให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ส่วนมาลิกกับราอูลรีบๆไปหามาว่ายัยนั่นเป็ใคร? อยู่ที่ไหน? สืบมาให้ละเอียดยิบเลยนะ เร็วที่สุดด้วยเอาล่ะออกไปได้แล้วผมอยากอยู่คนเดียว”
สั่งแล้วก็เอนตัวลงนอน
ซารีฟและสามองครักษ์จึงออกจากห้องนอนโดยไม่รีรอ
เ้าชายอิสมินกริ้วโกรธหญิงสาวยิ่งนักเอ่ยอาฆาตแค้นด้วยความเจ็บใจที่เสียท่าหญิงสาวจนต้องเจ็บตัว ซึ่งยังไม่เท่ากับที่เขาต้องขายหน้าต่อหน้าข้ารับใช้ก็เขาเป็ถึงเ้าชายรัชทายาทผู้เก่งกาจ แต่กลับถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำร้ายเอาซะได้ “หนอย!เผลอนิดเดียวเล่นซะเกือบสูญพันธุ์เลยนะยัยผู้หญิงปากเสีย!คอยดูเถอะ! เจอกันครั้งหน้าฉันจะเอาคืนทบต้นทบดอกเล้ย!”
ซาอิดรีบลงลิฟต์ไปยังชั้นล็อบบี้ของโรงแรมเดินหาหญิงสาวนางนั้นไปทั่วด้วยความเป็ห่วง ก็สภาพของเ้าหล่อนตอนออกจากที่ประทับน่ะเห็นว่ามีเพียงเสื้อนอนตัวใหญ่เพียงตัวเดียวติดกายขืนปล่อยให้ไปเดินตามถนนหรือนั่งแท็กซี่กลับบ้านคงได้กลายเป็ศพอย่างที่องค์รัชทายาทพูดแน่ๆก็เ้าหล่อนสวยซะขนาดนั้น แถมสภาพเสื้อผ้าก็ช่างล่อแหลมยิ่งนักแต่มองหาจนทั่วล๊อบบี้ก็ไม่เห็นเ้าหล่อนเลยแม้แต่น้อย
“หายไปไหนนะ?ก็พึ่งจะออกจากที่ประทับมาแป๊ปเดียวเอง ถ้าจะเรียกแท็กซี่ก็น่าจะยังอยู่นี่หว่า?ไปไหนของเขากันนะ? นี่ๆ มีใครเห็นผู้หญิงผมยาวๆ สีบรอนซ์ หน้าสวยๆ รูปร่างผอมๆ ตัวสูงๆบางๆ ใส่ชุดนอนตัวเดียวมั่งไหม?” ซาอิดถามพนักงานต้อนรับชายสองนายซึ่งเดินเตร่ไปเตร่มาแถวหน้าเคาน์เตอร์แต่ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วตอบเป็เสียงเดียวกันทันควัน “ไม่เห็นครับท่านซาอิด”
“พวกนายสองคนอยู่แถวนี้ตลอดเวลาเลยรึ?”ซาอิดถามพร้อมกับสอดส่ายสายตาหาผู้หญิงคนนั้นไปทั่ว พนักงานสองคนรีบตอบ“พวกเราอยู่นี่ตลอดเวลาไม่ได้ไปไหนเลยครับแต่ยังไม่เห็นผู้หญิงลักษณะตามที่ท่านซาอิดบอกเลยครับ”
เมื่อได้รับการยืนยันหนักแน่นซาอิดจึงเร่ไปถามหากับพนักงานคนอื่นทันทีแต่ถามพนักงานจนหมดทั้งล็อบบี้แล้วก็ไม่มีใครเห็นหญิงสาวลักษณะดังกล่าวเลยหัวหน้าองครักษ์เลยเกาหัวแกรกๆ ด้วยความมึนงง “หายไปไหนนะ?”
“ท่านซาอิดครับเจอผู้หญิงตรงกับลักษณะที่ท่านซาอิดบอกแล้วครับ”พนักงานรักษาความปลอดภัยนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอก ทำให้ซาอิดหูผึ่งทันที “เจอแล้วรึ?อยู่ที่ไหน?”
“ที่ประทับขององค์อัมมานชั้นบนสุดเลยครับภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นว่าเธอกดลิฟต์ขึ้นไปที่ประทับขององค์อัมมานครับเธอไม่ได้ลงมาข้างล่างนี่เลยครับ”
คำตอบของพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ซาอิดใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเอ่ยขอบใจพนักงานคนนั้นแล้วก็รีบเดินลิ่วไปเข้าเฝ้าเ้าชายอิสมินโดยเร็ว“เวรแล้วซิ!ท่าทางข่าวที่ว่าเ้าหล่อนสนิทสนมกับองค์อัมมานท่าจะจริง ถึงขนาดขึ้นที่ประทับขององค์อัมมานได้อย่างนี้ไม่ธรรมดาแล้ว! ซวยแน่ๆ เลยตู! หัวจะหลุดจากบ่าไหมเนี่ย!?”
ขณะที่ซาอิดกำลังจะไปเข้าเฝ้าเ้าชายอิสมิน ก็ถูกมาลิกและราอูลเรียกเอาไว้ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน “ท่านซาอิดขอรับเื่ผู้หญิงคนนั้นน่ะครับ พวกผมสืบมาได้บ้างแล้วครับ”
“ดีเลยงั้นรีบไปเฝ้าเ้าชายพร้อมๆ กันเลย” องครักษ์ทั้งสามจึงรีบไปเข้าเฝ้าเ้าชายอิสมินทันที
เมื่อองครักษ์คนสนิทอยู่ต่อหน้าเ้าชายหนุ่มก็รับสั่งถามอย่างร้อนใจ “ได้อะไรมาบ้าง? รีบๆ เล่ามาเร็ว ๆ”
มาลิกจึงทูลรายงานก่อน“จากคีย์การ์ดโรงแรมของผู้หญิงคนนั้นเป็คีย์การ์ดที่ประทับขององค์อัมมานครับเื่คีย์การ์ดใบนั้นยังไม่เท่าไหร่ครับที่สำคัญคือทางระบบรักษาความปลอดภัยยืนยันว่าลายนิ้วมือของเธอได้รับการสแกนเก็บไว้ในฐานข้อมูลมีความสำคัญเทียบเท่ากับองค์อัมมานและฝ่าาเลยครับ”
“เฮ้ย! เทียบเท่ากับผมและเสด็จพ่อ!งั้นก็หมายความว่ายัยนั่นเข้านอกออกในโรงแรมแกรนด์เอจาได้ทุกสาขาทุกชั้นเลยซิจะเป็ไปได้ยังไง? ทำไมผมถึงไม่เคยรู้มาก่อนล่ะ?” เขาอุทานดังลั่นอย่างใ
ราอูลจึงรีบทูลรายงาน“ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ยังรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยทุกอย่างด้วยครับเมื่อสักครู่ก็ได้รับการยืนยันจากระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในที่ประทับขององค์อัมมานเธอไม่ได้ใช้คีย์การ์ดครับ แต่เธอใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือเข้าไปครับ”
“ภาพจากกล้องก็ยังยืนยันว่าเธอออกจากที่ประทับของฝ่าาแล้วขึ้นไปยังที่ประทับขององค์อัมมานครับคือว่าเธออยู่ข้างบนนี่เองครับ ไม่ได้เดินลงไปข้างล่างเลยเธอยังอยู่ข้างบนนี่เองยังไม่ได้ไปไหนเลยครับ” ซาอิดทูลรายงานพร้อมกับชี้นิ้วขึ้นไปบนเพดานเสียงอ่อย
ทำให้ทุกคนต่างแหงมองขึ้นไปบนเพดานแล้วหันมามองหน้ากันองครักษ์ทั้งสามต่างกลืนน้ำลายกันหลายเอื๊อก “...”
ทั้งสามต่างคิดตรงกันเป็เสียงเดียวโธ่ถัง...ถ้าองค์อัมมานทรงทราบเื่เข้า หัวหลุดจากบ่าแน่ๆ เลยตู โทษฐานไม่ดูแลเ้าชายให้ดีปล่อยให้มีเื่กับผู้หญิงคนนั้นได้โธ่...แล้วนี่แม่เ้าประคุณเป็ใครกันหนอ? ขนาดเข้านอกออกในที่ประทับขององค์อัมมานได้ขนาดนี้ ขนาดตูยังเข้าไม่ได้เล้ย! ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก่อนสงสัยว่าคงเป็สนมของพระองค์แน่ๆ เลย ท่าทางคงจะเป็สนมคนโปรดด้วยโอ้...หรือว่าเธอคือผู้หญิงที่พวกนางกำนัลลือกันว่าเป็คนรักขององค์อัมมานต้องใช่คนนี้แน่ๆ ที่พวกนั้นลือว่าองค์อัมมานทรงโทรหาทุกวัน โธ่...คอขาดแน่ๆ เลยตู!
เ้าชายอิสมินทรงละสายตาจากเพดาน้าหน้าบึ้งตึง คิดในใจอย่างเคืองแค้น หนอย! นี่ถึงขนาดว่าอยู่กับเสด็จพ่อเลยรึ! ชิช่ะ! มันจะมากไปแล้วนะ เสด็จพ่อนะเสด็จพ่อ! ไหนว่าจะรักมั่นคงต่อเสด็จแม่ไปจนสิ้นพระชนม์ยังไงล่ะ! ปันใจให้ผู้หญิงคนอื่นนอกจากเสด็จแม่ได้ยังไงครับ!?นี่คงจะทรงหลงมันมากเลยล่ะซิท่า มันถึงได้กำเริบเสิบสานกับลูกถึงขนาดนี้ คอยดูเถอะ! เดี๋ยวน่าดู!
เ้าชายอิสมินลุกจากเตียงนอนทำให้องครักษ์ทั้งสามนายรีบถาม“จะเสด็จไหนหรือครับ?”
“ข้างบน!” เ้าชายอิสมินตอบเสียงเหี้ยมเกรียมแล้วก็ย่างก้าวเดินตึงๆหน้าบึ้งดั่งั์ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้องครักษ์ทั้งสามใจหายวาบ รีบตามเสด็จไปรั้งเอาไว้ก่อนที่จะพ้นห้องนอนออกไป“ฝ่าาครับ ได้โปรดอย่าเสด็จเลยครับ พวกผมยังไม่อยากเป็ผีหัวขาดนะครับถ้าองค์อัมมานทรงทราบเื่เข้าพวกผมหัวขาดแน่ๆ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็พระสนมขององค์อัมมานก็ได้นะครับหรือไม่ก็ต้องเป็คนที่พวกนางกำนัลลือว่าเป็คนที่องค์อัมมานทรงโทรศัพท์หาทุกวันแน่ๆครับ อย่าเสด็จเลยครับ”
“ก็เพราะอาจจะเป็พระสนมของเสด็จพ่อหรือไม่ก็เป็คนที่เสด็จพ่อโทรหาทุกวันตามที่พวกนางกำนัลพูดถึงน่ะซิผมถึงจะไปถามพวกนางกำนัลของเสด็จพ่อให้มันรู้เื่ไปเลย ถ้าใช่จริงๆ ผมจะได้เปิดาไล่หล่อนให้กระเจิงไปจากเสด็จพ่อซะเลยเสด็จพ่อจะรักใครไม่ได้นอกจากเสด็จแม่ของผมคนเดียว! พวกคุณอย่ามาขวาง หลีกไป!” เ้าชายอิสมินตวาดใส่สามองครักษ์แล้วเดินไปทันที
องครักษ์ทั้งสามได้แต่ส่ายหน้าเพราะไม่รู้จะทำเช่นไรนอกจากรีบตามเสด็จโดยเร็วโธ่...องค์อัมมานก็พึ่งจะเสด็จกลับเอจาไปแล้ว แล้วนี่ใครจะคอยห้ามทัพล่ะเนี่ย?
ณหน้าที่ประทับของกษัตริย์อัมมาน อัลลา ซาลาฮาดีน เ้าชายอิสมินทาบมือลงบนเครื่องสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดประตูด้านหน้าที่ประทับของพระบิดาซึ่งมีเพียงเขาและพระบิดาเท่านั้นที่สามารถใช้ได้แต่บัดนี้กลับมีผู้ใช้ได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนนั่นก็คือหญิงสาวนามลีอา มิยาโบวิทซ์
เมื่อบานประตูเปิดออกเ้าชายหนุ่มก็เสด็จเข้าไปทันทีตามด้วยองครักษ์คนสนิททั้งสามนายเ้าชายอิสมินได้ยินเสียงหวานใสพูดคุยเจื้อยแจ้วดังมาจากห้องโถงทำให้เขาหยุดชะงักพร้อมกับยกมือห้ามมิให้องครักษ์ทั้งสามส่งเสียง
“นายหน้าบูดของอัมมานโตแต่ตัวจริงๆไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็ลูกแหง่หวงพ่อซักที ทั้งๆที่อายุก็มากแล้วนะยังหวงพ่อเป็เด็กๆ ไปได้ คนอะไรโตแต่ตัวแต่สมองฝ่อเท่าแมงหวี่”
เ้าชายอิสมินรู้สึกกริ้วจนเส้นโลหิตเต้นตุ้บๆอีกรอบ สาวเท้าจะเสด็จไปหาเ้าของเสียงหวานใสที่ช่างกล้าวิจารณ์เขาปาวๆ แต่ก็ต้องหยุดกึกทันทีเมื่อได้ยินเสียงห้าวถามซึ่งเ้าชายอิสมินจำได้แม่นยำว่าเป็เสียงของพระบิดา
“นี่ลีอาเจออิสมินแล้วเหรอ?”
คิ้วเข้มจึงขมวดเป็ปมทันทีเอ๋...ก็ไหนว่าเสด็จพ่อเสด็จกลับเอจาั้แ่เช้ามืดแล้วยังไงล่ะ?แล้วทำไมยังทรงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
เสียงหวานใสตอบพร้อมกับฟ้องไปในตัวน้ำเสียงสะบัดเล็กน้อย“เจอแล้วเพคะ อัมมานรู้ไหมว่านายนั่นร้ายขนาดไหน ถึงขนาดลักพาตัวลีอาเลยนะเพคะ”
“หือ...ลักพาตัว?มันเื่อะไรกันหือลีอา? ไหนเล่าให้ฉันฟังให้ละเอียดซิ!”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ