"เราต้องมาตกลงกัน" น้ำส้มเอ่ยขึ้นเมื่อเลี่ยงมาจนพ้นสายตาของเด็กน้อย สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เธอไม่อยากให้ลูกสาวได้ยินแล้วจดจำ เดี๋ยวเอาไปทำตาม
"เื่อะไร" เขาถามอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทั้งที่ก็พอจะเดาได้
"ก็เื่เงินที่น้องมะนาวยืมมาไง คุณจะมาเล่นแง่แบบนี้ไม่ได้ คุณต้องกำหนดมาแล้วอย่าตุกติก ทุกครั้งที่มะนาวต้องมามันควรชัดเจนเท่าไหร่ยังไง ไม่ใช่มาแบบเลื่อนลอย ฉันล่ะงงกับคุณจริง ๆ กับไอ้วิธีการที่ให้มะนาวมานั่งกินนอนกินแค่เนี่ย คุณเป็ประสาทหรือไง"
".........," เขาเงียบนิ่งอย่างกับไม่ได้ยินในสิ่งที่น้ำส้มร่ายยาว ยืนเลื่อนหน้าจอมือถือดูข่าวอย่างสบายใจ
"อย่านิ่งสิ ฉันพูดจนเหนื่อยแล้วนะ" เธอเริ่มอารมณ์เสีย เมื่อพูดมาจนปากแฉะนักรบยังนิ่งเงียบ
"แล้วจะให้ผมพูดอะไรล่ะครับ หื้ม....ก็ผมพอใจอยากให้มะนาวใช้หนี้แบบนี้ ผมผิดตรงไหน?" เขาปรี่เข้ามาใกล้กะทันหัน โน้มตัวลงต่ำให้ใบหน้าเสมอหน้าเธอ ทำเอาน้ำส้มเอนถลาถอยหลบแทบไม่ทัน ใบหน้าคมคายเผยรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์จนหัวใจน้ำส้มเต็นเร็วผิดจังหวะ กลิ่นกายชายกระทบจมูกสร้างความรัญจวนชวนให้ลุ่มหลง
"จะยื่นหน้ามาใกล้ทำไมเนี่ย" เธอต่อว่าอย่างเคอะเขิน
"กลัวหลงเสน่ห์ผมหรือไง" เขาแซว
"มั่นหน้าอีกละ" น้ำส้มตอบโต้ด้วยสีหน้าเอือมระอา ทว่าความจริงแล้วเธอกำลังหวั่นไหวทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้
"หึ" นักรบยกยิ้มมุมปากพลางส่งสายตามองหน้าน้ำส้มที่ยืนอยู่ตรงหน้า โปรยเสน่ห์หวังให้เธอลุ่มมหลงเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่เข้าใกล้เขา
"เื่มะนาวน่ะมันไร้สาระเกินไป หาความสมเหตุสมผลก็ไม่มี.....คุณว่างนักหรือไงทั้งที่ต้องรับผิดชอบงานก็เครียดพอแล้ว ยังต้องมาเครียดกับมะนาวอีกเหรอ"
"ห่วงผมเหรอครับ"
"ไม่ได้ห่วงแต่มันเสียเวลาทำมาหากินของฉันที่ต้องมาดูลูก ฉันไม่กล้าปล่อยลูกอยู่กับคนแปลกหน้าตามลำพังหรอกนะ แม้ว่าคุณจะเป็นายจ้างฉันก็เถอะ"
ทั้งสองคนถกเถียงกัน มันเป็สิ่งที่น้ำส้มคิดจริง เธอไม่ได้ร่ำรวยจนมีเวลาว่างมานั่งหายใจทิ้ง ทุกเวลานาทีของเธอมันมีค่า ล้วนแต่เป็เงินเป็ทองสร้างรายได้ให้เธอได้จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน มันคือสิ่งที่เธอต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพสองชีวิตน้อย ๆ เพียงลำพัง
"ผมดูอันตรายขนาดนั้นเลย?" เขาย้อนถามและชักสีหน้านิ่ง
"ใช่! แถมยังกะล่อนเ้าเล่ห์อีกด้วย" น้ำส้มตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ก็เขาเริ่มออกลายจากผู้ชายอบอุ่นกลายเป็คนเ้าเล่ห์เพทุบายชอบวางแผน
"คิดบ้างก็ได้ ผมคงไม่ขนาดนั้นมั้ง" นักรบแย้ง
"น้อยไปสิไม่ว่าถ้าจากที่ฉันััมา คุณมันโคตรเ้าเล่ห์เลยรู้ป้ะ"
"ไม่เห็นรู้เลย ผมเป็แบบนั้นจริงเหรอ"
"บ้านก็มีกระจกเยอะแยะหัดส่องบ้างนะจะได้มองเห็นตัวเอง"
เขาและเธอยังคงต่อล้อสาวความกันอย่างไม่ลดละ เมื่อน้ำส้มพูดขึ้นกระแทกแดกดัน นักรบก็ตอบกลับทันทีไม่มีติดขัด จนตอนนี้เธอเริ่มอารมณ์เสีย แต่คนพูดยากช่างแถสีถลอกข้างก็ไม่มีทีท่าหยุดยั้งแต่อย่างใด เขายังคงยียวนจนน้ำส้มแทบอยากเอาเส้นผมมารัดคอตัวเองตาย...เธอปวดหัว!!
"นี่คุณไม่เข้าใจจริงเหรอทำไมผมถึงอ้างเหตุผลโง่ ๆ แบบนี้ขึ้นมา" นักรบเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นอาการน้ำส้มที่เริ่มจะถอยห่างออกไป ซึ่งเขาหลอกล่อทุกทางเพื่อเข้าใกล้ แต่เธอกลับหาทางผลักไสเขาออกไปจากชีวิต
"รู้อะไร?" เธอย้อนถาม
"ผมแค่อยากให้คุณอยู่ใกล้ ๆ ไม่รู้สิ สำหรับคุณอาจจะมองว่ามันเร็วไป แต่ผมรู้ใจตัวเองว่าชอบคุณั้แ่ที่เจอกัน...แล้วถ้าผมไม่ทำแบบนี้ผมจะได้คุยกับคุณแบบนี้ไหม จะได้ใกล้ชิดกันหรือเปล่า" เขาพูดร่ายราวในจุดประสงค์ที่คิดการณ์ไว้
"ฉันไม่เหมาะสมกับคุณหรอก อย่ามาเสียเวลากับแม่หม้ายลูกติดแบบฉันเลย คุณมีคนในสังคมมากมายที่คู่ควร ฉันมันก็แค่...."
"ผมไม่แคร์!"
น้ำส้มแย้งในมุมของเธอ ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค นักรบก็แทรกตัดบทด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดขึงขัง เขาก้าวขาขยับเข้ามาหาน้ำส้ม จนเธอต้องกรูถอยหลัง สีหน้าและแววตาของนักรบดูจริงจัง สร้างความหวาดระแวงและกลัวแก่เธอไม่น้อย แต่เมื่อได้ประจันหน้าแล้วคงถอยไม่ได้ เหตุผลที่เขาอ้างมาไม่สามารถไขปมชีวิตที่มันฝังใจ เธอพยายามปิดตายประตูหัวใจั้แ่ครั้งนั้นที่เคยเผชิญ
ไม่คู่ควร
ผู้หญิงมีตำหนิไร้ประโยชน์
กาลกิณีดวงกินผัว
"แต่ฉันแคร์ไง ฉันคงทนคำคนไม่ไหว ฉันสู้กับแรงกดดันรอบกายไม่ได้ ไหนจะครอบครัวคุณอีกล่ะ พวกเขาจะรับสถานภาพฉันได้ยังไง....มันเป็ไปได้ยากคุณเข้าใจความโหดร้ายของโลกใบนี้บ้างไหม คุณนักรบ!" เธอตะเบ็งเสียงลั่นพร้อมกับดวงตาแข็งกร้าวที่คละเคล้าด้วยม่านน้ำตา เธอเคยประสบพบเจอคำครหาจนยากจะเปิดใจ ใช่ว่าเธอฆ่าใครตาย
"ผมไม่สนคำพูดหรืออะไรก็ตาม"
"คุณจะมั่นใจได้ยังไงคุณนักรบ ฉันเคยได้ยินมาแทบทุกครั้งที่มีคนมาจีบ ครอบครัวพวกเขาไม่เคยรับได้ และยิ่งฐานะแบบคุณมันยิ่งยากมาก คุณมีสังคม มีหน้ามีตาฐานะร่ำรวย แล้วฉันล่ะคุณมองดี ๆ มีอะไรที่คู่ควรกับคุณบ้าง....คุณควรหยุดแค่นี้ แล้วหนี้ฉันจะหาเงินมาคืนให้"
"แต่ผมชอบคุณ"
"ชอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และทุกความรู้สึกก็เปลี่ยนได้เช่นกัน ถ้าคุณเจออะไรใหม่ ๆ ฉันมันก็แค่ของเล่นเท่านั้น ฉันไม่อยากพาตัวเองลงไปเล่นกับใครชั่วครั้งชั่วคราว...."
"แต่ผมเอาจริงนะไม่ได้แค่จีบเล่น ๆ"
"อย่าเอาฉันไปเป็หนึ่งในตัวเลือกของคุณเลย...ขอตัวไปหามะนาวก่อนนะคะ"
พูดจบอย่างตัดพ้อ เธอก็เบี่ยงตัวเดินหลบหนีโดยที่ไม่มองหน้านักรบแม้แต่น้อย เพราะกลัวความรู้สึกตัวเองที่มันอาจจะหวั่นไหวจน ทำให้ ความหนักแน่นลดหลั่นไป
"สามเดือนน้ำส้ม ผมขอเวลาแค่สามเดือน" เขารีบวิ่งเข้าไปกอดเธอจากด้านหลัง แล้วให้คำสัตย์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เมื่อเห็นน้ำตาของน้ำส้มรินไหล เขากลัวว่าเธอจะถอยห่างไปจากชีวิต สิ่งที่ได้รับรู้ทำให้เขาใจสั่น
".........." น้ำส้มเงียบภายใต้อ้อมกอดของนักรบเธอไม่รู้ว่าจะเชื่อถือในคำพูดของเขาหรือไม่ ตอนนี้มีเพียงน้ำตาแห่งความชอกช้ำ เมื่อย้อนนึกถึงคำครหาของคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตและดูแคลนเธอกับลูก
"สามเดือนถ้าคุณไม่รักผมเลย ผมจะถอยเอง"