หวางยี่ชานคำรามลั่นก่อนที่ร่างกายของมันของเคลือบคลุมไปด้วยรัศมีสีทองราวกับร่างกายของมันลุกไหม้ไปด้วยเพลิง มันคือปราณราชาแท้จริงที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลหวางที่ให้ความรู้สึกที่ดุดันอย่างมากหวางยี่ชานก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะระเบิดหมัดสีทองพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยง ปราณอันทรงพลังระเบิดออกพร้อมกับเสียงดังสนั่นเพียงพริบตา แรงกดดันก็พุ่งมาถึงใบหน้าของเฉินเซี่ยง
รัศมีที่พุ่งมาเต็มไปด้วยพลังมหาศาล เบื้องหลังมันเหลือทิ้งไว้ด้วยรอยระเบิดเป็นทางยาวส่งผลให้ก้อนหินที่อยู่ใกล้เคียงแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามด้วยร่องลึกคล้ายลำธารที่ถูกขุดให้เป็นร่องลึกเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น คนอื่นๆ ต่างสั่นสะท้าน ถ้าคนใดคนหนึ่งถูกโจมตีด้วยพลังเช่นนี้ย่อมไม่ต่างอะไรกับเนื้อบด
“ด้วยพลังเพียงเท่านี้..เจ้ายังกล้าเป็นผู้นำตระกูลรึ? ด้วยมือเพียงข้าเดียว..บิดาข้าก็สามารถบดขยี้เจ้าได้แล้ว!” เฉินเซี่ยงยิ้มเหยียดหยันขณะที่โบกสะบัดมืออย่างรุนแรงพลังที่พุ่งตรงมายังเขาเมื่อครู่พลันสลายออก
ทุกคนต่างไม่อาจหลีกเลี่ยงจากอาการตกตะลึงได้เฉินเซี่ยงโบกสะบัดมือเพียงข้างเดียวก็ทำให้รัศมีปราณที่น่าหวาดกลัวนั้นถูกพัดออกไปต่อหน้าต่อตา
รัศมีปราณของเฉินเซี่ยงพุ่งออกไปด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวทั้งยังทำลายพลังของหวางยี่ชาน แสดงให้เห็นว่ารัศมีปราณของเฉินเซี่ยงแข็งแกร่งกว่ารัศมีปราณหวางยี่ชานหลายเท่านัก
ความมั่นใจและความหยิ่งผยองของหวางยี่ชานหายไปราวกับอากาศที่เบาบางหลังจากปรากฏประกายระหว่างการสะบัดมือของเฉินเซี่ยงเพียงครั้งเดียวทำให้มันสงสัยว่า ปราณที่มันปล่อยออกมานั้น...เต็มกำลังแล้วหรือไม่ แต่ถ้าสังเกตจากร่องลึกที่เกิดจากรัศมีปราณของมันแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยออกมาไม่เต็มที่เมื่อมันคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ทั่วร่างของมันพลันแข็งค้าง มันตระหนักได้ว่าตัวมันไม่อาจเทียบกับความแข็งแกร่งที่น่าหวาดหวั่นของเฉินเซี่ยงได้
ในตอนนี้ หวางยี่ชานพร้อมกับคนอื่นๆ ต่างยืนแข็งค้างเพียงเงาร่างไหววูบคราหนึ่ง เฉินเซี่ยงก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าหวางยี่ชานด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัวส่งผลให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
ก่อนที่หวางยี่ชานจะขยับตัว มันพลันรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงระเบิดออกมาจากท้องของมันมันก้มหน้าลงในทันที สิ่งที่ปรากฏคือมือที่เคลือบไปด้วยปราณแท้จริงสีครามข้างหนึ่งแทงเข้าไปในท้องจนทะลุด้านหลังของมัน
“อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!” หวางยี่ชานกรีดร้องลั่นในตอนนี้เฉินเซี่ยงถอนมือของเขาออกมาแล้ว เขาใช้เพียงกรงเล็บมังกรคราม ก่อรูปปราณแท้จริงให้กลายเป็นกรงเล็บมังกรที่แหลมคมด้วยความแหลมคมของมันก็สามารถเจาะทะลุร่างกายที่บอบบางของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
ปราณแท้จริงยังคงห่อหุ้มรอบๆ แขนของเฉินเซี่ยงเผยให้เห็นแขนที่ปราศจากโลหิตจากการจู่โจมเมื่อครู่ เมื่อจ้องมองหวางยี่ชานผู้มีใบหน้าซีดเซียวอยู่เบื้องหน้าเขาเขากล่าวอย่างเย็นชา “ไสหัวไปให้พ้นจากสายตาของข้าเรื่องนี้….เป็นเรื่องระหว่างข้ากับกลุ่มวายุทมิฬ เจ้ารนหาที่เองข้าไม่สนใจชีวิตเยี่ยงหมาอย่างเจ้า แหกตาดูซะ...ดูความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตระกูลเฉินของข้า”
หวางยี่ชานตกตะลึงเพราะความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงแม้ภายในใจของมันจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่มันก็ไม่กล้ากล่าวตอบอันใด ท้ายที่สุดมันก็คลานหนีไปอย่างไม่เต็มใจนักขณะที่คนอื่นๆกรูกันเข้ามาช่วยมัน ลากมันกลับไปยังคฤหาสน์กลุ่มวายุทมิฬ
เฉินเซี่ยงเบนสายตาจับจ้องไปยังผู้นำกลุ่มวายุทมิฬสายฟ้าสีครามประกายอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างพร้อมกับปราณฆ่าฟันที่เริ่มหลั่งไหลออกมาจากทั่วร่างหลังจากกวาดสายตาผ่านทุกๆ คนที่อยู่ในตอนนี้ ท้ายที่สุดก็จับจ้องไปยังผู้นำกลุ่มวายุทมิฬพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา“เจ้าสะเออะเข้าไปยุ่ง...ในสิ่งที่เจ้าไม่สมควรยุ่งเช่นนั้นก็อย่างตำหนิข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าและข้าไม่เคยมีบุญคุณความแค้นต่อกันและข้าก็ไม่อยากใช้ความแข็งแกร่งของข้าให้เสียเปล่า”
เจ้าเมืองฮว๋าเกาหยุนเป็นนักสู้ระดับ 8ขอบเขตนักสู้ ถึงแม้ความแข็งแกร่งโดยรวมของเขาจะเหนือกว่าหวางยี่ชานมาก แต่เมื่อมันรู้เห็นกับทักษะที่เฉินเซี่ยงใช้ออกมันกลับรู้สึกขัดแย้งเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเผชิญหน้ากับเฉินเซี่ยงแล้วผลที่ออกมาคือมันได้รับชัยชนะแต่ท้ายที่สุดมันต้องตายจากอาการบาดเจ็บอย่างแน่นอน
ชัดเจนว่านั่นไม่ได้เป็นประโยชน์กับมันแม้แต่น้อยนอกจากนี้มันยังจะไม่ได้เป็นเจ้าเมืองโหวหวางอีก มันเห็นถึงจุดนี้ได้อย่างชัดเจน มันยังเห็นอีกว่าผู้นำกลุ่มวายุทมิฬกระทำผิดต่อนักปรุงยาหนุ่มที่มีศักยภาพไม่สิ้นสุดผู้นี้มันไม่คุ้มเลยที่พวกมันจะไปนำตนเองไปเทียบกับตระกูลเฉินที่มิอาจล้อเล่นด้วยได้
มันรีบพาบุตรชายของมันจากไปโดยไม่รอช้าสำหรับผู้นำกลุ่มวายุทมิฬแล้ว มันไม่สามารถหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ นั่นเป็นเพราะมันรู้ว่าหลังจากนี้กลุ่มวายุทมิฬจะหายไปจากเมืองโหวหวาง
ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬทำได้เพียงเฝ้ารอและเฝ้าดูบุคคลที่มันเชิญมาจากไปทีละคนถึงแม้มันจะโกรธแค้นมากสักเพียงใด แต่มันยังคงไม่กล้าบังคับให้คนอื่นๆ อยู่ต่อ
“จู่โจมมันพร้อมๆ กัน มันก็แค่ตัวคนเดียว!” ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬตะโกนลั่นขณะที่มันทะยานเข้าใส่เฉินเซี่ยงพร้อมกับกวัดแกว่งหอกยาวสีดำ
ราวกับมังกรที่กำลังเกรี้ยวกราด เฉินเซี่ยงคำรามอย่างบ้าคลั่งขณะรัศมีปราณอันทรงพลังแผ่พุ่งไปรอบทิศทางทุกที่ที่มันกวาดผ่านต่างถูกทำลายสิ้น กระทั่งก้อนอิฐที่ถูกกวาดผ่านยังถูกป่นเป็นผงดอกไม้ ต้นไม้ที่อยู่ภายในสวนดูราวกับตัดขาดด้วยกระบี่นับพัน ทุกๆ คนที่อยู่ในสวนตอนนี้ต่างเริ่มกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชทวารทั้ง 7 พลันปรากฏโลหิตไหลริน ทั่วร่างถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละแห่งราวกับวังวนไร้ที่สิ้นสุดกลุ่มคนทั้งหมดพากันล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวของเฉินเซี่ยงมาพร้อมกับการปะทุของรัศมีปราณปริมาณมหาศาลและแรงสั่นสะเทือนจากโจมตีแม้มันจะเผาผลาญพลังงานปริมาณมหาศาล แต่พลังและระยะการโจมตีก็มากพอๆ กัน
ในตอนนี้มีเพียงผู้นำกลุ่มวายุทมิฬเท่านั้นที่ยืนอยู่ได้ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ กว่า 100 คนต่างพากันนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่แน่นิ่งไม่ไหวติงพวกมันตกตายไปแล้ว! ไม่น่าเชื่อ...พวกมันทั้งหมดถูกกำจัดโดยเด็กหนุ่มอายุเพียง 16 ปีผู้มีปราณแท้จริงที่แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัว
จิตใจของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬถูกบีบรัดที่ด้วยความกลัวเพียงตอนนี้ มันรู้แล้วว่าชายที่มันตอแยด้วยเป็นคนเช่นไร
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าหัวเราะอะไร?” เฉินเซี่ยงกล่าวถามช้าๆ พร้อมสืบเท้าก้าวตรงไปยังมัน
“ข้ากำลังหัวเราะ เพราะว่าตระกูลเหยาจะไม่มีทางปล่อยตระกูลเฉินของเจ้าไปแน่ตระกูลเฉินของเจ้าต้องพินาศย่อยยับ” ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวพริบตาเดียวเฉินเซี่ยงก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้ามัน ปราณแท้จริงจำนวนมหาศาลแปรเปลี่ยนเป็นรัศมีปราณหมัดอันทรงพลังชกออกไปยังผู้นำกลุ่มวายุทมิฬ ส่งร่างของมันปลิวไปราวตุ๊กตา กระแทกฝังเข้าไปในบ้านของมันที่อยู่ไกลออกไป
เฉินเซี่ยงบินเข้าหามันอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าไปภายในบ้านเขาจับหัวของมันยกขึ้นพร้อมตะโกนก้องภายในใจ “ทักษะปีศาจกลืนกิน!”
ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬอยู่ในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ปริมาณปราณแท้จริงในร่างมันถือว่าไม่เลว แต่กลับกล้าเผชิญหน้ากับเฉินเซี่ยง เมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรร้ายเช่นเขาผู้นำกลุ่มวายุทมิฬพลันหมดหนทางและเต็มไปด้วยช่องโหว่
ขณะที่เฉินเซี่ยงใช้ออกด้วยทักษะปีศาจกลืนกินเป็นครั้งแรกเขารู้สึกได้ถึงปราณแท้จริงปริมาณมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาภายในแขน พุ่งตรงมายังลำตัว ปราณแท้จริงนี้ให้ความรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากมันหมุนวนรอบๆ ร่างกายของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่ทนไม่ได้
ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวังจิตใจของมันจมลงสู่ความหวาดกลัวอันไร้จุดสิ้นสุด มันไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าเฉินเซี่ยงจะสามารถดึงปราณแท้จริงที่อยู่ภายในร่างกายของมันและยังดูดซับไปพร้อมๆกันได้ด้วย ทักษะเช่นนี้น่ากลัวเป็นที่สุด ถ้านิกายผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะพวกนั้นรู้เรื่องนี้เข้าพวกมันต้องตามล่าและสังหารเฉินเซี่ยงลงแน่
เฉินเซี่ยงชำระร่างกายแล้วในสระปีศาจอมตะกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นของเขาล้วนแข็งแกร่งจนมิอาจหาสิ่งใดเปรียบ มันเพียงพอจะทนรับปราณแท้จริงที่หลั่งเข้ามาอย่างฉับพลันได้ฉะนั้นมันจึงช่วยให้ร่างกายของเขาไม่ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
มันยังเป็นเหตุผลที่เป่ยยู่ยู่กล้าสอนทักษะปีศาจให้เขานั่นเป็นเพราะทักษะนี้ต้องการร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ภายในเวลาอันสั้น ปราณแท้จริงที่ได้จากการบ่มเพาะอันยากลำบากของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬทั้งหมดก็ถูกเฉินเซี่ยงดูดกลืนไปไม่นานหลังจากนั้นมันก็ได้ตกตายลง เฉินเซี่ยงมีเวลาที่ยากลำบาก เขาต้องการสะกดข่มปราณแท้จริงที่รุนแรงนี้แต่มันก็ยังเป็นปัญหาอย่างมาก
ในตอนนี้ เฉินเซี่ยงไม่ได้คิดเรื่องรูดทรัพย์ชิงสมบัติของกลุ่มวายุทมิฬแต่กลับกัน เขาต้องรีบเผาทำลายศพของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬก่อนที่เขาจะจากไป ถ้านักสู้ของตระกูลเหยามาพบเข้ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับเขา อีกอย่าง เขาต้องรีบกลั่นปราณแท้จริงที่ดูดกลืนเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วย
ความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงในตอนนี้เทียบได้กับระดับ8 ขอบเขตนักสู้ การบรรลุพลังระดับนี้ด้วยตัวของมันเองเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมากเป็นที่รู้กันในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ว่า มีเพียงนักสู้ไม่กี่คนที่บรรลุความแข็งแกร่งระดับ8 ขอบเขตนักสู้
ณ ลานหลังตึกราชาเม็ดยา เฉินเซี่ยงรีบมุ่งเข้าไปในห้องส่วนตัวที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินเมื่อเฉินหลู่ซ่งเห็นท่าทางที่สง่างามของเฉินเซี่ยง เขาไม่กล้ากล่าวถามอันใด ถ้าเหมิ่งโบ๋ไม่ออกไปสกัดกลั่นเม็ดยาเป็นการส่วนตัวแล้วหล่ะก็ตึกราชาเม็ดยาก็จะไม่ถูกทำลายเช่นนี้
“กลุ่มวายุทมิฬถูกทำลายแล้ว!” นี่คือข่าวใหม่ที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองโหวหวางในตอนเช้า...พวกมันมาสร้างปัญหาที่ตึกราชาเม็ดยา แต่พอตกบ่ายทั้งกลุ่มกลับโดนขุดรากถอนโคนไม่เพียงเท่านั้น มันยังเป็นฝีมือของเฉินเซี่ยงเพียงคนเดียว ประชาชนภายในเมืองโหวหวางต่างอัศจรรย์ใจกับความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงจากเรื่องนี้ ทำให้พวกเขาต้องทำความเข้าใจกับความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงใหม่
แม้ว่าหลายคนจะถูกสังหาร แต่กลับไม่มีใครออกมาแก้ไขเรื่องนี้นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการแทรกแซงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ในพระราชวังจะมีจักรพรรดิแต่พวกเขาก็ไม่กล้ายั่วยุบุคคลที่ทรงพลังเช่นนี้ เพราะพวกเขารู้เป็นอย่างดีถึงความน่ากลัวของนักสู้เหล่านี้
……………………….