(3) ดวงดาวแห่งชีวิต
สัตว์อสูร - ระดับสีทอง
พลังธาตุ -ระดับ ????
ลักษณะเด่น
1.มีการส่องแสงรอบๆตัวเองอยู่ตลอดเวลา
2.สามารถแปลงกายที่มีขนาดตัวได้หลากหลายขนาด
3.แสงแห่งดวงดาวแห่งชีวิตที่เปล่งประกายออกมาตลอดเวา
คุณสมบัติพิเศษ
1.แสงจากดวงดาวแห่งชีวิตนี้ ยิ่งส่องแสงประกายมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีกับต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่ก่อกำเนิดในทวีปเฟยเทียน
2.เป็นดวงดาวที่พิเศษหมื่นปีจะเกิดสักดวงหนึ่ง
3.เป็นดวงดาวที่มีแสงสว่างที่สุด
4.ฯลฯ
####
เหนี่ยวเหนี่ยวที่กำลังพูดถึงตัวตนของเจ้าดวงดาวแห่งชีวิตดวงนี้อย่างละเอียด ให้ครอบครัวและเพื่อนๆของนางจากสองตระกูลได้ฟังกัน
“ประกายแสงของมันจะไม่มีวันดับเจ้าค่ะ ยิ่งได้สัมผัสแสงส่องสว่างของมันแล้วจะช่วยให้พืชผลต่างๆที่กำลังจะเหี่ยวเฉาตาย ผลิกพื้นกลับมามีชีวิต เขียวชอุ่มได้เหมือนเดิมเจ้าค่ะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฮึ่บ….”เจ้าดาวตกน้อย พยายามยืดอกของมันอย่างอวดๆตนเอง ไม่มีแผ่วเลยแสงสว่างจากตัวของมันยิ่งส่องประกายมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีกด้วย เพื่อแสดงถึงความวิเศษของมันเองเพื่ออวดโชว์ให้ทุกๆคนได้เห็นกันในช่วยระหว่างที่เจ้านายของมันกำลังพูดถึงตัวของมันอยู่
“มันวิเศษมากจริงๆ….”ท่านพ่อ
“ใช่ๆ สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยวทั้ง 3 ตนไม่มีตนไหนที่จะดูธรรมดาสามัญเลยจริงๆนะ”ท่านลุงฉือ
“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ถ้าข้าไม่ได้เห็นกับตาในตอนนี้”ท่านลุงอี้
ทุกๆคนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยวแต่ละตนว่ามีลักษณะคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น วิหคล่องหนหรือเจ้าขาวผ่อง หยดน้ำเมฆหรือก็คือเจ้าเด้งดึ๋ง ต่างก็วิเศษไปหมด
แต่พอหันมามองสายตาของพวกเหลนสาวน้อยของเจ้านายพวกมันแล้วก็กลับทำให้พวกมันรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ เสียมากกว่าอีก
“เอาล่ะข้าว่าพวกเรามาเริ่มทำภาระกิจที่ต้องทำให้เดินทางมาถึงเมืองเฮยอ้านกันดีกว่านะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เย้…เย้….”พวกเด็กๆ
“เจ้าขาวผ่องบินลงตรงด้านล่างนี้เลย ไปเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เลยเจ้านาย..”เจ้าขาวผ่อง เมื่อได้รับคำสั่งแล้วก็ถลาหัวทิ่มลงไปอย่างรวดเร็วทันที
“หมับ…..”ทุกๆคนคราวนี้เตรียมพร้อมกันหมดแล้ว เมื่อได้ยินเสียงคำสั่งของเหนี่ยวเหนี่ยวก็หาที่ยึดเกาะกันอย่างรวดเร็วไม่รอช้าให้เหนี่ยวเหนี่ยวพูดจบประโยคแต่อย่างไร ต้องไหวตัวทันท่วงที มิฉะนั้นแล้วก็จะพากันหงายหน้าหงายหลังกันอีกสำหรับการบินผาดโผนอยู่หลายครั้ง
“ฟู่….ฟู่……”
เมื่อได้ลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างสวัสดิภาพแล้ว ก็ทำให้ทุกๆคนถึงกับโล่งอกกันไปหมด เป่าปากออกมาด้วยความรู้สึกที่โล่งใจเป็นอย่างมากที่ได้ผ่านพ้นการบินผาดโผนมาได้
“ข้ารู้สึกมึนๆหัวจังเลย”ท่านพ่อ
“ข้าก็เช่นกัน หัวหมุนติ้วแล้วตอนนี้”ท่านลุงฉือ
“ไม่เคยชินเสียทีกับการที่เจ้าขาวผ่องพาบินแบบนี้น่ะนะ”ท่านลุงอี้
“ใช่”ท่านพ่อ ท่านลุงฉือ
พวกเด็กๆก็จะมีอารมณ์แบบสนุกสนานกับการบินโฉบไปมาแบบนี้ แต่สำหรับพวกผู้ใหญ่แล้วต้องพากันเวียนหัวอยากจะอาเจียนเสียทุกครั้งไปเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ไม่มีทางเลยที่พวกท่านจะเคยชินเสียทีหนึ่ง!!
“ตุ้บ……”
เมื่อเจ้าขาวผ่องพาลงสู่พื้นดินเบื้องล่างเรียบร้อยแล้ว ทุกๆคนก็พากันลงจากหลังเจ้าขาวผ่องกันทั้งหมด
“ในที่สุดก็ได้เหยียบย่ำพื้นดินของเมืองเฮยอ้านเสียที หลังจากอยู่แต่บนฟากฟ้าของเมืองเฮยอ้านตลอดการเดินทางเลย ค่อยรู้สึกได้ขยับร่างกายได้บ้าง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ตั้งแต่เดินทางมาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะเจ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“จริง ข้าไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอันใดเช่นกัน”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“..............!!”พวกผู้ใหญ่ ที่ได้ฟังท่านย่าเล็กกับหลานสาวตัวแสบพูดคุยกันต่างก็พากันพูดไม่ออกเลยทีเดียว จะให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกันได้อย่างไรกัน??ในเมื่อตั้งแต่เริ่มแรกที่ออกเดินทางมาจากป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลานั้น ก็อยู่แต่บนหลังเจ้าขาวผ่องกันตลอดเวลา ถ้าเรียกว่าการเดินทางก็คงจะได้??แต่ทุกๆคนบินมานี่น่ะสิ!!
“นั่นน่ะสิ สงสัยว่าข้าจะต้องหาอะไรสนุกๆทำก่อนเพื่อยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยล่ะนะ ไม่อย่างนั้นแล้วคงเบื่อแย่เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แล้วทำอะไรดีเล่าเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวใหญ่ยายา
พวกเหลนๆต่างก็พากันมองมาที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขาตาเป็นประกาย รอฟังคำสั่งจากท่านย่าเล็กอย่างตื่นเต้นมากๆ
“ก็พวกเรามาที่นี่เพราะหลักๆก็คือนำ ผลึกดวงจันทร์ กับ ผลึกดวงอาทิตย์ มาใช้งานแต่ละเมืองใช่ไหมเล่า”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาว
“ใช่ขอรับ ท่านย่าเล็ก”เหลนชาย
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลยละกันจากทางด้านหน้านู้นเลย ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางเดินนะ ดูสิมีรอยของการเดินทางของชาวบ้านแถวนี้เลย ไม่เหมือนกับเป็นป่าที่รกๆแต่อย่างใด”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงด้วย..”เหล่าเหลนๆ พากันมองเส้นทางด้านหน้าที่มืดมิดไปหมด ตามที่ท่านย่าเล็กบอก
“ไปกันเลยพวกเรา”เหนี่ยวเหนี่ยว
พวกเด็กๆพากันเดินตามท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวไปติดๆ ห้อยท้ายสุดของขบวนก็ยังเป็นพวกผู้ใหญ่เหมือนเดิม
“โอ๊ะ….ไม่เห็นว่าจะมืดมิดสนิทใจตรงไหนเลยนะพอเดินมาถึงก็ยังมองเห็นทางสว่างได้อยู่นะเนี่ยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงด้วย…”พวกเหลนๆ เองก็มองเส้นทางเดินตรงนี้อย่างสงสัยเช่นเดียวกัน เพราะตอนที่มองมาแต่ไกลๆกลับไม่เห็นเส้นทางอันใดเลย แต่พอยิ่งเดินผ่านมากใกล้ๆกับไม่มืดมิดอย่างที่คิดแต่อย่างใด
“งั้นก็ใช้ผลึกดวงอาทิตย์ไม่ได้แล้วล่ะ เอาไปวางแถวอื่นแทนละกันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ่อ…ลูกรักแม่ว่าเหนี่ยวเหนี่ยวลองดูอีกทีไหมลูกว่ามันมืดมิดจริงๆ หรือไม่กัน???”ท่านแม่ ผู้ที่ดูเหมือนว่าจะเห็นความแตกต่างและความผิดปรกติต่างจากพวกเด็กๆ และกลุ่มพวกท่านพ่อกัน
“เอ๋…..??”แต่ละกลุ่มก็พากันสงสัยอีกแล้วว่ามองยังไงก็ยังพอเห็นเส้นทางอยู่บ้านไม่ได้มืดมิดสนิทแบบนั้น
“...???”พวกบรรดาผู้ชาย
“ท่านย่าทวด บอกท่านย่าเล็ก กับพวกเราให้มองดีๆแต่ข้าก็ยังคงพอมองเห็นเส้นทางบริเวณนี้อยู่ดีล่ะนะ พวกเจ้าเล่า??”เหลนชายสี่เหล่าสู่
“ข้าก็พอเห็นเส้นทางแถวนี้เหมือนกันนะ ไม่ถึงกับมืดมิดจริงๆนั่นแหละ”เหลนชายสามจีจี
“นั่นน่ะสิ ข้าก็เห็นเช่นเดียวกับพวกเจ้าเช่นกันนะ”เหลนชายรองจูจู
“หรือมันจะมืดแบบนิดหน่อย หรือมืดมากๆหรือไม่กันเล่า??”เหลนชายใหญ่หยางหยาง
“นั่นสิ ถ้ามืดแบบกลางๆหน่อยก็อาจจะพอใช้ผลึกดวงอาทิตย์ได้ละมั้งใช่ไหม??”เหลนชายสี่เหล่าสู่
“.............”ท่านแม่ หรือท่านย่าทวดของพวกเหลนๆก็นิ่งฟังแบบรู้สึกเหนื่อยจริงๆกับสิ่งที่พวกเหลนชายกำลังพูดปรึกษากันอยู่นี้
“น้องหญิง เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรงั้นหรือ??หรือว่าคืนอื่นๆอาจจะมืดมิดมากกว่าคืนนี้กันใช่ไหม?? บอกพวกพี่มาเลยได้ไหม??”ท่านพ่อ ของเหนี่ยวเหนี่ยวเองที่ทนไม่ไหวที่จะมองสังเกตการณ์สถานที่รอบข้างเพราะว่ามันพอจะมองเห็นจริงๆไม่น่าจะต้องใช้ผลึกดวงอาทิตย์หรอก
“เฮ้อ……”ท่านแม่ถึงกับต้องทอดถอนหายใจออกมาอย่างยาวๆ และส่ายหน้าไปมาเบาๆ และพูดออกมาว่า….
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าจะบอกแล้ว”ท่านแม่
ทุกๆคนเลิกสังเกตการณ์ระดับความมืดมิดรอบๆข้างนี้แล้ว และตั้งใจฟังท่านแม่ของเหนี่ยวเหนี่ยวพูดออกมา
“เหนี่ยวเหนี่ยวลูกรัก บนหัวน้อยๆของเจ้าน่ะมีอะไรอยู่งั้นรึ บอกทุกคนได้ไหม??”ท่านแม่
“ผลั่ก……”
“ตุ้บ…….”
“โอ๊ย.............!!”เจ้าดาวตกน้อย
“..........!!”ท่านแม่
“............!!”ทุกๆ คน
ภาพที่ทุกๆคนเห็นตอนนี้ก็คือหลังจากที่ท่านแม่ของเหนี่ยวเหนี่ยว บอกให้นางดูตัวนางเองว่าอะไรกันที่อยู่บนหัวของนางตอนนี้ เพราะด้านไหล่ขวาคือเจ้าขาวผ่อง ด้านไหล่ซ้ายคือเจ้าเด้งดึ๋ง และแน่นอนบนหัวของนางก็คือเจ้าดาวตกน้อยนั่นเอง!!
แต่ด้วยว่าเอามือน้อยๆทั้งสองของตัวเองตบลงไปที่หัวด้านบนของนาง ทำให้เจ้าดาวตกน้อยโดนลูกตบแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน หล่นตุ้บสู่พื้นเบื้องล่างนอนคว่ำหน้าอย่างสวยงามไปเลย
“ไอ้หยา…..เจ้าเป็นดาวตกอีกแล้ว..”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............!!”เจ้าดาวตกน้อย ที่ค่อยๆพยุงร่างดวงดาวของมันลุกขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยความมึนงงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวดีก็โดนลูกตบร่วงหล่นจากหัวของเจ้านายของมันอย่างรวดเร็ว
สายตาของมันมองมาที่เจ้านายอย่างอยากจะร้องบอกเลยว่า ที่ข้าเป็นดาวตกอีกรอบเพราะผู้ใดกัน ดันฟาดมือมาบนหัวที่มันกำลังยืนอยู่น่ะ!!
“ท่านแม่ก็เจ้าดาวตกน้อยอย่างไรเล่าเจ้าคะ ที่อยู่บนหัวของเหนี่ยวเหนี่ยว แต่ตอนนี้เป็นดาวตกอยู่นี่แล้วเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่จ้ะบนหัวของเจ้าเมื่อตะกี้นี้มีเจ้าดาวตกน้อยอยู่ นั่นมันหมายถึงอะไรกัน??”ท่านแม่
“เอ๋….???”เหนี่ยวเหนี่ยว เอียงคอมองมาที่ท่านแม่เพื่อทบทวนคำถามของท่านแม่ที่ถามนางออกมาสักครู่นี้
“อ้อ…..ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เจ้ารู้ว่า???”ท่านแม่ ถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งเงียบงันไปสักพักใหญ่ไม่ตอบสักทีหนึ่ง เพื่อให้คนอื่นๆได้รับรู้ไปด้วยเพราะตอนนี้ทุกสายตามองไปที่นางกันหมดแล้ว
“แฮะ…แฮะ….ก็เป็นเพราะว่าเจ้าดาวตกน้อยมีคุณสมบัติพิเศษในตัวของมันตลอดเวลาที่ส่องแสงสว่างแห่งดวงดาวชีวิตของมันตลอดเวลาเจ้าค่ะ นั่นก็เลยทำให้ไม่ว่ามันจะไปที่ใดที่นั่นจะมีแสงสว่างจากแสงดวงดาวของเจ้าดาวตกน้อยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้อ……”พวกเด็กๆพากันร้องอ้อกันดังๆ และพยักหน้าไปมาอย่างเข้าใจกันแล้วว่าทำไมเส้นทางนี้ในตอนแรกมองไม่เห็นสิ่งใดเลย แต่พอเดินทางใกล้ดันกลับพอเห็นเส้นทางขึ้นมาได้
“แบบนี้ต้องโทษเจ้าดาวตกน้อยนะเจ้าคะท่านแม่ เล่นส่งแสงสว่างจากดวงดาวของมันตลอดเวลาแบบนี้ ข้าก็เลยไม่คิดว่าบริเวณแถวนี้จะมืดมิดมากๆเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.................!!”เจ้าดาวตกน้อย ที่จู่ๆก็โดนเสียแล้วและคิดว่ามันผิดอะไรกัน??ที่มีความส่องสว่างในตัวเองตลอดเวลาแบบนี้น่ะ!!
“สงสัยว่าข้าคงจะต้องให้ท่านแม่ตัดชุดคลุมให้เจ้าใส่แล้ว และต้องมีหมวกด้วยนะ แล้วก็ต้องมีผ้าคลุมหน้าด้วยดีไหมนะ อือ…..ใส่แบบให้เห็นเพียงแต่ลูกตาไว้มองทาง จมูกไว้หายใจ ปากเอาไว้กินขนมก็พอแล้ว ตรงส่วนอื่นปิดให้มิดไปเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“................!!!”เจ้าดาวตกน้อย ที่แทบจะตกใจหงายหลังกับคำพูดแนะนำของเจ้านายของมันในตอนนี้
เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งพากันมองหน้าไปมาอย่างสยองจริงๆดีนะที่พวกมันไม่ต้องมีชุดอะไรด้วยแบบนี้ไม่งั้นคงจะแย่เป็นแน่ นึกแล้วสงสารน้องเล็กดาวตกน้อยเสียจริงๆ
“เจ้าดาวตกน้อยเอ๊ย คิดจะเปลี่ยนใจไม่มีเจ้านายชื่อหวังเหนี่ยวเหนี่ยวคงจะไม่ทันกาลเสียแล้วล่ะ จงร่วมทุกข์น้อย ทุกข์กลางๆ ทุกข์มากๆกับพวกข้าไปละกันนะ”เจ้าขาวผ่อง
“จริง พี่ใหญ่”เจ้าเด้งดึ๋ง
สองสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยวสองตนแรกต่างพากันพูดทางจิตกันอย่างนึกเวทนาสงสารเจ้าดาวตกน้อยเสียจริงๆ เพราะถ้าให้เจ้านายพูดออกมาแบบนี้แล้วดูเหมือนเจ้าดาวตกน้อยจะไม่รอดพ้นจากการที่จะมีชุดที่ว่านี้ใส่เป็นแน่แท้ล่ะนะ
“ท่านแม่ ท่านแม่ว่าอย่างไรเล่าเจ้าคะความคิดของเหนี่ยวเหนี่ยวน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ่อ…..แล้วแต่เจ้าเลยลูกรัก!!”ท่านแม่เองก็นึกสงสารเจ้าดาวตกน้อยเช่นกัน เลยไม่อยากพูดอะไรออกไปเพราะถึงอย่างไรเหนี่ยวเหนี่ยวก็เป็นคู่พันธะสัญญาของเจ้าดาวตกน้อยนั่นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกสาวตัวแสบของท่านเอง
“ว่าอย่างไรเจ้าดาวตกน้อย เจ้าชอบชุดที่ข้าบอกไปเมื่อตะกี้นี้หรือไม่กัน ไม่อย่างนั้นแล้วเจ้าก็ส่องแสงตลอดเวลาแบบนี้ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงบริเวณไหนมันมืดมิดแค่ไหนกันน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“...............!!”เจ้าดาวตกน้อย พูดไม่ออกเลยเจอคำพูดยาวๆแบบนี้จากเจ้านายของมันเอง
“ข้าขอเวลาคิดก่อนนะเจ้านาย เผื่อว่ามีวิธีอื่น!!”เจ้าดาวตกน้อย เริ่มจะรนรานหาทางออกให้กับตนเองให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด
“อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นตอนนี้ก็เอาแบบนี้ไปก่อนละกันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฟึ่บ……”
“..........!!”เจ้าดาวตกน้อย
“..........!!”ทุกๆคน
สิ่งที่เห็นกันในตอนนี้ก็คือเหนี่ยวเหนี่ยว นำผ้าออกมาจากมิติส่วนตัวของนางและโยนลงไปที่ตัวของเจ้าดาวตกนั่นเอง
************
น่าสงสารเจ้าดาวตกน้อยสัตว์อสูรในพันธะสัญญาตัวที่ 3 เสียจริงๆที่จะต้องเริ่มรับมือกับเจ้านายของมันแล้ว