7
ทะเลาะ
[อวี้อวี้ไม่เป็ไรใช่ไหมลูกทำไมพอไปเมืองจิ่งก็เกิดเื่เลยล่ะ อยากกลับมาเมือง A ไหมจ๊ะลูกไปอยู่ที่นั่นคนเดียว แม่ไม่สบายใจเลย]
ซ่งอวี้นั่งอยู่บนรถแท็กซี่สายตามองข้อความของคุณแม่ซ่ง ครุ่นคิดพักหนึ่งแล้วจึงตอบ
[ไม่เป็ไรครับ คุณยายดูแลผมดีมาก คราวนี้ผมดื้อเองขอโทษนะครับแม่]
รออยู่นานก็ยังไม่ได้ข้อความตอบกลับคุณแม่ซ่งคงกำลังยุ่งอยู่
ซ่งอวี้เปลี่ยนหน้าแอปพลิเคชันไปยังแผนที่นำทาง
เดือนกรกฎาคมของเมืองจิ่งอากาศร้อนอบอ้าวจักจั่นกรีดเสียงดังสนั่น
พอลงจากแท็กซี่แล้ว ซ่งอวี้คิดจะสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบก่อนจึงเดินไปตามทางร่ม ๆ
ตรอกขนาดเล็กมองเห็นได้จนสุดทางบนพื้นมีใบผักตกอยู่ประปราย ตอนเช้าน่าจะเป็ตลาดสด ตัวอาคารติดถนนเก่าทรุดโทรมเมื่อเดินเข้าไปก็เห็นกำแพงกระดำกระด่าง ปูนหลุดล่อน บนเสาไฟมีป้าย ‘้าเงินด่วน’ แปะเต็มไปหมด มีใครไม่รู้ถุยน้ำลายรดใบปลิวที่กระจัดกระจายบนพื้นเดินมาตลอดทางรถราแทบไม่มีให้เห็นเสียงส่วนใหญ่ที่ได้ยินเป็เสียงสบถด่าของผู้หญิง
กดขี่ ยากจน โหวกเหวกนี่คือสถานที่ที่เซี่ยสุยใช้ชีวิตมาั้แ่เด็กจนโต
เมื่อซ่งอวี้เดินผ่านตรอกเส้นนี้ก็ถึงถนนใหญ่ทั่วไป
เขาเดาว่าเซี่ยสุยน่าจะกำลังทำงานอยู่จึงเดินเลียบถนนไปเรื่อย ๆ
และแล้วก็ตามหาเซี่ยสุยเจอที่หน้าร้านอาหารเล็ก ๆแห่งหนึ่งจนได้ แต่ดูเหมือนจะเกิดเื่อะไรสักอย่าง
บนถนนมีคนมุง
ตรงกลางเป็รถจักรยานคันหนึ่งพริกกับมันฝรั่งตกเกลื่อนพื้น เซี่ยสุยกำลังก้มเก็บผักเงียบ ๆ ด้านข้างมีผู้หญิงจูงเด็กเล็กคนหนึ่งไว้ยืนะโด่าดังลั่น
“ฉันกับลูกเดินอยู่บนถนนดี ๆ มันก็ขี่จักรยานพุ่งใส่ไอ้เด็กเวรนี่จงใจ ลูกฉันยังเล็กขนาดนี้ คิดจะเอาถึงตายเลยเหรอ!”
“จักรยานนั่นแทบจะชนลูกฉันอยู่แล้ว! มันไม่มีตาหรือไง?จงใจชัด ๆ !”
“ครอบครัวฉันทำเวรทำกรรมอะไรมาเนี่ยถึงได้เจอมันกับแม่มัน”
“สมกับที่เป็ลูกอีตัว แม่มันพอมาถึงก็เอาแต่ยั่วผู้ชายมันเองก็ไม่ใช่ตัวดีเด่อะไรหรอก ชั้นต่ำ ไอ้สวะพันทาง ไม่รู้จริง ๆว่ายายเฒ่าคนนั้นแสนดีอะไรนักหนา คนเขารังเกียจกันทั้งถนนแท้ ๆ”
ถ้อยคำหยาบคายหลุดจากปากผู้หญิงคนนั้น
เงาร่างของเซี่ยสุยผู้ย่อตัวกับพื้นแข็งทื่อดูเปราะบางเรือนผมสีดำปิดบังสีหน้า ตอนผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถึงแม่เขานิ้วของเด็กหนุ่มพลันกำรวบเป็หมัด เงยหน้าคำรามราวกับสัตว์ป่าที่าเ็ “แม่ฉันไม่ได้ทำ!”
ท่าทางของเขาทำเอาหญิงคนนั้นใกลัวเธอถอยหลังก้าวหนึ่ง ก่อนร้องลั่นกว่าเดิม “แม่เ้าโว้ยไอ้เด็กพันทางลูกอีตัวเผยธาตุแท้แล้ว! ทำร้ายคนแล้ว! มันจะทำร้ายคนแล้ว!”
เซี่ยสุยกัดฟัน เหมือนกำลังจะลุก
หญิงคนนั้นยิ่งตะเบ็งเสียงดังขึ้นอีก “ไอ้เด็กเวรนี่จะทำร้ายคน มันจะทำร้ายคนแล้ว!”
วินาทีต่อมาเซี่ยสุยก็ถูกชายฉกรรจ์ตัวสูงใหญ่คนหนึ่งซึ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มขามุงถีบเต็มศีรษะ
“สารเลว!”
ขณะนี้เซี่ยสุยอายุสิบห้าปี รูปร่างผอมบางพอถูกถีบเข้าจึงกระเด็นไปชนเสาด้านข้าง หน้าผากแตกเืไหล
ชายฉกรรจ์คนนั้นกระทืบมือของเซี่ยสุย “ชนคนแล้วยังคิดจะทำร้ายซ้ำอีกเรอะ”
ฝูงชนโดยรอบเริ่มชี้มือชี้ไม้
“ตอนแรกก็คิดหรอกนะว่าน่าสงสารแต่ดูท่าจะมีด้านน่ารังเกียจถึงได้เป็อย่างนี้”
“มีแต่คนเหม็นหน้า ก็ควรโทษตัวเองซะบ้าง”
“เด็กเล็กขนาดนั้นยังลงมือได้ เซี่ยสุยใจทรามจริง ๆ”
“ยายเฒ่านั่นไล่มันไปไม่ได้หรือไงตัวซวยพรรค์นี้อยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีอะไรดี”
ผู้หญิงคนนั้นยังคงก่นด่า “เกือบชนลูกฉันตายแล้วยังคิดจะทำร้ายฉันอีก! เกินเยียวยา เกินเยียวยาแล้ว!ใครก็ได้แจ้งตำรวจที คนแบบมันควรติดคุกตลอดชีวิต อย่าได้ออกมาทำร้ายคนอื่นเลย!”
ซ่งอวี้เดินเข้าไป เบียดฝ่ากลุ่มคนไปเห็นฉากนี้พอดีได้ยินคำพูดของเธอชัดแจ๋ว
สำหรับเซี่ยสุยเื่แบบนี้เกิดขึ้นทุกวันมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะใส่ร้าย ด่าทอ หรือตบตี
นักเขียนต้นฉบับเน้นวัยเด็กอันน่าเวทนาของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อหล่อหลอมให้หัวใจเขาเปราะบางอ่อนไหวถึงที่สุด ปูทางเพื่อฉากะเืใจเรียกน้ำตาให้พระเอกเบอร์หนึ่ง พระเอกเบอร์สอง และพระเอกเบอร์สามใช้คำพูดเยียวยาาแของเขาน่าขำเป็บ้า ก็แค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นเอง แต่สำหรับเซี่ยสุยผู้เต็มไปด้วยาแมันกลับล้ำค่าถึงขั้นทำให้เ้าตัวยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกคนในนิยายเื่นี้แม่งจิตป่วยกันหมด
ชายคนนั้นดูจะคิดว่าตนทำเื่ถูกต้องชอบธรรมกระหยิ่มยิ้มย่องกะจะตบเซี่ยสุยเพิ่มสักฉาด “แกไม่มีพ่อไม่มีแม่งั้นฉันจะสั่งสอนให้เป็ผู้เป็คนแทนพ่อแกเอง”
ซ่งอวี้หยิบลูกหินสองสามลูกบนพื้นขึ้นมาซัดใส่หน้าชายคนนั้นทันที
หนึ่งในนั้นเกือบจะเข้าตาชายฉกรรจ์ใจนร้องลั่นถอยไปก้าวหนึ่ง ปล่อยเท้าออกจากมือเซี่ยสุย
“ใครทำฉัน!”
เขาเดือดดาลพอเงยหน้าเห็นซ่งอวี้ก็โกรธจนทนไม่ไหว “เ้าเด็กนี่เป็เพื่อนมันใช่ไหม---วันนี้เหล่าจือจะสั่งสอนพวกแกเอง!”
เขาม้วนแขนเสื้อ ท่าทางเกรี้ยวกราด สาวเท้ายาว ๆเข้ามาหา กำลังวังชาของชายฉกรรจ์ล้นเหลือ แต่ซ่งอวี้กำลังโทรศัพท์อยู่ไม่ชายตามองเขาสักนิด
“ฮัลโหล 110 ใช่ไหมครับผมจะแจ้งความ”
“ที่ถนนเหลียนอวิ๋นมีคนตีกันชายฉกรรจ์คนหนึ่งทำร้ายนักเรียน ม.ปลาย ตีจนเกือบตายแล้ว รีบมาเร็วครับ!”
คุณตำรวจปลายสายเหมือนจะถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย
ซ่งอวี้ตะคอกใส่โทรศัพท์ “นักเรียน ม.ปลายคนนั้นคือผมเอง! เื่ความเป็ความตายพวกคุณไม่สนใจหรือไง?”
ทุกคน “...”
ติ๊ด
พอวางสายแล้วซ่งอวี้ก็สบตาชายฉกรรจ์ด้วยสายตาเย็นเยียบ
การแจ้งตำรวจของเขาชวนเหวอจนขามุงพากันอึ้งชายคนดังกล่าวเองก็ยืนนิ่งค้างห่างออกไปสามก้าวกำปั้นที่ยกขึ้นมาทำอย่างไรก็ต่อยไม่ลงแล้ว
ซ่งอวี้คร้านจะสนใจเขาเดินตรงไปหยุดเบื้องหน้าแม่ลูกคู่นั้น แล้วสั่งเด็กน้อยที่หลบอยู่หลังแม่ “ยื่นมือออกมา”
ผู้หญิงคนนั้นพลันหวีดเสียงแหลมราวกับแม่ไก่ “แกคิดจะทำอะไร!”
ซ่งอวี้เดินผ่านเธอไปดึงมือของเด็กคนนั้นออกมาตรงๆ ก่อนจะบังคับให้แบ บนนั้นมีหนังสติ๊กอันหนึ่ง
คนเป็แม่หน้าซีดทันที
ซ่งอวี้หัวเราะ “โอ้ เ้าหนูนี่เก่งจริง ดีดลูกหินได้แม่นมากเลย” เขาเอียงคอเอ่ยกับผู้หญิงคนนั้นว่า “คุณป้าผมแจ้งตำรวจตามที่คุณ้าแล้วนะมาดูกันดีกว่าว่าสุดท้ายแล้วคนที่ถูกจับจะเป็ใคร”
ทุกคนที่มุงดูพลันเงียบกริบแค่มองด้วยตาเปล่าก็เห็นแล้วว่าบนหน้าของเซี่ยสุยมีรอยแผลจากลูกหินชัดมากทั้งยังอยู่ใต้ตา ถ้าหากโชคร้ายอีกหน่อยอาจตาบอดก็ได้
ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าตื่นตระหนก “ลูกฉันเล่นหนังสติ๊กแล้วจะทำไม เขาเพิ่งห้าขวบเองนะ เขาจะรู้เื่อะไรล่ะ?!”
ซ่งอวี้ “เขาไม่รู้เื่แต่แม่เขาก็น่าจะรู้นี่”
เด็กน้อยถูกสีหน้ากับน้ำเสียงของซ่งอวี้ทำเอาใกลัวจนร้องไห้จ้า
พอลูกปล่อยโฮ ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนตั้งหลักได้แผดเสียงแหวต่อว่าอย่างปากจัด “ฉันว่าแกก็เป็เด็กเปรตเหมือนไอ้ลูกอีตัวนั่นแหละคนหนึ่งชนคนแล้วยังตั้งท่าจะทำร้ายต่อส่วนอีกคนเข้ามากลับดำเป็ขาวใส่ร้ายพวกเราแม่ลูกไอ้พวกพ่อแม่ไม่สั่งสอนสองคนสุมหัวกัน งูกับหนูอยู่ร่วมรัง เป็สวะไม่ต่างกันเลย!”
“แกเองก็เป็คนชั้นต่ำสารเลวสันดานชั่วเหมือนมัน!”
ซ่งอวี้มองกิริยาหยาบคายของเธอ เอ่ยเสียงเรียบว่า“เก็บแรงไว้อธิบายกับทางตำรวจเถอะ”
หญิงคนนั้นด่ากราด “ลูกฉันเพิ่งจะห้าขวบ ไม่รู้เื่รู้ความอะไรทั้งนั้นไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว! เซี่ยสุยแม่มันตายไปนานแล้ว เป็ลูกอีตัวไม่มีคนสั่งสอนใจทรามต่ำช้า” ตอนนี้เธอไม่พูดถึงเื่จักรยานชนต่อแล้ว
ซ่งอวี้โกรธจนแค่นหัวเราะ ท่าทางสง่าผ่าเผย “นี่ป้า ตอนนี้ผมอายุสิบห้า ยังไม่โตเป็ผู้ใหญ่ไม่รู้เื่รู้ความเหมือนกันแหละ...แล้วผมจะกลัวทำไม?”
เขาก้าวขึ้นหน้าั์ตาสีอ่อนแผ่รัศมีเย็นเยือกถึงกระดูก “ฆ่าคนผมก็ไม่กลัว”
คราวนี้เธอเงียบสนิทกลืนถ้อยคำผรุสวาททั้งหลายลงท้อง ดึงมือลูกแล้วก้าวถอย “คนบ้า คนบ้า...”
ซ่งอวี้หัวเราะเหอะ ๆ
เซี่ยสุยนั่งกองอยู่กับพื้นเงยมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของซ่งอวี้กลางฤดูร้อนเดือนกรกฎาคมอย่างใคร่ครวญเขายังไม่ทันแสร้งทำเป็โศกเศร้าเสียขวัญเหมือนที่ตัวเองเคยเป็ตอนอายุสิบห้าปีด้วยซ้ำภายใต้เรือนผมสีดำปรกหน้าดวงตาของเขาเย็นเยียบลึกล้ำราวกับหินหยกอันงดงามและเย็นะเื
เซี่ยสุยยกมือเช็ดเืบนหน้าผากด้วยสีหน้าไร้อารมณ์จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเื่ช่างราบเรียบไร้รสชาติ
อุตส่าห์ยอมาเ็เพื่อให้ครอบครัวนั้นมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
...ขาดทุนชะมัด
หลังจากนั้นไม่นานชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้านำสมัยก็เดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าตรงถนนฝั่งตรงข้ามฝ่ายชายพุงพลุ้ย ส่วนฝ่ายหญิงหน้าดุ เธอสวมรองเท้าส้นสูงบ่นกระปอดกระแปดเื่สภาพอากาศอันไม่น่าอภิรมย์ของเมืองจิ่ง แต่พอเดินถึงหน้ารถจู่ ๆ ก็หน้าเปลี่ยนสีเธอมองกระจกของรถที่ซื้อมาด้วยราคากว่าสิบล้านหยวนถูกกระแทกแตกเป็ใยแมงมุมแล้วหวีดร้องเสียงแหลม
ส่วนแม่เด็กทางฝั่งนี้ถูกซ่งอวี้ขู่จนไม่กล้าโวยวายแล้วทำได้แค่ลอบด่าลับหลัง ตอนแรกเธอไม่กลัวอะไร กล้าหลับตาข้างหนึ่งปล่อยให้ลูกชายหยิบหนังสติ๊กยิงเซี่ยสุยที่กำลังขี่จักรยานทั้งยังมั่นใจว่าลูกชายเพิ่งจะห้าขวบเอง เด็กขนาดนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก
ซ่งอวี้เข้าไปประคองเซี่ยสุย “ไหวหรือเปล่า”
เซี่ยสุยหลุบตาจ้องมือเขาเนิ่นนานกว่าจะเก็บงำความครุ่นคิดและสงสัยในแววตา เอ่ยอย่างอ่อนแรง “ขอบคุณ”
ซ่งอวี้ปวดใจแทนตัวเอกจริง ๆ จึงถอนหายใจ “คราวนี้ต้องไปโรงพยาบาลได้แล้วนะ” าแของเซี่ยสุยดูสาหัสจริงๆ หน้าผากช้ำม่วงไปทั้งแถบ เืสด ๆ ไหลไม่หยุด
ซ่งอวี้ค้อมตัวลงมาร่างกายแฝงไว้ด้วยกลิ่นหอมอ่อนจาง
อันที่จริงแผลนี้นับว่าเล็กน้อยมากสำหรับเซี่ยสุยเพื่อหาเงินแล้ว เขาถือมีดช่วยอันธพาลทำงานเอาชีวิตเข้าแลกมาแต่เด็กเืตกยางออกจนชิน ต่อมาโตขึ้นเป็คุณชายเซี่ยแห่งเมือง A ก็ประสบเื่น่าสะอิดน่าสะเอียนพวกนั้น---ถูกลักพาตัวและลอบฆ่า ไหนจะเคยเหนี่ยวไกแล้วะโลงทะเลาแเล็กน้อยในตอนนี้ไม่มีค่าพอให้เหลือบแลด้วยซ้ำ
ใจไม่นึกแคร์ แต่ใบหน้ากลับแสร้งทำเป็ฝืนไปก่อน
เซี่ยสุยพยักหน้า
ท่าทางไม่พูดไม่จาทั้งที่หน้าซีดเผือดนั่นทำให้ซ่งอวี้ปวดใจจนทนไม่ไหว
เสียงรถตำรวจดังมาจากสุดปลายถนน
ขณะฝูงชนเคลื่อนสายตาไปมองทางตำรวจนั่นเอง
ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินมาจากถนนฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางดุดันตบแม่เด็กที่อุ้มลูกอยู่จนหน้าหัน
เพียะ
สีหน้าของแม่เด็กอึ้งสนิทเื่ก่นด่าใส่ร้ายคนอื่นเธอถนัดนัก แต่ไม่เคยถูกคนลงมือตรง ๆ แบบนี้มาก่อน
ลูกตบนี้ทำเอาเธอมึนไปเลย
ผู้หญิงที่เพิ่งข้ามถนนมาฉวยมือเด็กน้อยซึ่งถือหนังสติ๊กอยู่โกรธจนไฟลุกพึ่บ! เงื้อมือตบเด็กน้อยด้วยอีกคน
“เด็กเวรนี่ลูกหล่อนใช่ไหมนังชั้นต่ำ”
“แงงงง...” เด็กน้อยร้องไห้จ้ากว่าเดิม
คนเป็แม่ตาแดงก่ำ ร้อนรนขึ้นมา “นังสารเลว แกทำอะไร---กรี๊ด!”
เพียะ!
โดนอีกฉาด
เ้าของรถหรูเองก็เป็คนอารมณ์ร้าย ครั้นได้ยินคำว่านังสารเลวมีหรือจะทนไหวเธอะโด่า “ทำไมไม่ถามลูกชายปัญญาอ่อนของแกล่ะยะว่าทำอะไรลงไปมันทำรถฉันพัง! หลายสิบล้านเลยนะ! ชาวบ้านอย่างแกมีปัญญาชดใช้หรือไง!”
หลายสิบล้านทันทีที่คนเป็แม่ได้ยินก็เหมือนตกลงไปในน้ำแข็ง เมื่อครู่ตอนลูกชายเธอใช้หนังสติ๊กยิงเซี่ยสุยอีกฝ่ายกำลังจะข้ามถนนพอดี เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าโดนรถข้าง ๆ ด้วยหรือเปล่า
ความเสียใจภายหลังและตื่นตระหนกท่วมท้นเธอได้แต่ทำใจกล้าพึมพำว่า “ลูกฉันเพิ่งจะห้าขวบเองค่ะ...เขาไม่รู้ความ...”
เ้าของรถหรูขยับเท้าไปอีกก้าวฉุน ๆแต่รองเท้าส้นสูงกลับเหยียบโดนลูกหินบนพื้นจนล้มหน้าคว่ำ
เธอรู้สึกขายหน้าเกินบรรยายอารมณ์เหวี่ยงวีนเอาแต่ใจที่มีมาแต่เดิมพุ่งทะยานถึงขีดสุด
ตำรวจสองสามนายลงมาจากรถพวกเขากำลังตามหานักเรียนมัธยมปลายที่ ‘กำลังจะถูกตีตาย’ คนนั้น
แต่จู่ ๆก็ได้ยินเสียงกรี๊ดอย่างโมโหของผู้หญิงคนหนึ่ง “ตำรวจมาแล้วเหรอ? ดีมาก เื่ไม่จบแค่นี้แน่ จะโทษก็โทษเด็กเวรพ่อแม่ไม่สั่งสอนคนนี้เถอะ!เล่นของโง่เง่าอะไรก็ไม่รู้! ไม่รู้ความเรอะ! งั้นเหล่าเหนียง[1]ก็ช่างแม่งไม่รู้ความด้วยแล้วกัน!”
[1]คำแทนตัวเองเพื่อสื่อว่าตนเป็แม่ของคู่สนทนาอารมณ์เหมือนกูแม่มึง