ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 59 เข้าเมือง

    เมืองA(เมืองหลวง)

    สนามบินทรานสเลท

     

    "ถึงแล้วแป๊บเดียวเองแฮะ"แววพูดขึ้นหลังจากเดินลากกระเป๋าลงจากเครื่องพร้อมๆกับออส

     

    "ก็นะบินในประเทศมันใช้เวลาไม่นานอยู่แล้ว"ออสตอบ ก่อนจะเริ่มมองหาคนคุ้มกันส่วนตัวที่ควรจะมารอรับ

     

    "สวัสดีค่ะ"ไม่นานเกินรอก็มีหญิงสาวหน้าตาดีเข้ามาทัก

     

    หญิงสาวที่เข้ามาทักนั้นอยู่ในชุดสูทสีดำด้านในเป็นเชิตขาวผูกไทด์เรียบร้อย ผมสีทองสวยถูกมัดรวบไว้อย่างดี สีหน้าแววตาบ่งบอกว่าเป็นคนจริงจัง เธอน่าจะสูงสัก165ได้ซึ่งเตี้ยว่าออสเล็กน้อย

     

    "ฉันชื่ออีฟค่ะ จะรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคุณออสนับตั้งแต่นี้"เธอพูดขึ้น

     

    "ทางนี้คงเป็นคุณแววสินะคะ"พอพูดกับออสจบอีฟก็หันไปทักทายแวว

     

    "อ่อ สวัสดีครับฝากตัวด้วย"ออสตอบกลับก่อนที่จะมองไปรอบๆด้วยความสงสัยว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่

     

    "บอดี้การ์ดต้องสวยเบอร์นี้เลยหรอเนี่ย"แววที่เห็นแบบนั้นก็อดแซวไม่ได้ เนื่องจากหญิงสาวตรงหน้านั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ดีมากเลยทีเดียว

     

    "ขอบคุณค่ะ"เธอตอบกลับยิ้มๆ

     

    เหมือนอีฟจะสังเกตุเห็นว่าออสมองรอบๆไปทั่วเลยพอจะเดาได้เธอเลยหันไปพยักหน้าทีหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามา

     

    "แม็คครับ"

     

    "เจนค่ะ"

     

    ทั้งสองคนแนะนำตัวก่อนจะเข้ามายกกระเป๋าให้ออสกับแวว

     

    "ไปกันเถอะค่ะ"อีฟพูดก่อนจะเดินนำทั้งสองคนไปพอเดินออกมาหน้าสนามบินก็มีรถหรูสองคันมาจอดรออยู่แล้วอีฟ

     

    "นี่จัสมินค่ะ"อีฟแนะนำหญิงสาวอีกคนที่เป็นคนขับคน ส่วนแม็คกับเจนก่อนหน้านี้ถือสัมภาระของออสกับแววไปขึ้นรถอีกคันที่ตามมาข้างหลัง

     

    "ทีมของฉันมี50คนค่ะแบ่งออกเป็นกลางวันกับกลางคืนเดี๋ยวมีโอกาศจะให้ทยอยเข้ามาแนะนำตัวนะคะเผื่อจะเรียกใช้อะไรจะได้สะดวก"ระหว่างเดินทางอีฟก็แนะนำระบบการทำงานของทีม ทั้งการเปลี่ยนกะ การเฝ้าระวังต่าง หรือขั้นตอนการคุ้มกันการเกิดเหตุฉุกเฉิน

     

    ตอนแรกออสก็กังวลเหมือนกันว่่ามันจะเวอร์ซะจนทำให้เขาอึดอัดรึเปล่าแต่จากที่ออสฟังดูมันไม่เข้มงวดอะไรมากนัก พอถามอีฟก็อธิบายว่าออสไม่ได้มีศัตรูอะไรที่ไหน แถมยังมีมานาในร่างอยู่แล้วการจะสังหารออสนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะต่อให้โดนยิงที่หัวถ้าไม่ใช่สมองส่วนสำคัญจริงๆก็จะไม่ตายในทันทีซึ่งนั่นหมายความว่าออสจะหายดีในเวลาไม่ถึงนาทีเลยไม่ต้องคุ้มกันเต็มรูปแบบเหมือนกับที่เห็นในหนังเวลาคุ้มกันพวกผู้นำประเทศ แต่ถ้าออสต้องการเธอก็จัดการให้ได้

     

    แน่นอนว่าออสรีบปฏิเสธทันทีถึงในหนังมันจะดูเท่ดีแต่บอกได้เลยว่าถ้าเป็นแบบนั้นตลอดมันต้องอึดอัดสุดๆแน่นอนในชิวิตจริงไม่มีใครต้องการแบบนั้นหรอก

     

    หลังจากที่ได้ยินอีฟพูดเร่ืองมานาขึ้นมาทำให้รู้ว่าเธอเองก็รู้ความลับเรื่องผลมานาทำให้ออสอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอได้รับมานาด้วยหรือไม่

     

    "แล้วคุณอีฟมีมานาในร่างรึเปล่า"ออสถาม

     

    "มีค่ะเพื่อที่จะพร้อมรับมือกับสถานะการณ์อันตรายฉันเป็นหัวหน้าทีมได้รับมา5ผลตอนรับตำแหน่งนี้มาส่วนจัสมินที่เป็นรองหัวหน้าก็ได้มาเท่ากัน"

     

    "ส่วนคนอื่นไม่มีใครรู้เรื่องการมีอยู่ของผลมานาค่ะ"อีฟตอบกลับ

     

    "เอ่อคุณอีฟอายุเท่าไหร่หรอ"พอได้ยินว่าเธอได้รับผลมานาเข้าไปออสก็เกิดสงสัยขึ้นมาเพราะขนาดปู่จากที่ฟังมายังอายุเฉียดสองหมื่นเลย

     

    เพี๊ยะ

     

    "ไอ้บ้านี่ใครเขาถามอายุผู้หญิงกัน"แววที่ได้ยินออสถามก็ตีแขนพร้อมตำหนิออสทันทีถ้าเป็นผู้หญิงอายุน้อยอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่อีฟที่กินผลมานาเข้าไปมันมีแนวโน้มว่าอายุของเธอจะมากกว่าที่ตาเห็น

     

    "ฮะๆไม่เป็นไรหรอกฉันอายุ25ค่ะ"อีฟ

     

    หลังจากนั้นอีฟก็เล่าประวัติตัวเองคร่าวๆเธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยงโดยบ้านเด็กกำพร้าของอิกดราซิลแล้วก็ถูกคัดเลือกไปฝึกตั้งแต่อายุ10ขวบเท่านั้นเธอถูกฝึกที่ค่ายฝึกทหารหญิงจนอายุ18ก็ถูกส่งไปลงภาคสนาม ซึ่งอีฟที่ความสามารถรอบด้านเลยทีเดียว ทั้งคุ้มกัน ลอบสังหาร จับกุม ช่วยเหลือตัวประกัน เธอเล่าว่า7ปีที่ผ่านมาเธอทำมาแล้วทั้งนั้น

     

    หลังจากนั้นประวัติเธอก็ไปเข้าตาพ่อบ้านชุนเข้าแล้วก็ถูกเลือกให้เข้ามาเป็นหัวหน้าทีมดูแลความปลอดภัยของเขา

     

    จัสมินยังแอบบอกอีกด้วยว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาเธอด้วยเพราะทหารหญิงที่รูปร่างหน้าตาดีมันค่อนข้างน้อย ทำให้อีฟมีทางท่าเขินเล็กน้อย

     

    พอมองดูแล้วจัสมินนั้นมีหน้าตาธรรมดาๆ ส่วนรูปร่างเธอถึงจะอยู่ในชุดสูทก็พอดูออกว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นมีกล้ามเธอมัดซึ่งถูกฝึกมาอย่างหนัก ต่างจากแววหรืออีฟที่ดูเป็นผู้หญิงออกกำลังกายมีกล้ามเนื้อให้เห็นรางๆบ่งบอกถึงร่างกายที่แข็งแรงดีเท่านั้น

     

    หลังจากฝ่าจราจรที่แน่นหนาของเมืองหลวงก็มาถึงมหาวิทยาลัยครอสที่ตั้งอยู่กลางเมือง พอกลับรถก็บพบกับรั้วบ้านของคฤหาสน์ขนาดใหญ่ซึ่งอีฟบอกว่านั่นคือที่พักของเขา ซึ่งคฤหาสน์หลังนี้อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยพอดิบพอดี

     

    พอได้เห็นขนาดของบ้านที่เขาเคยบอกไปแล้วว่าไม่ต้องใหญ่โตนัก ก็ทำเอาตาเบิกกว้างถึงจะทำใจแล้วว่ามันต้องไม่เล็กแน่นอนแต่ไอ้ที่อยู่ตรงหน้ามันเรียกได้กว่ามหึมาเลยทีเดียว แค่สนามหญ้าก็น่าจะพอๆกับสนามฟุตบอลได้แล้ว ต้องเข้าใจด้วยว่านี่มันใจกลางเมืองราคามันจะขนาดไหนกันเนี่ย

     

    พอจอดรถลงมาหน้าคฤหาสน์ยิ่งทำเอาออสต้องตกตะลึงกับความใหญ่โตและหรูหรา

     

    ไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่งจะได้เป็นเจ้าของบ้านแบบนี้

     

    "สุดยอด"แม้แต่แววเองก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึงเช่นกันตอนที่ออสชวนมาอยู่ด้วยกันจะได้ลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้เธอเรียนต่อได้ ตอนนั้นเธอยังไม่รู้เรื่องอิกดราซิล เธอเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะเป็นบ้านหลังเล็กๆมีห้องเดียวต้องนอนอัดกันสองคนด้วยซ้ำแต่ไม่คิดว่าเลยออสจะพาเธอมาอยู่ในที่ที่สุดยอดแบบนี้

     

    หลังจากเดินเข้าไปในตัวบ้านทั้งสองก็ต้องตกใจอีกครั้งเพราะทั้งสองข้างทางที่สาวๆในชุดเมดยืนเรียงกันเป็นแถบอย่างกับที่เคยเห็นในหนังในละครเวลาเปิดตัวคฤหาสน์หรูของเศรษฐีในเรื่อง

     

    พอทั้งสองคนเดินเข้ามาเมดสาวทั้งสองข้างก็ถอนสายบัวอย่างพร้อมเพียงเล่นเอาออสกับแววขนลุกซู่

     

    "สวัสดีทั้งสองคน"เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น จูนที่เมื่อวานกลับมาเมื่องหลวงก่อนนั่นเองพอได้ข่าวแล้วว่าทั้งสองคนจะมาถึงช่วงบ่ายวันนี้เธอก็มารอรับ

     

    "ยินดีต้อนรับสู่เมืองหลวงๆ"

     

     

    อีฟ

    อีฟ