ดาบพิฆาตสลับนภา

    บทที่38 ก้าวแรกสู่หอภารกิจ คลื่นใต้น้ำก่อตัว

    ณ ชั้นบนของเรือนพักหมายเลขสอง ซึ่งตั้งอยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก

    ม่านโปร่งขาวบางปลิวแผ่วเบาราวไอหมอก ดวงหน้างดงามล้ำเลิศ ริมฝีปากอ่อนระเรื่อ และนัยน์ตากระจ่างใสปานผืนน้ำใสสะท้อนเงาเดือนทอดมองมายังแผ่นหลังของร่างในชุดดำอย่างเงียบงัน


    เซี่ยชิงหลัว

    ชุดขาวบางเบาคลี่ไหวท่ามกลางลมเช้า ราวกับภาพวาดโบราณที่ยังมีลมหายใจ


    ดวงตาคู่งามขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากกระซิบกับตนเองแผ่วเบา


    “หนึ่งเดือน…เขาไม่ออกจากเรือนเลยแม้แต่ก้าวเดียว

    ครานี้กลับมิได้หยุดยืนแม้สักพัก กลับเดินออกไปอย่างมั่นคงทันที…

    เขาคิดจะไปที่ใดกัน?”


    แผ่นหลังในชุดดำค่อย ๆ ไกลออกไป ทว่ากลับทิ้งร่องรอยไว้ในห้วงความคิดของนาง...นัยน์ตาคมลึกดั่งเวิ้งเหวอินทรีย์นั้น คล้ายกำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง...



    ---


    และปลายทางของเขาในเช้าวันนี้...

    คือ "หอภารกิจ" แห่งตำหนักมังกรเมฆา สถานที่ซึ่งความมุ่งมั่นจะถูกพิสูจน์ด้วยการลงมือกระทำ

    หากเขาต้องการให้ “ดาบ” ในเคล็ดวิชาเตาอัสนีวิบัติเฉิดฉายขึ้นอีกครั้ง...ก็จำต้องเดินทางเข้าสู่ความรุนแรงและเปลวเพลิงอีกครา


    "มิใช่เพียงผู้ถือดาบ…หากแต่ต้องกลายเป็นดาบเสียเอง"


    ---


    เบื้องหลังแสงตะวันอ่อนแรกของเช้าวันใหม่ ฟ้าครามอาบแสงเรื่อเรืองราวผืนผ้าไหมบางซึ่งถูกแต้มด้วยปลายพู่กันสีทอง อวี้เหวินก้าวย่างออกจากเขตเรือนพักของศิษย์ใหม่อย่างเงียบงัน ชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดไหวตามแรงลมอ่อน เขายืดร่างอย่างสง่าผ่าเผย เส้นผมยาวสีดำปลิวไปตามจังหวะลม ความเฉียบขาดในแววตาประกอบกับรูปลักษณ์หล่อเหลาราวภาพวาด ทำให้ทุกก้าวย่างของเขาไม่อาจหลุดพ้นสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา


    เส้นทางทอดยาวจากเรือนพักเข้าสู่ใจกลางของตำหนักมังกรเมฆา ล้วนแวดล้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างงดงามดั่งแดนสวรรค์ ศิลาแกะสลักรูปวีรบุรุษสงครามและอสูรโบราณตั้งเรียงรายเป็นแนวริมทาง เสาดินสอสูงประดับด้วยสัญลักษณ์เซียนโบราณส่งกลิ่นอายแห่งพลังอันลึกล้ำ พุ่มไม้ประหลาดเบ่งบานด้วยกลีบดอกเรืองแสง อาบไล้ด้วยละอองหมอกที่ลอยเอื่อยอยู่ทั่วบริเวณ คล้ายว่าทั้งตำหนักนั้นถูกย้อมด้วยเวทมนตร์ลึกลับที่มิเคยเสื่อมคลาย


    อวี้เหวินเดินไปอย่างไม่เร่งร้อน ทว่าไม่หยุดนิ่ง มองซ้ายขวาไปยังบรรยากาศรอบด้าน เหล่าศิษย์ตำหนักในชุดหลากสีเดินสวนกันอย่างพลุกพล่าน บ้างถือกระบี่แนบหลัง บ้างสะพายดาบใหญ่บนบ่า มีทั้งผู้ที่เร่งฝีเท้าราวกับกำลังมุ่งสู่สนามรบ และผู้ที่เดินอย่างสงบเสงี่ยมพร้อมคุยกันเบา ๆ กับสหายข้างกาย บ้างมากันเป็นกลุ่ม บ้างโดดเดี่ยวดั่งหมาป่าเดียวดาย ทว่าไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแผ่กลิ่นอายแห่งผู้ฝึกยุทธ์ออกมาอย่างมิอาจปกปิด


    ณ ใจกลางของลานหินกว้างเบื้องหน้า หอคอยสูงสง่าหลังหนึ่งตั้งตระหง่านกลางแสงเช้า "หอภารกิจ" แห่งตำหนักมังกรเมฆา สถานที่ซึ่งทุกศิษย์ต่างต้องเวียนเข้าออกเพื่อรับภารกิจ บ่มเพาะประสบการณ์ และสะสมผลงานให้แก่ตน


    หอภารกิจนั้นสร้างจากหินสีครามปนเงิน รูปลักษณ์สูงใหญ่ถึงเจ็ดชั้น ฐานอาคารล้อมรอบด้วยสระน้ำรูปบัวซึ่งปล่อยไอหมอกบาง ๆ ราวกับมีจิตวิญญาณสถิตอยู่ บานประตูใหญ่เปิดกว้างอย่างยินดีต้อนรับทุกผู้คน เสากลางสลักลวดลายมังกรฟ้าพันรอบอันวิจิตร เมื่ออวี้เหวินย่างกรายเข้าไป ก็พบว่าภายในหอกว้างใหญ่มิได้เงียบเหงาดั่งตำหนักทั่วไป


    ด้านในเต็มไปด้วยศิษย์จากหลากระดับชั้น ผู้คนขวักไขว่ บางนั่ง บางยืน บางสนทนา บ้างจ้องกระดานประกาศอย่างเคร่งเครียด เสียงสนทนาแผ่วเบาดังคล้ายเสียงน้ำไหล เมื่อรวมกันกลับกลายเป็นเสียงพล่านราวห้องโถงแห่งชีวิต


    กระดานภารกิจตั้งเรียงรายตามผนังของหอเป็นแถว บ้างใหญ่เท่าฝาผนัง บ้างเล็กพอให้สองคนยืนอ่านได้ ป้ายภารกิจซึ่งทำจากกระดาษพิเศษถูกแปะไว้แน่นหนา ตัวอักษรสีทองระบุระดับความยากของแต่ละภารกิจชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “ระดับสามัญ”, “ระดับกลาง”, ไปจนถึง “ระดับอันตราย” แต่ละป้ายนั้นไม่เพียงเขียนเพียงคำสั่ง แต่ยังระบุรางวัลอย่างชัดเจน ทั้งสมุนไพรล้ำค่า หินวิญญาณ หรือแม้แต่ตำราโบราณหายาก


    หน้าโต๊ะรับภารกิจมีศิษย์ฝ่ายดูแลนั่งเรียงกันอยู่ในชุดเครื่องแบบของตำหนัก หน้าตาเคร่งขรึม ท่าทีรวดเร็วคล่องแคล่ว ในมือของพวกเขาถือพู่กันหยก จดบันทึกด้วยลายมืออักขระเซียนลงบนสมุดลงทะเบียนอย่างแม่นยำ


    "ภารกิจล่าหมาป่าวิญญาณในป่าหิมะ ต้องการศิษย์สองคนขึ้นไป ระดับกลาง" เสียงหนึ่งกล่าวข้างกระดาน


    "ข้าจะรับ!" ศิษย์อีกคนรีบคว้าป้ายลงมือ


    อวี้เหวินทอดสายตาไปทั่ว เห็นกลุ่มศิษย์แย่งกันหยิบป้ายภารกิจอย่างเร่งร้อน เขาเข้าใจในทันทีว่านี่คือเส้นทางทดสอบที่ตำหนักมังกรเมฆาสรรสร้างไว้ ภารกิจเปรียบดังเวทีให้ศิษย์แสดงฝีมือ และยังเป็นบททดสอบให้สั่งสมประสบการณ์จากโลกภายนอก


    ‘เช่นนั้น ข้าจะเริ่มจากที่นี่’ อวี้เหวินครุ่นคิด ดวงตาเปล่งประกายเงียบงัน เขามิได้รีบเร่งเดินเข้าหาทันที หากแต่ย่ำเท้าอย่างมั่นคง มุ่งตรงไปยังหนึ่งในกระดานภารกิจขนาดใหญ่ที่ผู้คนมุงดูหนาแน่น


    พลางครุ่นคิดในใจอย่างสงบ

    “การฝึกฝนภายในแม้สำคัญ...แต่ประสบการณ์จากโลกจริง ย่อมเปรียบได้กับดาบลับคม หากข้าต้องการก้าวข้ามผู้คนในแดนนี้ ภารกิจที่มีเดิมพันสูง ย่อมมิอาจละเลย”


    เสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดเบา ๆ ตามฝีเท้า เขายืนหยุดหน้ากระดานภารกิจใหญ่ สายตาไล่มองบรรดาป้ายคำสั่งอย่างเงียบงัน เบื้องหน้าคือหนทางใหม่อันเต็มไปด้วยบทพิสูจน์ ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน ทว่าอวี้เหวินกลับยืนเด่นสงบ คล้ายเงาที่มิอาจถูกกลืนหายไปในฝูงชน และโลกแห่งการเดินทางของเขา...เพิ่งจะเริ่มต้นอีกครา


    ใต้เพดานไม้แกะสลักรูปมังกรทะยานคลื่น เสียงผู้คนภายในหอภารกิจยังคงดังกระหึ่มดั่งคลื่นทะเลซัดกระทบฝั่ง อวี้เหวินยืนอยู่เบื้องหน้ากระดานภารกิจอันโอฬาร ดวงตาสีดำเข้มสะท้อนเงาแผ่นกระดาษนับร้อยที่ติดเรียงรายละลานตา บางแผ่นเขียนด้วยอักษรเรียบง่ายว่าด้วยการส่งสมุนไพร บางแผ่นกลับใช้หมึกทองระบุภารกิจระดับสูงที่เต็มไปด้วยอันตราย และบางแผ่นถึงกับมีตราประทับสีเลือด คล้ายจักสะท้อนกลิ่นคาวคลุ้งออกมาแม้เพียงสายตาแลมอง


    ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่พูดจา เพียงปล่อยใจให้จมลงสู่กระแสของตัวอักษรเบื้องหน้า ขณะนั้น ความคิดอันแหลมคมได้เริ่มทำงาน ภารกิจเล็กน้อย แม้จะปลอดภัย แต่ไร้ซึ่งคุณค่าในการฝึกฝน ต่อให้สะสมแต้มทีละเล็กทีละน้อย คงต้องใช้เวลานานนับเดือนจึงจะเพียงพอสำหรับสิ่งที่เขาต้องการในวันข้างหน้า ทว่าภารกิจที่อันตรายเกินไป ก็อาจหมายถึงการละทิ้งชีวิตเสียกลางทะเลเพลิงแห่งโชคชะตา


    "ต้องเป็นภารกิจที่ท้าทายพอจะขัดเกลา 'เตาอัสนีวิบัติ' ได้ และมีแต้มมากพอให้เร่งการเติบโต..." เขาครุ่นคิดในใจ ขณะกวาดสายตาไปตามกระดานเรื่อยมา ทันใดนั้นเอง แผ่นกระดาษหนึ่งที่อยู่ตรงมุมบนของกระดานด้านซ้ายก็สะดุดสายตา


    อักษรบนแผ่นนั้นเขียนด้วยพู่กันหยาบแต่มั่นคง:


    ภารกิจระดับกลาง - ปราบอสูรทะเลชายฝั่งตะวันตก

    ช่วงหลายวันมานี้ มีอสูรทะเลไม่ทราบชนิดปรากฏตัวบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของเมืองซูไห่ สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวประมงและชาวบ้าน รวมถึงผู้บ่มเพาะที่ออกไปเก็บของทะเล ถูกซุ่มโจมตีเสียชีวิตไปแล้วหลายราย


    ต้องการผู้มีพลังระดับ “กำเนิดกายขั้นสูง” ขึ้นไป


    รางวัล: ยาเสริมกายา 3เม็ด, ยาสมานบาดแผล “เหอมู่ตัน”, และคะแนนภารกิจสะสม 100 หน่วย


    สถานะ: ยังไม่มีผู้รับภารกิจ




    ดวงตาอวี้เหวินหรี่ลงเล็กน้อย เสี้ยวแสงสีน้ำตาลเข้มภายในม่านตาเหมือนเปลวเพลิงลุกวาบ


    ‘หนึ่งร้อยแต้ม...โอสถเสริมกายาเเละยาสมานเเผล’ เขาค่อย ๆ อ่านทบทวนในใจ ทว่าในขณะเดียวกัน ภาพของชาวบ้านที่ถูกอสูรโจมตี ภาพของความโกลาหลริมชายฝั่ง ทะเลสาบเวิ้งใหญ่ที่เคยเงียบงันบัดนี้กลับซ่อนภัยไว้ใต้ผิวน้ำ สิ่งเหล่านั้นทำให้ความสงบในใจเขาแปรเปลี่ยนเป็นมวลแห่งความตั้งมั่น


    “นี่แหละ...ภารกิจที่เหมาะสมที่สุด”


    เขาเอื้อมมือไปด้วยท่วงท่าที่มั่นคง นิ้วเรียวยาวของเขาจับที่ขอบกระดาษภารกิจแผ่นนั้น แผ่นกระดาษสีน้ำตาลอ่อนปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลม ก่อนจะหยิบมาแนบอกไว้ มุมปากของชายหนุ่มผงกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางที่คล้ายจะแฝงความคาดหวังจากการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง


    “แม้อสูรทะเลจักซุกซ่อนใต้เกลียวคลื่น ข้าก็จักเปิดทะเลแหวกมันด้วยหมัดของข้าเอง” เขาคิดในใจขณะหมุนกายจะก้าวไปยังโต๊ะลงทะเบียน


    ในขณะที่อวี้เหวินกำลังจะก้าวเท้าเดินไปยังโต๊ะลงทะเบียนพร้อมกระดาษภารกิจในมือ เสียงตะโกนกึกก้องปานอัสนีบาตก็ดังลั่นข้ามหอภารกิจมาอย่างเฉียบพลัน


    “หยุดนะ!! เจ้าไม่มีสิทธิ์รับภารกิจนั่น!!”


    เสียงนั้นห้าวลึก หนักแน่นดั่งโทสะของผู้เหยียบสวรรค์ อวี้เหวินหยุดฝีเท้าลง สายตาหันไปตามต้นเสียง พลันก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่ง สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีคราม ทรวดทรงบึกบึนดังภูเขาทั้งลูก ก้าวเข้ามาอย่างคุกคาม ดวงตาคู่นั้นฉายแววอหังการ หยิ่งทระนง และแฝงความโกรธเกรี้ยวไว้ไม่ปิดบัง


    “ภารกิจนั่น ข้าหมายตาไว้ก่อนหน้าแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์แย่ง!” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ เจือกลิ่นไออำนาจและการกดขี่


    อวี้เหวินมองเขาอย่างไร้อารมณ์ ใบหน้าเยือกเย็นไม่หวั่นไหว “ข้ารับมันมาอย่างยุติธรรม มิได้แย่งชิงผู้ใด เจ้าไม่มีสิทธิ์กล่าวเช่นนั้น”


    “หา? เจ้ากล้าโต้กลับข้า?” ชายหนุ่มร่างยักษ์ขมวดคิ้วแน่น ร่างสั่นสะท้านด้วยโทสะ ก่อนจะหัวเราะหยันออกมาอย่างไร้ซึ่งความอดกลั้น “ดี...ดีมาก เจ้าหนูน้อยผู้นี้กล้าโต้เถียงข้าเช่นนี้รึ?”


    ไม่ทันสิ้นเสียงสมุนทั้งสองของเขาก็เร่งฝีเท้าเข้ามาสมทบ หนึ่งคนผอมสูง ใบหน้าซีดเผือด อีกคนรูปร่างล่ำเตี้ย ดวงตาแคบคล้ายหนู ทั้งคู่ยืนปีกขวาซ้ายของชายชุดครามทันที แววตาเต็มไปด้วยการเหยียดหยาม


    ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม เงียบงันชั่วครู่หนึ่ง เสียงซุบซิบก็ค่อย ๆ ดังขึ้นจากเหล่าศิษย์ในหอภารกิจ


    “เฮอะ...นั่นไม่ใช่ หลินเซวียน แห่งหอค่ายกลหรือ?”


    “ใช่แล้ว! ข้าเคยเห็นเขาอยู่ข้างกาย จ้าวชิงอวิ๋น ศิษย์อันดับเจ็ดของศิษย์ทั่วไปนี่นา...”


    “จ้าวชิงอวิ๋น? คนที่ว่ากันว่าแม้แต่ศิษย์หลักยังต้องยอมให้งั้นหรือ?”


    “นั่นสิ...แล้วเจ้าหนูนั่นเป็นใครกัน ถึงกล้ามีเรื่องกับคนของจ้าวชิงอวิ๋น?”


    เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดั่งสายลมพัดผ่านกลางลานหอภารกิจ ศิษย์มากมายเริ่มหันมองเป็นตาเดียว แต่ถึงกระนั้น...อวี้เหวินยังคงยืนอยู่ในท่วงท่าราบเรียบไม่แปรเปลี่ยน แววตาเด็ดเดี่ยวเยียบเย็นดังสายน้ำบนยอดเขา เขาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย มองอีกฝ่ายด้วยแววตาแน่วแน่


    “ภารกิจนี้...ข้าไม่คืนให้” คำกล่าวสั้น ๆ แต่เด็ดเดี่ยว ดุจดาบคมที่เฉือนกลางห้วงอากาศ


    หลินเซวียนกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำ พยายามข่มโทสะแต่ไม่สำเร็จ “เจ้าหนู! เจ้ามิรู้ที่ต่ำที่สูง ภารกิจระดับนี้ ต้องให้ข้า ผู้มีพลังเพียงพอเท่านั้น! เด็กหน้าใหม่เช่นเจ้าจะเอาไปทำไม!”


    ลูกสมุนทั้งสองก็ผสมโรงด้วยน้ำเสียงดูแคลน


    “เจ้านี่มันไม่รู้จักดีชั่วจริง ๆ คิดว่าได้ภารกิจระดับกลางแล้วจะเป็นวีรบุรุษหรือไร?”


    “รีบคืนมาซะ ก่อนที่เจ้าจะเสียใจไปทั้งชีวิต!”


    แต่ไม่ว่าจะคำขู่ การกดดัน หรือสายตาจากผู้คนมากมาย อวี้เหวินยังคงไม่เปลี่ยนใจ แม้เศษเสี้ยวความหวาดกลัวก็หาไม่พบบนใบหน้า


    “ภารกิจนี้ ข้ารับมาโดยชอบธรรม หากเจ้าอยากได้ กลับไปเสาะหาใหม่ อย่าคิดแย่งชิงเช่นพวกอันธพาล”


    คำกล่าวเรียบง่ายของเขากลับราวกับตบหน้าหลินเซวียนกลางฝูงชน! ชายหนุ่มร่างยักษ์ถึงกับกระอักโทสะ เลือดลมพุ่งพล่าน ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจหนักแน่นดังพายุทะเล


    “เจ้า!! ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าอย่าหุนหันต่อผู้ที่เจ้ามองไม่เห็นความลึกของเขา!”


    หลินเซวียนคำรามเสียงต่ำ จากนั้นพุ่งเข้าหาอวี้เหวินอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหนากระแทกอกหวังจะผลักชายหนุ่มให้กระเด็นพร้อมกระชากแผ่นภารกิจไป แต่...


    ตึง!!


    ฝ่ามือของเขากระทบร่างอวี้เหวินอย่างจัง หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้น...คือความว่างเปล่า ราวกับเขาผลักภูผาแน่นิ่ง ดวงตาหลินเซวียนเบิกกว้างด้วยความตะลึง


    “เป็น...ไปไม่ได้!” เขาพึมพำอย่างตกตะลึง


    แต่ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด อวี้เหวินยกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ แล้ววางแนบกลางอกของอีกฝ่าย


    ปัง!!


    เสียงกระแทกดังก้อง หลินเซวียนถูกแรงผลักสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ร่างอันใหญ่โตของเขาลอยละลิ่วออกไปกว่า ยี่สิบจั้ง กลางอากาศ ก่อนจะกลิ้งกลุกๆ ลงกลางหอภารกิจ ใบหน้ากระแทกพื้นจนเลือดซิบ บรรยากาศเงียบงันอย่างถึงที่สุด


    ลูกสมุนทั้งสองหน้าซีดเผือด ยืนตัวแข็งราวรูปปั้น ไม่อาจขยับแม้แต่ปลายเท้า


    “เจ้า...เจ้า!!” หลินเซวียนตะโกนสุดเสียง ทั้งตื่นตระหนกทั้งโกรธแค้น ไอพลังปั่นป่วนรอบกาย พุ่งทะยานดั่งคลื่นทะเล พร้อมจะเปิดฉากต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย!


    อวี้เหวินเพียงยืนประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาเรียบนิ่งราวกับหิมะกลางฤดูเหมันต์ ก้าวช้า ๆ ไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว แต่กลับสร้างความกดดันอย่างไม่อาจพรรณนา


    และแล้ว...


    หึ!


    เสียงคำรามฟาดดังราวสายฟ้าเปรี้ยงปลาบ จากบนชั้นสองของหอภารกิจ เสียงหนึ่งอันแกร่งกล้าดุจเสียงเทพเทวะพลันดังขึ้นอย่างก้องกังวาน


    “หยุดเดี๋ยวนี้! หอภารกิจ...ห้ามต่อสู้โดยเด็ดขาด! ผู้ใดละเมิด...ต้องรับโทษสถานหนักตามบัญญัติของตำหนัก!”


    เสียงนั้นดังก้องกระหึ่มราวกับเทพเจ้าตวาดสวรรค์ เวลาทั้งหอภารกิจเหมือนหยุดนิ่ง ผู้คนที่กำลังพูดคุยก็พากันเงียบสงัด สีหน้าหลินเซวียนแปรเปลี่ยนทันทีจากโกรธแค้นกลายเป็นหวาดหวั่น หัวใจร่วงหล่นลงตาตุ่ม ขณะที่อวี้เหวินเพียงเหลือบมองขึ้นไปอย่างสงบนิ่ง...


    ราวกับเขาไม่เคยหวาดหวั่นต่อเสียงตวาดนั้นแม้แต่น้อย...


    อวี้เหวินเหลือบสายตามองขึ้นไป ยังระเบียงชั้นสองของหอภารกิจ ที่นั่นเอง... ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ในชุดผ้าแพรเนื้อหยาบสีหม่น ผมยาวขาวดั่งหิมะโปรย ปล่อยสยายไร้พันธะ ดวงตาเรียบสงบดั่งน้ำในบ่อลึก ทว่าเมื่อทอดมองลงมา ยังผู้คนด้านล่าง กลับประหนึ่งแรงกดดันที่ทำให้คนทั่วไปใจสะท้าน


    “ผู้อาวุโสหอภารกิจ!”


    ไม่รู้ผู้ใดเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มให้ผู้คนเบื้องล่างต่างก้มหน้าหลบสายตาโดยพร้อมเพรียง แม้กระทั่งหลินเซวียนผู้ก่อเรื่องเมื่อครู่ยังต้องเม้มริมฝีปากแน่น ก้มศีรษะลงด้วยความเกรงกลัวจนไม่กล้าเอ่ยอันใด


    ชายชราเบื้องบนมิได้เอ่ยคำใดมาก เพียงทอดมองยังอวี้เหวินด้วยแววตาแน่วแน่ ทว่ากลับไม่แฝงอคติแม้แต่น้อย


    "เจ้า... รับภารกิจนี้ไป"

    น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย หากแต่เฉียบขาด


    อวี้เหวินสะดุ้งในใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าแม้ตนจะมิได้ทำผิด แต่ชายชราผู้นี้ก็มีสิทธิ์ขับไล่เขาได้อย่างไร้คำอธิบาย หากเพียงมีอารมณ์ไม่ชอบหน้า ทว่าคำพูดกลับตรงกันข้าม


    ก่อนจะหันไปยังร่างของหลินเซวียนที่ก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยคำ


    "ส่วนเจ้า... หลินเซวียน ออกไปจากหอภารกิจเสีย"

    น้ำเสียงของผู้อาวุโสขณะหันไปมองหลินเซวียนนั้น เยียบเย็นยิ่งกว่าลมเหนือลูบแก้ม


    "ในฐานะศิษย์ตำหนัก ยังกล้าใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นต่อหน้าสถานที่สำคัญ เยี่ยงนี้สมควรถูกลงโทษ... ห้ามเข้าหอภารกิจเป็นเวลาหนึ่งเดือน"


    สิ้นคำ ดั่งลมหายใจทั่วทั้งหอภารกิจถูกแช่แข็ง หลินเซวียนเม้มปากแน่น คำลงทัณฑ์แม้จะไม่ถึงขั้นโหดร้าย หากแต่ก็ทำให้เขาสูญเสียหน้าตายิ่งนัก


    อวี้เหวินรู้สึกถึงความยุติธรรมในดวงตาของชายชราผู้นั้น ดวงตาที่ไม่วัดคนจากพลังฝีมือหรือชื่อเสียง แต่จากสิ่งที่เขาทำ


    “ขอบคุณผู้อาวุโสขอรับ”


    เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม ยกมือประสานคารวะด้วยความเคารพเต็มเปี่ยม มิใช่เพียงเพราะตนเป็นผู้ได้รับความเป็นธรรม หากแต่เป็นความนับถือในจิตใจที่ยังรู้ผิดชอบของผู้อาวุโสผู้นั้น


    สายตาชายชรามองเขาแวบหนึ่งอย่างยากหยั่งรู้ ก่อนจะหมุนกายหายลับไปเบื้องบนโดยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ


    ด้านหลินเซวียน แม้สีหน้าจะยังคงเก็บกดห้วงโทสะไว้เต็มเปี่ยม แต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ จึงเพียงประสานมือคารวะแบบฝืนใจ


    "...ศิษย์รับทราบ"


    ก่อนจะหันกลับไปมองอวี้เหวินอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำข่มไว้ด้วยไฟแค้น


    “พวกเรา... กลับ!”


    เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน ส่วนสมุนทั้งสองที่ยืนข้างกาย พากันหันมามองอวี้เหวินด้วยแววตาเคียดแค้นเฉกเช่นนายของตน ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามหลินเซวียนออกไปจากหอภารกิจ ท่ามกลางสายตาหลีกทางของฝูงชน


    อวี้เหวินมองภาพนั้นด้วยแววตาเฉยชา เพียงถอนหายใจเบา ๆ ประหนึ่งก้อนหินหนักคลายลงจากบ่า


    พลันเสียงหนึ่งแว่วผ่านโสตประสาทมาอย่างเจ้าเล่ห์


    “ฮ่า ๆ เจ้าหนู เพิ่งจะเข้าตำหนักก็สร้างศัตรูไว้เสียแล้วรึ?”


    เสียงเย้าแหย่ดังลอดออกมาจากในมิติแห่งสร้อยคอ ซ่งเหยียนเฟยนั่นเอง


    อวี้เหวินพึมพำตอบกลับด้วยแววตาเหม่อลอย “เป็นพวกเขามาหาเรื่องข้าก่อน...”


    แล้วจึงเดินตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียนเบื้องหน้า ยื่นกระดาษภารกิจในมือให้ศิษย์ผู้รับผิดชอบ...

    คล้ายกับเรื่องดาบพิฆาตสลับนภา ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810