[จบ] ระบบกลืนกินพรสวรรค์

    บทที่ 16 ภูเขาต้าสู่กับการไล่ล่าหมาป่าสายลม!

    บทที่ 16 ภูเขาต้าสู่กับการไล่ล่าหมาป่าสายลม!


    เมื่อออกมาจากย่านยุทธภัณฑ์ ฉู่โม่วก็ตรงออกจากฐาน

     

    เหตุผลหลักที่เขาต้องรับภารกิจนี้มา เป็นเพราะสถานที่ฝึกในครั้งนี้อยู่ในทิศทางเดียวกันกับตำแหน่งที่อสรพิษสองหัวกำลังเพ่นพ่านอยู่


    เขาพอมีข้อมูลของอสรพิษสองหัวตัวนี้อยู่บ้าง


    น้ำดีของอสรพิษสองหัวช่วยเสริมสร้างสมรรถนะของผู้ปลุกพลัง แม้ว่าผลลัพธ์จะบางเบาและแตกต่างออกไปตามผู้ใช้ มันก็ยังเป็นสมบัติมีค่าอยู่ดี


    หากเขาตัดหัวมันมาได้ก็สามารถใช้น้ำดีได้ แต่หัวใจของมันไม่ใช่สิ่งจำเป็น


    ภารกิจนี้สามารถสำเร็จลุล่วงได้อย่างง่ายดาย


    อย่างไรแล้วผู้หญิงคนนั้นก็น่าสงสารทีเดียว


    ถึงฉู่โม่วจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนจิตใจดีนัก แต่เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว การช่วยเหลือเธอสักหน่อยโดยที่ไม่เดือดร้อนตัวเองก็คงไม่เป็นไร


    อีกอย่าง


    ฉู่โม่วมีข้อข้องใจเกี่ยวกับไข่สัตว์อสูรที่ยังไม่ฟักมามากกว่าสิบปีแล้ว


    หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง


    ฉู่โม่วเดินออกมาจากประตูเมืองและออกสู่นอกอาณาเขตฐาน


    แม้ว่าฐานลู่หยางจะมีขนาดเล็ก ทว่าก็มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในเมืองและกลุ่มนักล่ามากมายอยู่ในฐาน พื้นที่รอบฐานสามสิบสองกิโลเมตรจึงมีความปลอดภัยสูงทีเดียว


    หากต้องการตามล่าสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ต้องออกไปไกลกว่านั้น


    ครั้งนี้ฉู่โม่วเข้าไปในป่าเพื่อทำลายขีดจำกัดของตัวเองและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์


    ดังนั้นแล้ว เป้าหมายของเขาคือภูเขาต้าสู่ที่ห่างออกไปร้อยหกสิบกิโลเมตร


    เมื่อร้อยปีก่อน ภูเขาต้าสู่เป็นเพียงแค่เนินเล็ก ๆ ภายในการควบคุมดูแลของลู่หยาง


    แต่แล้วโลกก็เปลี่ยนแปลงไป ดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้พลันขยายใหญ่ขึ้นหลายร้อยเท่า ทำให้ภูเขาต้าสู่กลายเป็นแนวภูเขาขนาดมหึมาที่ยาวกว่าหลายพันกิโลเมตร


    บนภูเขาลูกนั้น ต้นไม้โบราณตั้งสูงตระหง่านขึ้นไปบนท้องฟ้า และสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนออกอาละวาด


    น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ


    “ว่ากันว่าลึกเข้าไปบนภูเขามีสัตว์อสูรระดับ 3 ที่น่าสะพรึงกลัว มันแค่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และมีข่าวลือกระทั่งว่ามีร่องรอยของสัตว์อสูรระดับ 4 อยู่ด้วยซ้ำ!”


    ฉู่โม่วครุ่นคิดระหว่างการเดินทาง


    สัตว์อสูรระดับ 4 หรือ 5 นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็นฉู่โม่วก็คงไม่รอดอย่างแน่นอน


    คราวนี้เขาจึงไปที่ภูเขาต้าสู่เพียงเพื่อสังหารสัตว์อสูรระดับ 2 เป็นการลับฝีมือเท่านั้น


    ถ้าได้เจออสรพิษสองหัวเข้าจริง ๆ ก็คงจะดี


    ขณะที่เขาคิดอยู่นั่นเอง


    ฟึ่บ!


    ทันใดนั้นเอง เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นพร้อมกลุ่มเงาสีดำที่ตรงเข้ามาหาฉู่โม่วในทันที


    “สัตว์อสูรระดับ 2!”


    เมื่อได้ยินเสียงการลอบโจมตี ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วแน่น เขาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วว่ามันคือลมหายใจของสัตว์อสูรระดับ 2


    เขาหยิบกระบี่ออกมา


    เมื่อสัมผัสได้ถึงอสูรที่ใกล้เข้ามา เขาก็ใช้พลังธาตุลมและย่างก้าวหมอกควันทำให้ร่างกายกลายเป็นหมอกควันทันที


    เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็อยู่ข้างกายอสูรร้ายแล้ว


    ฉัวะ!


    กระบี่ฟันเข้าที่คอของสัตว์อสูรอย่างแม่นยำ


    เสียงคมกระบี่ตัดผ่านเนื้อดังขึ้น และเลือดมากมายสาดกระเซ็นออกมา


    สัตว์อสูรที่โจมตีไม่มีเวลาให้ส่งเสียงด้วยซ้ำ มันถูกผ่าออกเป็นสองส่วนและร่วงลงบนพื้นทันที


    ตอนนั้นเองที่ฉู่โม่วมองเห็นว่ามันคือสัตว์อสูรอะไร


    “สัตว์อสูรระดับ 2 ตั๊กแตนเหล็ก!”


    ตั๊กแตนเหล็กคือสัตว์อสูรระดับ 2 จัดเป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุด!


    แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไร้ซึ่งพละกำลัง


    ตั๊กแตนเหล็กถูกตั้งชื่อตามปรสิตที่เรียกว่าไส้เดือนฝอยเหล็ก


    สิ่งมีชีวิตทั้งสองนี้เมื่อผสานรวมกัน จะทำให้ตั๊กแตนเหล็กมีความสามารถในการกลืนกินทองและเหล็ก ซึ่งมีผลให้น้ำและไฟไร้ผลต่อมัน พร้อมกับมีกรงเล็บแหลมคมบนขา มีหน้าที่สามารถทำลายแผ่นหินได้ด้วยพลังมหาศาล


    ที่สำคัญคือบนขาหน้าของมันมีพิษอยู่ด้วย หากโดนเข้าก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจถึงตายได้


    ดังนั้นแล้ว แม้ว่าตั๊กแตนเหล็กจะอ่อนแอที่สุดในหมู่สัตว์อสูรระดับ 2 ก็มีผู้ปลุกพลังจำนวนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตให้มันในแต่ละปี


    โดยรวมแล้ว


    ในป่าลึกนี้เราไม่ควรดูถูกสัตว์อสูรตัวใดทั้งสิ้น


    “เก็บเลือดสัตว์อสูร!”


    ฉู่โม่วย่อตัวลง ผ่าเปิดหัวใจของตั๊กแตนและหยดเลือดข้างในลงไปในขวด


    หลังจากนั้น ขาหน้าทั้งสองข้างซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดบนร่างกายของมันก็ถูกตัดออก เมื่อกลับไปที่ฐานเขาสามารถนำมันไปขายแลกเป็นหินปฐมกาลได้จำนวนมาก


    หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉู่โม่วก็ออกเดินทางต่อ


    ระหว่างทาง ฉู่โม่วเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า


    เขาฆ่าพวกมันไปจำนวนหนึ่ง


    ส่วนตัวอื่น ๆ นั้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ฉู่โม่วรู้ตัวดีว่าเขาไม่อาจเอาชนะพวกมันได้จึงใช้พรสวรรค์พลังธาตุลมหลีกเลี่ยงพวกมันโดยรักษาระยะห่างเอาไว้


    อีกแค่ร้อยหกสิบกิโลเมตรเท่านั้น


    ฉู่โม่วเจอสัตว์อสูรที่เขาไม่อาจเอาชนะได้ไม่น้อยกว่าสี่ตัว


    มันทำให้เขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่าข้างในป่าลึกนั้นอันตรายถึงชีวิตเพียงไร


    ‘มิน่าล่ะ พวกผู้นักล่าถึงออกไปล่าสัตว์อสูรกันเป็นกลุ่ม ในป่าแห่งนี้อันตรายจริง ๆ ถ้าเดินอยู่คนเดียวก็อาจถูกอสูรฆ่าตายได้ง่าย ๆ เลย’


    ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง


    สองชั่วโมงหลังจากนั้น


    ในที่สุดฉู่โม่วก็มาถึงภูเขาต้าสู่


    เมื่อเข้ามาในเขตแดนนี้ จำนวนของสัตว์อสูรเพิ่มสูงขึ้นและอันตรายยิ่งกว่าเก่ามาก


    ฉู่โม่วเองก็ระมัดระวังตัวมากขึ้นด้วยเช่นกัน


    แม้ว่าเขาจะมีพลังธาตุลมและย่างก้าวหมอกควันที่ทำให้ความเร็วน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป


    แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า และเหนือโลกหล้าย่อมมีคน!


    หากบังเอิญไปกระตุ้นสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งกว่าเข้า แม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชีวิตรอดไปได้


    “ในเมื่อมาถึงภูเขาต้าสู่แล้ว ก็สามารถต่อสู้และฝึกฝนได้อย่างสบายใจแล้ว!”


    “ต้องพยายามเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ให้เร็วที่สุด!”


    “ระหว่างนั้น… ฉันจะได้ฝึกกระบวนท่ากับวิชากระบี่ด้วย!”


    หลังจากที่ตั้งเป้าหมาย ฉู่โม่วก็เริ่มตามหาเหยื่อในบริเวณภูเขาต้าสู่ทันที


    ที่นี่มีสัตว์อสูรอยู่เต็มไปหมด


    ภายในเวลาไม่นานฉู่โม่วก็พบกับสัตว์อสูรที่เหมาะสม


    หมาป่าตัวหนึ่งขนาดราวสามเมตรปรากฏตัวขึ้น มันมีขนสีเขียวเข้มพลิ้วไหวปกคลุมทั่วทั้งร่าง เขี้ยวแหลมคมและประกายแสงอันเยือกเย็น


    “สัตว์อสูรระดับ 2 หมาป่าสายลม นับว่าแข็งแกร่ง!”


    สายตาของฉู่โม่วดูเอาจริงเอาจัง


    แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 2 เหมือนกับตั๊กแตนเหล็ก ทว่าความสามารถในการต่อสู้ของทั้งสองกลับแตกต่างกัน


    ตอนนั้นเอง


    หมาป่าสายลมเองก็ได้กลิ่นลมหายใจของฉู่โม่ว มันส่งเสียงเห่าหอนทันที แล้วจึงพุ่งตรงไปหาเขาพร้อมคำรามลั่น


    โฮก!


    หมาป่าสายลมทะยานเข้ามาด้วยขาทั้งสี่ รวดเร็วดุจสายฟ้าและน่าหวาดกลัวราวกับศาสตราแหลมคม ตรงเข้าไปยังตำแหน่งของฉู่โม่ว


    “ย่างก้าวหมอกควัน!”


    ฉู่โม่วใช้พลังกายเนื้อและพลังธาตุลมพร้อม ๆ กัน ร่างกายของเขาพลันลอยออกไปไกลหลายเมตรในทันใด


    กระบี่ฝ่าวายุพรั่งพรูออกมาทันที แสงเย็นยะเยือกอาบคมกระบี่จนเปล่งประกายระยิบระยับ ขณะที่ฟันไปยังศีรษะของหมาป่าสายลม


    ตู้ม!


    กระบี่เล่มคมฟันลงด้วยพลังมหาศาล แต่หมาป่าสายลมก็รวดเร็วอย่างถึงที่สุด มันใช้อุ้งมือข้างหนึ่งรับการโจมตีนี้


    จังหวะที่การโจมตีของทั้งสองฝ่ายบรรจบกัน ฉู่โม่วต้องก้าวถอยหลังมาเล็กน้อย ในขณะที่หมาป่าสายลมลอยกระเด็นออกไปไกล


    มันกระแทกลงกับพื้น แต่ก็ลุกขึ้นยืนและส่งเสียงคำรามในทันที


    ทว่าฉู่โม่วรู้ดีว่ากรงเล็บหมาป่าที่สัมผัสกับกระบี่ของตนนั้นกำลังสั่นสะท้าน


    มีเลือดไหลออกมาจากกรงเล็บของมันด้วยซ้ำ


    “ทำลายการป้องกันสำเร็จ!”


    “มันอ่อนแอกว่าฉัน!”


    เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่โม่วก็มุ่งมั่นขึ้นทันที


    ถึงเขาจะยังเป็นเพียงผู้ปลุกพลัง แต่ด้วยพละกำลังกายกว่า 4.5 ตัน และด้วยพลังธาตุสายฟ้า พลังกายเนื้อของเขาเทียบเท่ากับ 25 ตันเลยทีเดียว!


    ในแง่ของพละกำลังแล้ว มันเพียงพอที่จะจัดการหมาป่าสายลมอย่างแน่นอน!


    “สังหาร!”


    ความมั่นใจของฉู่โม่วพุ่งทะยานขึ้น แล้วเขาก็ใช้พลังกายเนื้ออีกครั้ง เพื่อสังหารหมาป่าสายลมด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ


    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


    เพียงพริบตาเดียว ชายหนุ่มและหมาป่าก็ได้ปะทะกันไปมากกว่าสิบกระบวนท่าแล้ว


    หลังจากนั้นไม่นาน


    หมาป่าสายลมต้านการโจมตีของฉู่โม่วครั้งแล้วครั้งเล่า และในที่สุดลมหายใจของมันก็แผ่วลง ฉู่โม่วเห็นโอกาสนี้จึงตรงเข้าไปตัดหัวของมันทันที


    หมาป่าสายลม… ตาย!


    ...


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ระบบกลืนกินพรสวรรค์ ที่คุณอ่าน