“อาลัยอาวรณ์? ถ้าจะถามว่าอะไรที่น่าอาลัยอาวรณ์ จริงๆมันก็มีอยู่....”เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอย่างออกมาอย่างครุ่นคิด
“งั้นงั้นสิ่งที่นายอาวรณ์ที่สุดคืออะไร” หานเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอย่างใจเต้น
“ดูเหมือนว่าตอนที่ฉันออกจากบ้านมาน้องสาวจะให้หมูน้อยมาตัวหนึ่งแต่ลืมหยิบมาด้วย พวกเราจะกลับไปเอาเหรอ?”
เย่เทียนเฉินเพิ่งจะกล่าวจบใบหน้าที่เขินอายของหานเจี๋ยก็มืดครึ้มลงทันที บิดคันเร่งของรถมอเตอร์ไซด์จนสุดขับมุ่งตรงไปยังสนามบินด้วยความเร็วสูงสุด
หานเจี๋ยยืนอยู่ที่สนามบิน มองเที่ยวบินไปสู่จิงตูบินออกไปในใจรู้สึกสูญเสียอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าเป็เพราะการจากไปของเย่เทียนเฉินหรือเป็เพราะคิดว่าในอนาคตจะไม่ได้เจอเ้าเด็กนี่แล้ว ในใจรู้สึกเ็ปรู้สึกเศร้าสลดเล็กน้อย
หลังจากนั่งเครื่องบินมาสามชั่วโมง เย่เทียนเฉินก็มาถึงสนามบินจิงตูเดินออกมาจากสนามบิน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือซื้อเต้าหู้ถ้วยหนึ่ง เดินไปกินไปถ้าหากว่าถูดคนที่นั่งเครื่องบินเที่ยวเดียวกันมาเห็นคงจะใไม่น้อยเนื่องจากเ้าหมอนี่ั้แ่ขึ้นเครื่องก็เรียกหาของกินมาตลอด กินมาตลอดสามชั่วโมงกินจนแอร์โฮสเตสคนงามที่คอยส่งอาหารแทบจะกรอกตามองบนเ้าหมอนี่กินไม่หยุดราวกับเป็อดอยากปากแห้งมานาน
เย่เทียนเฉินใช้มือซ้ายหิ้วเป้ทหารมือขวาถือถ้วยเต้าหู้ ค่อยใช้มือซ้ายคนก่อนจะตักเข้าปาก รู้สึกว่าไม่เลวเลยในโลกก่อนนั้นทุกที่เต็มไปด้วยไฟา ทั้งระหว่างประเทศและระหว่างผู้คนกระทั่งระหว่างคนกับสัตว์อสูรก็มี ไม่มีเวลาไหนที่จะไม่มีการต่อสู้บวกกับมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมขั้นรุนแรง จะไปมีอาหารเลิศรสเช่นนี้ได้อย่างไรมีน้ำแร่ที่สะอาดๆสักหนึ่งขวดก็หรูแล้วเพราะน้ำแร่ทำให้เกิดการล้อมตายของผู้แข็งแกร่งไปไม่น้อย นี่คือสภาพอันน่าสังเวชของโลกก่อน
เดินไปพลางกินไปพลางเย่เทียนเฉินที่เดินเอื่ยเฉื่อยไม่รู้แล้วว่าตนเองเดินมาถึงที่ไหนมองซ้ายขวาก็พบว่าเป็ซอยเล็กๆ ในจิงตูมีซอยเล็กๆเช่นนี้มากมายเย่เทียนเฉินรู้ตำแหน่งที่ตั้งของบ้าน เพียงแต่อยากค่อยๆเดินกลับไปไม่อยากรีบร้อนกินให้อิ่มเสียก่อนค่อยว่ากัน
ทันใดนั้นเองขณะที่เย่เทียนเฉินเดินเข้าไปถึงกลางซอย มีสางงามคนหนึ่งรูปร่างสูงสวมใส่ชุดแฟชั่นทันสมัย สวมแว่นกันแดดสีดำ วิ่งตรงมาทางเย่เทียนเฉินจนเกือบจะชนกันอยู่แล้ว ไม่รอให้เย่เทียนเฉินหันมามองสาวงามคนนั้นก็จับแขนเย่เทียนเฉินแน่น
“พี่ชาย มีคนจะลักพาตัวฉันช่วยบังไว้หน่อย ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
“หือ?”
เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะประเมินหญิงสาวร่างสูงด้านหลังตนพบว่าหญิงคนนี้สูงราวร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็นติเมตร เตี้ยกว่าตนครึ่งหัวสวมใส่แว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ ดูแล้วให้อารมณ์เหมือนดาราอยู่หลายส่วนแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความงดงาม
ขณะเดียวกัน ตอนที่หญิงงามคนนั้นหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์บอดี้การ์ดสิบกว่าคนที่ใส่สูทสีดำก็กรูกันกันเข้ามาในซอนทั้งหน้าหลังกระทั่งะโลงมาจากสองข้างกำแพง เข้ามาล้อมเย่เทียนเฉินและผู้หญิงคนนั้น
ไม่รอให้หญิงสาวต่อสายถึงตำรวจบอดี้การ์ดสูทดำคนหนึ่งก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์ของเธอไป แล้วทำลายมันอย่างไม่แยแส
“แก พวกแกจะเอายังไง?” หญิงสาวกล่าวถามออกไปด้วยความกลัว
“คุณหนูเฟยเฟย เชิญคุณไปกับพวกเราด้วยมิฉะนั้นจะหาว่าพวกเราโหดร้ายไม่ได้” ชายสูทดำคนหนึ่งกล่าวขึ้นเขาเป็บอดี้การ์ดที่มีใบหน้าค่อนข้างเท่
“พวกแก....ฉัน...ไม่เห็นเหรอว่าแฟนฉันอยู่ที่นี่? พวกแกกล้าลักพาตัวฉัน เขาไม่ปล่อยพวกแกไปแน่!” หญิงสาววิตกกังวลไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี อาจเป็เพราะกลัวมากเกินไป สองมือต่างจับแขนเย่เทียนไว้แน่นแล้วกล่าวออกมาเสียงดัง
บอดี้การ์ดสูทดำที่เป็คนพูดอดไม่ได้ที่จะมองเย่เทียนเฉินเย่เทียนเฉินรู้สึกรันทดเล็กน้อย ตนกับผู้หญิงทที่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันแปปเดียวก็กลายเป็แฟนไปเสียแล้ว อีกทั้งดูแล้วสถานการณ์ไม่ใช่เล็กๆ อาจทำให้ยุ่งยากได้เย่เทียนเฉินไม่ใช่คนที่รนหาความยุ่งยาก เขากลัวความยุ่งยากเป็ที่สุดไอเื่วีรบุรุษช่วยสาวงาม ในโลกเก่านั้นมีสาวงามมากมาย หากพบสาวงามแล้วต้องช่วยถ้าอย่างนั้นคงได้เหนื่อยตาย
“อย่ามองฉันสิ ฉันไม่รู้กับเธอเลยนะบาย!”
เย่เทียนเฉินยักไหล่กล่าว กำลังจะเดินจากไปหญิงงามจับแขนเขาแน่นด้วยความโกรธ โกรธจนอยากจะกัดเ้าหมอนี่สักหลายแผลในใจก็คิดว่าไอหมอนี่เป็คนแบบไหนกัน ตนเองเป็สาวงามดูดีมีระดับขนาดนี้เจอกับการลักพาตัว ถ้าเป็ผู้ชายปกติคงจะทำตัวเป็วีรบุรุษช่วยสาวงามอย่างไม่ห่วงชีวิต จะไปเหมือนเ้าหมอนี่ได้อย่างไรเหมือนกับพวกไม่มีอีคิวอย่างนั้นแหละ
“เพ้ย นายยังเป็ผู้ชายอยู่รึเปล่าฉันมองนายผิดไปจริงๆ!”
เย่เทียนเฉินได้ยินเสียงะโลั่นของสาวงามก็ยังไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปหันมากินเต้าหู้ต่อ เตรียมออกไปจากวงล้อมของบอดี้การ์ดสูทดำเหล่านี้ไม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมกับเื่ประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าเย่เทียนเฉินกลัวแต่มันไม่เกี่ยวกับเขา จำเป็ต้องหาเื่ด้วยเหรอ?
ขณะที่เย่เทียนเฉินกำลังเตรียมตัวเดินจากไปนั้นหัวหน้าบอดี้การ์ดสูทดำก็เข้ามาขวางเบื้องหน้าของเขาทั้งยังปัดเต้าหู้ในมือของเขาจนคว่ำลงพื้น พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลังว่า“ฉันให้แกไปแล้วเหรอ?”
แต่เดิมบอดี้การ์ดกลุ่มนี้ก็ไม่เห็นเย่เทียนเฉินอยู่ในสายตาคิดเพียงว่าเ้าหมอนี่เป็คนที่สามารถจัดการได้ทุกเมื่อหัวหน้าบอดี้การ์ดคนนั้นปัดถ้วยเต้าหู้ในมือเย่เทียนเฉินแล้วจึงเดินไปหาสาวงามคนนั้นเพื่อจะจับขณะเดียวกันก็ยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า “พวกเราไม่ทำร้ายเธอหรอกแค่อยากจะหาโอกาสพูดคุยกับพ่อของเธอสักหน่อย”
ปัง!
หัวหน้าบอดี้การ์สูทดำเพิ่งจะยื่นมือออกไปก็ถูกเตะเข้าที่ก้น กระเด็นไปไกลหลายเมตร ก่อนตกลงมาหน้าทิ่มพื้น
ทุกคนในที่นี้ต่างก็ตกตะลึงมองไปยังเย่เทียนเฉิน ไม่คิดว่าเ้าหมอนี่จะกล้าลงมือ
“แกตบฉันได้ แกด่าฉันได้แต่แกมาลงมือกับเต้าหู้ของฉัน ทำให้ฉันต้องหิว นี่มันจะทำให้ฉันโกรธ”เย่เทียนเฉินใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปยังพวกบอดี้การ์ดสูทดำด้วยความโกรธพลางกล่าวออกมา
“ยัง ยังจะยืนเซ่อกันอยู่อีกฆ่ามันซะ” หัวหน้าบอดี้การ์ดสูทดำกระแทกพื้นจนเืกลบปากะโเสียงดังลั่น
บอดี้การ์ดสูทดำสิบกว่าคนพุ่งเข้าไปยังเย่เทียนเฉินส่วนหญิงสาวก็รีบหลบไปข้างๆ เย่เทียนเฉินโกรธมากด้วยฝีมือของเขาแล้วบอดี้การ์ดสูทดำพวกนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยไม่ควรค่าแก่การลงมือของเขาก็เท่านั้น และไม่อยากเล่นบทวีรบุรุษช่วยสาวงามแต่ตอนนี้เขาถูกทำให้โกรธเสียแล้ว ออกหมัดอย่างไม่ลังอเลต่อยหนึ่งหมัดปลิวไปหนึ่งคน ในปากก็ะโไปด้วยว่า “คืนเต้าหู้ฉันมาคืนเต้าหู้ฉันมา.....”
หัวหน้าบอดี้การ์ดสูทดำใบหน้าเต็มไปด้วยเืยังมีคนที่ยืนอยู่ข้างสาวงามคนนั้น ต่างก็มองเย่เทียนฉินราวกับตัวประลาดใครก็คิดไม่ถึงว่าอยู่ดีๆเ้าหมอนี่จะลงมือ ทั้งยังแข็งแกร่งขนาดนี้บอดี้การ์ดสิบกว่าคนไม่มีใครเข้าใกล้ตัวได้เลยดูเหมือนทั้งหมดจะถูกต่อยปลิวในหมัดเดียว ก่อนจะลงมากระแทกพื้นส่งเสียงร้องโอดโอยแล้วลุกไม่ขึ้นอีก
ไม่ถึงสองนาทีบอดี้การ์ดสูทดำสิบกว่าคนต่างก็ทรุดลงกับพื้น ไม่มีสักคนเดียวที่สามารถลุกขึ้นได้ใบหน้าของเย่เทียนเฉินปรากฏอารมณ์เศร้าเสียใจออกมาพลาง
สาวงามมีปฏิกริยาขึ้นมารีบวิ่งตามเย่เทียนเฉินไป เธอเป็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ ถึงแม้ว่าบอดี้การ์ดสูทดำสิบกว่าคนที่้าจับตนเองจะถูกซัดลงไปหมอบกับพื้นแล้วแต่หากมีใครสักคนที่สามารถลุกขึ้นได้ก็เพียงพอแล้วที่จะจับเธอ
“นี่ นี่ รอฉันด้วยสิ รอฉันด้วย....ฉันชื่อซูเฟยเฟยนายชื่ออะไรเหรอ?” สาวงามวิ่งเหยาะๆตามตูดเย่เทียนเฉินพลางะโถามออกมา
เย่เทียนเฉินไม่แม้แต่จะหันไปมองรีบข้ามถนนหายไป ซูเฟยเฟยกัดฟันเซ็กซี่ของตนด้วยความโมโหดวงหน้าน่ารักบึ้งตึงกล่าวออกมาว่า “ฉันคนนี้สู้เต้าหู้ถ้วยเดียวไม่ได้เลยเรอะ? ไอคนไร้วัฒนธรรม”
เย่เทียนเฉินไม่เก็บเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆนี้มาใส่ใจแม่สักนิดจริงๆแล้วหากไม่ใช่เพราะหัวหน้าบอดี้การ์ดสูทดำคนนั้นปัดเต้าหู้ของเขาตกไปเขาก็ไม่มีทางลงมือเด็ดขาด
เย่เทียนเฉินโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งมุ่งตรงกลับไปบ้าน โลกเดิมนั้นเขาตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องเกิดใหม่ในโลกนี้เขาได้มี ก็รู้สึกรอคอยความอบอุ่นของครอบครัวอยู่บ้าง
รถแท็กซี่จอดลงหน้าประตูบ้านพักที่ไม่ได้หรูหราแต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่มองเห็นบ้านสองชั้นเล็กๆหลังนี้ มุมปากของเย่เทียนเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาเดินมุ่งหน้าตรงไปที่ประตูใหญ่ กำลังจะเคาะประตูก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากห้องรับแขกในบ้านมือขวาของเย่เทียนเฉินยกค้างไว้ เขาอยากจะฟังสักหน่อย
“แม่ อย่าร้องไปเลยตระกูลฉี้าถอนหมั้นก็ถอนหมั้นไปเถอะ ตระกูลเย่ของพวกเราไม่แคร์หรอก”เย่เทียนเฉินฟังออกว่าเสียงนี้เป็เสียงของเย่เฉี่ยนเหวินน้องสาวของเขา
“เฉี่ยนเหวิน แม่ไม่ได้กังวลเื่ตระกูลฉีจะถอนหมั้นแต่เป็ห่วงความปลอดภัยของพี่ชายลูก แม่ได้ยินพวกอาใหญ่ของลูกพูดกันว่าครั้งนี้พวกพี่ชายลูกออกไปปฏิบัติภารกิจ ถูกลอบโจมตี อาจจะกลับมาไม่ได้แล้ว”แม่ของเย่เทียนเฉินชื่อหลัวเยี่ยน เป็แม่บ้านทั่วไปตระกูลหลัวนับว่าเป็ตระกูลที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กในจิงตู
“วางใจเถอะแม่ พี่ไม่เป็ไรหรอกเขาต้องกลับมาแน่ ตระกูลฉี้าถอนหมั้นก็หพวกเขาถอนหมั้นไปเถอะพี่จะต้องหาคนสวยๆได้แน่”เย่เฉี่ยนเหวินมีสีหน้าบึ้งตึงกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง
หลัวเยี่ยนถอนหายใจ เช็ดน้ำตาที่หางตาลูกชายคนนี้ทำให้เธอเป็ห่วงั้แ่เด็ก ก่อปัญหาไปทั่วทั้งวิวาททั้งขลุกอยู่กับผู้หญิง หลังจากเกิดเื่ตระกูลหลิ่วลูกชายก็ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน ขนาดมหาวิทยาลัยก็ไม่เรียนแล้วยืนยันว่าอยากจะเป็ทหาร ไหนเลยจะรู้ว่าผลจะกลายเป็แบบนี้
“พวกคุณปู่กับอาใหญ่ของลูกพูดแล้วถ้าหากว่าตระกูลฉีมาถอนหมั้น ก็ให้พวกเราย้ายออกไปจากจิงตู ไม่อนุญาตให้กลับมาอีกเื่ตระกูลหลิ่วทำให้ตระกูลเย่เสียหน้ามาก ถ้าตระกูลฉีมาขอถอนหมั้นอีกพวกเราก็คงไม่มีหน้าอยู่ในจิงตูแล้ว....”
“แม่ ไปก็ไปสิ พวกเราเป็ครอบครัวกันไม่สนหรอกว่าต้องไปอยู่ที่บ้านหลัก ไม่ว่าพี่จะเป็ยังไงเขาก็เป็พี่ชายของหนูพวกเราต่างก็เป็ครอบครัวเดียวกัน” เย่เฉี่ยนเหวินพยามปลอบแม่เต็มที่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ
ในใจของเย่เทียนเฉินรู้สึกเจ็บแปลบพยายามอย่างยิ่งให้ตัวเองยิ้ม พลางหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกง ไขเปิดประตูใหญ่ของบ้านแล้วเดินเข้าไป