“ เปิดได้แล้วครับ ”
หนึ่งในนักวิจัยพูดด้วยท่าทางโล่งอก ภารกิจเปิดแหวนเก็บของของอาชญากรต้องใช้เวลายาวนานถึง 2 วัน เสื้อผ้าและอุปกรณ์ทั้งหมดที่อาชญากรหมายเลข 9 สวมใส่มานั้นรวมไปถึงร่างของมันถูกตรวจสอบจนละเอียดทุกส่วนแล้วเหลือเพียงแต่แหวนเก็บของที่ยังไม่สามารถเปิดดูสิ่งที่อยู่ภายในได้
เมื่อแหวนมิติเปิดอ้าออกจากการถอดรหัส สิ่งของมากมายภายในแหวนเริ่มไหลทะลักออกมาจนเต็มห้อง นักวิจัยต่างพากันรีบวิ่งออกไปให้ห่างกลัวว่าจะมีอันตรายหล่นออกมาจากแหวนจนกระทั่งทุกอย่างนิ่งสงบไม่มีการเคลื่อนไหวออกมาจากแหวนอีก
นักวิจัยทั้ง 10 จึงเข้าไปตรวจค้นข้าวของแต่ละอย่างแล้วจัดทำเป็ข้อมูลส่งไปยังสหพันธ์ การตายของอาชญากรหมายเลข 9 ได้สร้างความสั่นะเืให้กับดาวทั้ง 7 ดวงไม่น้อย
“ ท่านครับ ”
หนึ่งในทหารที่คอยมองดูการทำงานของนักวิจัยทำความเคารพผู้ที่เดินเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ นายพลประจำดาวโนวาที่เดินทางมาถึงฐานบนดาวโนวาหลังจากได้รับรายงานเกี่ยวกับการเปิดแหวนมิติของอาชญากรหมายเลข 9 จึงขอดูรายละเอียดสิ่งของทั้งหมดในทันที
ในระหว่างที่นายพลขอเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างนี้เอง เขาไม่ลืมสั่งการไปยังกองยานรบของตนเองให้กระจายเข้าปิดล้อมดาวโนวา มีโอกาสเป็ไปได้ที่อาชญากรหมายเลขอื่นๆจะเดินทางมาที่นี่เพื่อเก็บข้าวของของอาชญากรหมายเลข 9 กลับไป
สิ่งที่อาชญากรหมายเลข 9 นับว่าน่ากลัวเป็อย่างมาก โดยเฉพาะสิ่งที่มันพึ่งขโมยมาจากสหพันธ์ดวงดาว ถ้าหากอาชญากรคนอื่นได้รับไป สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดจะถือกำเนิดขึ้นมา
“ แน่ใจใช่ไหมว่านี่คือของทั้งหมดจากหมายเลข 9 ”
“ ครับ นักวิจัยตรวจสอบทุกอย่างเป็รอบที่ 2 แล้ว ไม่มีสิ่งใดตกหล่นครับ ”
บนใบหน้าของนายพลปรากฎความวิตก สิ่งที่สหพันธ์สั่งให้เขาเฝ้าระวังเป็พิเศษไม่ได้อยู่ภายในรายการสิ่งของที่หมายเลข 9 พกติดตัว
“ มีใครเข้าออกห้องนี้ไหม ”
“ ไม่ครับ เราทำทุกอย่างให้อยู่ในระบบปิด ทหารทุกนายจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อเปิดแหวนมิติเสร็จสิ้น นักวิจัยก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับการตรวจสอบอาชญากรหมายเลข 9 ยังคงอยู่ที่นี่ทั้งหมดครับ ”
“ ตรวจค้นทุกคนให้ทั่ว ฉันอยากรู้ว่ามีใครแอบซ่อนอะไรเอาไว้หรือเปล่า ”
คำสั่งของนายพลเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบอาชญากรหมายเลข 9 ให้เข้ามาในห้อง จากนั้นพวกเขาก็เริ่มตรวจสอบร่างกาย ไม่ว่าจะเป็ด้านนอกหรือด้านในล้วนแล้วผ่านเครื่องสแกนทั้งหมดเผื่อจะมีคนกลืนของสำคัญเข้าไป
ทุกวันนี้การเก็บของชิ้นใหญ่เอาไว้ในแหวนเก็บของแล้วกลืนลงท้องคือสิ่งที่นักโทษและหัวขโมยทำ ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องตรวจสอบให้ละเอียด
เหล่าทหารที่เฝ้าสังเกตการณ์และนักวิจัยที่ช่วยกันเปิดแหวนมิติล้วนแล้วเปลือยกาย โดยที่พวกเขาทุกคนไม่มีใครขโมยของจากอาชญากรแต่งตัวรุงรังเลยสักชิ้นเดียว
“ มีบางอย่างหายไป กักตัวพวกเขาเอาไว้ อย่าพึ่งให้ออกไปที่ไหน ”
นายพลเอ่ยคำสั่งแก่คนที่อยู่ด้านนอก ก่อนจะปิดโซนตรวจสอบไม่ให้มีการเดินเข้าและออก เหล่านักวิจัยและทหารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 ล้วนแล้วเข้าใจกระบวนการการทำงานจึงไม่มีใครตื่นตระหนก พวกเขาเพียงแค่รอจนกว่านายพลจะยกเลิกคำสั่งกักบริเวณ
“ แซทเทิร์น… เป็ยังไงบ้าง ”
ระบบสื่อสารข้ามดวงดาวเปิดใช้งานด้วยรหัสนายพลดาวโนวา เขาจำเป็ต้องรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับนายพลดาวดวงอื่นๆได้รับทราบ
“ สิ่งที่ให้ค้นหาไม่ได้อยู่ในร่างกายของหมายเลข 9 ”
“ เป็ไปไม่ได้ ในเมื่อพวกเขาเห็นกับตาว่ามันเป็คนขโมย ยกเว้นว่าพวกเขาจะโกหกเรา ”
คนที่ถูกพูดถึงคือเบื้องบนที่นั่งอยู่ในสภาของสหพันธ์ นายพลแซทเทิร์นกลับส่ายหน้า เขาไม่รู้สิ่งใดนอกเหนือจากนี้เช่นเดียวกันจึงรายงานความคืบหน้าก่อนจะถูกกล่าวหาว่าตนเองเป็ผู้ขโมยสิ่งนั้นไป
“ ฉันได้กักตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่างหมายเลข 9 เอาไว้แล้ว ตอนนี้กำลังไล่สืบดูข้อมูลเพื่อดูว่ามันไปโผล่ที่ไหนบ้างระหว่างหลบหนี เผื่อจะซ่อนสิ่งที่ขโมยเอาไว้กับคนที่มันเจอ อีกอย่างเบื้องบนก็น่าจะส่งพวกระดับสูงมาตรวจสอบอีกรอบ ในระหว่างนี้ฉันอยากจะขอยืมกำลังพวกนายเผื่ออาชญากรจะเดินทางมาที่โนวา ”
ระบบสื่อสารปิดตัว นายพลแซทเทิร์นจึงเดินทางไปยังฐานอีกแห่งที่ได้รับหน้าที่ให้ตามหาตัวผู้พบเห็นและใกล้ชิดอาชญากรหมายเลข 9 ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขา้าส่งคนไปตรวจสอบผู้คนเหล่านี้อีกรอบว่ารับของบางอย่างจากอาชญากรหมายเลข 9 หรือไม่
---------------------------------------------------------------
ฝับ!
ปลายท่อกรีดผ่าอากาศทำให้เกิดเสียงแหวกลม ท่าที่แอ็กเซลใช้ออกไปคือทักษะ 1 ดาวฟันหน้าตรง เป็ทักษะการฟันดาบด้วยการยกดาบขึ้นเหนือศีรษะแล้วฟันลงมาด้วยแรงจากไหล่ ข้อมือและสะโพก
ท่าที่สองคือทักษะ 1 ดาวฟันแนวนอน เป็การฟันดาบให้ขนานกับพื้นจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย
ท่าต่อไปคือทักษะ 1 ดาวฟันแนวเฉียง เป็การฟันดาบเฉียงจากไหล่ด้านใดด้านหนึ่งลงไปยังสะโพกฝั่งตรงข้าม
ฝับ!
ท่าสุดท้ายเป็ทักษะ 1 ดาวฟันจากล่างขึ้นบน เป็การฟันดาบจากสะโพกขึ้นไปทางไหล่เป็ท่าที่ใช้ในการสวนกลับหรือตัดการ์ดป้องกันของศัตรู
โดยทักษะทั้งหมด 4 อย่างคือทักษะพื้นฐานที่เขาเลือกฝึกและทำซ้ำเพื่อทดสอบความพิเศษของสกิลเติบโต
ต่อให้ร่างกายของเขาจะสามารถใช้ทักษะเหล่านี้ได้ราบรื่นราวกับว่าฝึกมาเป็ปีก็ตาม มันยังมีจุดบกพร่องในการใช้ ยิ่งเขาใช้มากเท่าไหร่ บางครั้งจุดบกพร่องก็มักแสดงออกมาให้เห็นยกตัวอย่างเช่น ฟันไม่ถึงจุดที่ตนเองโฟกัส หรือฟันไม่อยู่ในแนวที่้าฟัน
แอ็กเซลจึงพยายามฟันไปเรื่อยๆ ในขณะที่ฟันทักษะทั้ง 4 ซ้ำอีกรอบแอ็กเซลจึงวางท่อแล้วปาดเหงื่อที่ไหลออกมากลางหน้าผาก หลังจากเห็นทักษะทั้ง 4 อย่างปรากฎในหน้าต่างสถานะของเขา
แอ็กเซลจึงลองฟันแบบเดิมอีกครั้งเพื่อทดสอบดูความต่างของการฟัน ผลปรากฎว่าการฟันที่เกิดขึ้นจากการเรียกใช้สกิลดูแม่นยำเป็อย่างมาก พละกำลังที่ใช้ั้แ่ถือดาบไปจนถึงตวัดดาบออกไปเท่าเดิมไม่มีตกหล่น ยิ่งเรียกใช้สกิล การฟาดฟันของเขาก็ยิ่งลื่นไหลและใช้งานรวมกันได้เป็อย่างดี ราวกับว่าเขาเป็ปรมาจารย์ดาบที่ฟาดฟันทักษะดาบพื้นฐาน
จากการใช้สกิลฟาดฟันทั้ง 4 ได้สร้างความใให้แอ็กเซลเป็อย่างมาก ทักษะพื้นฐานถูกยกระดับให้อยู่ในรูปแบบการโจมตีที่แทบไม่มีโอกาสล้มเหลว หมายความว่าทุกการโจมตีของเขาจะทรงพลังเท่ากันทั้งหมด ต่อให้พลังงานภายในร่างกายจะปั่นป่วน เขาสามารถใช้สกิลได้ราวกับตอนที่ตนเองปกติ สิ่งนี้นับว่าโกงเป็อย่างมากเพราะเขาสามารถรีดพลังโจมตีให้สูงยิ่งขึ้นได้เรื่อยๆเพราะความผันผวนของพลังไม่มีผลต่อการใช้งานทักษะที่กลายเป็สกิล
ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 1 ดาว 0 % ]
พลังโจมตี : [ 900 ]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.1]
สกิลเสริม 1:[ เวทแปลงพลังงาน ][ ดูดซับพลังงานคอสมิก Lv.1 ]
สกิลเสริม 2 :[หอกเพลิง][หอกน้ำแข็ง][หอกสายฟ้า][พันธนาการคำสาป][มานาชีลด์]
สกิลเสริม 3:[วิ่ง][ะโ][กลิ้ง][ปีนป่าย][ลุก][ก้ม][โยกหลบ][ฟันหน้าตรง][ฟันแนวนอน][ฟันแนวเฉียง][ฟันจากล่างขึ้นบน]
แอ็กเซลมองดูสถานะ เขาสามารถโยกย้ายหน้าสกิลได้ เขาจึงจัดหมวดหมู่ให้ดูง่าย สกิลเสริม 1 มีไว้ให้สกิลที่เกิดจากเวทมนตร์ที่ใช้เอื้ออำนวยในบางสถานการณ์
สกิลเสริม 2 คือสกิลที่เกิดจากเวทมนตร์จัดเรียงเอาไว้เพื่อให้เรียกใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น
ในส่วนสกิลเสริม 3 เป็สกิลที่ใช้ในการเอาตัวรอด เขาตั้งใจว่าสกิลที่นำไปใช้เคลื่อนไหวร่างกายและต่อสู้ระยะประชิดจะจัดในหมวดนี้ทั้งหมดเพื่อให้ดูเข้าใจได้ง่าย
“ มีแค่บางสกิลที่มีเลเวล สกิลที่ไม่มีเลเวลน่าจะเป็ขีดจำกัดสูงสุดของมันแล้วสินะ”
แอ็กเซลพยักหน้าเล็กน้อย เขาเข้าใจเลเวลด้านหลังสกิลแล้วหลังจากพยายามใช้สกิลที่ไม่มีเลเวลและสกิลที่มีเลเวลอยู่นาน
สกิลที่ไม่มีเลเวลไม่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ มันคือขีดสูงสุดของสกิล อย่างไรก็ตามพลังของมันกลับผกผันไปตามระดับพลังของผู้ใช้งาน
ต่อให้สกิลหอกเพลิงจะสร้างมาจากเวทมนตร์พื้นฐาน มันสามารถปลดปล่อยพลังงานมหาศาลได้เมื่อเขาเป็ระดับ 11 ดาว
แต่สำหรับสกิลที่มีเลเวลกำกับไว้ด้านหลัง มันสามารถเพิ่มระดับให้กับตนเองได้ ยิ่งทำให้เลเวลสูงมากเท่าไหร่ พลังที่แสดงออกมายิ่งมากขึ้นเท่านั้น
สกิลอัญเชิญเปิดใช้งาน สกิลที่จำเป็สร้างเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว แอ็กเซลคิดว่าตนเองสามารถเอาชีวิตรอดได้หากศัตรูไม่ใช่ระดับ 3 ดาว เขาจึงขอตรวจสอบเ้าตัวน้อยที่ทำพันธะสัญญาก่อนหน้านั้น เขายังไม่มีเวลาตรวจสอบมันจึงเรียกออกมาดูตัว
“ มันจะสู้กับใครได้ไหมเนี่ย ”
ขาเล็กๆมีความสั้นเป็อย่างมาก ถึงจะใช้พยุงร่างให้ยืนได้มั่นคงขานี้กลับไม่น่าจะทำให้ร่างวิ่งได้เร็วไว ในส่วนของมือยิ่งน่าหนักใจ กระบองเพชรตรงหน้าแทนที่จะมีมือเต็มไปด้วยหนามแหลม มือของมันกลับกลมราวกับกำปั้นมนุษย์ ขนาดของมันไม่น่าจะทุบอะไรได้ แค่เขาสั่งทำลายแก้วน้ำแอ็กเซลยังรู้สึกกังวลว่ามันจะทำไม่ได้ ถึงระดับของมันจะเป็ 1 ดาวก็ตามเขายังคงวิตกกับมันเช่นเดิม
“ เอาเถอะ แกช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะทำให้แกกลายเป็สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดก็แล้วกัน ”
มู่มู่!
ต้นกระบองเพชรปรบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันด้วยความพอใจ แอ็กเซลรู้สึกตลกกับท่าทางของมันเขาจึงเปิดหน้าต่างมอนสเตอร์พันธะสัญญาเพื่อดูว่ามันทำสิ่งใดได้บ้าง มอนสเตอร์ทุกตัวมีสกิลเป็ของมันเองเช่นเดียวกับแชมเปี้ยน
[ เพอร์มาเทียร์ ]
[ มอนสเตอร์ธาตุ : ไม้ ]
[ ระดับ : 1 ดาว ]
[ พลังโจมตี : 900 ]
[ สกิล : [พุ่งชน][พ่นหนาม][กลิ้ง] ]
“ สกิลแกเอาเื่เลยนี่หว่า ”
กระบองเพชรน้อยยิ้มด้วยท่าทางพอใจ ถึงแม้มันจะไม่รู้ว่าเ้านายพูดจิกกัดมันก็ตาม สกิลของต้นกระบองเพชรที่แอ็กเซลมองเห็นนั้นเป็สกิลที่เรียกว่าได้พื้นฐาน หากเขาใช้งานมันต่อสู้เท่ากับว่าส่งมันเข้าไปตาย อย่างไรก็ตามเขายังไม่้าให้มันใช้สกิลเพราะยังมีสกิลหนึ่งของอาชีพยังไม่ได้ทดลองใช้ เมื่อเลือกเป้าหมายเป็กระบองเพชรแอ็กเซลจึงเปิดใช้งานสกิลในทันที
“ แตกหน่อ ”
สกิลที่ 4 ของอาชีพเปิดใช้งาน เป้าหมายคือเพอร์มาเทียร์ที่กำลังเดินเป็วงกลมอยู่ตรงหน้าเพื่อแสดงความดีใจ ทันใดนั้นร่างของมันก็ล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดินก่อนจะสั่นราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ภายใต้การสั่นร่างของกระบองเพชรก็เริ่มแยกออกจากกันเป็สองส่วน สุดท้ายด้านหน้าของเขาก็มีกระบองเพชรสองต้นยืนมองเขาด้วยใบหน้าสงสัย ก่อนที่พวกมันทั้งสองจะยืนมองหน้ากันด้วยความงุนงง
มู่ มู่ มู่ มู่.