ก๊อกๆ
"หัวหน้าอาหารที่สั่งไว้มีคนมาส่งแล้ว"
เสียงเรียกสายหนึ่งดังมาจากประตูทางเข้าห้อง หลินหลงในร่างหัวหน้าสาขาย่อยจึงหันไปมองด้วยสายตาคล้ายกับว่ามองทะลุเห็นด้านนอก แล้วเอ่ยเรียก
"เข้ามา"
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยอนุญาตประตูพลันถูกเปิดออก รถเข็นส่งอาหารถูกหญิงสาวในชุดเชฟเข็นเข้ามาและหยุดที่โต๊ะหน้าโต๊ะ คนที่เปิดประตูพลันปิดประตูปล่อยให้ หัวหน้าสาขาทานอาหารเหมือนเคย
หลินหลงเินไปยังโต๊ะทำงานของหัวหน้าสาขาย่อยแล้วนั่งลงดังเดิมปล่อยให้ เชฟสาวจัดเรียงอาหารไว้
"น่าทานเหมือนเคย"
หลินหลงเอ่ยชมเฉกเช่นเดียวกับหัวหน้าสาขาย่อยทำเป็นประจำ ก่อนจะเริ่มทานอาหารภายใต้การดูแลของเชฟสาว การทานอาหารเป็นไปตามปกติอย่างราบรื่น จนผ่านไปพักหนึ่ง เชฟสาวได้ยกชาร้อนมาให้ กลิ่นอายชาร้อนหอมกว่าปกติ หลินหลงรู้ตัวทันทีว่ามีพิษผสมอยู่
"วันนี้ไม่อยากทานน้ำชา เธอเอาไปทานแล้วค่อยเอานน้ำเปล่ามาให้ดีกว่า"
วินาทีที่พูดจบกริซสีเงินสะท้อนแสงหลอดไฟภายในห้องพุ่งเข้าหาลำคอของหลินหลง
หมับ!
ข้อมือของเชฟสาวถูกคว้าจับเอาไว้ ก่อนกริซจะไปถึงลำคอของเขา
เชฟสาวมองใบหน้าของหลินหลงที่ตอนนี้เป็นใบหน้าของหัวหน้าสาขาย่อยอย่างไม่เชื่อสายตา
"เป็นนักฆ่าความสามารถต้องหลากหลาย แต่เธอขาดความสงบและจับจังหวะได้แย่เกินไป ทักษะการประเมินของเธอมันแย่พอกับสายตาแน่ๆ"
ว๊าบ!
ร่างหัวหน้าสาขาย่อยได้กลายเป็นหลินหลงในพริบตา ม่านตาของเชฟสาวถึงกับหดลีบลง เปลือกตาหรี่หลงเล็กน้อย ร่างกายและขาพร้อมเป็นแรงหนุนเสริมส่งแรงสบัดข้อมือให้หลุดจากการจับของหลินหลง เพียงแต่มันกลับกลายเป็นสิ่งน่าเหลือเชื่อในชีวิตของเธอ
กรึ๊บ!
เสียงกระดูกข้อมือหลุดจากข้อต่อดังลั่น ร่างของเชฟสาวถึงกับสะท้านไปถึงทรวง ความเจ็บปวดภายในแทบจะกรีดร้อง เพราะกระดูกนั้นเวลาเกิดอาการบาดเจ็บจะเจ็บปวดมากที่สุดในร่างกาย ถ้าเกิดกระดูกหักตอนนั้นมันจะกลายเป็นยิ่งกว่าความรู้สึกถูกกรีดเนื้อเถือหนัง
"อดทนได้ดี แต่ว่าเราไม่มีความแค้นต่อกัน"
กรึบ!
กระดูกข้อต่อของเชฟสาวกลับไปเป็นดั่งเดิมในทันที เมื่อหลินหลงส่งพลังปราณเท่าเม็ดฝุ่นเข้าไปสร้างความแปลกประหลาดใจให้เชฟสาวจนล้มฟุบลงพื้นไปเสียดื้อๆ ต่อมาหลินหลงก็ทำให้ตัวเขาอยู่ในรูปลักษณ์ของหัวหน้าสาขาย่อย ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะเดินตรงไปยังประตูพลางบอกกล่าวบางอย่างกับเชฟสาว
"หัวหน้าสาขาย่อยมันตายไปแล้ว ถ้าเธอจะฆ่ามันก็เสียใจด้วย แต่ถ้าฆ่ามันเป็นจุดเริ่มต้นเธอสามารถตามไปยังสาขาหลักเพื่อทำลายสมาคมจันทราโลหิตด้วยกันกับผมได้"
ปัง!
เสียงประตูถูกปิดลง เชฟสาวที่ยังอยู่ในความงุนงงไม่จางหาย เริ่มเรียกคืนสติกลับมาได้อย่างช้า
ด้านนอก
หลังจากออกมาหลินหลงได้สั่งคนไปจองตั๋วเครื่องบินมาสองใบและเข้าไปยังห้องเก็บของของสาขาย่อย กวาดเอาของมีค่า เงิน ทอง เพชร อัญมณี ดีไปกว่านั้นคือมันมีหินลมปราณอยู่ประมาณสิบก้อน ทั้งยังไม่ใช้เศษ แต่เป็นหินลมปราณทั้งก้อน กับโลกที่มีลมปราณเจือจางยังมีหินลมปราณสมบูรณ์อยู่ในที่แห่งนี้ ย่อมแน่นอนแล้วว่ารากฐานมันไม่ธรรมดา
ผ่านไปสองวัน
หลินหลงได้ขึ้นเครื่องบินไปพร้อมกับเชฟสาว เพราะในวันที่เชฟสาวรู้ว่าหัวหน้าสาขาย่อยได้ตายไปแล้ว เป้าหมายต่อไปคือสาขาหลักและต้องลืมเรื่องฆ่าหัวหน้าสาขาย่อยคนอื่นๆ เนื่องจากพวกมันทุกคนได้ไปรวมกันที่สาขาหลักในแผ่นดินใหญ่ อันเป็นที่ตั้งของผู้ก่อตั้งสมาคมใต้ดินจันทราโลหิต
ระหว่างทางหลินหลงไม่ได้เสียเวลาเปล่านั่นเครื่องบินเพื่อบอกรายละเอียดและข้อตกลงในการร่วมมือกับเชฟสาวที่มีชื่อว่า 'เฟิร์น' เขาก็ส่งร่างจำแลงไปยังแผ่นดินใหญ่และเข้าไปยังสาขาหลักของสมาคมใต้ดินแล้ว
ทว่า! หลินหลงตรวจสอบภายในสาขาหลักพบคนไม่มากและมีเพียงหัวหน้าสาขาย่อยสองสาขามาถึง ยังขาดอีกหลายคน เขาจึงเลือกค้นหากลิ่นอายอมตะและตามไปยังสถานที่ของผู้ก่อตั้งสมาคม ซึ่งจริงๆแล้วที่นั่นไม่ต่างจากถ้ำเซียนของปีศาจอมตะ
. . . .
บนเครื่องบินที่หลินหลงนั่งมาสู่แผ่นดินใหญ่
เฟิร์นได้ถามคำถามไม่น่าถามกับหลินหลงขึ้นมา
"ไว้ใจนักฆ่าสำหรับคนธรรมดาไม่กลัวถูกฆ่าหลังจากนี้หรอ"
"เธอจะฆ่าผมหลังจากบรรลุเป้าหมายเบื้องต้นหรือหลังบรรลุเป้าหมายทั้งหมดล่ะ"
หลินหลงถามด้วยความสงบไร้ระลอกแห่งความหวาดกลัว แต่ก็ไม่ทำให้เฟิร์นรู้สึกเอะใจว่าทำไมเขาถึงกล่าวเช่นนั้น
"ทุกอย่างราบรื่นก็ไม่ต้องตายแค่อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปก็พอ"
"ความลับไม่มีในโลก ไม่มีใครสามารถเก็บงำไว้ได้นอกจากคนตายนะ"
"อยากตายจริงๆ!?"
"ร้อยเล่ห์แพรวพราวราวจิ้งจอก กลลวงหลอกร้ายเหลือเชื่อไม่ได้
หน้ามนุษย์จิตดุจสัตว์อย่าไว้ใจ หาแล้วไซร้จักได้พบนรกจริง
ลิ้นสองแฉกอยกเป็นสองคืองู จงรับรู้มันเสมือนสมิง
วาจามันเลวร้ายอย่างแท้จริง ดุจดั่งพิษดับจิตและกายา....เจ้าเคยได้ได้ยินไหม"
"จะบอกว่าคำพูดมันจากปากนักฆ่ามันไม่น่าเชื่อถือ จุดจบยังไงก็ต้องตาย ต่อให้มีทางเลือกที่ดีกว่า"
เฟิร์นพึมพำพลางหรี่ตาลงมองหลินหลงด้วยสายตาดุจเพชฌฆาต หลินหลงจึงแก้ตัวแบบเรียบง่าย
"เปล่าๆ ข้าหมายถึงคนมาเล่ห์ย่อมมีประสบการณ์และรู้คิดไม่ต่างจากจิ้งจอก คำกลับกลอกสองแง่สามง่ามดังลิ้นของอสรพิษร้าย แม้มีสองทางจุดจบย่อมไม่พ้นความตาย ส่วนสมิงนั้นข้าคิดว่ามันมีด้านร้ายเหมือนอสรพิษจึงเปรียบเทียบให้เจ้าฟัง แต่เจ้าก้น่าสงสารที่คิดไม่ตกหรือลืมคิดบางอย่างไป"
กล่าวจบรอยยิ้มแย้มเป็นมิตรพลันปรากฏบนใบหน้าของหลินหลง แต่มันรอยยิ้มนี้คือการเตือนเหมือนคนเดินไปพบงูแล้วชูคอ อีกทั้งยังเหมือนไปพบเสือร้ายในป่าแล้วต้องยืนนิ่งดูชั้นเชิง ทั้งสองนี้หากหันหลังให้คงไหนีไม่พ้นความตาย
. . . .
ณ ศาจเจ้าที่ปีศาจอมตะเคยพำนักพักพิงก่อนมันจะตาย
ร่างจำแลงของหลินหลงได้เดินเข้ามาในที่แห่งนี้แล้ว เขาที่แห่งนี้เจอได้ง่ายจากหลิ่นธูปเทียนที่เจืองจาง ปัจจุบันหมอกควันที่เกิดจากควันธูปและควันเทียนได้หายไป เขาจึงได้เห็นศิลาอมตะก้อนโตเท่าก้อนหินใหญ่ถูกล้อมไปด้วยก้านธูปสีแดงและเทียนเล่มน้อยใกล้ละลายหมด ปักอยู่บนเถ้าธูปรอบหินก้อนใหญ่ที่คนๆนึงสามารถขึ้นไปนั่งบ่มเพาะได้อย่างสบายๆ
"สมบัติที่ดีเหมาะนำเข้าไปในตันเถียนให้ต้นไม้ดูดซับ ปีศาจอมตะตนนี้ต้องมั่งคั่งไม่น้อยไปกว่าผู้อมตะในแดนอมตะเป็นแน่"
รอยยิ้มแห่งความยินดีเผยบนใบหน้าของเขาพร้อมกับศิลาอมตะถูกดูดเข้าตันเถียนไป ก่อนเขาจะค้นหาสมบัติของปีศาจอมตะและเก็บเข้าไปในแหวนมิติทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
"ช่างเป็นการกอบโกยที่คุ้มค่านับตั้งแต่ข้าพบเจอในเวลาเวลาร้อยปีนี้"
-----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
ติชมได้นะ