เป็นยอดยุทธด้วยระบบ

    ระบบยอดยุทธตอนที่ 42

            “เอาละเลิกเสียงดังได้แล้ว ต่อไปข้าจะบอกชื่อนิกายทั้งหมดที่มาที่นี้”

    1.นิกายหงส์เพลิง
    2.นิกายดาบ
    3.นิกายหาก
    4.นิกายกระบี่
    5.นิกายหมัด
    6.นิกายหอก
    8.นิกายวารี
    9.นิกายอัคคี
    10.นิกายวายุ
    11.นิกายอัสนี
    12.นิกายมังกรฟ้า
    13.นิกายเต่าทมิฬ
    14.นิกายนักฆ่า
    15.นิกายโอสถ
    16.นิกายยอดยุทธ
    17.นิกายหินผ่า
    18.นิกายทรราช
    19.นิการจักรพรรดิ
    20.นิกายแห่งแสง
    21.นิกายหยวนอิง

            

            “ทั้งหมด 21 นิกาย หากพวกเจ้าคนใดมีความสามารถก็จะถูกเลือกโดย หนึ่งในผู้อาวุโสที่มารับสมัคร และต่อไปข้าจะบอกเกี่ยวกับการทดสอบทั้ง 3 ขั้นตอน 1. การตรวจสอบพรสวรรค์ 2.วัดระดับความแข็งแกร่งของหมัด ส่วนขั้นตอนที่ 3 พวกเจ้าต้องมีนิกายเลือกรับเป็นศิษย์แต่หากไม่มี พวกเจ้าสามารถเข้าร่วมมนิกายแห่งแสงได้ทั้งหมด หากไม่อยากเข้านิกายแห่งแสง พวกเจ้าสามารถฝึกฝน และรอให้นิกายมาสมัครครั้งต่อไปได้” หว่างโป้กล่าวออกมา


            “อย่างน้อยต่อไม่ข้าไม่ผ่านการทดสอบเองนิกายทั้ง 20 แต่ข้าก็ยังสามารถเข้าร่วมนิกายแห่งแสงได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ศิษย์หลายคนกล่าวออกมาเพราะพวกเข้าสามารถเข้านิกายแห่งแสงได้แน่นอน


            “เอาละพวกเจ้าไปเข้าแถว เพื่อทำการทดสอบ จะมีทั้งหมด 5 แสนแถว เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการทดสอบ ขอให้พวกเจ้าโชคดี เริ่มการทดสอบได้” หว่างโป้กล่าวออกมาพร้อมกับชี้ไปยังเครื่องทดสอบทั้ง 5 แสนเครื่องที่เขาได้เตรียมมา


            ศิษย์สำนักนักล่า ทุกคนต่างพากันไปเข้าแถวเพื่อทดสอบ อย่างรวดเร็ว แม้กะทังหลินปิง ก็อยากจะไปทดสอบเพื่อเข้านิกายด้วยซ้ำไป


            “เอาละการทดสอบวัดระดับพรสวรรค์จะวัดจากระดับสีที่ปรากฏออกมา สีขาว สีเขียว สีฟ้า สีม่วง สีเหลือง สีส้ม และสีแดง สีขาวคือระดับต่ำ และสีแดงคือระดับตำนานหากพวกจ้าคนใดมีระดับตำนานปรากฏขึ้นมาดาวของเจ้าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากนิกายที่รับพวกเจ้าเป็นศิษย์เอาละคนแรกเข้ามาได้” ผู้คุมสอบคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา


            ศิษย์คนหนึ่งเดินเข้าไปทดสอบและนำมือไปเตะที่หินทดสอบในทันที หลังจากนั้นไม่นาน หินทดสอบได้ส่องแสงสีเขียวออกมา


            “สีเขียวผ่านการทดสอบคนต่อไป” ผู้คุมสอบได้กล่าวออกมา

    สีขาว

    สีเขียว

    สีเขียว

    .....

    ......

    ....


            ผ่านไปแล้ว 30% มีเพียงแต่ระดับสีขาวและสีเขียว เท่านั้นที่ปรากฏออกมาหลังจากการทดสอบ


            แต่ในขณะนั้นเอง ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในทันที เมื่อมีผู้ทดสอบได้สีม่วงปรากฏขึ้นมาแล้ว 1 คน


            “สีม่วง ดูนั้นสิ นั้นมันนายน้อยหลง ได้สีม่วงเขาช่างมีพรสวรรค์ที่สูงนัก อนาคตเขาจะได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน”

    ศิษย์คนหนึ่งกล่าวออกมา


            “ข้าเคยกล่าวไปแล้ว พวกเจ้าหรือจะมาเทียบกับข้าได้ หึหึ” นายน้อยหลงกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน


            แต่เพียงไม่นาน อีกฝากหนึ่งก็เกิดความวุ่นวายมาอีกครั้งแม้กระทั่งผู้อาวุโสทั้ง 20 คนจากนิกายต่างต้องลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อมาตรวจสอบ


            “นั้นมีสีเหลือง มีคนได้สีเหลือง” ผู้อาวุโสนิกายดาบกล่าวออกมา


            “ดาวดวงนี้อาจจะมีอัจฉริยะ ก็เป็นไปได้ โอกาสที่จะมีพรสวรรค์สีม่วงนั้น 1 ต่อ 1 ล้าน แต่สีเหลืองนั้น 1 ต่อ 10 ล้าน มันหายากยิ่งกว่าสีม่วงเสียอีก” นิกายกระบี่กล่าวออกมา


            “เด็กคนนั้นต้องเข้านิกายของข้าเท่านั้น นิกายของข้าต้องการคนอย่างเจ้าเด็กนั้น” นิกายหอกกล่าวออกมา


            ในตอนนี้ 20 ผู้อาวุโสโต้เถียงกันเพื่อจะแย่งชิงคนที่ทดสอบได้แสงสีเหลือง อย่างวุ่นวาย


            “เอาละ งั้นมาทำตามกฎคือให้เขาเลือก พวกท่านจะได้ไม่ต้องมาโต้เถียงกันอีก” หว่างโป้กล่าวออกมา นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการแย่งชิงศิษย์เข้านิกาย แต่มันมีมาแล้วหลายล้านครั้ง ตั้งแต่ที่หว่างโป้รับรู้มา


            “ชิ เตามที่ท่านหว่างโป้กล่าวออกมา ทำตามกฎก็แล้วกัน” ทุกคนกล่าวออกมาและยอมรับกฎที่ต้องทำตาม


            กลับมาที่คนที่ได้แสงสีเหลืองนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ซูอ้าว ที่ตอนนี้กำลังช็อกกับสิ่งที่ปรากฏออกมาจากหินทดสอบ


            “นี้มันสีเหลือง ข้าได้สีเหลือง อนาคตอันสวยงามกำลังข้าอยู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซูอ้าวกล่าวออกมาด้วยความดีใจ


            “ยินดีด้วยนายน้อยซูที่ท่านมีพรสวรรค์สีเหลือง” ผู้คนรอบ ๆ กล่าวยินดีออกมามีเพียงนายน้อยตระกูลหลงเท่านั้นที่เกิดความอิจฉา ซูอ้าวในตอนนี้


            “พี่ซูอ้าวเขาได้พรสวรรค์สีเหลืองด้วยละ” หลินปิงกล่าวออกมา


            หลินฝานหันหน้าไปมองหลินปิงในทันทีหลังจากที่ได้ยิน “พวกเจ้าทั้งสองนี่มันยังไง บอกวันก็ทะเลาะกัน บางวันก็ดีกัน มาวันนี้ชมเข้าอีก นี้เจ้าแอบชอบซูอ้าวหรือยังไง” หลินฝานกล่าวออกมา แต่เมื่อหลินปิงได้ยินสิ่งที่หลินฝานกล่าวออกมานั้น เธอก็หน้าแดงและหลบหน้าหลินฝานไปในทันที


            “พี่จะบ้าหรืออย่างไร ข้าเนี่ยนะจะไปชอบคนบ้าแบบนั้น” หลินปิงกล่าวออกมาและมองไปยังซูอ้าวอีกครั้ง


            “พี่จะไม่ห้ามหรอกนะ ความสุขของน้องพี่เห็นแล้วพี่ก็มีความสุข ซูอ้าวนั้นก็นิสัยดีขึ้น ปัจจุบันขยันทำงานขนาดปู่และพ่อของเขายังกล่าวชมออกมา” หลินฝานกล่าวออกมา


            “พี่ไม่ว่าอะไรจริง ๆ ใช่ไหม” หลินปิงกล่าวออกมาเมื่อหลินฝานกล่าวจบ เพราะทั้งสองนั้นตกลงคบกันแล้วเพียงแต่ไม่กล้าบอกหลินฝานกลัวหลินฝานจะโกรธ กลับกัน หลินฝานนั้นรับรู้เรื่องราวของทั้งสองนานแล้ว เพียงแต่เขาไม่ต้องการเข้าไปยุ้งเรื่องราวของทั้งสองก็เท่านั้น