บทที่ 8
แฟนคลับยุคโบราณ
ที่ด้านนอกของจวนเ้าเมืองมีหญิงสาวราวสิบกว่าคนยืนออกันอยู่บางคนก็ถือกล่องใส่อาหาร บางคนถือห่อยา บางคนถือของขวัญอย่างอื่นมามากมายตรงนั้นค่อนข้างวุ่นวายจนองครักษ์สองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูแทบจะกันเอาไว้ไม่อยู่ในที่สุดบ่าวรับใช้ในจวนคนหนึ่งที่เฝ้าหน้าประตูเรือนนอนของท่านเ้าเมืองต้องออกไปช่วยยุติความวุ่นวายด้วยฟางหนิงฮวามองออกไปก็พอจะดูออกว่าหญิงสาวเหล่านี้น่าจะมาถามข่าวเื่การาเ็ของท่านเ้าเมืองเสียงหญิงสาวเ่าั้แย่งกันพูดดังมาแต่ไกล
ข่าวเื่ที่เ้าเมืองได้รับาเ็นั้นโด่งดังไปทั่วเมืองถู่หยางได้สามวันแล้วนับั้แ่วันที่เขากลับมาจากการไปปราบโจรูเาจะมีก็แต่ฟางหนิงฮวานี่แหละที่ไม่รู้เื่อะไรเลยเพราะใช้ชีวิตอยู่แต่ในร้านตลอดอีกทั้งบิดามารดาก็ไม่ได้พูดถึงเื่นี้ให้ได้ยินด้วย
การพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงท่านเ้าเมืองกับเหล่าทหารเท่านั้นที่าเ็แต่กลับทำให้หัวใจของคนทั่วทั้งเมืองถู่หยางเ็ปไปด้วยเพราะเ้าเมืองเป็เหมือนเสาหลักของเมืองนี้ทั้งยังเป็ขุนนางที่มีคุณธรรมปกครองเมืองถู่หยางในหลายปีที่ผ่านมาอย่างสงบร่มเย็นจนชาวเมืองอยู่ดีกินดีมีความสุขที่ดูเสียใจยิ่งไปกว่านั้นเห็นจะเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือนกว่าครึ่งเมืองเมื่อพวกนางรู้ข่าวว่าท่านเ้าเมืองได้รับาเ็สาหัสก็เป็ห่วงอย่างมาก
"ให้พวกเราเข้าไปหน่อยเถอะพวกเรารับรองว่าจะไม่สร้างความวุ่นวาย เพียงแต่อยากเห็นท่านเ้าเมืองใกล้ ๆว่าเป็อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง" หญิงสาวผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าใกล้กับองค์รักษ์กล่าวขึ้นสีหน้าของนางดูเป็กังวลยิ่งถึงแม้ว่าจะพูดอยู่กับองค์รักษ์แต่ทว่าสายตากลับสอดส่องมองเข้ามายังทิศทางของเรือนนอน
"จะไม่วุ่นวายได้อย่างนี่ขนาดพวกเ้ายืนอยู่หน้าจวนยังวุ่นวายถึงเพียงนี้หากปล่อยให้เข้าไปจะไม่รบกวนท่านเ้าเมืองหรอกหรือ" องค์รักษ์ผู้หนึ่งกล่าว
หญิงสาวเหล่านี้พอได้ยินก็หาได้สงบปากสงบคำไม่แต่กลับกล่าวเร่งเร้าเหล่าองค์รักษ์มากขึ้นกว่าเดิมทั้งยังขยับตัวดันเข้ามาพยายามจะเข้าประตูให้ได้
ฟางหนิงฮวาที่ยืนอยู่ด้านในเห็นเหตุการณ์แล้วก็คิดว่าคงกลับออกไปตอนนี้ไม่ได้เป็แน่จึงได้ยืนดูต่อสักครู่เพราะอยากรู้ว่าระหว่างองครักษ์กับพลังของสตรีผู้ใดจะเป็ฝ่ายชนะ
"แต่พวกเราเป็ห่วงท่านเ้าเมืองจริงๆ นะเ้าคะ ให้พวกเราเข้าไปเถอะบางทีหากท่านเ้าเมืองรับรู้ได้ว่ามีคนมาให้กำลังใจเขาอาจจะหายเร็วขึ้นก็เป็ได้" หญิงสาวอีกคนหนึ่งพูด
องครักษ์ได้แต่ส่ายศีรษะให้อย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะใช้ทวนกั้นตรงกลางประตูเอาไว้ "พวกเ้าเข้าไปแล้วจะมีประโยชน์อันใดพวกเ้าคิดว่าตนเองเป็ผู้ใดกัน มีความสามารถในการรักษาอย่างนั้นหรือเมื่อสักครู่ท่านหมอหลิวได้เข้าไปแล้วเ้าอย่าได้ไปรบกวนสมาธิของท่านหมอจะดีกว่าเอาเป็ว่าพวกเ้ากลับไปก่อนหากมีข่าวอย่างไรทหารก็จะไปติดประกาศให้ชาวเมืองได้รับรู้โดยทั่วกัน"
หญิงสาวพวกนั้นพอได้ฟังแล้วก็เหมือนจากสำนึกอยู่บ้างพวกนางต่างทำหน้าสลดและก้มหน้าลงพยักหน้าหงึก ๆ ว่าเข้าใจก่อนที่จะยื่นทุกอย่างในมือให้กับองค์รักษ์สองคนนั้น
"อันนี้พวกเราเอามาเยี่ยมท่านเ้าเมืองต้องส่งให้ถึงมือท่านเ้าเมืองนะ พวกท่านอย่าแอบเอาไปกินเองเป็อันขาด" หญิงสาวคนเดิมกล่าว
"เอาเถอะ ๆข้าจะบอกท่านเ้าเมืองให้" องครักษ์พูดพลางโบกมือให้บ่าวรับใช้มาหอบหิ้วเอาของเยี่ยมพวกนี้ไปเก็บไว้ด้านใน
จบเื่แล้วหญิงสาวพวกนั้นก็พากันแยกย้ายฟางหนิงฮวาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าพวกนางไปแล้วเหตุการณ์เมื่อสักครู่ทำเอานางประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่คิดว่าคนในยุคนี้จะมีการคลั่งไคล้ไอดอลเหมือนกับยุคที่นางจากมาด้วยเมื่อพิจารณาตามประวัติศาสตร์แล้วหญิงสาวในยุคนี้ควรที่จะรักนวลสงวนตัวเป็กุลสตรีที่สงวนท่าทีอยู่ที่บ้านถึงจะถูกแล้วเหตุใดพวกนางถึงได้รวมตัวกันมาเยี่ยมไข้ถึงจวนท่านเ้าเมืองได้คิดไปแล้วก็หวนนึกถึงตอนนี้ตัวเองไปรวมกลุ่มกับพวกแฟนคลับรอรับหยางจื้อเจ๋อที่สนามบินขึ้นมา
พอคิดถึงหยางจื้อเจ๋อความเศร้าเสียใจก็บังเกิดขึ้นมาอีกครั้งไม่ว่านางจะอยู่ที่ใดในตอนนี้ก็ไม่มีหยางจื้อเจ๋อแล้วที่ที่นางจากมานั้นเขาได้ตายไปแล้วและที่ที่นางมาอยู่ใหม่นี้ก็คงจะไม่มีเขาอยู่ดีหากจะชื่นชมคลั่งไคล้ผู้ใดให้ได้เหมือนเขาก็คงไม่มีอีกแล้วเพราะเขาคือคนที่นางรักที่สุด
ถึงแม้ว่าท่านเ้าเมืองจะเป็ไอดอลของยุคนี้แต่ทว่านางก็ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยสักครั้งแต่ดูจากท่าทางของหญิงสาวพวกนั้นก็เหมือนกับนว่าเขาจะต้องมีดีอยู่มากถึงได้มัดใจหญิงสาวมากมายถึงเพียงนี้ได้คิดแล้วฟางหนิงฮวาก็เริ่มอยากรู้ขึ้นมาว่าเขามีหน้าตาเป็อย่างไรเื่ความสามารถคงไม่ต้องพูดถึงเพราะหากว่าเป็เ้าเมืองได้ั้แ่ยังหนุ่มก็คงจะเก่งไม่เบา
จินตนาการแล้วก็นึกถึงซีรีย์ย้อนยุคที่เคยดูพวกเ้าเมืองหรือว่าแม่ทัพที่เก่ง ๆ นั้นก็มีหน้าตาที่หล่อเหลาอยู่พอสมควรแต่ว่านั่นก็คือนักแสดงซึ่งพวกผู้กำกับก็ต้องเฟ้นหานักแสดงที่หล่อเหล่ามาเป็พระเอกอยู่แล้วแต่แล้วความจริงจะใกล้เคียงกับเหล่าคนจริง ๆ ในยุคที่นางอยู่ตอนนี้หรือไม่ก็ไม่รู้
บุคลิกก็คงจะเป็แบบนิ่ง ๆ เคร่งขรึมเ็า อะไรทำนองนั้นเพราะการเป็เ้าเมืองหรือว่าเป็แม่ทัพจะต้องวางมาดให้น่าเกรงขามอีกทั้งคงมีเื่ปัญหาต่าง ๆ ให้ขบคิดมากมายก็เลยไม่ค่อยยิ้มกันสักเท่าไรคิดไปด้วยก็วาดภาพท่านเ้าเมืองในหัวไปด้วย ได้ออกมาเป็บุรุษหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ไร้หนวดเคราแต่หน้าตาดุดันผู้หนึ่ง
ฟางหนิงฮวายืนคิดอยู่นานจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองไปแล้วแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเรียกขององครักษ์ที่อยู่ด้านหน้าดังมา
"นี่…แม่นางเ้าจะออกไปหรือไม่ ถ้าจะออกไปก็รีบเข้าข้าจะปิดประตูแล้ว" องครักษ์คนที่คอยห้ามหญิงสาวพวกนั้นเมื่อสักครู่เป็คนพูด
"เ้าค่ะข้าจะกลับออกไปเดี๋ยวนี้" ฟางหนิงฮวารีบรับคำก่อนจะเดินตรงไปยังประตู
แต่พอถึงประตูนางกลับยังไม่ก้าวขาออกไปด้วยความอยากรู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นจึงได้รวบรวมความกล้าถามคำถามกับองครักษ์ผู้นั้น
"ท่านองครักษ์ไม่ทราบว่าท่านเ้าเมืองเหตุใดจึงได้รับาเ็มาหรือ"
"เ้าไม่ใช่ชาวเมืองถู่หยางหรอกหรือเหตุใดจึงไม่รู้ข่าวหรือว่าเ้าไปอยู่ที่ใดมา" องครักษ์ถามกลับอย่างแปลกใจ
"หลายวันมานี้ข้าป่วยก็เลยไม่รู้เื่อะไรเลยเ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวาตอบ
"ท่านเ้าเมืองไปราบโจรูเามาจึงได้รับาเ็มาไม่น้อยผ่านไปสามวันแล้วยังไม่ฟื้นเลย" องครักษ์ผู้นั้นพูดด้วยนำเสียงและสีหน้าที่เศร้าสร้อย
เห็นองครักษ์เศร้าใจแล้วฟางหนิงฮวาก็สงสารเขาจึงกล่าวให้กำลังใจไปว่า "เมื่อครู่ข้าเห็นท่านหมอมาแล้วเห็นว่าเป็ท่านหมอที่เก่งที่สุดในเมืองถู่หยาง เขาต้องรักษาท่านเ้าเมืองได้แน่"
"ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น" องครักษ์กล่าว
"ข้าต้องกลับร้านแล้วพวกท่านเองก็ต้องเข้มแข็งไว้นะเจียโหย่ว1" ฟางหนิงฮวากล่าวจากนั้นจึงเดินจากมาทิ้งให้องครักษ์สองคนงุนงงกันคำว่าเจียโหย่วที่นางพูดเมื่อสักครู่
"เติมน้ำมันคืออันใดเหตุใดพวกเราจึงต้องเติมน้ำมันด้วย"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนางคงหมายความว่าได้เวลาต้องทำอาหารเช้าแล้วกระมัง"
1เจียโหย่ว มีสองความหมาย หนึ่งคือสู้สู้เป็การให้กำลังใจ สองแปลว่าเติมน้ำมัน